เด็กชลบุรีวัย 13 ปี ได้ไปสัมผัสสนามซ้อมพรีเมียร์ลีกจริง! เบื้องหลังทริปในฝันที่เงินก็ซื้อไม่ได้ถ้าไม่มี “วินัย”

ไฮไลท์เด็ดของเรื่องนี้

เปิดสถิติที่คนไทยอาจไม่เคยรู้: เด็กเยาวชนไทยกี่คนที่เคยได้ฝึกซ้อมในสนามระดับพรีเมียร์ลีก

ลองจินตนาการดูว่า ถ้าคุณอายุ 13 ปี กำลังเตะบอลในสนามหญ้าเทศบาลใกล้บ้าน แล้ววันหนึ่งมีคนมาบอกว่า อีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า คุณจะได้บินไปฝึกซ้อมกับโค้ชเยาวชนของอังกฤษ ได้ลงแข่งขันในสนามซ้อมระดับโลก และได้เดินเข้าไปยืนกลางสนามเหย้าของทีมพรีเมียร์ลีกจริง ๆ

นี่ไม่ใช่เรื่องแต่ง แต่คือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นจริงกับกลุ่มนักฟุตบอลเยาวชนรุ่นอายุ 13 ปี จากสโมสรชลบุรี เอฟซี ทีมแชมป์รายการ Chang Junior Cup 2026 การแข่งขันฟุตบอลเยาวชนระดับประเทศที่ถูกจัดขึ้นภายใต้พันธกิจ “ช้างเคียงข้างวงการฟุตบอลไทย” โดยน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง ที่ไม่ได้แค่มอบถ้วยรางวัลให้เด็ก ๆ กลับบ้าน แต่มอบ “ประสบการณ์ชีวิต” ที่อาจเปลี่ยนเส้นทางอนาคตของพวกเขาไปตลอดกาล

ในวันที่ 2-8 กันยายน 2569 นี้ นักเตะเยาวชนกลุ่มนี้ พร้อมด้วยนักเตะผู้ได้รับรางวัล Most Talented Player (นักเตะดาวรุ่งฝีเท้าดี) และ Chang Sportsmanship Awards (รางวัลน้ำใจนักกีฬา) จะออกเดินทางสู่ประเทศอังกฤษ ในทริป “Chang Junior Cup Trip of Champions 2026” ทริปที่ถูกออกแบบมาเพื่อเปิดโลกฟุตบอลให้เด็กไทยได้เห็นว่า ฟุตบอลระดับโลกเขาฝึกกันอย่างไร กินอยู่อย่างไร และมีวินัยแบบไหนกว่าจะก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนเวทีใหญ่ได้

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกมิติของโครงการนี้ ตั้งแต่ที่มาของทัวร์นาเมนต์ วิทยาศาสตร์เบื้องหลังการพัฒนานักเตะเยาวชน ไปจนถึงมุมมองด้านธุรกิจกีฬาที่อยู่เบื้องหลังความเคลื่อนไหวครั้งนี้ ว่าทำไมแบรนด์ใหญ่ระดับประเทศถึงยอมทุ่มงบมหาศาลเพื่อเด็กอายุแค่ 13 ปี

ที่มาที่ไป: Chang Junior Cup ไม่ใช่แค่ทัวร์นาเมนต์ แต่คือ “ระบบนิเวศ” การปั้นนักเตะไทย

ถ้าพูดถึงวงการฟุตบอลเยาวชนไทย หลายคนอาจนึกภาพการแข่งขันเล็ก ๆ ตามโรงเรียนหรือสโมสรท้องถิ่น แต่ Chang Junior Cup ถูกวางตำแหน่งให้เป็นมากกว่านั้น นี่คือเวทีระดับประเทศสำหรับนักฟุตบอลรุ่นอายุ 13 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่สำคัญมากในทางวิทยาศาสตร์การกีฬา เพราะเป็นช่วงรอยต่อระหว่างการเล่นเพื่อความสนุกกับการเริ่มฝึกฝนอย่างจริงจังเพื่อก้าวสู่เส้นทางอาชีพ

การที่แบรนด์เครื่องดื่มระดับประเทศอย่างน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง เข้ามาสนับสนุนวงการนี้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ระยะยาวภายใต้แนวคิด “ช้างเคียงข้างวงการฟุตบอลไทย” ที่มองเห็นว่า การพัฒนาฟุตบอลชาติให้แข็งแกร่งอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มจากรากฐาน ไม่ใช่แค่การสนับสนุนทีมชาติชุดใหญ่เพียงอย่างเดียว

ในปีนี้ สโมสรชลบุรี เอฟซี คว้าแชมป์รายการนี้ไปครอง พร้อมกับนักเตะที่ได้รับรางวัลเฉพาะบุคคลอย่าง Most Talented Player และ Chang Sportsmanship Awards ซึ่งเป็นรางวัลที่สะท้อนแนวคิดสำคัญของวงการกีฬาสมัยใหม่ นั่นคือ ความเก่งเพียงอย่างเดียวไม่พอ นักกีฬาที่ดีต้องมีทั้งฝีเท้าและน้ำใจนักกีฬาควบคู่กันไป

ก่อนออกเดินทาง ทีมงานจากไทยเบฟเวอเรจ นำโดยคุณโรจนสิทธิ์ มีนิจสิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา พร้อมด้วยตัวแทนจากแบรนด์ Ari (อาริ) ผู้ผลิตชุดกีฬา ได้เดินทางไปพบปะกับทีมงานสตาฟฟ์โค้ชและนักฟุตบอลของชลบุรี เอฟซี ที่โรงแรมเดอะเซส จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีคุณวิทยา เลาหกุล ประธานพัฒนาเทคนิคของสโมสร ร่วมให้การต้อนรับ กิจกรรมนี้ไม่ใช่แค่การแถลงข่าวทั่วไป แต่เป็นการเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกาย วินัย และการปรับตัวให้กับเด็ก ๆ ก่อนออกไปเผชิญโลกกว้าง

เจาะลึกโปรแกรมฝึกซ้อม: วิทยาศาสตร์การกีฬาเบื้องหลังทริปในฝัน

สิ่งที่ทำให้ทริปนี้แตกต่างจากทัวร์ท่องเที่ยวทั่วไปคือ ตารางกิจกรรมทุกอย่างถูกออกแบบมาเพื่อการพัฒนานักกีฬาอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่พาไปเที่ยวชมสนามแล้วถ่ายรูปกลับบ้าน

ฝึกซ้อมกับโค้ชเยาวชนอังกฤษที่สนามซีเกรฟ

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการได้ฝึกซ้อมกับทีมผู้ฝึกสอนเยาวชนของประเทศอังกฤษ ณ สนามซีเกรฟ ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์ฝึกซ้อมฟุตบอลชั้นนำของประเทศ ศูนย์ฝึกลักษณะนี้ในอังกฤษมักมีมาตรฐานการดูแลนักกีฬาเยาวชนที่ครบวงจร ตั้งแต่การฝึกทักษะพื้นฐาน การอ่านเกม ไปจนถึงการวางแผนการเล่นเป็นทีม ซึ่งแตกต่างจากการฝึกซ้อมทั่วไปที่เด็กไทยคุ้นเคย เพราะเน้นการพัฒนาแบบเป็นระบบ มีการเก็บข้อมูลและประเมินผลนักเตะแต่ละคนอย่างละเอียด

การได้สัมผัสวัฒนธรรมการฝึกซ้อมแบบนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย คือสิ่งที่นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาเรียกว่า “การปลูกฝังมาตรฐานสูงตั้งแต่วัยพัฒนา” ยิ่งเด็กได้เห็นมาตรฐานที่สูงเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะตั้งเป้าหมายให้ตัวเองสูงขึ้นตามไปด้วย

นัดกระชับมิตรกับทีมเยาวชนชั้นนำของอังกฤษ

นอกจากการฝึกซ้อม เด็ก ๆ ยังจะได้ลงแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตรกับทีมเยาวชนของอังกฤษด้วย นี่คือบทเรียนที่หาไม่ได้จากตำราเล่มไหน เพราะการเจอคู่แข่งที่มีสไตล์การเล่นแตกต่างจากที่คุ้นเคย จะบังคับให้นักเตะต้องปรับตัว คิดเร็ว ตัดสินใจเร็ว ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญไม่แพ้ทักษะทางเทคนิคล้วน ๆ

เยี่ยมชมคิง เพาเวอร์ สเตเดียม และเรียนรู้เรื่องโภชนาการ

อีกหนึ่งไฮไลต์คือการได้เยี่ยมชมคิง เพาเวอร์ สเตเดียม รังเหย้าของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรที่มีความผูกพันพิเศษกับคนไทย เพราะเป็นของกลุ่มทุนไทย และเคยสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาแล้วอย่างเหลือเชื่อในฤดูกาล 2015-16 การได้เดินเข้าไปในสนามระดับนี้ จะทำให้เด็ก ๆ เห็นภาพว่า “ความฝัน” ที่ดูเหมือนไกลตัว จริง ๆ แล้วมีคนไทยเคยไปยืนอยู่ตรงจุดสูงสุดของวงการนี้มาแล้ว

ในทริปนี้ เด็ก ๆ ยังจะได้เรียนรู้เรื่องโภชนาการและการเตรียมความพร้อมร่างกายก่อนการแข่งขัน ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่มักถูกมองข้ามในระบบฟุตบอลเยาวชนไทย ทั้งที่จริงแล้วอาหารการกินมีผลโดยตรงต่อพัฒนาการของกล้ามเนื้อ ความแข็งแรง และการฟื้นตัวของร่างกายเด็กในวัยกำลังเจริญเติบโต

ทำไมเรื่องแบบนี้ถึง “ปัง” ในใจคนไทย: มิติด้านจิตใจและแรงบันดาลใจ

ถ้าสังเกตให้ดี ข่าวลักษณะนี้มักได้รับความสนใจอย่างล้นหลามในโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับโลกของโซเชียล และนี่คือเหตุผลที่ลึกกว่าแค่ “ข่าวกีฬา” ธรรมดา

วินัยคือกุญแจ ไม่ใช่พรสวรรค์เพียงอย่างเดียว

สิ่งที่คนรุ่น 18-40 ปีเชื่อมโยงได้มากที่สุดจากเรื่องราวแบบนี้คือแนวคิดเรื่อง “วินัย” เพราะกว่าเด็กกลุ่มนี้จะได้รับสิทธิ์เดินทางไปอังกฤษ พวกเขาต้องผ่านการฝึกซ้อมอย่างหนัก ผ่านการแข่งขันในระดับประเทศ และต้องแสดงให้เห็นทั้งฝีเท้าและน้ำใจนักกีฬา ไม่ใช่แค่โชคช่วยหรือพรสวรรค์ล้วน ๆ

เรื่องราวนี้จึงสะท้อนบทเรียนที่ใช้ได้กับชีวิตคนทำงานเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน การเรียน หรือการพัฒนาตัวเอง นั่นคือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มักมาจากการสั่งสมความพยายามเล็ก ๆ อย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ความสำเร็จที่เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน

แรงบันดาลใจที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่ความฝันลอย ๆ

อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เรื่องนี้เข้าถึงใจคนไทยคือ มันคือ “แรงบันดาลใจที่จับต้องได้” ไม่ใช่แค่การพูดลอย ๆ ว่าเด็กไทยเก่งพอจะไปแข่งขันระดับโลกได้ แต่มีเวทีจริง มีทริปจริง มีสนามจริงให้เด็ก ๆ ได้ไปสัมผัส สิ่งนี้สร้างความหวังให้กับครอบครัวนักฟุตบอลเยาวชนทั่วประเทศว่า ถ้าลูกหลานของพวกเขาฝึกซ้อมหนักพอ มีวินัยพอ โอกาสแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝัน

นอกจากนี้ การที่แบรนด์ใหญ่ให้ความสำคัญกับรางวัล Chang Sportsmanship Awards ควบคู่ไปกับรางวัลด้านฝีเท้า ยังเป็นการส่งสารสำคัญไปถึงพ่อแม่ผู้ปกครองและวงการกีฬาเยาวชนทั้งระบบว่า การเลี้ยงลูกให้เป็นนักกีฬาที่ดี ไม่ใช่แค่เก่งอย่างเดียว แต่ต้องมีน้ำใจนักกีฬาด้วย

มิติด้านธุรกิจและอนาคต: เมื่อฟุตบอลเยาวชนกลายเป็นยุทธศาสตร์แบรนด์ระยะยาว

ในมุมของธุรกิจกีฬา การลงทุนกับฟุตบอลเยาวชนแบบนี้ไม่ใช่เรื่องของการทำกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) แบบฉาบฉวยอีกต่อไป แต่กลายเป็นยุทธศาสตร์ระยะยาวที่แบรนด์ใหญ่ทั่วโลกใช้กันอย่างจริงจัง

ทำไมแบรนด์ต้องลงทุนกับเด็กอายุ 13 ปี

หากมองในแง่การตลาด การสนับสนุนนักกีฬาดาวรุ่งตั้งแต่วัยเยาว์ คือการ “ปลูกความผูกพัน” กับแบรนด์ตั้งแต่ต้นทาง เด็กที่ได้รับโอกาสดี ๆ จากแบรนด์ในวันนี้ เมื่อเติบโตขึ้นไปเป็นนักเตะอาชีพหรือแม้แต่นักเตะทีมชาติในอนาคต ก็มักจะกลายเป็นตัวแทนที่มีความผูกพันกับแบรนด์นั้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์แบบสปอนเซอร์-นักกีฬาทั่วไป

ในต่างประเทศ รูปแบบการลงทุนแบบนี้เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของ “ระบบนิเวศการพัฒนานักกีฬา” ที่บริษัทใหญ่วางตัวเองเป็นผู้สนับสนุนตั้งแต่ระดับรากหญ้าไปจนถึงระดับอาชีพ ซึ่งสร้างทั้งภาพลักษณ์ที่ดีให้แบรนด์ และในขณะเดียวกันก็ช่วยยกระดับมาตรฐานวงการกีฬาของประเทศไปพร้อมกัน

การเชื่อมโยงระหว่างฟุตบอลไทยกับฟุตบอลอังกฤษ

การที่โปรแกรมทริปนี้เลือกพาเด็กไปเยี่ยมชมคิง เพาเวอร์ สเตเดียม ก็สะท้อนภาพความเชื่อมโยงระหว่างทุนไทยกับวงการฟุตบอลระดับโลกได้อย่างชัดเจน เพราะเลสเตอร์ ซิตี้ ไม่ใช่แค่สโมสรฟุตบอลอังกฤษธรรมดา แต่คือสโมสรที่เจ้าของเป็นคนไทย และเคยสร้างปรากฏการณ์ที่คนทั่วโลกจดจำ

การให้เด็กไทยได้เห็นภาพนี้ด้วยตาตัวเอง ไม่ใช่แค่ผ่านหน้าจอโทรทัศน์หรือโซเชียลมีเดีย เป็นการปลูกฝังความเชื่อว่า คนไทยก็สามารถไปยืนอยู่แถวหน้าของวงการฟุตบอลโลกได้ ไม่ใช่แค่ในฐานะแฟนบอลที่เชียร์อยู่ข้างสนามเท่านั้น

อนาคตของวงการฟุตบอลเยาวชนไทยในยุคดิจิทัล

ในยุคที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นเวทีสำคัญ การที่แบรนด์ต่าง ๆ เลือกลงทุนกับเยาวชนตั้งแต่อายุยังน้อย ยังเป็นการสร้าง “คอนเทนต์” ที่ทรงพลังไปในตัว เพราะเรื่องราวความสำเร็จของเด็กธรรมดาคนหนึ่งที่ไต่เต้าจากสนามเทศบาลไปสู่สนามพรีเมียร์ลีก คือเนื้อหาที่คนรุ่นใหม่พร้อมจะติดตามและแชร์ต่อ

นอกจากนี้ ทิศทางของวงการฟุตบอลเยาวชนไทยในอนาคต มีแนวโน้มจะให้ความสำคัญกับการสร้างเส้นทางที่เป็นระบบมากขึ้น ตั้งแต่การแข่งขันระดับประเทศ การเก็บสถิติผลงาน ไปจนถึงโอกาสในการฝึกซ้อมกับมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างระหว่างฟุตบอลเยาวชนไทยกับฟุตบอลเยาวชนในประเทศที่พัฒนาแล้วให้แคบลงเรื่อย ๆ

เส้นทางเดินทางและกำหนดการ

สำหรับผู้ที่สนใจติดตามความเคลื่อนไหวของทริปนี้ คณะเยาวชนจะออกเดินทางสู่ประเทศอังกฤษด้วยสายการบิน EVA Air เที่ยวบิน BR067 ในวันที่ 2 กันยายน 2569 และเดินทางกลับด้วยเที่ยวบิน BR068 ถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ในวันที่ 8 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 15.30 น. ตามเวลาประเทศไทย รวมระยะเวลาทริปทั้งสิ้น 7 วัน ซึ่งอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมทั้งการฝึกซ้อม การแข่งขัน และการเรียนรู้วัฒนธรรมฟุตบอลอังกฤษแบบเข้มข้น

บทสรุป: มากกว่าถ้วยแชมป์ คือการลงทุนกับ “อนาคต” ของวงการฟุตบอลไทย

ทริป Chang Junior Cup Trip of Champions 2026 อาจดูเหมือนเป็นเพียงรางวัลสำหรับทีมแชมป์การแข่งขันเยาวชนรายการหนึ่ง แต่เมื่อมองลึกลงไป นี่คือภาพสะท้อนของแนวคิดการพัฒนากีฬาที่ถูกทาง นั่นคือการลงทุนกับรากฐาน ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ระยะสั้น

เด็กชายวัย 13 ปีที่ได้เดินทางไปอังกฤษในครั้งนี้ อาจจะเป็นนักเตะทีมชาติไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้ แต่สิ่งที่แน่นอนคือ ประสบการณ์ วินัย และแรงบันดาลใจที่พวกเขาได้รับในทริปนี้ จะติดตัวพวกเขาไปตลอดชีวิต ไม่ว่าเส้นทางข้างหน้าจะนำพาพวกเขาไปทางไหนก็ตาม

คำถามที่น่าคิดต่อคือ หากประเทศไทยมีระบบสนับสนุนเยาวชนแบบนี้อย่างต่อเนื่องและครอบคลุมมากขึ้น อีกกี่ปีข้างหน้ากว่าที่เราจะได้เห็นนักเตะไทยยืนอยู่บนเวทีพรีเมียร์ลีกอย่างสง่างามในฐานะผู้เล่นตัวจริง ไม่ใช่แค่ในฐานะแฟนบอลที่เฝ้ามองอยู่หน้าจอ

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ชลบุรี เอฟซี แชมป์ Chang Junior Cup 2026 รุ่นอายุ 13 ปี ได้รับรางวัลทริปเดินทางไปอังกฤษ 2-8 กันยายน 2569
  • นักเตะจะได้ฝึกซ้อมกับโค้ชเยาวชนอังกฤษที่สนามซีเกรฟ และแข่งนัดกระชับมิตรกับทีมเยาวชนอังกฤษ
  • โปรแกรมรวมการเยี่ยมชมคิง เพาเวอร์ สเตเดียม บ้านของเลสเตอร์ ซิตี้ และเรียนรู้เรื่องโภชนาการนักกีฬา
  • ทริปนี้เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจ “ช้างเคียงข้างวงการฟุตบอลไทย” ที่เน้นพัฒนาเยาวชนอย่างยั่งยืน
  • สะท้อนยุทธศาสตร์ธุรกิจกีฬาที่ลงทุนกับรากฐานตั้งแต่ระดับเยาวชนเพื่อผลลัพธ์ระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย

Q: Chang Junior Cup 2026 คือการแข่งขันอะไร A: เป็นการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนรุ่นอายุ 13 ปี ระดับประเทศ จัดโดยน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง ภายใต้พันธกิจสนับสนุนวงการฟุตบอลไทย

Q: ทีมไหนคว้าแชมป์ Chang Junior Cup 2026 A: สโมสรชลบุรี เอฟซี คว้าแชมป์รายการนี้ พร้อมได้รับสิทธิ์เดินทางไปอังกฤษในทริป Trip of Champions

Q: ทริป Chang Junior Cup Trip of Champions 2026 เดินทางวันไหน A: เดินทางระหว่างวันที่ 2-8 กันยายน 2569 โดยสายการบิน EVA Air

Q: นักเตะจะได้ทำกิจกรรมอะไรบ้างที่อังกฤษ A: ได้ฝึกซ้อมกับโค้ชเยาวชนอังกฤษที่สนามซีเกรฟ ลงแข่งนัดกระชับมิตร เยี่ยมชมคิง เพาเวอร์ สเตเดียม และเรียนรู้เรื่องโภชนาการนักกีฬา

Q: สนามซีเกรฟคือสนามอะไร A: เป็นหนึ่งในศูนย์ฝึกซ้อมฟุตบอลชั้นนำของประเทศอังกฤษที่ใช้มาตรฐานการพัฒนานักเตะเยาวชนอย่างเป็นระบบ

Q: คิง เพาเวอร์ สเตเดียม เกี่ยวข้องกับคนไทยอย่างไร A: เป็นสนามเหย้าของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเป็นสโมสรฟุตบอลอังกฤษที่มีเจ้าของเป็นกลุ่มทุนไทย

Q: รางวัล Most Talented Player และ Chang Sportsmanship Awards คืออะไร A: เป็นรางวัลเฉพาะบุคคลที่มอบให้นักเตะดาวรุ่งฝีเท้าดีและนักเตะที่มีน้ำใจนักกีฬายอดเยี่ยมในทัวร์นาเมนต์

Q: ใครเป็นผู้สนับสนุนหลักของทริปนี้ A: น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง โดยบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับแบรนด์ชุดกีฬา Ari

Q: ทำไมแบรนด์ใหญ่ต้องลงทุนกับนักฟุตบอลเยาวชนอายุน้อย A: เพื่อสร้างระบบนิเวศพัฒนานักกีฬาตั้งแต่ระดับรากฐาน และปลูกฝังความผูกพันระยะยาวระหว่างแบรนด์กับนักกีฬาที่อาจเติบโตเป็นดาวเด่นในอนาคต

Q: เดินทางกลับถึงไทยวันไหน A: เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันที่ 8 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 15.30 น.

Q: ก่อนเดินทางมีการเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง A: มีการจัดกิจกรรมพบปะทีมงานสตาฟฟ์โค้ชและนักเตะที่โรงแรมเดอะเซส จังหวัดชลบุรี เพื่อให้คำแนะนำด้านร่างกาย วินัย และการปฏิบัติตัวเมื่อเดินทางต่างประเทศ

Q: พันธกิจ “ช้างเคียงข้างวงการฟุตบอลไทย” คืออะไร A: เป็นแนวคิดของน้ำแร่ธรรมชาติตราช้างที่มุ่งสนับสนุนและพัฒนาวงการฟุตบอลไทยอย่างยั่งยืนตั้งแต่ระดับเยาวชน