เมื่อแผนเอมาถล่มทลาย บิ๊กเนมสเปนต้องเปิด “แผนบี” ทันที ซานติอาโก เบร์นาเบว เพิ่งเจ็บปวดกับข่าวช็อกที่ โรดรี้ เอร์นันเดซ กัปตันทีมชาติสเปนเจ้าของรางวัลลูกบอลทองคำฟุตบอลโลก 2026 ตัดสินใจเลือกซบ บาร์เซโลน่า แทนที่จะมาร่วมทัพ “ราชันชุดขาว” ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์กันไว้ตลอดหน้าร้อนที่ผ่านมา ความผิดหวังครั้งนี้บีบให้ เรอัล มาดริด ต้องรีบขยับแผนสำรองทันที และชื่อที่ถูกดึงขึ้นมาเป็นตัวเลือกอันดับต้นคือ มาร์ติน ซูบีเมนดี้ กองกลางตัวคุมจังหวะวัย 27 ปีของ อาร์เซน่อล เจ้าของแชมป์โลก 2026 ร่วมกับทีมชาติสเปน แต่โจทย์ไม่ง่ายเลย เพราะ อาร์เซน่อล ประกาศชัดว่าไม่มีแผนขาย เว้นแต่จะมีเงินก้อนใหญ่ระดับ 90 ล้านยูโร (ราว 77 ล้านปอนด์) มาวางบนโต๊ะเจรจา
จากพลาดโรดรี้ สู่แผนสำรองซูบีเมนดี้
เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นจากความเชื่อมั่นสูงของ เรอัล มาดริด ที่คิดว่าตัวเองมีแต้มต่อในการดึงตัว โรดรี้ มาร่วมทีมในหน้าร้อนนี้ หลังดาวเตะวัย 30 ปีของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์พาทีมชาติสเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 ด้วยชัยชนะดวลต่อเวลาพิเศษ 1-0 เหนือ อาร์เจนตินา ในนัดชิงชนะเลิศที่สนามนิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ พร้อมคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ไปครองอีกต่างหาก ทว่าความล่าช้าในการปิดดีลของฝั่งมาดริดกลับกลายเป็นจุดอ่อนสำคัญ เพราะระหว่างที่ฝ่ายบริหารยังคงเจรจาแบบไม่เร่งรีบ บาร์เซโลน่าก็ฉวยจังหวะเข้ามาเสนอตัวอย่างรวดเร็วและจริงจังกว่า จนสุดท้ายโรดรี้ตัดสินใจเลือกทางออกที่เขาต้องการจริง ๆ
การพลาดเป้าครั้งนี้ถือเป็นเรื่องเจ็บปวดสองต่อสำหรับ เรอัล มาดริด เพราะนอกจากจะเสียโอกาสได้ตัวผู้เล่นระดับท็อปของโลกในตำแหน่งกองกลางตัวคุมเกมแล้ว ยังเป็นแรงกดดันด้านภาพลักษณ์ต่อประธานสโมสร ฟลอเรนติโน เปเรซ ที่เพิ่งได้รับเลือกตั้งกลับมาดำรงตำแหน่งอีกสมัย ท่ามกลางเสียงวิจารณ์เรื่องจำนวนนักเตะสเปนในทีมชุดใหญ่ที่ลดน้อยลงเรื่อย ๆ เมื่อเทียบกับยุคที่ทีมเคยเต็มไปด้วยผู้เล่นสเปนฝีเท้าดี สโมสรจึงจำเป็นต้องหาตัวแทนในตำแหน่งกองกลางตัวรับให้ได้ก่อนปิดตลาดซื้อขายฤดูร้อน และชื่อของ ซูบีเมนดี้ ก็ผุดขึ้นมาเป็นตัวเลือกที่เข้าเงื่อนไขมากที่สุด เนื่องจากเป็นผู้เล่นที่มาดริดเคยจับตามองมาตั้งแต่สมัยยังค้าแข้งกับ เรอัล โซเซียดาด และเคยพยายามดึงตัวมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาแต่ไม่สำเร็จ
ซูบีเมนดี้คือใคร ย้อนที่มาจากซาน เซบาสเตียนสู่เอมิเรตส์
มาร์ติน ซูบีเมนดี้ เกิดที่เมืองซาน เซบาสเตียน แคว้นบาสก์ เติบโตผ่านระบบเยาวชนของ เรอัล โซเซียดาด และไต่เต้าขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่จนลงเล่นรวมกว่า 170 นัดในทุกรายการตลอด 5 ปีที่อยู่กับสโมสรบ้านเกิด ก่อนหน้านี้เขาเคยมีโอกาสย้ายไปร่วมทีม ลิเวอร์พูล ในฐานะเป้าหมายอันดับหนึ่งของตำแหน่งกองกลางตัวรับ แต่ปฏิเสธข้อเสนอ เลือกอยู่กับ โซเซียดาด ต่ออีกฤดูกาล ซึ่งเขาเคยยอมรับในภายหลังว่าเป็น “การตัดสินใจที่ถูกต้อง”
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ชื่อของเขาโด่งดังในระดับนานาชาติเกิดขึ้นในนัดชิงชนะเลิศศึกยูโร 2024 ที่ทีมชาติสเปนเผชิญหน้ากับ อังกฤษ เมื่อ โรดรี้ ต้องออกจากสนามเพราะอาการบาดเจ็บตั้งแต่ช่วงพักครึ่ง ซูบีเมนดี้ ถูกส่งลงมาแทนที่และทำหน้าที่ในตำแหน่งกองกลางตัวคุมเกมได้อย่างโดดเด่น ช่วยให้สเปนเอาชนะไปได้ 2-1 คว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 4 มาครอง ผลงานในค่ำคืนนั้นทำให้หลายสโมสรยักษ์ใหญ่ รวมถึง เรอัล มาดริด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ขณะนั้นกำลังมองหาตัวสำรองให้ โรดรี้ หลังอาการบาดเจ็บเข่าสาหัส ต่างเข้าคิวจับตาดูตัวเขาอย่างใกล้ชิด
ท้ายที่สุดในเดือนกรกฎาคม 2025 อาร์เซน่อล ภายใต้การนำของ มิเกล อาร์เตต้า ก็เป็นฝ่ายชนะใจ ซูบีเมนดี้ ได้สำเร็จ ด้วยการจ่ายเงินสูงกว่าค่าฉีกสัญญาที่กำหนดไว้ราว 60 ล้านยูโรเล็กน้อย โดยยอมจ่ายเป็นงวด ๆ เพื่อแลกกับเงื่อนไขที่ผ่อนปรนกว่า ซึ่งขณะนั้น เรอัล มาดริด เองก็เคยพยายามสอดแทรกเข้ามาช่วงที่ ชาบี อลอนโซ่ เพิ่งเข้ารับตำแหน่งโค้ชแทน คาร์โล อันเชล็อตติ แต่ดีลกับอาร์เซน่อลถูกปิดไปก่อนหน้าแล้ว ซูบีเมนดี้เซ็นสัญญาฉบับใหม่ผูกพันกับเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ยาวไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2030
มิติเทคนิคและวิทยาศาสตร์การกีฬา ทำไมเขาถึงเหมาะกับบทบาทนี้
สิ่งที่ทำให้ ซูบีเมนดี้ ได้รับความไว้วางใจให้เล่นในตำแหน่งกองกลางตัวคุมจังหวะ (Defensive Midfielder หรือ Pivot) คือความสามารถในการอ่านเกม ตัดบอล และกระจายบอลออกจากแดนหลังด้วยความแม่นยำสูง ตลอด 4 ฤดูกาลสุดท้ายที่อยู่กับ โซเซียดาด เขาลงเล่นอย่างน้อย 75 เปอร์เซ็นต์ของเวลาการแข่งขันในลาลีกาทุกปี และในฤดูกาลสุดท้ายก่อนย้ายทีม ไม่มีผู้เล่นตำแหน่งอื่นในสังกัดคนใดได้ลงสนามมากกว่าเขาอีกแล้ว สะท้อนให้เห็นถึงความสม่ำเสมอและความฟิตที่หาตัวจับยาก บวกกับประวัติการบาดเจ็บที่แทบไม่มีปัญหาใหญ่ตลอดอาชีพค้าแข้ง
รูปแบบการเล่นของเขาถูกนำไปเปรียบเทียบกับตำนานอย่าง อันเดรส อิเนียสต้า หรือ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ในแง่ของความสงบนิ่งเมื่อครองบอล การเลือกจังหวะส่งบอลที่เฉียบคม และการเคลื่อนที่เพื่อรับบอลในตำแหน่งที่เปิดเกมรุกให้เพื่อนร่วมทีมได้ง่ายที่สุด ในฤดูกาลแรกกับอาร์เซน่อล แม้จะมีช่วงปรับตัวและอาการบาดเจ็บเล็กน้อยที่หัวเข่าเข้ามาแทรกกลางฤดูกาล แต่โดยรวมเขาลงสนามไปกว่า 4,000 นาทีใน 57 นัดทุกรายการ ทำได้ 6 ประตู 3 แอสซิสต์ และมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้อาร์เซน่อลเสียประตูน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025-26 จนคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษได้เป็นสมัยแรกในรอบ 22 ปี พร้อมเข้าชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก แม้จะแพ้จุดโทษให้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ไปอย่างน่าเสียดายก็ตาม
มิติจิตใจและแรงบันดาลใจ เหตุใดแฟนบอลถึงคลั่งไคล้
เสน่ห์ของ ซูบีเมนดี้ ไม่ได้อยู่ที่ฝีเท้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงบุคลิกที่สุขุมเยือกเย็น ไม่หวือหวา และเลือกทางเดินอาชีพด้วยเหตุผลมากกว่าเงินหรือชื่อเสียง เห็นได้จากการที่เขาเคยปฏิเสธข้อเสนอจากสโมสรใหญ่กว่าเพื่ออยู่กับทีมบ้านเกิดต่ออีกปี ก่อนตัดสินใจย้ายออกในจังหวะที่เขารู้สึกพร้อมจริง ๆ เท่านั้น การก้าวขึ้นมาเป็นฮีโร่ในนัดชิงยูโร 2024 ทั้งที่ลงเล่นแทนผู้เล่นระดับบัลลงดอร์อย่าง โรดรี้ กลางเกมสำคัญที่สุดของอาชีพทีมชาติ ก็ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์นักเตะที่ไม่หวั่นไหวต่อแรงกดดัน
ในบริบทของคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับวินัยและการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง เรื่องราวของ ซูบีเมนดี้ สะท้อนให้เห็นว่าความสำเร็จไม่จำเป็นต้องมาจากการรีบเปลี่ยนสภาพแวดล้อมตลอดเวลา แต่มาจากการสั่งสมประสบการณ์ในจุดที่ตัวเองสบายใจ ก่อนจะก้าวกระโดดในจังหวะที่เหมาะสมที่สุด แนวคิดนี้ใกล้เคียงกับเส้นทางของกัปตันทีมชาติสเปนอย่าง โรดรี้ เองที่เพิ่งฟันฝ่าอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าเข่าฉีกขาดตั้งแต่เดือนกันยายน 2024 กลับมาคว้าทั้งรางวัลลูกบอลทองคำและแชมป์โลกได้สำเร็จ เรื่องราวของนักเตะสเปนสองคนนี้จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจร่วมกันให้คนที่กำลังเผชิญอุปสรรคในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือการเรียน ว่าความอดทนและการรอจังหวะที่ใช่คือกุญแจสำคัญของความสำเร็จระยะยาว
มิติธุรกิจและอนาคต ศึกแย่งชิงตัวที่ยังไม่มีบทสรุป
แม้ เรอัล มาดริด จะแสดงความสนใจอย่างชัดเจน แต่สถานการณ์ภายในสโมสรกลับไม่ได้เป็นเอกฉันท์ มีรายงานว่าผู้บริหารระดับสูงของทีมยังคงมีความเห็นแตกต่างกันว่าควรทุ่มเงินก้อนใหญ่เพื่อดึงตัว ซูบีเมนดี้ จริงหรือไม่ เนื่องจากสโมสรเพิ่งใช้งบประมาณจำนวนมากเสริมทัพไปแล้วในหน้าร้อนนี้ ทั้ง มาร์ก คูกูเรญ่า, อิบราฮิม่า โกนาเต้, แบร์นาโด้ ซิลบา, เดนเซล ดุมฟรีส์ และ ยาน ดิโอมันเด้ ภายใต้การคุมทีมของกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่กลับมารับตำแหน่งอีกครั้ง ทำให้แผนการจัดทัพกลางสนามของมาดริดยังมีทางเลือกอื่นที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งผู้เล่นค่าตัวแพงเพิ่มอีกคน
ยิ่งไปกว่านั้น เรอัล มาดริด ยังไม่ใช่เพียงทีมเดียวที่จับตา ซูบีเมนดี้ เพราะ เชลซี ภายใต้การคุมทัพของ ชาบี อลอนโซ่ อดีตกุนซือมาดริดที่ย้ายมาคุมทีมสีน้ำเงินแห่งลอนดอนในซัมเมอร์นี้ ก็ถูกระบุว่าชื่นชอบสไตล์การเล่นของนักเตะรายนี้เป็นการส่วนตัว และได้ส่งสัญญาณไปยังฝ่ายบริหารสโมสรว่าอยากได้ตัวมาเสริมทัพกลางสนามเช่นกัน สถานการณ์จึงกลายเป็นการแข่งขันสามเส้าระหว่าง เรอัล มาดริด, เชลซี และความต้องการของ อาร์เซน่อล เองที่ยังต้องการรั้งตัวผู้เล่นไว้ในทีมต่อ
ด้านความเคลื่อนไหวล่าสุดของ อาร์เซน่อล ก็มีปัจจัยที่ทำให้สื่อสเปนมองว่าอนาคตของ ซูบีเมนดี้ อาจไม่แน่นอนเหมือนที่คิด เพราะการที่สโมสรเพิ่งดึงตัว บรูโน่ กีมาไรส์ เข้ามาเสริมแดนกลางเพิ่มอีกคน ก็ทำให้เกิดคำถามถึงพื้นที่ในตัวจริงของซูบีเมนดี้สำหรับฤดูกาลใหม่ อย่างไรก็ตาม กุนซือ มิเกล อาร์เตต้า ยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีแผนปล่อยตัวผู้เล่นรายนี้ออกจากทีมในช่วงนี้ และสื่อสเปนอย่าง มุนโด เดปอร์ติโบ ก็รายงานตรงกันว่า อาร์เซน่อล จะไม่ขายเว้นแต่จะมีข้อเสนอไม่ต่ำกว่า 90 ล้านยูโร ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่าเงินที่พวกเขาเคยเตรียมไว้สำหรับดึงตัวโรดรี้เสียอีก ตัวเลขดังกล่าวหากเทียบกับค่าตัวที่จ่ายไปเมื่อปีก่อนราว 60 กว่าล้านยูโร จะถือเป็นกำไรก้อนโตให้กับสโมสรจากลอนดอนเหนือทันทีหากดีลเกิดขึ้นจริง
เมื่อมองภาพรวมของตลาดซื้อขายนักเตะยุโรปฤดูร้อนนี้ กรณีของ ซูบีเมนดี้ จึงสะท้อนแนวโน้มสำคัญของวงการฟุตบอลยุคปัจจุบัน นั่นคือมูลค่านักเตะกองกลางตัวคุมจังหวะที่ผ่านการพิสูจน์ฝีเท้าในเวทีระดับโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหลังผลงานในฟุตบอลโลก 2026 ที่ทำให้สโมสรยักษ์ใหญ่หลายทีมต้องแย่งชิงผู้เล่นในตำแหน่งนี้อย่างดุเดือด ไม่ต่างจากที่เคยเกิดขึ้นกับ โรดรี้ มาก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่สัปดาห์
บทสรุป
ศึกแย่งชิงตัว มาร์ติน ซูบีเมนดี้ ระหว่าง เรอัล มาดริด กับคู่แข่งอย่าง เชลซี ยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังห่างไกลจากบทสรุป ตราบใดที่ อาร์เซน่อล ยังคงยืนกรานราคาที่สูงลิ่วและไม่มีความจำเป็นต้องขาย ความเคลื่อนไหวที่แท้จริงอาจไม่เกิดขึ้นทันทีในตลาดซัมเมอร์นี้ แต่เรื่องราวทั้งหมดก็สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของวงการลูกหนังยุโรปที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว วันนี้แผนเอที่ล้มเหลวอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแผนบีที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมก็เป็นได้ คำถามคือ เรอัล มาดริด จะยอมทุ่มเงินระดับ 90 ล้านยูโรเพื่อคนที่พวกเขาเคยมองข้ามมาแล้วสองครั้งหรือไม่
สรุปประเด็นสำคัญ
- เรอัล มาดริด พลาดดึงตัวโรดรี้ให้บาร์เซโลน่า จึงหันมาสนใจซูบีเมนดี้ของอาร์เซน่อลแทน
- ซูบีเมนดี้เคยลงเล่นแทนโรดรี้ในนัดชิงยูโร 2024 จนสเปนคว้าแชมป์ ก่อนย้ายจากโซเซียดาด สู่อาร์เซน่อลด้วยราคากว่า 60 ล้านยูโรเมื่อปีก่อน
- อาร์เซน่อลยืนยันไม่ขาย เว้นแต่มีข้อเสนอไม่ต่ำกว่า 90 ล้านยูโร (ราว 77 ล้านปอนด์)
- เชลซีภายใต้ชาบี อลอนโซ่ ก็สนใจตัวซูบีเมนดี้เช่นกัน ทำให้เกิดศึกแย่งชิงสามเส้า
- ผู้บริหารเรอัล มาดริดเองยังไม่เป็นเอกฉันท์ว่าจะทุ่มเงินก้อนใหญ่เพื่อดีลนี้หรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
เรอัล มาดริด สนใจซูบีเมนดี้เพราะอะไร เพราะพลาดดึงตัวโรดรี้ที่เลือกไปบาร์เซโลน่า จึงต้องหาตัวแทนกองกลางตัวคุมจังหวะ และซูบีเมนดี้เป็นชื่อที่มาดริดเคยจับตามาตั้งแต่สมัยอยู่โซเซียดาด
อาร์เซน่อลตั้งราคาขายซูบีเมนดี้เท่าไร สื่อสเปนรายงานว่าอาร์เซน่อลตั้งราคาไว้ที่ประมาณ 90 ล้านยูโร หรือราว 77 ล้านปอนด์
ซูบีเมนดี้ย้ายมาอาร์เซน่อลด้วยราคาเท่าไร เขาย้ายจากเรอัล โซเซียดาดในปี 2025 ด้วยราคาสูงกว่าค่าฉีกสัญญาที่ตั้งไว้ 60 ล้านยูโรเล็กน้อย โดยจ่ายเป็นงวด
นอกจากเรอัล มาดริดแล้ว มีทีมไหนสนใจซูบีเมนดี้อีก เชลซีภายใต้กุนซือ ชาบี อลอนโซ่ ก็ถูกรายงานว่าสนใจดึงตัวเขาเช่นกันในตลาดซัมเมอร์นี้
ทำไมโรดรี้ถึงเลือกบาร์เซโลน่าแทนเรอัล มาดริด รายงานระบุว่าบาร์เซโลน่าเคลื่อนไหวได้เร็วและจริงจังกว่า ขณะที่เรอัล มาดริดใช้เวลาตัดสินใจนานเกินไปจนเสียจังหวะ
ซูบีเมนดี้มีผลงานกับทีมชาติสเปนอย่างไรบ้าง เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติสเปนชุดคว้าแชมป์ยูโร 2024 และแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 โดยมีบทบาทสำคัญตั้งแต่นัดชิงยูโร 2024 ที่ลงเล่นแทนโรดรี้
สัญญาของซูบีเมนดี้กับอาร์เซน่อลหมดเมื่อไร สัญญาปัจจุบันของเขาผูกพันกับอาร์เซน่อลไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2030
อาร์เตต้ามีท่าทีอย่างไรต่อข่าวนี้ มิเกล อาร์เตต้า ยืนยันว่าต้องการรั้งตัวซูบีเมนดี้ไว้ในทีมสำหรับฤดูกาลนี้ และไม่มีแผนขายในตอนนี้