เมื่อกองหลังที่เพิ่งต่อสัญญาฉบับใหม่ไปหมาดๆ กลับกลายเป็นคนแรกที่เดินออกจากประตูสโมสรภายในเวลาไม่ถึงปี คำถามที่ตามมาไม่ใช่แค่ “ทำไม” แต่คือ “อะไรทำให้กองหลังคนหนึ่งมีมูลค่าสูงถึงขนาดที่สโมสรระดับท็อปของสเปนต้องยอมทุ่มเงินก้อนโต พร้อมเงื่อนไขแบ่งกำไรในอนาคตอีก 15 เปอร์เซ็นต์
ในโลกฟุตบอลยุคที่ทุกการย้ายทีมถูกจับตาผ่านโซเชียลมีเดียแบบเรียลไทม์ ข่าวการย้ายทีมของ คริสเตียน “คูติ” โรเมโร กองหลังทีมชาติอาร์เจนตินาและกัปตันทีมท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ไปสู่ แอตเลติโก มาดริด ถือเป็นหนึ่งในดีลที่สร้างแรงสั่นสะเทือนที่สุดของตลาดซัมเมอร์นี้ เพราะมันไม่ใช่แค่การซื้อขายนักเตะธรรมดา แต่เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของนักฟุตบอลที่ไต่เต้าจากเด็กหนุ่มบ้านนอกในอาร์เจนตินา สู่การเป็นแชมป์โลก แชมป์โคปาอเมริกา และแชมป์ยูโรปาลีก ก่อนจะกลายเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของทีมที่ขึ้นชื่อเรื่องแนวรับที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรป
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกมิติของดีลประวัติศาสตร์นี้ ตั้งแต่รากฐานที่มาของนักเตะคนนี้ เบื้องหลังสไตล์การเล่นที่ทำให้เขาแพงขนาดนี้ จิตวิญญาณนักสู้ที่ทำให้แฟนบอลทั่วโลกหลงรัก ไปจนถึงมุมมองทางธุรกิจที่อยู่เบื้องหลังตัวเลข 40 ล้านยูโร
ที่มาที่ไป: จากเด็กกอร์โดบา สู่กัปตันทีมลอนดอนเหนือ
หากพูดถึงเส้นทางอาชีพของนักฟุตบอลที่ “ไม่ธรรมดา” คริสเตียน โรเมโร คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด เขาเกิดที่เมืองกอร์โดบา ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อวันที่ 27 เมษายน 1998 และเริ่มต้นเส้นทางนักเตะอาชีพกับสโมสรเบลกราโนในปี 2016 ก่อนจะย้ายข้ามทวีปมาสู่วงการฟุตบอลอิตาลีกับเจนัวในปี 2018
เส้นทางของเขาในอิตาลีไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะยูเวนตุสซื้อตัวเขาต่อในฤดูกาลถัดมา แต่กลับส่งเขากลับไปให้เจนัวยืมตัว ก่อนจะปล่อยยืมต่อไปยังอตาลันตาในปี 2020 จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นที่เมืองแบร์กาโม เพราะการได้ร่วมทีมกับอตาลันตาภายใต้ระบบเกมรุกดุดันของ จาน ปิเอโร กาสเปรินี ทำให้ทักษะการอ่านเกม การขึ้นบอลจากแนวหลัง และความดุดันในการปะทะของโรเมโรฉายแววออกมาอย่างชัดเจน จนกระทั่งเขาคว้ารางวัลกองหลังยอดเยี่ยมของเซเรียอาประจำฤดูกาล 2020-21
ผลงานที่โดดเด่นนี้เองที่ทำให้ยูเวนตุสประกาศขายเขาให้อตาลันตาแบบถาวรด้วยมูลค่า 16 ล้านยูโรในเดือนสิงหาคม 2021 ก่อนที่ในวันเดียวกันนั้นเอง ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ จะประกาศดึงตัวเขาจากอตาลันตาด้วยสัญญายืมตัวหนึ่งฤดูกาลพร้อมออปชันซื้อขาด และเขาลงเล่นนัดแรกให้สเปอร์สในวันที่ 15 สิงหาคม โดยเป็นตัวสำรองลงมาแทนที่ ปิแอร์-เอมิล ฮอยบเยิร์ก ในเกมที่ทีมเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0
นับตั้งแต่นั้น โรเมโรก็กลายเป็นเสาหลักแนวรับของสเปอร์สอย่างแท้จริง จนกระทั่งได้รับการแต่งตั้งเป็นหนึ่งในรองกัปตันทีมก่อนฤดูกาล 2023-24 และในที่สุดก่อนฤดูกาล 2025-26 เขาก็ได้รับตำแหน่งกัปตันทีมจาก โธมัส แฟรงค์ ผู้จัดการทีมคนใหม่ หลังการจากไปของ ซน ฮึงมิน ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าคุณสมบัติความเป็นผู้นำของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าฝีเท้าเลยแม้แต่น้อย
สิ่งที่ทำให้เรื่องราวนี้น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้นคือ ก่อนหน้าการย้ายทีมครั้งนี้ไม่นาน โรเมโรเพิ่งจะเซ็นสัญญาฉบับใหม่ระยะเวลา 4 ปีกับสเปอร์ส เมื่อครั้งที่ตลาดซัมเมอร์ก่อนหน้ามีข่าวเชื่อมโยงเขากับแอตเลติโก มาดริดเช่นกัน แต่ครั้งนั้นเขาเลือกที่จะอยู่กับสเปอร์สต่อ ทว่าเวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งปี สถานการณ์กลับพลิกผัน จนนำมาสู่การแยกทางในที่สุด
เทคนิคและวิทยาศาสตร์การกีฬา: ทำไมกองหลังคนนี้ถึงมีค่าตัวสูงลิ่ว
ในทางเทคนิค โรเมโรคือกองหลังที่แหวกขนบของนักเตะตำแหน่งนี้ในยุคเก่า เขาไม่ใช่กองหลังที่รอสกัดบอลอย่างเดียว แต่เป็นนักเตะที่ผสมผสาน ความดุดันแบบนักสู้ เข้ากับ สมองที่อ่านเกมได้ล่วงหน้า สไตล์การเล่นของเขาได้รับอิทธิพลมาจากปรัชญาฟุตบอลอิตาลีที่เน้นการประกบตัวตัวต่อตัว (man-marking) อย่างเข้มข้น บวกกับความคล่องแคล่วในการขึ้นบอลจากแดนหลังแบบฟุตบอลอาร์เจนตินาที่เขาซึมซับมาตั้งแต่เด็ก
ตัวเลขสถิติยืนยันความสำคัญของเขาได้ชัดเจน เพราะนับตั้งแต่วันที่เขาลงสนามให้สเปอร์สนัดแรกไม่มีผู้เล่นคนไหนของสโมสรที่ทำสถิติแอสเสสต์บอล (clearances) มากกว่าเขาที่ 403 ครั้ง แย่งบอลสำเร็จมากกว่าเขาที่ 172 ครั้ง หรือชนะการโหม่งแย่งบอลมากกว่าเขาที่ 303 ครั้ง ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงความเป็นกองหลังที่ทำงานหนักและครอบคลุมทุกพื้นที่ของสนามอย่างแท้จริง
แต่เหรียญมีสองด้านเสมอ เพราะความดุดันที่เป็นจุดแข็งของโรเมโรก็เป็นดาบสองคมเช่นกัน ตลอดระยะเวลาที่อยู่กับสเปอร์ส เขาถูกไล่ออกจากสนามถึง 4 ครั้งในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงเกินไปสำหรับกองหลังระดับท็อป และเป็นจุดที่ผู้เชี่ยวชาญด้านฟุตบอลมักหยิบยกมาวิเคราะห์ว่าเป็น “จุดอ่อนทางวินัย” ที่โรเมโรต้องแก้ไขให้ได้หากอยากก้าวขึ้นสู่การเป็นกองหลังระดับโลกอย่างสมบูรณ์แบบ นี่คือบทเรียนสำคัญสำหรับนักกีฬาทุกคน ไม่ว่าจะเล่นกีฬาประเภทใด: พรสวรรค์อาจพาคุณไปได้ไกล แต่วินัยและการควบคุมอารมณ์ต่างหากที่จะพาคุณไปได้ไกลกว่า
ในมุมมองวิทยาศาสตร์การกีฬา การที่นักเตะวัย 28 ปีอย่างโรเมโรยังคงรักษาระดับความฟิตและความแข็งแกร่งในการปะทะได้อย่างสม่ำเสมอ เป็นผลมาจากการฝึกซ้อมเฉพาะทางที่เน้นความแข็งแรงของแกนกลางลำตัว (core strength) และการฟื้นฟูร่างกายหลังการปะทะหนักในทุกสัปดาห์ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สโมสรระดับพรีเมียร์ลีกอย่างสเปอร์สใช้ดูแลนักเตะ และเป็นสิ่งที่แอตเลติโก มาดริดภายใต้การคุมทีมของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะปรัชญา “กัลเซตติสโม” (Cholismo) ของซิเมโอเน่นั้นต้องการนักเตะแนวรับที่มีทั้งความแข็งแกร่งทางร่างกายและจิตใจสูงเป็นพิเศษ
จิตใจและแรงบันดาลใจ: ทำไมแฟนบอลถึงคลั่งไคล้ “คูติ” โรเมโร
หากพูดถึงเรื่องจิตใจนักสู้ โรเมโรคือตัวแทนของคำว่า “การ์รา” (Garra) หรือจิตวิญญาณนักสู้แบบฉบับอาร์เจนตินาที่ไม่มีวันยอมแพ้ ซึ่งเป็นสิ่งที่หล่อหลอมนักเตะจากแดนไกลอย่างเขาให้เติบโตมาเป็นผู้เล่นระดับโลก
ไฮไลต์ที่ตอกย้ำภาพลักษณ์นี้ชัดเจนที่สุดคือฤดูกาล 2024-25 ที่สเปอร์ส เพราะแม้จะได้ลงสนามเพียงนัดเดียวจากอาการบาดเจ็บระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม โดยพลาดลงสนามไปถึง 28 นัดในทุกรายการ แต่เมื่อเขากลับมาฟิตพร้อมลงสนามอีกครั้ง เขาก็กลับมาเป็นตัวจริงในศึกยูโรปาลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย และเล่นได้อย่างโดดเด่นในรอบก่อนรองชนะเลิศพบไอน์ทรัคท์ แฟรงค์เฟิร์ต รอบรองชนะเลิศพบโบโด/กลิมท์ และรอบชิงชนะเลิศพบแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเขาได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำนัดจากยูฟ่า
เรื่องราวไม่ได้จบแค่นั้น เพราะเขายังได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของยูฟ่า ยูโรปา ลีก จากผลงานอันยอดเยี่ยมตลอดทัวร์นาเมนต์ นี่คือบทพิสูจน์ของคำว่า “การกลับมาที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม” (Great Comeback) ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับใครก็ตามที่กำลังเผชิญกับความพ่ายแพ้หรืออาการบาดเจ็บ ไม่ว่าจะในสนามกีฬาหรือในชีวิตจริง
นอกจากความสำเร็จระดับสโมสร โรเมโรยังเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติอาร์เจนตินาชุดประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์โคปาอเมริกาทั้งปี 2021 และ 2024 รวมถึงแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ การได้ร่วมทีมกับตำนานอย่าง ลิโอเนล เมสซี ในช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฟุตบอลอาร์เจนตินา ทำให้โรเมโรกลายเป็นสัญลักษณ์ของ “รุ่นทองคำ” ที่แฟนบอลทั่วโลกจดจำ
สิ่งที่ทำให้แฟนบอลรักเขามากขึ้นไปอีกคือความไม่กลัวใครในสนาม ไม่ว่าคู่แข่งจะเป็นดาวยิงระดับโลกคนไหน โรเมโรก็พร้อมประกบติดแบบไม่ยอมถอย ความมั่นใจแบบนี้คือสิ่งที่คนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบันมองหาในตัวไอดอล นั่นคือ ความกล้าที่จะยืนหยัดในจุดที่ตัวเองเชื่อ แม้จะต้องเผชิญแรงกดดันมหาศาล
ธุรกิจและอนาคต: วิเคราะห์ดีล 40 ล้านยูโรที่จะเปลี่ยนโฉมแนวรับลาลีกา
ในมุมมองธุรกิจฟุตบอล ดีลนี้มีความน่าสนใจในหลายมิติ เริ่มจากตัวเลขที่ตกลงกันคือแพ็กเกจรวม 40 ล้านยูโร ซึ่งประกอบด้วยค่าตัวพื้นฐานบวกกับเงื่อนไขโบนัสตามผลงาน พร้อมกับเงื่อนไขที่สเปอร์สจะได้รับส่วนแบ่ง 15 เปอร์เซ็นต์จากมูลค่าการขายต่อในอนาคต ซึ่งเป็นเงื่อนไขมาตรฐานที่สโมสรขายมักใส่ไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการปล่อยนักเตะคุณภาพสูงออกไปในราคาที่อาจจะต่ำกว่ามูลค่าตลาดจริง
สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือเส้นทางของดีลนี้ ก่อนที่จะปิดจ๊อบกับแอตเลติโก มาดริด มีสโมสรยักษ์ใหญ่หลายทีมเข้าคิวสนใจตัวโรเมโร ไม่ว่าจะเป็นอาร์เซนอลที่ต้องการอุดช่องว่างจากอาการบาดเจ็บระยะยาวของวิลเลียม ซาลิบา หรือบาร์เซโลนาที่ต้องการเสริมแนวรับหลังการยืมตัวออกไปของโรนัลด์ อาราวโฮ รวมถึงอินเตอร์ มิลาน ที่เจรจากันมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมแต่สุดท้ายดีลล่มไป ทว่าสเปอร์สไม่เคยมีแผนที่จะขายให้อาร์เซนอลคู่ปรับตลอดกาลอยู่แล้ว
เหตุผลที่แอตเลติโก มาดริดต้องรีบคว้าตัวโรเมโรมาให้ได้นั้นชัดเจนในเชิงโครงสร้างทีม เพราะสโมสรกำลังเผชิญปัญหาแนวรับ หลังจากที่เคลม็อง ล็องเกลต์ย้ายไปร่วมทีมเบนฟิก้า ขณะที่โฆเซ่ มาเรีย ฮิเมเนซก็มีอายุเกิน 30 ปีและกำลังเข้าสู่ช่วงปลายอาชีพค้าแข้ง การได้กองหลังวัย 28 ปีที่มีทั้งประสบการณ์ระดับโลก ความเป็นผู้นำ และสไตล์การเล่นที่เข้ากับปรัชญาการันตีของซิเมโอเน่ได้อย่างลงตัว จึงเป็นการลงทุนที่ตอบโจทย์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว
ในแง่ของการปรับตัวในสนาม โรเมโรจะได้ร่วมทีมกับดาวเตะเอเชียอีกคนที่คุ้นเคยกับวงการฟุตบอลเอเชียเป็นอย่างดี เพราะแอตเลติโก มาดริดในปัจจุบันมีอี คังอิน กองกลางทีมชาติเกาหลีใต้อยู่ในทีม ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงที่น่าสนใจ เนื่องจากโรเมโรเคยเล่นเคียงข้างกับซน ฮึงมิน กัปตันทีมชาวเกาหลีใต้ที่สเปอร์สมาก่อน
สำหรับสเปอร์สเอง แม้การสูญเสียกัปตันทีมที่เพิ่งพาสโมสรคว้าแชมป์ยุโรปเมื่อฤดูกาลก่อนจะเป็นเรื่องที่เจ็บปวดสำหรับแฟนบอล แต่ในมุมมองธุรกิจเงินก้อนโตที่ได้จากการขายนี้จะเป็นทุนสำคัญให้สโมสรนำไปเสริมทัพในตำแหน่งอื่นได้ทันที เป็นวงจรธุรกิจฟุตบอลยุคใหม่ที่สโมสรต้องคำนวณอย่างรอบคอบระหว่างคุณค่าทางจิตใจของแฟนบอลกับความจำเป็นทางการเงิน
มองไปข้างหน้า การย้ายทีมครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทั้งสองสโมสร สำหรับแอตเลติโก มาดริด นี่คือการเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบแนวรับที่เป็นหัวใจหลักของทีมมาตลอดยุคซิเมโอเน่ ส่วนสำหรับวงการฟุตบอลลาลีกาโดยรวม การได้กองหลังระดับแชมป์โลกมาร่วมลีกยิ่งตอกย้ำสถานะของสเปนในฐานะหนึ่งในลีกที่ทรงพลังที่สุดในโลก ท่ามกลางกระแสการแข่งขันดึงดูดนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์จากทั่วทุกมุมโลกที่ทวีความเข้มข้นขึ้นทุกปี
บทสรุป: บทใหม่ของนักสู้ผู้ไม่เคยหยุดพิสูจน์ตัวเอง
เรื่องราวของคริสเตียน โรเมโร คือบทเรียนที่สะท้อนถึงคุณค่าของการไม่หยุดพัฒนาตัวเอง จากเด็กหนุ่มที่ต้องดิ้นรนผ่านการยืมตัวหลายสโมสรในอิตาลี สู่การเป็นแชมป์โลก กัปตันทีมพรีเมียร์ลีก และล่าสุดคือนักเตะที่สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกายอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อครอบครอง เขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพรสวรรค์อย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องมาพร้อมกับจิตใจนักสู้ที่ไม่มีวันยอมแพ้
คำถามที่น่าติดตามต่อจากนี้คือ โรเมโรจะสามารถควบคุมวินัยในสนามให้ดีขึ้นได้หรือไม่ภายใต้การดูแลของซิเมโอเน่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวด และเขาจะกลายเป็นเสาหลักแนวรับที่พาแอตเลติโก มาดริดกลับไปทวงบัลลังก์แชมป์ลาลีกาได้อีกครั้งหรือเปล่า เวลาเท่านั้นที่จะเป็นคำตอบ
สรุปประเด็นสำคัญ
- คริสเตียน โรเมโร กัปตันทีมท็อตแนม บรรลุข้อตกลงย้ายซบแอตเลติโก มาดริด ด้วยสัญญา 5 ปี มูลค่าแพ็กเกจรวม 40 ล้านยูโร บวกส่วนแบ่งขายต่อ 15%
- เส้นทางอาชีพของเขาผ่านการยืมตัวหลายสโมสรในอิตาลี ก่อนเปล่งประกายที่อตาลันตาจนคว้ารางวัลกองหลังยอดเยี่ยมเซเรียอา
- จุดแข็งของโรเมโรคือความดุดันในการปะทะและการอ่านเกม แต่จุดอ่อนคือวินัยในสนามที่ทำให้โดนไล่ออกจากสนามหลายครั้ง
- เขาคือหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญที่พาสเปอร์สคว้าแชมป์ยูโรปาลีกฤดูกาล 2024-25 และได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล
- การย้ายทีมครั้งนี้ตอบโจทย์ปัญหาแนวรับของแอตเลติโก มาดริด หลังสูญเสียกองหลังตัวหลักหลายคนในช่วงซัมเมอร์
คำถามที่พบบ่อย
คริสเตียน โรเมโร ย้ายไปแอตเลติโก มาดริดด้วยค่าตัวเท่าไหร่ A: ดีลมีมูลค่าแพ็กเกจรวมประมาณ 40 ล้านยูโร รวมเงื่อนไขโบนัสตามผลงาน พร้อมส่วนแบ่งการขายต่อในอนาคตให้ท็อตแนม 15 เปอร์เซ็นต์
โรเมโรเซ็นสัญญากับแอตเลติโก มาดริดกี่ปี A: มีรายงานว่าเขาเซ็นสัญญาระยะยาวกับแอตเลติโก มาดริด โดยมีกำหนดให้อยู่กับสโมสรจนถึงกลางปี 2031
ทำไมท็อตแนมถึงยอมขายกัปตันทีมของตัวเอง A: แม้โรเมโรจะเพิ่งต่อสัญญาฉบับใหม่ไปไม่นาน แต่เมื่อมีข้อเสนอที่คุ้มค่าทางธุรกิจเข้ามา สโมสรจึงตัดสินใจปล่อยตัวเพื่อนำเงินไปเสริมทัพในตำแหน่งอื่น
สโมสรไหนบ้างที่เคยสนใจตัวคริสเตียน โรเมโร A: มีทั้งอินเตอร์ มิลาน อาร์เซนอล และบาร์เซโลนาที่เคยแสดงความสนใจ แต่สุดท้ายเขาเลือกเดินหน้าสู่แอตเลติโก มาดริด
คริสเตียน โรเมโร เคยเล่นให้สโมสรอะไรมาบ้างก่อนย้ายไปแอตเลติโก มาดริด A: เขาผ่านสโมสรเบลกราโน เจนัว ยูเวนตุส และอตาลันตาในอิตาลี ก่อนจะย้ายมาเล่นให้ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ
โรเมโรเคยคว้าแชมป์อะไรมาบ้างในอาชีพค้าแข้ง A: เขาคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 แชมป์โคปาอเมริกาสองสมัย และแชมป์ยูฟ่า ยูโรปา ลีกกับท็อตแนมในฤดูกาล 2024-25
โรเมโรเคยได้รับรางวัลส่วนบุคคลอะไรบ้าง A: เขาเคยได้รับรางวัลกองหลังยอดเยี่ยมของเซเรียอา และรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของยูฟ่า ยูโรปา ลีก ฤดูกาล 2024-25
ทำไมแอตเลติโก มาดริดถึงต้องการตัวโรเมโรมาก A: สโมสรกำลังขาดแคลนกองหลังคุณภาพหลังจากผู้เล่นตัวหลักหลายคนออกจากทีมหรือมีอายุมากขึ้น ทำให้โรเมโรเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งประสบการณ์และสไตล์การเล่น
โรเมโรมีปัญหาเรื่องวินัยในสนามหรือไม่ A: ใช่ เขาเคยถูกไล่ออกจากสนามหลายครั้งในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นจุดที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่บ่อยครั้งแม้ฝีเท้าจะโดดเด่นก็ตาม
ใครคือผู้จัดการทีมของแอตเลติโก มาดริดที่โรเมโรจะไปร่วมงานด้วย A: ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือชาวอาร์เจนตินาที่คุมทีมแอตเลติโก มาดริดมายาวนาน และเป็นเจ้าของปรัชญาฟุตบอลที่เน้นความแข็งแกร่งของแนวรับ
การย้ายทีมนี้ส่งผลกระทบต่อท็อตแนมอย่างไร A: สโมสรสูญเสียกัปตันทีมและกองหลังตัวหลัก แต่ได้เงินก้อนใหญ่มาเสริมทัพในตำแหน่งอื่นเพื่อรับมือฤดูกาลใหม่
โรเมโรเคยเล่นเคียงข้างนักเตะเอเชียคนไหนบ้าง A: เขาเคยร่วมทีมกับซน ฮึงมิน ที่ท็อตแนม และกำลังจะได้ร่วมทีมกับอี คังอิน กองกลางทีมชาติเกาหลีใต้ที่แอตเลติโก มาดริด