ในตลาดซื้อขายนักเตะฤดูร้อนปี 2026 ที่กำลังเดินเข้าสู่โค้งสุดท้าย มีสโมสรหนึ่งที่ขยับตัวเงียบ ๆ แต่หนักหน่วงราวกับหมีที่กำลังสะสมพลังก่อนจำศีล นั่นคือ แอตเลติโก มาดริด ทีมที่ใช้ตราสัญลักษณ์หมีเป็นเอกลักษณ์ จนแฟนบอลไทยเรียกขานกันติดปากว่า “ตราหมี”
คำถามที่น่าสนใจคือ สโมสรที่ไม่ได้ร่ำรวยเท่าสองยักษ์ใหญ่แห่งกรุงมาดริดอย่างเรอัลและบาร์เซโลนา จะสามารถปรับโครงสร้างแนวรับทั้งแผงได้อย่างไร ภายในซัมเมอร์เดียว โดยไม่ต้องแตะเงินก้อนใหม่จากสปอนเซอร์แม้แต่ยูโรเดียว คำตอบอยู่ที่โมเดลธุรกิจที่เฉียบคมและแผนการที่เชื่อมโยงกันเป็นห่วงโซ่ ตั้งแต่แบ็กซ้ายชาวอิตาเลียน ไปจนถึงเซนเตอร์แบ็กกัปตันทีมจากลอนดอนเหนือ
เมื่อประตูหนึ่งปิด อีกประตูหนึ่งก็เปิด: เส้นทางของมัตเตโอ รุจเจรี่ สู่วิลล่า พาร์ค
จุดเริ่มต้นของทั้งปฏิบัติการอยู่ที่การขาย มัตเตโอ รุจเจรี่ แบ็กซ้ายวัย 24 ปี ให้กับ แอสตัน วิลล่า ในพรีเมียร์ลีก ดีลนี้เดินหน้าอย่างรวดเร็วหลังแอสตัน วิลล่าตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับรุจเจรี่ ขณะที่การย้ายทีมมูลค่า 18 ล้านยูโรจากแอตเลติโก มาดริดกำลังใกล้เสร็จสมบูรณ์ เพื่อทดแทนตำแหน่งของลูกัส ดีญ่ที่กำลังจะย้ายออก
ตัวเลขสุดท้ายของดีลนี้ถูกยืนยันโดยหลายสำนักข่าวว่าอยู่ที่มูลค่ารวม 25 ล้านยูโร บวกโบนัสอีก 1.5 ล้านยูโร ซึ่งถือเป็นราคาที่สูงขึ้นอย่างน่าสนใจ เพราะเพียงปีเดียวก่อนหน้านี้ เขาเพิ่งย้ายจากอตาลันต้ามาสู่แอตเลติโก มาดริดด้วยค่าตัวเพียง 17 ล้านยูโร บวกโบนัสตามผลงานอีกไม่เกิน 3 ล้านยูโร
เหตุผลที่วิลล่าต้องรีบปิดดีลนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะลูกัส ดีญ่ แบ็กซ้ายทีมชาติฝรั่งเศสมีแนวโน้มจะย้ายไปปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทำให้รุจเจรี่กลายเป็นตัวเลือกที่อายุน้อยกว่าและเข้ามาช่วยลดอายุเฉลี่ยของแนวรับ พร้อมมอบความสูงและความหลากหลายในการเล่นให้กับทีม และเมื่อดูสถิติที่รุจเจรี่ทำไว้ในลาลีกาฤดูกาลที่ผ่านมาจะยิ่งเข้าใจว่าทำไมยูไนเต็ด เอมรี่ ถึงยอมทุ่มเงินขนาดนี้ เพราะเขาลงเล่นในลาลีกา 26 นัด สร้างโอกาสทำประตูสำคัญถึง 5 ครั้ง ชนะการดวลลูกกลางอากาศ 59 เปอร์เซ็นต์ และดวลบอลภาคพื้น 38 เปอร์เซ็นต์ พร้อมช่วยทีมรักษาคลีนชีตได้ 5 นัด
สิ่งที่น่าจับตาไม่แพ้ตัวเลขค่าตัวคือการที่ทั้งสองสโมสรจับมือกันในหลักการมาหลายวันแล้ว แต่กว่ารุจเจรี่จะยอมเซ็นสัญญาส่วนตัวก็ต้องรอจนถึงค่ำวันหนึ่ง สะท้อนให้เห็นว่าแม้ราคาจะลงตัว แต่หัวใจของนักเตะก็ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่สโมสรควบคุมไม่ได้เสมอไป
นาฮูเอล โมลีน่า: เมื่อดาวเตะระดับโลกต้องเดินจากไปเพราะพื้นที่ในสนามไม่พอ
ขาที่สองของปฏิบัติการนี้คือการปล่อยตัว นาฮูเอล โมลีน่า แบ็กขวาทีมชาติอาร์เจนตินาวัย 28 ปี กลับสู่เซเรีย อา กับสโมสร โรม่า ซึ่งถือเป็นการหวนคืนบ้านเก่าในแง่ลีก เพราะโมลีน่าเคยค้าแข้งในเซเรีย อากับอูดิเนเซ่มาก่อนจะย้ายสู่แอตเลติโก มาดริดด้วยค่าตัว 20 ล้านยูโรเมื่อปี 2022
ดีลนี้ปิดจบด้วยมูลค่าที่แตกต่างกันเล็กน้อยตามแต่ละสำนักข่าว แต่ตัวเลขที่ใกล้เคียงความจริงที่สุดคือค่าตัว 13 ล้านยูโร บวกโบนัสและตัวแปรอีก 4 ล้านยูโร รวมเป็นประมาณ 17 ล้านยูโร โดยโมลีน่าจะเซ็นสัญญากับโรม่าถึงกลางปี 2029 ด้วยค่าเหนื่อยราวปีละ 3 ล้านยูโร
สิ่งที่น่าสนใจในมิติมนุษย์ของดีลนี้คือ แม้โมลีน่าจะเป็นแชมป์โลกกับทีมชาติอาร์เจนตินา แต่ในสโมสรเขาไม่เคยคว้าแชมป์รายการใดกับแอตเลติโกเลย แม้จะเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่เข้าถึงรอบลึก ๆ ของทัวร์นาเมนต์น็อกเอาต์แทบทุกฤดูกาล เป็นบทเรียนสำคัญว่าโปรไฟล์ระดับโลกในทีมชาติ ไม่ได้การันตีตำแหน่งตัวจริงในสโมสรเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อในสองฤดูกาลหลังสุด เขากลายเป็นตัวสำรองเป็นส่วนใหญ่ และลงเป็นตัวจริงในลาลีกาเพียง 13 นัดในฤดูกาล 2025/26 แม้จุดแข็งที่แฟนบอลจดจำได้คือสายตาในการทำประตูจากตำแหน่งแบ็กขวา ซึ่งเขายิงได้ถึง 9 ประตูจาก 181 นัดให้แอตเลติโก รวมถึงประตูระยะไกลที่น่าประทับใจใส่เกตาเฟ่และเรอัล มาดริด ก็ไม่อาจหักล้างความจริงที่ว่าพื้นที่ในตัวจริงมีจำกัด และสโมสรต้องการเงินสดเพื่อไปลงทุนกับเป้าหมายที่ใหญ่กว่า
คริสเตียน โรเมโร่: ปมรักบ้านเกิดทีมใจที่ชนะทุกข้อเสนอจากคู่แข่ง
หากสองดีลแรกคือ “การขาย” เพื่อหาสภาพคล่อง ดีลที่สามคือ “การซื้อ” ที่เป็นเป้าหมายแท้จริงของซีเมโอเน่ นั่นคือการดึงตัว คริสเตียน โรเมโร่ กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินาและเซนเตอร์แบ็กคนสำคัญของ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์
ความน่าสนใจของดีลนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “สงครามแย่งชิงหัวใจ” ระหว่างสามสโมสรยักษ์ใหญ่ ก่อนหน้านี้อินเตอร์ มิลานเคยตกลงราคาที่ 34 ล้านปอนด์กับสเปอร์สไว้แล้ว แต่ดีลกลับไม่คืบหน้าต่อ เพราะโรเมโร่ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะย้ายไปมาดริดมากกว่า และยอมรอคอยแทนที่จะตัดสินใจไปอินเตอร์ทันที ขณะเดียวกันฝั่ง อาร์เซนอล แชมป์พรีเมียร์ลีกก็เคยพยายามเข้าหาเช่นกัน แต่สเปอร์สปฏิเสธการเจรจากับคู่ปรับร่วมเมืองอย่างเด็ดขาด แม้จะเกิดจากปัญหาอาการบาดเจ็บของวิลเลียม ซาลิบา ที่ทำให้อาร์เซนอลต้องการเสริมแนวรับกะทันหัน
ล่าสุด ณ วันที่ 11 สิงหาคม 2026 สถานการณ์ก็เดินทางมาถึงจุดที่ใกล้ปิดดีลเต็มที ตามรายงานล่าสุดระบุว่าโรเมโร่กำลังจะเซ็นสัญญากับแอตเลติโก มาดริดจนถึงกลางปี 2030 พร้อมออปชันต่อสัญญาถึงปี 2031 โดยจะได้รับค่าเหนื่อยปีละ 6 ล้านยูโร ส่วนราคาที่ตกลงกันนั้นแอตเลติโกยอมจ่ายตามที่สเปอร์สเรียกร้องไว้ที่ 45 ล้านยูโร หลังก่อนหน้านี้อินเตอร์เคยพยายามแต่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับสเปอร์สที่เรียกราคาไว้ในระดับเดียวกันได้
สิ่งที่ทำให้ดีลนี้มีมิติทางอารมณ์มากกว่าตัวเลขคือการที่โรเมโร่ลงเล่นให้สโมสรลอนดอนเหนือไปทั้งหมด 122 นัด ยิงได้ 11 ประตู และเคยคว้าแชมป์โลกกับทีมชาติอาร์เจนตินาในปี 2022 ก่อนจะตัดสินใจโบกมือลาเพื่อไปร่วมทีมกับเพื่อนร่วมชาติที่มาดริด โดยที่แอตเลติโก เขาจะได้กลับมาเล่นร่วมทีมกับเพื่อนร่วมชาติอาร์เจนตินาอย่างฆูเลียน อัลบาเรซ, ฆวน มุสโซ และนาฮูเอล โมลีน่า ภายใต้การคุมทีมของโค้ชชาวอาร์เจนตินา ดิเอโก้ ซีเมโอเน่
วิทยาศาสตร์เบื้องหลังเกมรับของซีเมโอเน่: ทำไมต้องเป็นโปรไฟล์แบบนี้
ถ้ามองผ่านมุมของวิทยาศาสตร์การกีฬาและยุทธศาสตร์ทีม จะเห็นว่าทั้งสามดีลนี้ไม่ใช่การซื้อขายแบบสุ่มสี่สุ่มห้า แต่เป็นการต่อจิ๊กซอว์ที่มีเป้าหมายชัดเจน ซีเมโอเน่ขึ้นชื่อเรื่องระบบเกมรับที่เน้นความแข็งแกร่งทางร่างกาย วินัยในตำแหน่ง และความสามารถในการดวลหนึ่งต่อหนึ่งสูง สถิติของรุจเจรี่ที่ชนะดวลลูกกลางอากาศเกินครึ่งและช่วยทีมเก็บคลีนชีตได้อย่างสม่ำเสมอ สอดคล้องกับปรัชญาการเล่นที่เน้นความมั่นคงมากกว่าความหวือหวา
ขณะที่โรเมโร่ก็ถือเป็นตัวแทนของ “เซนเตอร์แบ็กสายดุดัน” ที่พร้อมเข้าปะทะและอ่านเกมได้เร็ว คุณสมบัติที่จำเป็นในระบบสามเซนเตอร์แบ็กหรือแนวรับสี่คนที่ต้องขึ้นบุกสูงแบบที่แอตเลติโกใช้ในหลายฤดูกาลที่ผ่านมา การได้กัปตันทีมที่ผ่านสังเวียนพรีเมียร์ลีกซึ่งเป็นลีกที่ดุดันที่สุดในโลกมาแล้วจึงเป็นเหมือนการยกระดับมาตรฐานความเข้มข้นในห้องแต่งตัวโดยอัตโนมัติ
นี่คือบทเรียนสำหรับคนวัยทำงานที่ชื่นชอบกีฬา: การพัฒนาตัวเองที่ยั่งยืนไม่ได้มาจากพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่มาจากการเลือก “ระบบ” ที่เหมาะกับจุดแข็งของตัวเองให้เจอ เหมือนที่รุจเจรี่และโรเมโร่กำลังจะพิสูจน์ในสนามหญ้าเมโทรโปลิตาโน่
มิติจิตใจ: ทำไมนักเตะถึงยอมทิ้งเวทีใหญ่เพื่อ “กลับบ้าน”
สิ่งที่ทำให้แฟนบอลรุ่นใหม่คลั่งไคล้เรื่องราวเหล่านี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขค่าตัว แต่คือปมทางจิตใจของนักเตะแต่ละคน โรเมโร่พูดถึงความปรารถนาที่จะเล่นในลาลีกามาตลอด และเลือกที่จะรอคอยดีลจากมาดริดแทนที่จะรีบตัดสินใจไปอินเตอร์ที่เสนอเงื่อนไขพร้อมกว่า สะท้อนแนวคิดเรื่อง “การรอคอยสิ่งที่ใช่ ดีกว่ารีบคว้าสิ่งที่พร้อม” ซึ่งเป็นบทเรียนที่ประยุกต์ใช้ได้กับชีวิตการทำงานของคนทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกงาน เลือกเส้นทางธุรกิจ หรือแม้แต่การตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต
ส่วนโมลีน่าแม้จะเคยเป็นแชมป์โลก แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่าตำแหน่งตัวจริงในสโมสรมีจำกัด การเลือกย้ายไปหาพื้นที่ในสนามที่โรม่าจึงไม่ใช่ความล้มเหลว แต่คือการบริหารจัดการอาชีพอย่างชาญฉลาด เป็นแนวคิดที่คนวัยทำงานยุคใหม่เข้าใจดี นั่นคือบางครั้งการเปลี่ยนสนามแข่งขันคือกลยุทธ์ที่ฉลาดกว่าการฝืนอยู่ในที่ที่ไม่มีพื้นที่ให้เติบโต
มิติธุรกิจ: โมเดล “ขายเพื่อซื้อ” ที่ทำให้แอตเลติโกอยู่รอดในยุคเงินทุนมหาศาล
ในยุคที่สโมสรฟุตบอลยุโรปเผชิญกฎการเงินที่เข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ แอตเลติโก มาดริดกลายเป็นตัวอย่างของการบริหารสโมสรแบบ “หนึ่งเข้า หนึ่งออก” อย่างเป็นระบบ ก่อนหน้านี้มีรายงานชัดเจนว่าสถานการณ์การเงินปัจจุบันของสโมสรต้องการนโยบายหนึ่งเข้าหนึ่งออกเพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ซึ่งอธิบายได้ชัดเจนว่าทำไมการขายรุจเจรี่และโมลีน่าจึงต้องเกิดขึ้นก่อนที่ดีลโรเมโร่จะปิดจบได้
เมื่อคำนวณคร่าว ๆ เงินที่ได้จากการขายรุจเจรี่ราว 25-26 ล้านยูโร บวกกับเงินจากการขายโมลีน่าอีกราว 17-18 ล้านยูโร รวมแล้วใกล้เคียง 43-44 ล้านยูโร ซึ่งเกือบเท่ากับตัวเลข 45 ล้านยูโรที่ต้องจ่ายเพื่อคว้าตัวโรเมโร่พอดิบพอดี นี่คือศิลปะการบริหารเงินทุนหมุนเวียนที่ทำให้สโมสรระดับกลางค่อนไปทางใหญ่ยังคงแข่งขันกับทีมที่มีเจ้าของทุนหนากว่าได้อย่างสมศักดิ์ศรี
โมเดลนี้ยังสะท้อนแนวคิดทางธุรกิจที่คนทำงานยุคดิจิทัลนำไปปรับใช้ได้ นั่นคือการบริหารกระแสเงินสดให้สมดุล ไม่ลงทุนเกินตัว และรู้จักปล่อยสินทรัพย์ที่ไม่ก่อประโยชน์สูงสุดออกไป เพื่อนำทุนไปลงกับสิ่งที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากว่าในระยะยาว
อนาคตของตลาดซื้อขายในยุคที่ทุกดีลกลายเป็นคอนเทนต์
อีกมิติที่น่าจับตาคือวิธีที่ข่าวการย้ายทีมเหล่านี้แพร่กระจายในโลกออนไลน์ ทุกวันนี้ดีลย้ายทีมไม่ได้ถูกประกาศผ่านแถลงการณ์ทางการเพียงอย่างเดียว แต่ถูกปล่อยทีละสเต็ปผ่านนักข่าวสายทรานเฟอร์ชื่อดังบนโซเชียลมีเดีย สร้างปรากฏการณ์ที่แฟนบอลติดตามความคืบหน้าแบบเรียลไทม์ ราวกับกำลังดูซีรีส์ที่มีตอนต่อทุกวัน
ปรากฏการณ์นี้เปลี่ยนวิธีที่แฟนบอลรุ่นใหม่บริโภคข่าวกีฬาไปโดยสิ้นเชิง จากเดิมที่รอฟังข่าวใหญ่เพียงวันเดียว กลายเป็นการติดตามทุกความเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ ทั้งการเดินทางไปตรวจร่างกาย การเจรจาต่อรองเปอร์เซ็นต์โบนัส ไปจนถึงท่าทีของตัวนักเตะเอง สิ่งเหล่านี้กลายเป็นคอนเทนต์ที่สร้างมูลค่าทางธุรกิจให้กับสื่อกีฬาและแพลตฟอร์มต่าง ๆ มหาศาล และเป็นสัญญาณว่าอนาคตของอุตสาหกรรมฟุตบอลจะผูกติดกับโลกดิจิทัลแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ
บทสรุป: เมื่อความอดทนและกลยุทธ์ชนะเงินก้อนโต
เรื่องราวของรุจเจรี่ โมลีน่า และโรเมโร่ ไม่ใช่แค่ข่าวย้ายทีมธรรมดา แต่คือบทเรียนเรื่องกลยุทธ์ในทุกมิติ ตั้งแต่การบริหารเงินทุนอย่างชาญฉลาดของสโมสร ไปจนถึงความอดทนรอคอยสิ่งที่ใช่ของนักเตะแต่ละคน แอตเลติโก มาดริดกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าการเป็นสโมสรระดับท็อปของยุโรปไม่จำเป็นต้องมีเงินทุนไม่จำกัดเสมอไป แต่ต้องมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและกล้าตัดสินใจในจังหวะที่ถูกต้อง
คำถามที่น่าติดตามต่อจากนี้คือ เมื่อแนวรับชุดใหม่ลงตัวครบทั้งแผง ซีเมโอเน่จะพาทีมกลับไปทวงบัลลังก์แชมป์ลาลีกาและลุ้นถ้วยยุโรปได้อีกครั้งหรือไม่ และท็อตแน่มจะนำเงิน 45 ล้านยูโรไปเสริมทัพในตำแหน่งใดเพื่อเติมเต็มช่องว่างที่กัปตันทีมทิ้งไว้
สรุปประเด็นสำคัญ
- แอสตัน วิลล่าเกือบปิดดีลมัตเตโอ รุจเจรี่จากแอตเลติโก มาดริด ด้วยมูลค่าราว 25-26.5 ล้านยูโร ทดแทนลูกัส ดีญ่ที่ย้ายไปปารีส แซงต์ แชร์กแมง
- โรม่าบรรลุข้อตกลงคว้านาฮูเอล โมลีน่า แบ็กขวาทีมชาติอาร์เจนตินา กลับสู่เซเรีย อาด้วยค่าตัวราว 17-18 ล้านยูโร
- เงินที่ได้จากการขายสองรายนี้ถูกนำไปใช้เป็นทุนซื้อคริสเตียน โรเมโร่ กัปตันทีมท็อตแน่ม ด้วยราคาราว 45 ล้านยูโร เอาชนะการแข่งขันจากอินเตอร์ มิลานและอาร์เซนอล
- โรเมโร่จะได้กลับมาเล่นร่วมทีมกับเพื่อนร่วมชาติอาร์เจนตินาอย่างฆูเลียน อัลบาเรซและนาฮูเอล โมลีน่า ภายใต้โค้ชดิเอโก้ ซีเมโอเน่
- ทั้งสามดีลสะท้อนโมเดลบริหารการเงินแบบ “หนึ่งเข้า หนึ่งออก” ที่ทำให้สโมสรระดับกลางแข่งขันกับทีมทุนหนาได้อย่างยั่งยืน
คำถามที่พบบ่อย
Q: มัตเตโอ รุจเจรี่ย้ายไปแอสตัน วิลล่าด้วยค่าตัวเท่าไหร่ A: ตามรายงานล่าสุดดีลนี้มีมูลค่ารวมประมาณ 25 ล้านยูโร บวกโบนัสอีก 1.5 ล้านยูโร รวมแล้วใกล้เคียง 26.5 ล้านยูโร
Q: ทำไมแอสตัน วิลล่าถึงต้องการแบ็กซ้ายคนใหม่ A: เพราะลูกัส ดีญ่ แบ็กซ้ายตัวหลักมีแนวโน้มย้ายไปปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทำให้ทีมต้องหาตัวแทนที่อายุน้อยกว่าเข้ามาเสริม
Q: นาฮูเอล โมลีน่าย้ายไปโรม่าด้วยเหตุผลอะไร A: เพราะพื้นที่ตัวจริงในแอตเลติโกมีจำกัดในช่วงสองฤดูกาลหลัง เขาจึงเลือกย้ายกลับสู่เซเรีย อาเพื่อหาโอกาสลงเล่นที่มากขึ้น
Q: ค่าตัวของนาฮูเอล โมลีน่าอยู่ที่เท่าไหร่ A: ตัวเลขที่รายงานตรงกันมากที่สุดคือประมาณ 13 ล้านยูโรเป็นค่าตัวคงที่ บวกโบนัสอีกไม่เกิน 4 ล้านยูโร รวมประมาณ 17 ล้านยูโร
Q: คริสเตียน โรเมโร่ย้ายไปแอตเลติโก มาดริดด้วยค่าตัวเท่าไหร่ A: ตามรายงานล่าสุด แอตเลติโกยอมจ่ายตามราคาที่ท็อตแน่มเรียกร้องไว้ที่ประมาณ 45 ล้านยูโร
Q: ทำไมโรเมโร่ถึงเลือกแอตเลติโก มาดริดแทนอินเตอร์ มิลาน A: เพราะโรเมโร่มีความต้องการส่วนตัวที่จะเล่นในลาลีกามาตลอด แม้อินเตอร์จะเคยตกลงราคากับท็อตแน่มไว้ก่อนแล้วก็ตาม
Q: อาร์เซนอลเคยพยายามดึงตัวโรเมโร่หรือไม่ A: เคยมีความพยายามติดต่อ แต่ท็อตแน่มปฏิเสธการเจรจาขายให้คู่แข่งร่วมเมืองอย่างเด็ดขาด
Q: โรเมโร่จะได้ค่าเหนื่อยเท่าไหร่ที่แอตเลติโก A: ตามรายงานระบุว่าเขาจะได้รับค่าเหนื่อยประมาณ 6 ล้านยูโรต่อปี พร้อมสัญญาถึงกลางปี 2030 และมีออปชันต่อถึงปี 2031
Q: เพื่อนร่วมชาติอาร์เจนตินาคนใดที่โรเมโร่จะได้ร่วมทีมที่แอตเลติโก A: เขาจะได้เล่นร่วมกับฆูเลียน อัลบาเรซ ฆวน มุสโซ และนาฮูเอล โมลีน่า ภายใต้การคุมทีมของโค้ชดิเอโก้ ซีเมโอเน่
Q: ทำไมแอตเลติโก มาดริดต้องขายผู้เล่นก่อนถึงจะซื้อโรเมโร่ได้ A: เพราะสโมสรใช้นโยบายบริหารการเงินแบบหนึ่งเข้าหนึ่งออก จึงต้องขายรุจเจรี่และโมลีน่าเพื่อนำเงินมาลงทุนกับเป้าหมายใหม่
Q: มัตเตโอ รุจเจรี่เคยค้าแข้งที่ไหนมาก่อนย้ายไปแอตเลติโก A: เขาเติบโตมาจากทีมเยาวชนของอตาลันต้า ก่อนย้ายสู่แอตเลติโก มาดริดด้วยค่าตัว 17 ล้านยูโรเมื่อฤดูกาลก่อน
Q: นาฮูเอล โมลีน่าเคยเล่นในเซเรีย อามาก่อนหรือไม่ A: เคยค้าแข้งกับอูดิเนเซ่มาก่อนจะย้ายสู่แอตเลติโก มาดริดในปี 2022 ก่อนจะกลับสู่เซเรีย อาอีกครั้งกับโรม่า