อดีตนักเตะที่กว่าจะได้ลงเล่นลาลีกาครั้งแรกก็อายุ 24 ปีแล้ว วันนี้กลายเป็นนักเตะสัญญา 5 ปีของสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก เรื่องราวของ เป๊ป ชาบาร์เรีย ไม่ใช่แค่ข่าวตลาดนักเตะธรรมดา แต่มันคือบทเรียนเรื่องความอดทนที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในโลกฟุตบอลยุคที่ทุกคนอยากดังตั้งแต่อายุ 18
ลองจินตนาการดูว่า ขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นหลายคนได้เดบิวต์ทีมชุดใหญ่ตั้งแต่วัยรุ่น ชายคนหนึ่งยังคงเตะอยู่ในลีกระดับล่างของสเปน กว่าจะได้สัมผัสสนามลาลีกาครั้งแรกก็ปาเข้าไปวัย 24 ปี และกว่าจะได้ลงเล่นในเวทียุโรปครั้งแรกก็อายุ 27 แถมยังโดนใบแดงไล่ออกจากสนามในเกมนั้นด้วยซ้ำ แต่วันนี้ ชายคนเดียวกันกำลังจะสวมเสื้อสีน้ำเงินของ เชลซี ในสัญญายาวถึงปี 2031 นี่คือเรื่องราวที่พิสูจน์ว่าเส้นทางสู่จุดสูงสุดไม่จำเป็นต้องเป็นเส้นตรงเสมอไป
เนื้อหาข่าว: ดีลที่เชลซีเจรจานานกว่าหนึ่งเดือน
สโมสร เชลซี ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการยืนยันการคว้าตัว เป๊ป ชาบาร์เรีย แบ็กซ้ายวัย 28 ปีจาก ราโย บาเยกาโน่ มาร่วมทีมด้วยสัญญาระยะยาว โดยเขากลายเป็นนักเตะรายที่ 11 ที่เข้าร่วมทีมสแตมฟอร์ด บริดจ์ในช่วงซัมเมอร์นี้ เพื่อเข้ามารับช่วงต่อตำแหน่งของ มาร์ก กูกูเรย่า ที่ย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริดก่อนหน้านี้ ด้านการเงินของดีลนี้ รายงานจากสื่อหลายสำนักระบุตรงกันว่าค่าตัวเบื้องต้นอยู่ที่ราว 16.3 ล้านปอนด์ พร้อมเงื่อนไขโบนัสเพิ่มเติมอีกราว 1.7 ล้านปอนด์ ขณะที่อีกแหล่งข่าวคำนวณมูลค่ารวมทั้งแพ็กเกจไว้ที่ประมาณ 21 ล้านยูโร โดยแบ่งเป็นค่าตัวคงที่ 19 ล้านยูโร และโบนัสตามผลงานอีก 2 ล้านยูโร
ที่น่าสนใจคือการเจรจาไม่ได้ราบรื่นในทันที เพราะทั้งสองสโมสรใช้เวลาเจรจากันมานานกว่าหนึ่งเดือนเต็ม ก่อนจะได้ข้อสรุป และเมื่อดีลเสร็จสิ้นชาบาร์เรียก็เซ็นสัญญาฉบับใหม่กับเชลซีเป็นเวลา 5 ปี มีผลจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2031 ซึ่งสะท้อนความมั่นใจของสโมสรที่มองว่าเขาคือชิ้นส่วนสำคัญของแผนระยะยาว ไม่ใช่แค่ตัวเสริมชั่วคราว
หลังปิดดีล เจ้าตัวเปิดใจผ่านเว็บไซต์ทางการของสโมสรด้วยความรู้สึกที่จริงใจว่า “ผมตื่นเต้นมากที่จะได้เริ่มต้นกับ เชลซี นี่คือความฝันของผม เพราะเชลซีเป็นหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เป็นโอกาสครั้งใหญ่ ก็พร้อมแล้วและจะทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยทีมให้ประสบความสำเร็จ มีหลายคนที่ช่วยเหลือผมมาจนถึงจุดนี้ ต้องขอบคุณครอบครัวที่สุด พวกเขาให้การสนับสนุนเสมอมา และวันนี้เป็นไปได้ก็เพราะพวกเขา”
ย้อนเส้นทาง: จากเมืองเล็กๆ ในกาตาลุญญา สู่รอบชิงชนะเลิศยุโรป
หากจะเข้าใจว่าทำไมการย้ายทีมครั้งนี้ถึงมีความหมายมากกว่าตัวเลขในสัญญา ต้องย้อนกลับไปดูจุดเริ่มต้นของเขาก่อน ชาบาร์เรียมีชื่อเต็มว่า Josep María Chavarría Pérez เกิดเมื่อวันที่ 10 เมษายน 1998 ที่เมืองฟิเกเรส แคว้นคาตาลุญญา ประเทศสเปน เมืองเล็กๆ ที่ไม่ได้ขึ้นชื่อเรื่องการปั้นนักเตะระดับโลกเหมือนบาร์เซโลนาหรือมาดริด
เส้นทางอาชีพของเขาเริ่มต้นแบบค่อยเป็นค่อยไปสุดๆจากทีมเยาวชนบ้านเกิดอย่างฟิเกเรส เขาก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ก่อนจะย้ายไปเล่นให้โอลอตในปี 2018 แล้วจึงย้ายไปซาราโกซ่าในปี 2020 ซึ่งล้วนเป็นทีมที่เล่นอยู่ในระดับกลางถึงล่างของพีระมิดฟุตบอลสเปน ไม่ใช่เวทีที่แมวมองยักษ์ใหญ่จะเข้ามาจับตาดูง่ายๆ
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2022 เมื่อเขาย้ายจากเรอัล ซาราโกซ่า มาร่วมทีม ราโย บาเยกาโน่ และค่อยๆสร้างตัวเองจนกลายเป็นผู้เล่นตัวหลักของทีมอย่างรวดเร็ว ตลอด 4 ปีที่อยู่กับราโย เขาลงเล่นให้ทีมไปมากถึง125 นัด พร้อมทำผลงาน 2 ประตู และแอสซิสต์ 8 ครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่มั่นคงมากสำหรับตำแหน่งแบ็กซ้าย
ฤดูกาลที่ผ่านมาคือฤดูกาลที่ทำให้ชื่อของเขาถูกจับตามองในระดับยุโรป เพราะราโย บาเยกาโน่ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งการเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก และจบอันดับที่ 8 ของลาลีกา โดยชาบาร์เรียลงเล่นไปทั้งสิ้น44 นัดในทุกรายการ แม้สุดท้ายทีมจะพ่ายแพ้ให้กับ คริสตัล พาเลซ ไป 0-1 ในนัดชิงชนะเลิศ แต่การได้ลงสนามในเกมระดับนั้นก็เป็นเครื่องพิสูจน์คุณภาพของเขาได้เป็นอย่างดี
เจาะลึกสไตล์การเล่น: ทำไม Xabi Alonso ถึงเลือกเขา
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ทำไมเชลซีถึงต้องเลือกนักเตะที่ไม่เคยมีประสบการณ์เล่นต่างแดนมาก่อนเลย ไม่เคยสัมผัสพรีเมียร์ลีก และเพิ่งจะมาบูมช่วงปลายๆ ของช่วงวัยสำคัญของนักเตะ
คำตอบอยู่ที่ระบบการเล่นของ Xabi Alonso กุนซือคนใหม่ของทีม ซึ่งมีปรัชญาที่ชัดเจนมาตั้งแต่สมัยคุมทีม Bayer Leverkusen โดยระบบของอลอนโซใช้เซ็นเตอร์แบ็กสองคนที่เล่นบอลได้ดีวางข้างกองหลังตัวหลักคนกลาง ขณะที่แบ็กข้างฝั่งหนึ่งจะบุกขึ้นสูง ส่วนอีกฝั่งจะหุบเข้ามาช่วยขึ้นเกมจากแดนหลัง ความสำเร็จของแนวทางนี้ชัดเจนมาก เพราะทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีกาฤดูกาล 2023-24 แบบไร้พ่ายทั้งลีก พร้อมคว้าแชมป์ DFB-Pokal และแพ้เพียงนัดเดียวจาก 53 นัดในทุกรายการ
จุดที่น่าสนใจคือ อลอนโซให้ความสำคัญกับ “แบ็กที่พาบอลขึ้นหน้าเก่ง” เป็นพิเศษ เพราะระหว่างช่วงพรีซีซั่นที่ผ่านมา มีรายงานว่าเขาสั่งให้แบ็กของทีมพยายามพาบอลขึ้นหน้าด้วยตัวเองให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และนี่คือจุดแข็งของชาบาร์เรียโดยตรง เพราะเขาถูกมองว่าเป็นนักเตะที่พาบอลขึ้นหน้าได้ดี ซึ่งเป็นสกิลที่ทำให้เขาสำคัญต่อระบบของอลอนโซ
ด้านข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์การกีฬา ชาบาร์เรียมีความเร็วสูงสุดขณะเล่นให้ราโย บาเยกาโน่ อยู่ที่ 36.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งช่วยให้เขาไล่ทันปีกคู่แข่งในจังหวะเปลี่ยนเกม หรือวิ่งตามให้ทันจนบีบให้คู่ต่อสู้ต้องตัดสินใจเร็วขึ้น นอกจากนี้เขายังเป็นนักเตะที่เปิดบอลได้แม่นยำ สามารถจ่ายบอลเข้ากรอบเขตโทษหรือครอสให้เพื่อนซัดได้อย่างมีคุณภาพ
สิ่งที่ทำให้เขาโดดเด่นกว่าแบ็กซ้ายทั่วไปคือความสามารถแบบสองด้าน เพราะสถิติของเขาในคอนเฟอเรนซ์ ลีกฤดูกาลที่แล้วแสดงให้เห็นว่าเขาติดอันดับท็อป 12 ของทัวร์นาเมนต์ในแง่การเปิดบอลจากจังหวะเล่นเปิดและการชนะลูกเตะมุม แต่ในขณะเดียวกันก็ติดอันดับท็อป 12 ในแง่การสกัดบอลครอสและการแย่งบอลคืนในพื้นที่สามส่วนหลังของตัวเอง พูดง่ายๆ คือเขาทั้งบุกได้และรับได้ในตัวเดียวกัน ซึ่งเข้ากับสไตล์การเล่นที่ระบบของอลอนโซต้องการอย่างลงตัว
ในเชิงยุทธวิธีของทีม รูปแบบการเล่นของเชลซียุคใหม่ภายใต้อลอนโซจะเน้นการจัดตำแหน่งผู้เล่นแดนกลางเป็นรูปสี่เหลี่ยมเพื่อสร้างความได้เปรียบด้านจำนวนคนตรงกลางสนาม ขณะที่แบ็กสองข้างจะยืนกว้างเพื่อคุมพื้นที่ริมเส้น โครงสร้างแบบนี้ต้องการแบ็กที่มีวินัยในการอ่านเกม รู้ว่าเมื่อไหร่ควรบุก เมื่อไหร่ควรหุบเข้ามาช่วยเกมรับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาบาร์เรียแสดงให้เห็นแล้วที่ราโย เพราะโค้ชคนก่อนของเขาอย่าง Andoni Iraola ก็เป็นโค้ชที่ชื่นชอบแบ็กที่โอเวอร์แลปบุกขึ้นไปช่วยเกมรุกอยู่เสมอ และเขาก็ทำได้ดีในระบบนั้น พร้อมกับพัฒนาตัวเองให้เล่นแบบอันเดอร์แลปหรือขยับเข้ามาเล่นในตำแหน่งกลางสนามได้อย่างสบายๆ เพิ่มเติมด้วย
หัวใจนักสู้: บทเรียนจากนักเตะที่ไม่เคยยอมแพ้
นี่คือส่วนที่ทำให้เรื่องราวของชาบาร์เรียแตกต่างจากข่าวย้ายทีมทั่วไป เพราะแทบไม่มีอะไรในช่วงต้นอาชีพของเขาที่บ่งชี้ว่าวันหนึ่งเขาจะได้สวมเสื้อสโมสรระดับโลก
ข้อเท็จจริงที่น่าทึ่งคือเขาไม่ได้ลงเล่นในลาลีกาครั้งแรกจนกระทั่งอายุ 24 ปี ซึ่งในโลกฟุตบอลอาชีพยุคปัจจุบัน อายุ 24 ถือว่าช้ามากสำหรับการเดบิวต์ระดับสูงสุด นักเตะดาวรุ่งหลายคนได้ลงเล่นทีมชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 17-18 ปีด้วยซ้ำ และเมื่อเขาได้มีโอกาสลงเล่นในเวทียุโรปครั้งแรกในวัย 27 ปี พบกับทีมฮัคเค่นจากสวีเดนในศึกยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก เขากลับโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่คงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับใครก็ตาม
แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เรื่องราวของเขาน่าสนใจ เพราะแทนที่จะยอมแพ้หรือหยุดพัฒนาตัวเอง เขากลับใช้เวลาที่เหลือพิสูจน์ตัวเองจนกลายเป็นนักเตะที่เกินความคาดหมายที่ราโยอีกครั้ง เป็นนักเตะที่เล่นด้วยพลังและความทุ่มเทเต็มที่ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สโมสรระดับใหญ่มองหา ไม่ใช่แค่ทักษะเทคนิคเพียงอย่างเดียว
สำหรับผู้อ่านวัยทำงานหรือวัยเริ่มต้นสร้างเนื้อสร้างตัว เรื่องนี้สะท้อนบทเรียนที่มีค่ามาก เพราะในโลกที่ทุกคนถูกกดดันให้ประสบความสำเร็จเร็วๆ ตั้งแต่อายุยังน้อย เส้นทางของชาบาร์เรียคือตัวอย่างที่ชัดเจนว่าวินัยและความสม่ำเสมอในระยะยาวสามารถพาคนธรรมดาไปถึงจุดสูงสุดได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นอัจฉริยะตั้งแต่เด็ก ขอเพียงไม่หยุดพัฒนาตัวเองแม้จะเจออุปสรรคซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ธุรกิจลูกหนัง: ตัวเลขที่ฉลาด และทิศทางเชลซียุคใหม่
มุมมองด้านธุรกิจของดีลนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะก่อนหน้านี้เชลซีเพิ่งขาย มาร์ก กูกูเรย่า ให้กับเรอัล มาดริดไปด้วยราคาสูงถึงประมาณ 60 ล้านยูโร แต่กลับนำเงินเพียงประมาณหนึ่งในสามของยอดขายนั้นมาลงทุนซื้อแบ็กซ้ายจากลาลีกาที่มีสถิติผลงานสม่ำเสมอที่สุดคนหนึ่งกลับเข้าทีม นี่คือแนวคิดการบริหารทีมแบบฉลาดที่ใช้กำไรจากการขายนักเตะดาวรุ่งราคาแพง มาลงทุนกับนักเตะที่มีประสบการณ์และราคาสมเหตุสมผลกว่า
ที่น่าสังเกตคือทิศทางการซื้อขายของเชลซีในซัมเมอร์นี้เริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะก่อนหน้านี้สโมสรมักเน้นเซ็นนักเตะดาวรุ่งอายุน้อยเป็นหลัก แต่การมาถึงของชาบาร์เรียยิ่งตอกย้ำการเปลี่ยนแปลงนโยบายการซื้อขายของเชลซี ที่หันมาเพิ่มประสบการณ์ให้ทีมมากขึ้น หลังจากซัมเมอร์นี้ได้เซ็นนักเตะอายุเกิน 30 ปีถึงสองคนคือ แดนนี่ เวลเบ็ค และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน สะท้อนว่าฝ่ายบริหารเริ่มมองเห็นว่าทีมที่เต็มไปด้วยดาวรุ่งเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการลุ้นแชมป์ในระยะยาว
ในมุมของสโมสรต้นสังกัดเดิมอย่างราโย บาเยกาโน่ ดีลนี้ก็ถือเป็นค่าตัวการขายนักเตะที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ของสโมสร สำหรับนักเตะที่พวกเขาปั้นมาจากทีมที่ไม่มีใครคาดคิด นี่คือตัวอย่างที่ดีของโมเดลธุรกิจฟุตบอลยุคใหม่ ที่ทีมขนาดกลางสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้นักเตะได้มหาศาลผ่านการพัฒนาในสนามจริง แล้วขายต่อให้ทีมใหญ่ในราคาที่คุ้มค่าทั้งสองฝ่าย
สำหรับอนาคต การแข่งขันตำแหน่งแบ็กซ้ายในทีมเชลซีจะเข้มข้นขึ้นทันที เพราะปัจจุบันทีมยังมีจอร์เรล ฮาโต้ เป็นตัวเลือกสำรองในตำแหน่งเดียวกัน การมาของชาบาร์เรียซึ่งมีประสบการณ์มากกว่าเมื่อเทียบกับความเยาว์วัยของฮาโต้ จะช่วยให้ฮาโต้มีเวลาพัฒนาฝีเท้าโดยไม่ต้องแบกรับความกดดันในฐานะตัวหลักทุกนัด ซึ่งเป็นการบริหารทีมที่รอบคอบในระยะยาว ท่ามกลางความท้าทายของการเล่นในระบบใหม่ที่ยังต้องพิสูจน์ตัวในสนามจริงตลอดฤดูกาล 2026-27 ที่กำลังจะมาถึง
บทสรุป
ดีลของ เป๊ป ชาบาร์เรีย อาจดูเหมือนข่าวย้ายทีมธรรมดาในสายตาคนทั่วไป แต่เมื่อมองลึกลงไปแล้ว มันคือภาพสะท้อนของหลายสิ่งพร้อมกัน ทั้งวินัยความอดทนของนักเตะที่ไม่เคยยอมแพ้แม้เส้นทางจะไม่ราบรื่น ความฉลาดในการบริหารเงินของสโมสรที่รู้จักลงทุนอย่างคุ้มค่า และทิศทางยุทธวิธีที่ชัดเจนของโค้ชคนใหม่ที่ต้องการนักเตะที่ตอบโจทย์ระบบมากกว่าแค่ชื่อเสียง
คำถามที่น่าติดตามต่อจากนี้คือ ชาบาร์เรียจะสามารถปรับตัวเข้ากับความเข้มข้นของพรีเมียร์ลีกได้เร็วแค่ไหน และเรื่องราวของนักเตะที่กว่าจะโด่งดังต้องใช้เวลานานกว่าคนอื่นแบบนี้ จะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายคนที่กำลังท้อแท้กับเส้นทางของตัวเองหรือไม่
สรุปประเด็นสำคัญ
- เชลซีเซ็นสัญญา 5 ปีกับ เป๊ป ชาบาร์เรีย แบ็กซ้ายวัย 28 จาก ราโย บาเยกาโน่ มูลค่าราว 16.3-21 ล้านยูโร เพื่อทดแทน มาร์ก กูกูเรย่า
- ชาบาร์เรียเป็นนักเตะสายช้าแต่ชัวร์ กว่าจะเดบิวต์ลาลีกาครั้งแรกก็อายุ 24 ปี ก่อนไต่เต้าจนถึงรอบชิงคอนเฟอเรนซ์ ลีก
- สไตล์การเล่นของเขาตรงกับระบบของ Xabi Alonso ที่ต้องการแบ็กพาบอลขึ้นหน้าเก่งและเล่นได้ทั้งรุกและรับ
- ดีลนี้สะท้อนแนวคิดบริหารทีมของเชลซีที่เริ่มเน้นประสบการณ์มากขึ้น หลังคว้า เวลเบ็ค และ เฮนเดอร์สัน มาก่อนหน้านี้
- ชาบาร์เรียจะต้องแข่งขันตำแหน่งกับ จอร์เรล ฮาโต้ ในทีมชุดใหม่ฤดูกาล 2026-27
คำถามที่พบบ่อย
Q: เป๊ป ชาบาร์เรีย ย้ายมาเชลซีด้วยค่าตัวเท่าไหร่ A: ค่าตัวเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 16.3 ล้านปอนด์ หรือราว 19 ล้านยูโร บวกโบนัสตามเงื่อนไขผลงานอีกราว 1.7-2 ล้านปอนด์ รวมมูลค่าสูงสุดใกล้เคียง 21 ล้านยูโร
Q: ชาบาร์เรียเซ็นสัญญากับเชลซีนานกี่ปี A: เขาเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับเชลซีเป็นเวลา 5 ปี มีผลจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2031
Q: ชาบาร์เรียเล่นตำแหน่งไหน A: เขาเล่นตำแหน่งแบ็กซ้าย และถูกวางตัวให้มาทดแทน มาร์ก กูกูเรย่า ที่ย้ายไปเรอัล มาดริด
Q: ก่อนมาเชลซี ชาบาร์เรียเล่นให้ทีมไหน A: เขาเล่นให้ ราโย บาเยกาโน่ มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2022 หลังย้ายมาจากเรอัล ซาราโกซ่า
Q: ทำไมชาบาร์เรียถึงถูกมองว่าเป็นนักเตะสายช้าแต่ชัวร์ A: เพราะเขาไม่ได้ลงเล่นในลาลีกาครั้งแรกจนกระทั่งอายุ 24 ปี และเพิ่งได้ลงเล่นในเวทียุโรปครั้งแรกตอนอายุ 27 ปี ซึ่งช้ากว่านักเตะดาวรุ่งทั่วไปมาก
Q: ราโย บาเยกาโน่ ทำผลงานได้ดีแค่ไหนในฤดูกาลที่ผ่านมา A: ทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก และจบอันดับที่ 8 ในลาลีกา ก่อนพ่ายให้คริสตัล พาเลซ 0-1 ในนัดชิงชนะเลิศ
Q: ชาบาร์เรียมีจุดเด่นด้านไหนที่ทำให้เชลซีสนใจ A: เขาเป็นแบ็กที่พาบอลขึ้นหน้าได้ดี เปิดบอลแม่นยำ และมีความเร็วสูงสุดถึง 36.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เข้ากับระบบของ Xabi Alonso ที่ต้องการแบ็กที่บุกขึ้นเกมได้ด้วยตัวเอง
Q: ระบบการเล่นของ Xabi Alonso ที่เชลซีเป็นแบบไหน A: อลอนโซนิยมใช้ระบบที่เน้นเซ็นเตอร์แบ็กเล่นบอลเก่งและแบ็กข้างที่ผลัดกันบุกขึ้นสูงหรือหุบเข้ามาช่วยขึ้นเกม ซึ่งเป็นแนวทางที่เขาเคยประสบความสำเร็จมาแล้วที่ Bayer Leverkusen
Q: เชลซีขาย มาร์ก กูกูเรย่า ไปในราคาเท่าไหร่ A: เชลซีขายกูกูเรย่าให้เรอัล มาดริดไปในราคาประมาณ 60 ล้านยูโร ก่อนนำเงินบางส่วนมาลงทุนซื้อชาบาร์เรียกลับเข้าทีม
Q: ชาบาร์เรียจะต้องแข่งขันตำแหน่งกับใครในทีมเชลซี A: เขาจะต้องแข่งขันตำแหน่งแบ็กซ้ายกับ จอร์เรล ฮาโต้ นักเตะดาวรุ่งที่เคยได้โอกาสลงเล่นในตำแหน่งนี้ระหว่างช่วงพรีซีซั่น
Q: ชาบาร์เรียเกิดที่ไหนและมีเส้นทางอาชีพอย่างไร A: เขาเกิดที่เมืองฟิเกเรส แคว้นคาตาลุญญา และไต่เต้าจากทีมเยาวชนบ้านเกิด ผ่านโอลอต ซาราโกซ่า ก่อนมาประสบความสำเร็จที่ราโย บาเยกาโน่
Q: ดีลนี้สะท้อนแนวทางบริหารทีมของเชลซีในซัมเมอร์นี้อย่างไร A: สะท้อนการเปลี่ยนนโยบาย จากเดิมที่เน้นซื้อนักเตะดาวรุ่งอายุน้อยเป็นหลัก มาเป็นการเพิ่มนักเตะที่มีประสบการณ์ เช่น แดนนี่ เวลเบ็ค และจอร์แดน เฮนเดอร์สัน เข้าทีมด้วย