เมื่อทีมจากดิวิชั่นสองของอังกฤษยอมเปิดกระเป๋าจ่ายเงินระดับที่สโมสรพรีเมียร์ลีกหลายทีมยังต้องคิดหนัก คำถามที่ตามมาคือ นักเตะคนนี้มีอะไรพิเศษถึงคุ้มค่าตัวมหาศาลขนาดนี้ และดีลนี้กำลังบอกอะไรเราเกี่ยวกับทิศทางใหม่ของวงการฟุตบอลยุคที่เงินทุนไหลเวียนเร็วกว่าที่เคย
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด สโมสรจากศึกแชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ได้บรรลุข้อตกลงมูลค่า 22 ล้านปอนด์กับเซลติก เอฟซี เพื่อคว้าตัวอาร์เน่ เองเกิ้ลส์ มิดฟิลด์ทีมชาติเบลเยียม โดยหากดีลนี้เสร็จสมบูรณ์ จะถือเป็นการทำลายสถิติค่าตัวนักเตะย้ายเข้าสู่ลีกแชมเปี้ยนชิพที่แพงที่สุดตลอดกาล แซงหน้าสถิติเดิมที่อิปสวิช ทาวน์เคยจ่ายให้นอร์ดส์เชลลันด์ 17.5 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัวซินเดร วัลเล่ เอเกลี่ในซัมเมอร์ปีก่อนหน้า
ตัวเลข 22 ล้านปอนด์นี้ หากคำนวณเป็นเงินไทยคร่าวๆ จะอยู่ที่ราวเก้าร้อยกว่าล้านบาท สำหรับนักเตะที่ไม่ได้เล่นในลีกสูงสุด แต่กำลังจะย้ายไปเล่นในดิวิชั่นสอง นี่คือปรากฏการณ์ที่ไม่ธรรมดา และเป็นสัญญาณว่าเส้นแบ่งระหว่าง “บิ๊กคลับ” กับ “ทีมรอง” ในฟุตบอลอังกฤษกำลังพร่าเลือนลงเรื่อยๆ
จากพาร์คเฮดสู่ลอนดอนสเตเดียม เส้นทางดีลที่ยืดเยื้อนานนับเดือน
ดีลนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน เวสต์แฮมให้ความสนใจในตัวเองเกิ้ลส์มาอย่างต่อเนื่อง โดยแฮมเมอร์สเสริมความเข้มข้นในการติดตามตัวนักเตะรายนี้เมื่อเดือนก่อนหน้า แม้จะเคยถูกปฏิเสธข้อเสนอแรกไปแล้วก็ตาม แต่สโมสรจากลอนดอนยังคงเดินหน้าติดตามตัวมิดฟิลด์เซลติกต่อไปไม่ลดละ
ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ เองเกิ้ลส์ไม่ได้เป็นที่หมายปองของเวสต์แฮมเพียงทีมเดียว ย้อนกลับไปในตลาดซื้อขายนักเตะฤดูหนาวที่ผ่านมา น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ สโมสรระดับพรีเมียร์ลีก เคยเห็นข้อเสนอหลายครั้งถูกเซลติกปฏิเสธไปแล้ว โดยข้อเสนอเหล่านั้นถูกยื่นในวันปิดตลาดซื้อขายของฤดูหนาว สะท้อนให้เห็นว่าเซลติกมองว่าเองเกิ้ลส์คือทรัพย์สินสำคัญที่จะไม่ปล่อยง่ายๆ หากราคาที่เสนอมาไม่คุ้มค่าพอ
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ ทีมที่หมายปองเองเกิ้ลส์ไม่ได้มีแค่ทีมจากอังกฤษเท่านั้น เพราะนักเตะรายนี้มีทีมจากพรีเมียร์ลีกหลายทีมให้ความสนใจ ซึ่งบ่งชี้ว่าคุณภาพของเขาไปเข้าตาสโมสรระดับสูงสุดของอังกฤษไม่น้อยเลย แต่สุดท้ายแล้ว เส้นทางกลับพาเขามาลงเอยที่ทีมจากดิวิชั่นสองอย่างเวสต์แฮม ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องยกความดีความชอบให้กับความมุ่งมั่นของฝ่ายบริหารสโมสร
ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของดีลนี้คือ นิลส์ คอปเปน ผู้อำนวยการฝ่ายสรรหานักเตะของเวสต์แฮม ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ตรงกับตลาดนักเตะสก็อตแลนด์มาก่อนจากช่วงเวลาที่เขาเคยทำงานให้กับกลาสโกว์ เรนเจอร์ส คู่ปรับตลอดกาลของเซลติก ความเข้าใจในตลาดสก็อตแลนด์อย่างลึกซึ้งนี้เองที่ทำให้เขาสามารถเจรจาปิดดีลได้สำเร็จ หลังจากที่เองเกิ้ลส์กลายเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งในแดนกลางที่เขาต้องการมาตลอดทั้งซัมเมอร์
ในแง่ของขั้นตอนสุดท้าย มีรายงานว่าการตรวจร่างกายทางการแพทย์จะเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า แม้ว่าจังหวะเวลาอาจจะกระชั้นชิดเกินกว่าที่นักเตะจะทันลงสนามในนัดเปิดฤดูกาลของแชมเปี้ยนชิพก็ตาม สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นความเร่งรีบของทั้งสองสโมสรที่ต้องการปิดดีลให้เสร็จสิ้นก่อนที่ตลาดซื้อขายจะปิดตัวลง
ทำไมมิดฟิลด์วัย 22 ปีถึงมีมูลค่าสูงขนาดนี้ เจาะลึกสไตล์การเล่นที่ทุกทีมต้องการ
การจะเข้าใจว่าทำไมสโมสรระดับพรีเมียร์ลีกหลายทีมยอมเข้าคิวจีบนักเตะรายนี้ เราต้องเจาะลึกลงไปถึงตัวตนในสนามของเขา อาร์เน่ เองเกิ้ลส์ เกิดวันที่ 8 กันยายน ปี 2003 ปัจจุบันอายุ 22 ปี มีความสูง 185 เซนติเมตร ถนัดเท้าขวา และเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางเป็นหลัก
จุดเด่นที่ทำให้เองเกิ้ลส์แตกต่างจากมิดฟิลด์ทั่วไปคือความสามารถในการปรับเปลี่ยนบทบาทได้หลากหลาย เขาถูกจัดให้เป็นเพลย์เมกเกอร์ตัวรุกและยังเคยถูกใช้งานในบทบาทมิดฟิลด์บ็อกซ์ทูบ็อกซ์ รวมถึงมิดฟิลด์ตัวลึกที่คอยจ่ายบอลออกจากแดนหลัง ความสามารถแบบสามมิตินี้เองที่ทำให้โค้ชทีมต่างๆ มองว่าเขาคือชิ้นส่วนต่อจิ๊กซอว์ที่ลงตัวในเกือบทุกระบบการเล่น ไม่ว่าจะเป็นระบบสามกองกลางหรือสองกองกลาง
ในแง่ของสถิติการเล่น ฤดูกาล 2024-2025 ซึ่งเป็นซีซั่นแรกของเขากับเซลติก เองเกิ้ลส์ลงเล่นในลีก 34 นัดและทำประตูได้ 9 ลูก ถือเป็นซีซั่นลีกที่ทำผลงานได้ดีที่สุดของเขา พร้อมกับคว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพและลีกคัพในซีซั่นนั้น ต่อมาในฤดูกาล 2025-2026 เขายังคงเป็นตัวหลักของทีม ลงเล่นในลีก 30 นัด ทำประตูได้ 5 ลูก และช่วยให้เซลติกคว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพได้อีกสมัย
หากรวมทุกรายการแข่งขันเองเกิ้ลส์ลงสนามให้เซลติกในลีกไปแล้ว 64 นัด ทำประตูได้ 14 ลูกตลอดสามฤดูกาล ขณะที่รายงานอีกฉบับระบุตัวเลขในทุกรายการแข่งขันไว้ว่าเขาทำประตูได้ 17 ลูกและแอสซิสต์อีก 22 ครั้ง จากการลงสนามทั้งหมด 100 นัดให้เซลติก ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติผิวเผิน แต่มันคือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าเขาคือมิดฟิลด์ที่มีส่วนร่วมโดยตรงกับประตูอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่แค่คนคุมเกมเฉยๆ
สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือพัฒนาการด้านมูลค่าตลาดของเขา เขาย้ายจากอคาเดมีของคลับ บรูช ก่อนขยับไปเล่นให้ทีมสำรองคลับ เอ็นเอ็กซ์ที จากนั้นในปี 2023 จึงย้ายไปค้าแข้งกับเอาก์สบวร์ก สโมสรจากบุนเดสลีกา เยอรมนี ซึ่งเขาลงเล่นในบุนเดสลีกามากกว่า 50 นัด ก่อนจะย้ายมาเซลติกด้วยค่าตัวราว 11 ล้านปอนด์ในเดือนสิงหาคม 2024 นั่นหมายความว่าภายในระยะเวลาเพียงสองปี มูลค่าของเขาเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตัว จาก 11 ล้านปอนด์ สู่ 22 ล้านปอนด์ ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์การกีฬาและเศรษฐศาสตร์การกีฬา นี่คือกราฟการเติบโตที่บ่งบอกถึงการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ไม่ใช่แค่ฟอร์มที่ดีเพียงชั่วคราว
หัวใจนักสู้และแรงบันดาลใจ เรื่องราวที่ทำให้แฟนบอลรุ่นใหม่คลั่งไคล้
สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของเองเกิ้ลส์เชื่อมโยงกับกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุ 18-40 ปีได้อย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่ตัวเลขค่าตัวมหาศาล แต่คือเส้นทางการไต่เต้าจากเด็กหนุ่มในอคาเดมีเบลเยียม สู่การเป็นเป้าหมายของทีมใหญ่ในอังกฤษ
เส้นทางของเขาเริ่มต้นจากการไต่เต้าผ่านทุกระดับของทีมชาติเบลเยียม ตั้งแต่รุ่นอายุต่ำกว่า 15 ปี จนถึงรุ่นอายุต่ำกว่า 21 ปี ก่อนจะได้รับเรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรก และลงเล่นให้ทีมชาติเบลเยียมนัดแรกในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก พบกับอิสราเอลเมื่อเดือนกันยายน 2024 นี่คือบทเรียนสำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังต่อสู้เพื่อความฝันของตัวเอง เพราะเส้นทางสู่ความสำเร็จไม่ได้มาแบบก้าวกระโดดในคืนเดียว แต่ต้องผ่านการสั่งสมประสบการณ์ทีละขั้นทีละตอน
การตัดสินใจย้ายจากบุนเดสลีกาซึ่งเป็นหนึ่งในห้าลีกใหญ่ของยุโรป ไปสู่ลีกสก็อตแลนด์ ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่สะท้อนวินัยทางความคิดของนักเตะรุ่นใหม่ยุคนี้ได้ดี เพราะแทนที่จะยึดติดกับภาพลักษณ์ของการเล่นในลีกใหญ่ เขากลับมองเห็นโอกาสที่แท้จริงในการได้ลงเล่นเวทีแชมเปี้ยนส์ลีกอย่างสม่ำเสมอกับเซลติก ทีมที่ผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่มยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกได้ต่อเนื่อง การตัดสินใจเช่นนี้คือบทเรียนเรื่องการมองภาพใหญ่มากกว่าภาพลักษณ์ระยะสั้น ซึ่งเป็นแนวคิดที่คนทำงานยุคใหม่สามารถนำไปปรับใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกงานที่ให้โอกาสเติบโตจริง มากกว่าการเลือกงานที่ดูดีแค่ภายนอก
อีกหนึ่งแง่มุมที่น่าสนใจคือความอดทนภายใต้แรงกดดัน ตลอดสองปีที่ผ่านมา เองเกิ้ลส์ต้องเผชิญกับข่าวลือการย้ายทีมมาโดยตลอด ทั้งจากน็อตติงแฮม ฟอเรสต์และเวสต์แฮม แต่เขายังคงรักษาฟอร์มการเล่นในสนามได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้ข่าวนอกสนามมากระทบกับผลงานในสนาม นี่คือทักษะด้านจิตใจที่สำคัญไม่แพ้ทักษะทางเทคนิค และเป็นสิ่งที่นักกีฬาระดับโลกทุกคนต้องฝึกฝน ไม่ต่างจากการที่คนทำงานต้องเรียนรู้จะโฟกัสกับงานตรงหน้า แม้ท่ามกลางความไม่แน่นอนของอนาคต
มุมมองธุรกิจ ทำไมเซลติกถึงยอมปล่อย และดีลนี้จะพลิกโฉมตลาดแชมเปี้ยนชิพอย่างไร
ในมุมของเซลติก การตัดสินใจปล่อยผู้เล่นคนสำคัญไปแบบนี้อาจดูขัดกับสามัญสำนึกของแฟนบอลทั่วไป แต่เมื่อมองในแง่ธุรกิจฟุตบอลแล้ว นี่คือการตัดสินใจที่มีเหตุผลรองรับอย่างชัดเจน
ในตอนแรกเซลติกเคยตั้งราคาสูงถึง 25 ล้านปอนด์ และบางรายงานถึงกับระบุตัวเลขสูงถึง 30 ล้านปอนด์ แต่สุดท้ายกลับยอมปิดดีลที่ 22 ล้านปอนด์ ซึ่งนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่านี่คือการตัดสินใจที่ชาญฉลาดของเวสต์แฮม เพราะพวกเขาประหยัดเงินไปได้ระหว่างห้าถึงสิบล้านปอนด์จากราคาที่เคยถูกเรียกไว้ก่อนหน้า สาเหตุสำคัญที่ทำให้เซลติกยอมลดราคาลงมาคือ ความต้องการย้ายทีมของตัวนักเตะเองที่ชัดเจนมาก จนฝ่ายบริหารมองว่าการยื้อดีลต่อไปอาจทำให้เสียทั้งเงินและเสียทั้งความสัมพันธ์กับนักเตะในระยะยาว
สิ่งที่น่าสนใจคือจังหวะเวลาของการปล่อยตัว เพราะเซลติกกำลังจะต้องลงเล่นในรอบเพลย์ออฟยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกที่สำคัญ การสูญเสียมิดฟิลด์คนสำคัญในช่วงเวลานี้ย่อมส่งผลกระทบต่อความพร้อมของทีมไม่มากก็น้อย แต่ในทางกลับกัน สโมสรก็ได้เตรียมความพร้อมล่วงหน้าด้วยการเสริมทัพมิดฟิลด์คนใหม่เข้ามาทดแทนแล้ว สะท้อนให้เห็นวิธีคิดแบบมืออาชีพในการบริหารทีมที่ไม่ยึดติดกับตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่งมากเกินไป
สำหรับวงการแชมเปี้ยนชิพในภาพรวม ดีลนี้คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าเงินทุนในลีกระดับสองของอังกฤษกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ปัจจัยสำคัญมาจากมูลค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด และการที่สโมสรระดับกลางในพรีเมียร์ลีกต่างมีเงินทุนหมุนเวียนมหาศาลจากค่าลิขสิทธิ์กีฬาระดับโลก เมื่อทีมที่ตกชั้นลงมาอย่างเวสต์แฮมยังคงมีศักยภาพทางการเงินสูง พวกเขาจึงสามารถใช้เงินเพื่อดึงนักเตะคุณภาพเข้ามาเสริมทัพ ด้วยเป้าหมายเดียวคือการกลับสู่พรีเมียร์ลีกให้เร็วที่สุด
ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลนักเตะถูกวิเคราะห์ผ่านสถิติเชิงลึกและปัญญาประดิษฐ์ ทีมสอดแนมนักเตะยุคใหม่สามารถระบุตัวตนของนักเตะดาวรุ่งที่มีศักยภาพสูงได้แม่นยำกว่าเดิมมาก ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมทีมอย่างเวสต์แฮมถึงกล้าตัดสินใจลงทุนกับนักเตะที่ยังเล่นอยู่ในลีกสก็อตแลนด์ แทนที่จะรอซื้อนักเตะจากลีกใหญ่ที่ราคาแพงกว่าหลายเท่าตัว นี่คือแนวโน้มที่จะเห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต สโมสรที่มีระบบข้อมูลและการวิเคราะห์ที่แข็งแกร่งจะสามารถหาของดีราคาคุ้มค่าได้ก่อนใคร
บทสรุป เมื่อมูลค่าของนักเตะไม่ได้วัดจากลีกที่เล่น แต่วัดจากคุณภาพจริง
ดีลระหว่างเวสต์แฮมกับเซลติกในกรณีของอาร์เน่ เองเกิ้ลส์ คือบทพิสูจน์ว่าคุณภาพของนักเตะไม่ได้ถูกจำกัดด้วยชื่อเสียงของลีกที่เขาสังกัดอยู่อีกต่อไป มิดฟิลด์วัย 22 ปีรายนี้ใช้เวลาเพียงสองปีในการพิสูจน์ตัวเองที่พาร์คเฮด จนสามารถดึงดูดความสนใจจากทีมพรีเมียร์ลีกหลายทีม และสุดท้ายกลายเป็นนักเตะที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์การย้ายทีมเข้าสู่ลีกแชมเปี้ยนชิพ
เรื่องราวนี้สอนให้เห็นว่า วินัยในการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ให้โอกาสเติบโตจริง มากกว่าภาพลักษณ์ภายนอก คือสูตรสำเร็จที่นำไปสู่มูลค่าที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นในสนามฟุตบอลหรือในเส้นทางอาชีพของใครก็ตาม คำถามที่น่าคิดต่อไปคือ เมื่อเงินทุนในวงการฟุตบอลอังกฤษไหลลงมาถึงระดับดิวิชั่นสองมากขนาดนี้ เราจะได้เห็นสถิติค่าตัวใหม่ในลีกแชมเปี้ยนชิพถูกทำลายลงอีกครั้งเร็วแค่ไหน
สรุปประเด็นสำคัญ
- เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ตกลงค่าตัว 22 ล้านปอนด์คว้าตัวอาร์เน่ เองเกิ้ลส์ จากเซลติก ทุบสถิติค่าตัวย้ายเข้าแชมเปี้ยนชิพสูงสุดตลอดกาล
- สถิติเดิมอยู่ที่ 17.5 ล้านปอนด์ ซึ่งอิปสวิช ทาวน์เคยจ่ายให้นอร์ดส์เชลลันด์เพื่อคว้าตัวซินเดร วัลเล่ เอเกลี่
- เองเกิ้ลส์เคยเป็นเป้าหมายของน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ในตลาดฤดูหนาว แต่ถูกเซลติกปฏิเสธข้อเสนอสูงสุดถึง 25 ล้านปอนด์
- มิดฟิลด์วัย 22 ปีย้ายจากเอาก์สบวร์กสู่เซลติกด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์เมื่อปี 2024 ก่อนมูลค่าจะพุ่งเป็นสองเท่าภายในสองปี
- ดีลนี้สะท้อนกำลังซื้อมหาศาลของสโมสรในแชมเปี้ยนชิพยุคใหม่ ที่กล้าแข่งขันกับทีมพรีเมียร์ลีกเพื่อคว้าตัวนักเตะคุณภาพ
คำถามที่พบบ่อย
อาร์เน่ เองเกิ้ลส์ คือใคร A: เขาคือมิดฟิลด์ทีมชาติเบลเยียมวัย 22 ปี ที่เล่นให้เซลติก เอฟซี ในศึกสก็อตติช พรีเมียร์ชิพ มีความสามารถเล่นได้ทั้งบทบาทมิดฟิลด์ตัวรุกและตัวรับ
เวสต์แฮมจ่ายค่าตัวเองเกิ้ลส์เท่าไหร่ A: ตามรายงานจากสกาย สปอร์ตส์ ดีลนี้มีมูลค่าราว 22 ล้านปอนด์ ซึ่งจะกลายเป็นสถิติค่าตัวย้ายทีมเข้าสู่ลีกแชมเปี้ยนชิพสูงสุดตลอดกาล
สถิติค่าตัวสูงสุดของแชมเปี้ยนชิพก่อนหน้านี้คือใคร A: คือซินเดร วัลเล่ เอเกลี่ ที่อิปสวิช ทาวน์ทุ่มเงิน 17.5 ล้านปอนด์ซื้อจากนอร์ดส์เชลลันด์
ทำไมเซลติกถึงยอมขายเองเกิ้ลส์ทั้งที่เพิ่งขึ้นค่าตัวได้มาก A: เพราะนักเตะแสดงความต้องการย้ายทีมชัดเจน ผู้บริหารเซลติกจึงมองว่าการยื้อต่อไปอาจไม่คุ้มค่า และการปิดดีลที่ 22 ล้านปอนด์ถือเป็นการทำธุรกิจที่ดีอยู่แล้ว
เองเกิ้ลส์เคยเล่นให้ทีมไหนมาก่อนเซลติก A: เขาไต่เต้ามาจากอคาเดมีคลับ บรูช ก่อนย้ายไปเล่นให้เอาก์สบวร์กในบุนเดสลีกา เยอรมนี แล้วจึงย้ายมาเซลติกในปี 2024
เองเกิ้ลส์เคยเกือบย้ายไปน็อตติงแฮม ฟอเรสต์หรือไม่ A: ใช่ ฟอเรสต์เคยยื่นข้อเสนอหลายครั้งในตลาดซื้อขายฤดูหนาว โดยข้อเสนอสุดท้ายอยู่ที่ 25 ล้านปอนด์ แต่ถูกเซลติกปฏิเสธ
เองเกิ้ลส์เล่นตำแหน่งอะไร A: ตำแหน่งหลักคือมิดฟิลด์ตัวกลาง แต่สามารถปรับบทบาทเป็นเพลย์เมกเกอร์ตัวรุก มิดฟิลด์บ็อกซ์ทูบ็อกซ์ หรือมิดฟิลด์ตัวลึกที่จ่ายบอลจากแดนหลังได้เช่นกัน
เองเกิ้ลส์ทำผลงานอย่างไรกับเซลติก A: ตลอดสามฤดูกาลกับเซลติก เขาลงเล่นในลีกไปแล้ว 64 นัด ทำประตูได้ 14 ลูก พร้อมคว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพร่วมกับทีมได้ถึงสองสมัย
เองเกิ้ลส์ติดทีมชาติเบลเยียมชุดใหญ่หรือยัง A: ติดแล้ว เขาลงเล่นให้ทีมชาติเบลเยียมชุดใหญ่นัดแรกในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก พบกับอิสราเอลเมื่อเดือนกันยายน 2024
ทำไมเวสต์แฮมถึงยอมจ่ายแพงขนาดนี้ทั้งที่อยู่แชมเปี้ยนชิพ A: เวสต์แฮมมีเป้าหมายเลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ลีกให้เร็วที่สุด และมองว่าเองเกิ้ลส์คือมิดฟิลด์คุณภาพสูงที่จะช่วยยกระดับทีมได้ทันที ประกอบกับราคาที่ตกลงได้ยังต่ำกว่าที่เซลติกเคยเรียกไว้ก่อนหน้า
ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการเจรจาดีลนี้ของเวสต์แฮม A: นิลส์ คอปเปน ผู้อำนวยการฝ่ายสรรหานักเตะของเวสต์แฮม ผู้มีประสบการณ์ตรงกับตลาดนักเตะสก็อตแลนด์จากช่วงเวลาที่เคยทำงานให้กลาสโกว์ เรนเจอร์ส
ดีลนี้จะส่งผลต่อเซลติกในศึกแชมเปี้ยนส์ลีกหรือไม่ A: มีความเป็นไปได้ที่จะกระทบ เพราะจังหวะการปล่อยตัวใกล้เคียงกับรอบเพลย์ออฟแชมเปี้ยนส์ลีกที่สำคัญของเซลติก แต่สโมสรก็ได้เตรียมเสริมมิดฟิลด์คนใหม่เข้ามาทดแทนไว้ล่วงหน้าแล้ว