ทำไม “ทรงชัย ทองฉ่ำ” กองหลังดาวรุ่งวัย 25 ปี ถึงยอมทิ้งบัลลังก์ไทยลีก 1 ไปเริ่มใหม่ที่ไทยลีก 2 กับหนองบัว พิชญ?

ในโลกฟุตบอลอาชีพ การตัดสินใจ “ย้ายลงลีก” มักถูกมองว่าเป็นเรื่องของความล้มเหลว แต่สำหรับ ทรงชัย ทองฉ่ำ กองหลังวัย 25 ปี ที่เพิ่งได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะออกจาก ชลบุรี เอฟซี ไปร่วมทัพ หนองบัว พิชญ เอฟซี ในศึกไทยลีก 2 ฤดูกาล 2026/27 คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ นี่คือจุดจบของนักเตะดาวรุ่งที่เคยมีอนาคตไกล หรือเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ที่ถูกวางแผนมาอย่างมีเหตุผล หลายคนอาจจำชื่อ “ต้าร์” ได้จากผลงานในทีมชาติไทยรุ่นเยาวชน แต่น้อยคนจะรู้ว่าเส้นทางของเขาเต็มไปด้วยรายละเอียดที่สะท้อนภาพรวมของวงการฟุตบอลไทยทั้งระบบ ตั้งแต่การปั้นนักเตะจากอะคาเดมี ไปจนถึงการตัดสินใจด้านอาชีพในวันที่ตลาดนักเตะเปลี่ยนโฉมหน้าไปตลอดกาล จุดเริ่มต้นจากอะคาเดมีฉลามชล เส้นทางของเด็กชลบุรีที่ไม่ธรรมดา ทรงชัย ทองฉ่ำ ไม่ใช่นักเตะที่ถูกซื้อมาจากที่ไหน แต่เป็นผลผลิตแท้ๆ ของระบบอะคาเดมี ชลบุรี เอฟซี และเป็นชาวจังหวัดชลบุรีโดยกำเนิด ซึ่งเรื่องนี้มีความหมายมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะการที่นักเตะคนหนึ่งเติบโตในระบบเยาวชนของสโมสรบ้านเกิด มักหมายถึงการซึมซับวัฒนธรรมและปรัชญาการเล่นของสโมสรตั้งแต่วัยเด็ก จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนในสนาม ความโดดเด่นของเขาเริ่มปรากฏชัดในระดับเยาวชน ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลนักเรียน 17 ปี ยูธลีก และแชมป์ฟุตบอลนักเรียนกรมพลศึกษา รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ก่อนจะต่อยอดความสำเร็จด้วยตำแหน่งรองแชมป์ฟุตบอลเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย รุ่นอายุไม่เกิน … Read more

“ฉลามชล” คืนชีพ! เชาว์วัตน์ วีระชาติ บินกลับรัง ภารกิจพิสูจน์ตัวในไทยลีกสูงสุด

กองกลางวัย 29 ปีที่เคยพาชลบุรีเลื่อนชั้น กลับมาพร้อมสัญญาฉบับใหม่ และความหิวโหยที่ยังไม่มีวันสิ้นสุด ลองนึกภาพนักฟุตบอลคนหนึ่งที่เคยผ่านสนามชั้นนำมาทั้งในไทยและญี่ปุ่น เคยสวมเสื้อทีมชาติ เคยลงสนามในลีกสูงสุดของเอเชียตะวันออก แต่กลับต้องวนเวียนระหว่างการยืมตัวและสัญญาชั่วคราวมาอยู่ช่วงหนึ่ง คำถามคือ เขาจะยอมแพ้กับสถานการณ์นั้น หรือเลือกที่จะเขียนบทใหม่ในชีวิตนักเตะ? เชาว์วัตน์ วีระชาติ เลือกเส้นทางที่สอง เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 สโมสร ชลบุรี เอฟซี ประกาศอย่างเป็นทางการว่า กองกลางมากประสบการณ์วัย 29 ปีรายนี้ได้กลับมาร่วมทัพ “ฉลามชล” อีกครั้ง นับเป็นการคัมแบ็คที่แฟนบอลชลบุรีหลายคนรอคอย และนักวิเคราะห์หลายรายมองว่าอาจเป็นก้าวที่ชาญฉลาดที่สุดในหน้าตลาดซื้อขายนักเตะของสโมสรชายฝั่งแห่งนี้ในฤดูกาล 2026/27 จากวีรบุรุษเลื่อนชั้น สู่การเดินทางที่ยังไม่สิ้นสุด เพื่อเข้าใจว่าทำไมการกลับมาครั้งนี้ถึงมีความหมายมากกว่าแค่การเซ็นสัญญาธรรมดา ต้องย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่ “ฉลามชล” กำลังตกต่ำที่สุด ฤดูกาล 2024/25 ชลบุรี เอฟซี ต้องแข่งขันอยู่ในไทยลีก 2 หลังจากตกชั้นจากลีกสูงสุด ซึ่งสำหรับสโมสรที่เคยเป็นมหาอำนาจฟุตบอลไทยอย่างชลบุรีแล้ว มันไม่ใช่แค่เรื่องของผลงาน แต่คือการสูญเสียเกียรติยศและความเชื่อมั่นของแฟนบอลทั้งจังหวัด ในช่วงเลกสองของฤดูกาลนั้น ชลบุรีตัดสินใจดึงตัว เชาว์วัตน์ วีระชาติ เข้ามาเสริมแดนกลาง และผลลัพธ์ที่ได้นั้นไม่ได้ทำให้ใครต้องผิดหวัง เพราะทัพ “ฉลามชล” … Read more

ฉลามชลคว้า “กรวิชญ์ ทะสา” นักเตะคนที่ 4 ของฤดูกาลใหม่ เสริมไฟแนวรุกก่อนลุยไทยลีก 2026/27

สโมสรที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งของวงการฟุตบอลไทย กำลังส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่าฤดูกาลหน้าจะไม่ใช่แค่การเอาตัวรอด แต่คือการกลับมาครองความยิ่งใหญ่ เมื่อ ชลบุรี เอฟซี หรือ “ฉลามชล” เดินหน้าเปิดตัวนักเตะใหม่รายที่ 4 อย่าง กรวิชญ์ ทะสา อย่างเป็นทางการ คำถามที่แฟนบอลชลบุรีทุกคนอยากรู้คือ เจ้าหนุ่มวัย 26 ปีรายนี้ จะมาเปลี่ยนเกมรุกของทีมได้มากแค่ไหนกัน? กรวิชญ์ ทะสา คือใคร? ทำไมฉลามชลถึงเลือกเขา ในวงการฟุตบอลไทย ชื่อของ กรวิชญ์ ทะสา อาจไม่ได้ดังระเบิดเถิดเทิงเหมือนนักเตะดาวรุ่งที่สื่อพูดถึงทุกวัน แต่นั่นคือสิ่งที่ทำให้การคว้าตัวเขามาน่าสนใจกว่าที่หลายคนคิด กรวิชญ์เป็นผู้เล่นแนวรุกที่โดดเด่นด้านความยืดหยุ่นทางตำแหน่ง สามารถทำหน้าที่ได้ทั้งในบทบาทกองหน้าตัวเป้า และแนวรุกริมเส้นที่ต้องการความเร็วและไหวพริบ ความสามารถเล่นได้หลายตำแหน่งในแนวรุกนี้เองคือสิ่งที่โค้ชสมัยใหม่มองหา เพราะมันหมายถึงความยืดหยุ่นทางยุทธวิธีที่จะทำให้คู่แข่งอ่านเกมได้ยากขึ้น เส้นทางอาชีพของเขาเป็นตัวอย่างที่ดีของนักเตะที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก เริ่มต้นจากอคาเดมีของ เมืองทอง ยูไนเต็ด สโมสรที่ขึ้นชื่อด้านการพัฒนาผู้เล่นรุ่นใหม่ ก่อนจะถูกปล่อยยืมไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์จริงกับ บางกอก เอฟซี และ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำให้ผู้เล่นได้เรียนรู้การรับมือกับแรงกดดันในระดับต่างๆ การเดินทางที่หล่อหลอมนักเตะคนนี้ หากจะเข้าใจว่าทำไม กรวิชญ์ ทะสา ถึงมีคุณค่าต่อฉลามชลในตอนนี้ ต้องย้อนดูเส้นทางอาชีพของเขาอย่างละเอียด หลังจากผ่านช่วงยืมตัว เขาได้ก้าวขึ้นสู่สโมสรระดับแถวหน้าเมื่อย้ายไปร่วมทัพ … Read more

สิงห์เจ้าท่าปิดฉากยุค ชัยวัฒน์-อาทิตย์ บทเรียนการสร้างแชมป์ที่ไม่มีใครจำชื่อ แต่ทุกคนจำความสำเร็จ

ในวงการฟุตบอลไทย มีนักเตะนับร้อยที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่มีเพียงไม่กี่คนที่แม้จะถูกปล่อยออกจากสโมสร ยังทิ้งรอยประทับไว้อย่างที่ลบไม่ออก ชัยวัฒน์ บุราญ และ อาทิตย์ เบิร์ก คือสองชื่อที่พิสูจน์ว่า ความยิ่งใหญ่ไม่ได้วัดกันด้วยจำนวนนัดที่ลงสนาม แต่วัดกันที่ “ช่วงเวลา” ที่คุณอยู่ตรงนั้น เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 การท่าเรือ เอฟซี ประกาศแยกทางกับนักเตะทั้งสองอย่างเป็นทางการ พร้อมกับคำขอบคุณที่สโมสรมอบให้อย่างจริงใจ เพราะทั้งคู่ไม่ได้เพียงแค่ “มาเล่นฟุตบอล” แต่เป็นส่วนหนึ่งของฤดูกาล 2025/26 ที่ สิงห์เจ้าท่า คว้ารองแชมป์ไทยลีก และโดดเด่นที่สุดคือการพิชิต เมืองไทย คัพ สมัยที่ 2 ครั้งแรกในรอบ 16 ปี เบื้องหลังฤดูกาลทอง: ทำไม ชัยวัฒน์-อาทิตย์ ถึงสำคัญ? หลายคนอาจตั้งคำถามว่า นักเตะที่ลงสนามเพียง 45 นัด และ 6 นัด มีความสำคัญแค่ไหนกับสโมสรแห่งหนึ่ง? คำตอบอยู่ที่ “ระบบนิเวศ” ของทีมฟุตบอล ทีมฟุตบอลอาชีพไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากดาราเพียง 11 คนที่ลงสนามทุกนัด … Read more

ปิดฉากยุค “ฉลามชล” ฤดูกาล 2025/26 : เมื่อ 5 นักเตะต่างแดนต้องโบกมืออำลา แล้วชลบุรีจะสร้างทีมใหม่ให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิมได้อย่างไร?

ในวงการฟุตบอลไทย ไม่มีอะไรแน่นอนกว่าการเปลี่ยนแปลง หลังม่านฤดูกาล 2025/26 ปิดลงอย่างเป็นทางการ สโมสร ชลบุรี เอฟซี หรือที่แฟนบอลรู้จักกันดีในนาม “ฉลามชล” ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ปล่อยตัวนักเตะต่างชาติถึง 5 ราย ซึ่งสิ้นสุดสัญญาพร้อมกับการปิดฤดูกาล คำถามที่แฟนบอลหลายแสนคนทั่วประเทศต่างสงสัยอยู่ในใจคือ อะไรทำให้ห้าชีวิตนี้ต้องแยกทาง และ “ฉลามชล” จะก้าวต่อไปในทิศทางใด? เมื่อฤดูกาลจบ สัญญาก็จบ : ความเป็นจริงในโลกฟุตบอลอาชีพ ในโลกของฟุตบอลอาชีพ สัญญาคือสิ่งที่ผูกมัดนักเตะไว้กับสโมสร เมื่อตัวเลขท้ายสัญญาหมดลง ทุกอย่างก็กลับสู่จุดเริ่มต้น ฉลามชลประกาศอำลานักเตะต่างชาติพร้อมกัน 5 รายในคราวเดียว ได้แก่ เกร็ก ฮูล่า, อาโบ อิซ่า, เจฟเฟอร์สัน ทาบินาส, เคเว่น อินาซิโอ และ เอสเตฟาโน อรันโก ซึ่งทั้งหมดร่วมกันสร้างทรงจำให้กับแฟนบอลตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา สิ่งที่น่าสังเกตคือ ชลบุรีเดินทางกลับสู่เวทีไทยลีก 1 ในฐานะทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมา พร้อมแคมเปญ “Racing Sharks : ท้าชิง ท้าชน!” ซึ่งสะท้อนถึงจิตวิญญาณของสโมสรที่ไม่ยอมแพ้ … Read more

ปั้นเพชรจากทะเล! ฉลามชลปิดฉาก AFC Elite Youth Scheme 2026 ส่งสัญญาณชัด ไทยพร้อมผลิตนักเตะระดับโลก

เมื่อพูดถึงอนาคตของฟุตบอลไทย ชื่อหนึ่งที่ไม่มีวันหายไปจากวงการคือ ชลบุรี เอฟซี สโมสรที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “โรงงานผลิตนักเตะ” ที่ทรงพลังที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2569 พิธีปิดโครงการ AFC Elite Youth Scheme 2026 ที่สนามฟุตบอลหญ้าเทียม สนามกีฬาในร่ม องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ไม่ใช่แค่การจบโปรแกรม 10 วัน แต่มันคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นมากนัก คำถามคือ เด็กอายุ 7 ขวบที่วันนี้วิ่งบนสนามหญ้าเทียมที่ชลบุรี… จะกลายเป็นดาวเด่นของทีมชาติไทยในอีก 10-15 ปีข้างหน้าได้หรือไม่? AFC Elite Youth Scheme คืออะไร และทำไมถึงสำคัญขนาดนี้ ก่อนจะไปถึงเรื่องพิธีปิด ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าโครงการ AFC Elite Youth Scheme นั้นคืออะไร และทำไมทุกประเทศในทวีปเอเชียถึงต้องการเป็นส่วนหนึ่งของมัน สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) ได้ออกแบบโปรแกรมนี้ขึ้นมาเพื่อสร้างมาตรฐานการพัฒนาเยาวชนให้เป็นเนื้อเดียวกันทั่วทั้งทวีป ไม่ใช่แค่การฝึกซ้อมลูกบอล แต่คือการวางรากฐานความคิด ทัศนคติ และทักษะที่จะทำให้เด็กคนหนึ่งพัฒนาตัวเองได้อย่างยั่งยืนตลอดชีวิตนักเตะ โครงการนี้ครอบคลุมตั้งแต่ทักษะทางเทคนิค เช่น การจ่ายบอล … Read more

กัปตันหนึ่งสู้ไม่ถอย! จมูกหักกลางสนาม แต่น้ำใจแฟนบอลทั่วไทยหลั่งไหลไม่หยุด

เกมการแข่งขันในสนามบางครั้งไม่ได้จบแค่เสียงนกหวีด แต่บางครั้งมันทิ้งรอยไว้ที่ร่างกายและหัวใจของนักเตะไปอีกนาน สำหรับ ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว หรือ “กัปตันหนึ่ง” กัปตันทีมชลบุรี เอฟซี คืนวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2569 ถือเป็นคืนที่เขาต้องพิสูจน์ว่า ความเป็นกัปตันไม่ได้วัดกันแค่ในสนาม แต่วัดกันที่วิธีที่ตอบรับแรงส่งจากคนที่รักทีมเดียวกัน จุดเริ่มต้นของค่ำคืนที่เจ็บปวด ไทยลีก ฤดูกาล 2025/26 นัดที่ 28 ดูเหมือนจะเป็นเพียงอีกหนึ่งศึกดาร์บีระหว่างสองทีมยักษ์ภาคตะวันออกและทีมระดับแนวหน้าของประเทศ เมื่อ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี เปิดบ้านต้อนรับ เมืองทอง ยูไนเต็ด บนสนามแห่งความภาคภูมิใจของชาวชลบุรี บรรยากาศในสนามเต็มไปด้วยแรงเชียร์และความคาดหวัง แต่ในไม่ถึง 15 นาทีแรกของการแข่งขัน เหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากเห็นก็เกิดขึ้น ชาญณรงค์เข้าปะทะในจังหวะที่รุนแรง จนได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้า สัญญาณของความเจ็บปวดปรากฏชัดบนใบหน้าของเขา และทีมแพทย์ต้องวิ่งเข้าสนามโดยด่วนก่อนตัดสินใจเปลี่ยนตัวเขาออกจากสนามอย่างเร่งด่วน จากสนามแข่ง ชาญณรงค์ถูกนำส่งโรงพยาบาลสมิติเวช ชลบุรี ทันที เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอาการบาดเจ็บ ซึ่งต่อมาได้รับการยืนยันว่าเป็น การบาดเจ็บที่กระดูกจมูกหัก อาการที่ฟังดูธรรมดาแต่ในความเป็นจริงนั้นเจ็บปวดอย่างยิ่งและต้องใช้เวลาพักฟื้นอย่างเหมาะสม เมื่อกัปตันไม่อยู่ ทีมยังยืนหยัด แม้จะสูญเสียกัปตันทีมไปตั้งแต่ช่วงต้นเกม แต่นักเตะชลบุรีที่เหลือในสนามยังคงสู้อย่างเต็มที่ ผลการแข่งขันจบลงด้วยสกอร์ 0-0 การเสมอกันครั้งนี้อาจไม่ใช่ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ … Read more