ดูร์ซุน ออซเบ็ค ลั่นกลางวงใน “ราคาเท่าไหร่ก็ไม่ขายโอซีเมน” เปิดศึกอาร์เซน่อล-อัลฮิลาล ชิงเป้านิ่งที่กาลาตาซารายไม่มีวันยอมปล่อย

เมื่อ 130 ล้านยูโรยังไม่พอซื้อใจประธานสโมสร

ลองจินตนาการดูว่าถ้ามีใครยื่นเงินสดให้คุณ 4,700 ล้านบาท เพื่อแลกกับของสิ่งเดียว แล้วคุณยัง “ส่ายหน้า” ปฏิเสธแบบไม่คิดต่อรองแม้แต่วินาทีเดียว นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับ กาลาตาซาราย สโมสรแชมป์ตุรกี ที่เพิ่งปัดตกข้อเสนอมูลค่า 130 ล้านยูโรจากอัล-ฮิลาล ทีมยักษ์ใหญ่แห่งซาอุดีอาระเบีย ซึ่งยื่นข้อเสนอผ่านตัวกลาง โดยกาลาตาซารายไม่มีความสนใจแม้แต่จะเปิดโต๊ะเจรจา

เจ้าของเงินก้อนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นค่าตัวของ วิคเตอร์ โอซีเมน กองหน้าทีมชาติไนจีเรียวัย 27 ปี ที่ตอนนี้กลายเป็นชื่อร้อนแรงที่สุดในตลาดซื้อขายนักเตะยุโรปช่วงโค้งสุดท้ายของซัมเมอร์นี้ ไม่ใช่แค่อัล-ฮิลาลเท่านั้นที่ต้องการตัวเขา แต่ยังมี อาร์เซน่อล ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกที่กำลังมองหากองหน้าตัวเป้าคุณภาพสูงมาเสริมทัพ รวมถึงสโมสรระดับโลกอย่าง บาร์เซโลนา แอตเลติโก มาดริด และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ต่างก็ถูกโยงชื่อเข้ามาเกี่ยวข้องกับดีลนี้

แต่คำถามที่แท้จริงไม่ใช่ “ใครจะได้ตัวโอซีเมน” เพราะคำตอบจากปากประธานสโมสรกาลาตาซารายชัดเจนมากว่า “ไม่มีใครได้ตัวเขาไปในซัมเมอร์นี้” คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ อะไรทำให้กองหน้าคนหนึ่งมีมูลค่ามหาศาลจนสโมสรยอมทิ้งเงินระดับพันล้านบาทไปเฉยๆ และเรื่องราวเบื้องหลังปรากฏการณ์นี้บอกอะไรเราเกี่ยวกับโลกฟุตบอลยุคใหม่บ้าง


จุดยืนที่ชัดเจนของประธานสโมสร: “ไม่มีวันขายไม่ว่าราคาจะเท่าไหร่”

ดูร์ซุน ออซเบ็ค ประธานสโมสรกาลาตาซาราย ออกมาสยบทุกกระแสข่าวลือด้วยตัวเอง โดยยืนยันกับคนใกล้ชิดว่าจะไม่มีทางปล่อยโอซีเมนออกจากทีมไม่ว่าจะได้รับข้อเสนอสูงแค่ไหนก็ตาม จากรายงานของสื่อตุรกีอย่าง 343 ดิจิตัล ออซเบ็คระบุว่าเขาจะไม่ตอบตกลงกับดีลใดๆ ที่ส่งผลเสียหรือไม่เป็นประโยชน์ต่อกาลาตาซาราย พร้อมยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับกรณีของ บาริส อัลเปอร์ ยิลมาซ ปีกดาวรุ่งของทีมที่เขาเคยยืนกรานไม่ขายมาก่อน โดยย้ำว่าครั้งนี้เขาแข็งกร้าวยิ่งกว่าเดิม เพราะไม่ว่าตัวเลขในเช็คจะสูงแค่ไหน โอซีเมนก็จะไม่ถูกขาย

คำพูดนี้ไม่ใช่แค่การปลอบใจแฟนบอลไปวันๆ แต่มันสะท้อนวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของสโมสรที่มองว่า โอซีเมนคือรากฐานของความสำเร็จ ไม่ใช่แค่สินทรัพย์ที่ตีมูลค่าเป็นตัวเงินได้เพียงอย่างเดียว การที่ประธานสโมสรออกมาพูดเองแบบนี้ ในวงการฟุตบอลถือเป็นการส่งสัญญาณที่ทรงพลังมาก เพราะปกติแล้วสโมสรมักจะปล่อยให้ผู้อำนวยการกีฬาหรือโฆษกเป็นคนออกมาชี้แจงเรื่องดีลซื้อขาย แต่การที่ผู้มีอำนาจสูงสุดลงมาพูดเองสะท้อนว่านี่คือเรื่องที่สโมสรให้ความสำคัญระดับนโยบาย ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจธรรมดา

เส้นทางจากเนเปิลส์สู่อิสตันบูล: ทำไมโอซีเมนถึงกลายเป็น “ขวัญใจ” ของแฟนบอลตุรกี

หากย้อนกลับไปดูเส้นทางของโอซีเมน จะเห็นว่าเขาไม่ใช่นักเตะที่เพิ่งมาสร้างชื่อในตุรกี แต่เป็นดาวยิงที่มีประวัติการทำประตูสม่ำเสมอมาตั้งแต่สมัยอยู่กับนาโปลี สโมสรดังในเซเรียอา อิตาลี ก่อนที่จะย้ายมาร่วมทีมกาลาตาซารายแบบยืมตัวในตอนแรก และต่อมาสโมสรก็ตัดสินใจทุ่มเงินซื้อขาดแบบถาวรในเดือนกรกฎาคม ปี 2025 ปัจจุบันเขามีสัญญาผูกพันกับกาลาตาซารายไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน ปี 2029

ตัวเลขที่ยืนยันว่าการตัดสินใจของสโมสรนั้นคุ้มค่าคือสถิติการทำประตูที่น่าทึ่ง โอซีเมนยิงไปแล้วถึง 59 ประตูจากการลงสนามเพียง 74 นัดตลอดสองฤดูกาลที่อยู่กับทีมในตุรกี และยังช่วยให้กาลาตาซารายคว้าแชมป์ซูเปอร์ลีกได้ติดต่อกันสองสมัย โดยเฉพาะฤดูกาลล่าสุดที่เขายิงไป 22 ประตู พร้อมแอสซิสต์อีก 6 ครั้งจากการลงเล่นในลีก 33 นัด

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติในกระดาษ แต่มันคือเหตุผลที่ทำให้แฟนบอลกาลาตาซารายมองเขาเป็นมากกว่านักเตะต่างชาติธรรมดา เขาคือ สัญลักษณ์แห่งยุคทอง ของสโมสรในรอบหลายปี การครองแชมป์ลีกติดต่อกันสองสมัยพร้อมผลงานส่วนตัวที่โดดเด่นขนาดนี้ ทำให้ชื่อของโอซีเมนกลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ทีมไปโดยปริยาย นี่คือเหตุผลว่าทำไมการขายเขาออกไปจึงไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่มันเสี่ยงต่อการสูญเสียความเชื่อมั่นจากฐานแฟนคลับทั้งหมดของสโมสรด้วย

มองผ่านมุมวิทยาศาสตร์การกีฬา: อะไรทำให้กองหน้าคนหนึ่งมีมูลค่าระดับร้อยล้านยูโร

ในโลกฟุตบอลยุคใหม่ที่ข้อมูลสถิติ (Data Analytics) เข้ามามีบทบาทสำคัญในการประเมินมูลค่านักเตะ กองหน้าอย่างโอซีเมนไม่ได้ถูกวัดค่าแค่จากจำนวนประตูอย่างเดียว แต่สโมสรใหญ่ๆ อย่างอาร์เซน่อลมักใช้ตัวชี้วัดเชิงลึกอย่าง Expected Goals (xG) หรือค่าคาดการณ์ประตูที่ควรจะเกิดขึ้นจากคุณภาพโอกาสที่ผู้เล่นได้รับ, อัตราการแปลงโอกาสเป็นประตู (Conversion Rate), ความเร็วในการวิ่งทำลายช่องว่างหลังแนวรับคู่แข่ง (Off-the-ball Movement) และความสามารถในการเป็นจุดหมุนเกมรุก (Hold-up Play) มาประกอบการตัดสินใจ

โอซีเมนโดดเด่นในเรื่องพลังกายที่ผสมผสานความเร็วระดับสปรินเตอร์เข้ากับความแข็งแกร่งของร่างกาย ทำให้เขาสามารถเอาชนะกองหลังคู่แข่งได้ทั้งในเกมวิ่งไล่บอลยาวและเกมประชิดตัวในกรอบเขตโทษ นี่คือคุณสมบัติที่หายากในตลาดนักเตะปัจจุบัน เพราะกองหน้าส่วนใหญ่มักจะเก่งด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น การที่โอซีเมนทำได้ทั้งสองแบบพร้อมกัน จึงทำให้เขาเป็นที่ต้องการของทั้งทีมที่เล่นเกมเคาน์เตอร์อย่างรวดเร็ว และทีมที่เล่นเกมครองบอลแบบตั้งรับลึกให้คู่แข่งขึ้นมาก่อนแล้วค่อยเจาะทำลาย

อีกปัจจัยหนึ่งที่นักวิเคราะห์มักมองข้ามคือเรื่อง ความสม่ำเสมอ สถิติการยิงประตูที่คงเส้นคงวาตลอดสองฤดูกาลเต็มในลีกที่มีมาตรฐานสูงอย่างซูเปอร์ลีกตุรกี พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาไม่ใช่นักเตะที่ทำผลงานได้ดีแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่สามารถรักษามาตรฐานการเล่นในระดับสูงได้ตลอดทั้งฤดูกาล ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สโมสรระดับท็อปของยุโรปให้ความสำคัญมากกว่าฟอร์มที่ร้อนแรงเพียงชั่วครู่

มิติจิตใจ: ทำไมแฟนบอลถึง “คลั่ง” การแย่งชิงตัวนักเตะระดับนี้

ปรากฏการณ์ที่สโมสรใหญ่หลายแห่งพร้อมใจกันไล่ล่าผู้เล่นคนเดียวกันในช่วงตลาดซื้อขาย ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของธุรกิจกีฬาเท่านั้น แต่มันสะท้อนจิตวิทยาของแฟนบอลในยุคดิจิทัลที่ผูกพันกับ เรื่องราวความสำเร็จ (Success Narrative) มากกว่าตัวนักเตะเพียงอย่างเดียว การที่แฟนบอลอาร์เซน่อลลุ้นให้สโมสรเซ็นสัญญากับโอซีเมน ไม่ใช่เพราะแค่อยากได้กองหน้าเก่งๆ แต่เพราะพวกเขาอยากเห็นทีมที่ตัวเองรักกลับมาผงาดในระดับสูงสุดของวงการอีกครั้ง

ในทางกลับกัน สำหรับแฟนบอลกาลาตาซาราย การที่สโมสรยืนกรานไม่ขายโอซีเมนแม้จะได้รับข้อเสนอมหาศาล กลายเป็นสัญลักษณ์ของ ความภาคภูมิใจและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ที่ไม่ยอมให้เงินตราจากต่างชาติมาทำลายรากฐานความสำเร็จที่พวกเขาสร้างร่วมกันมา นี่คือเหตุผลที่คำพูดของออซเบ็คถึงได้สร้างกระแสตอบรับดีในหมู่แฟนบอลตุรกี เพราะมันไม่ใช่แค่การตัดสินใจทางธุรกิจ แต่เป็นการยืนหยัดปกป้อง “หัวใจ” ของทีม

สำหรับกลุ่มคนวัยทำงานที่ติดตามข่าวลักษณะนี้ เรื่องราวของโอซีเมนยังสะท้อนบทเรียนเรื่อง คุณค่าของวินัยและความสม่ำเสมอ ได้เป็นอย่างดี จากนักเตะที่เคยเผชิญความไม่แน่นอนในอาชีพ ต้องพิสูจน์ตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหลายลีก จนวันนี้กลายเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าระดับร้อยล้านยูโร คือบทพิสูจน์ว่าการรักษามาตรฐานผลงานอย่างต่อเนื่องในระยะยาว มีค่ามากกว่าการทำผลงานโดดเด่นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ

สงครามชิงตัวที่ไม่ได้มีแค่อาร์เซน่อล: เมื่อเงินซาอุฯ เขย่าตลาดยุโรป

สิ่งที่ทำให้ดีลนี้ซับซ้อนกว่าปกติคือการที่โอซีเมนไม่ได้เป็นเป้าหมายของทีมเดียว แต่มีทั้งสโมสรจากพรีเมียร์ลีก ลาลีกา และซาอุโปรลีกเข้ามาแย่งชิงพร้อมกัน โดยตลอดเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีรายงานว่ากาลาตาซารายปฏิเสธข้อเสนอสำคัญหลายรายการ ทั้งข้อเสนอวาจา 130 ล้านยูโรจากอัล-ฮิลาล ข้อเสนอ 125 ล้านยูโรจากแอตเลติโก มาดริด และข้อเสนอ 100 ล้านยูโรจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมถึงข้อเสนอที่ต่ำกว่าจากท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ในช่วง 60-65 ล้านยูโร ก็ถูกปฏิเสธเช่นกัน

ในส่วนของอาร์เซน่อลเอง ดีลนี้มีความซับซ้อนกว่าการยื่นข้อเสนอตรงๆ เพราะ การเจรจาระหว่างสองสโมสรเริ่มต้นจากประเด็นเรื่อง กาเบรียล มาร์ติเนลลี ปีกทีมชาติบราซิลของอาร์เซน่อล ซึ่งกาลาตาซารายเสนอราคาซื้อตัวถึง 38.5 ล้านปอนด์ ก่อนที่ชื่อของ อีธาน อึนวาเนรี และโอซีเมน จะถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องในวงเจรจาเดียวกัน สะท้อนให้เห็นว่าตลาดซื้อขายนักเตะยุคใหม่ไม่ได้เป็นแค่การซื้อขายแบบตัวต่อตัวอีกต่อไป แต่กลายเป็น การแลกเปลี่ยนที่ซับซ้อนหลายชั้น ระหว่างสโมสรพันธมิตรทางธุรกิจ

ปรากฏการณ์เงินซาอุดีอาระเบียที่ไหลเข้าสู่วงการฟุตบอลยุโรปอย่างต่อเนื่อง ยังเป็นสัญญาณเตือนให้สโมสรดั้งเดิมในยุโรปต้องปรับตัว เพราะซาอุโปรลีกไม่ได้แค่ซื้อนักเตะที่หมดสัญญาหรือใกล้แขวนสตั๊ดอีกต่อไป แต่กำลังไล่ล่านักเตะที่ยังอยู่ในวัยทองของอาชีพค้าแข้งเช่นเดียวกับโอซีเมน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดนักเตะโลกที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

อนาคตของโอซีเมน: จะไปทางไหนต่อในยุคดิจิทัลของฟุตบอลโลก

แม้ออซเบ็คจะยืนยันหนักแน่นว่าไม่ขาย แต่ในโลกฟุตบอลธุรกิจ ไม่มีอะไรที่ “แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์” จนกว่าตลาดซื้อขายจะปิดตัวลงจริง ยังมีอีกหลายปัจจัยที่อาจเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้ในช่วงโค้งสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็นแรงกดดันจากตัวนักเตะเองที่อาจต้องการย้ายไปเล่นในลีกที่ท้าทายกว่า หรือการที่สโมสรคู่แข่งยื่นข้อเสนอที่สูงจนสโมสรไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป

สิ่งที่น่าสนใจคือ ไม่ว่าดีลนี้จะจบลงอย่างไร มันได้กลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญของวงการฟุตบอลยุคดิจิทัลไปแล้ว เพราะทุกความเคลื่อนไหว ทุกคำพูดของประธานสโมสร ถูกจับตาและแชร์ต่อผ่านโซเชียลมีเดียแบบเรียลไทม์ ทำให้แฟนบอลทั่วโลกสามารถติดตามความคืบหน้าได้แบบนาทีต่อนาที ต่างจากยุคก่อนที่ข่าวลือการซื้อขายนักเตะมักใช้เวลาหลายวันกว่าจะได้รับการยืนยัน

ในระยะยาว หากกาลาตาซารายยังคงรักษาตัวโอซีเมนไว้ได้สำเร็จ นั่นจะยิ่งตอกย้ำสถานะของสโมสรในฐานะทีมที่มีอำนาจต่อรองสูงในตลาดยุโรป และอาจเปิดทางให้สโมสรจากลีกรองอย่างซูเปอร์ลีกตุรกี กล้าที่จะยืนหยัดปฏิเสธข้อเสนอจากสโมสรใหญ่มากขึ้นในอนาคต ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนสมดุลอำนาจในตลาดซื้อขายนักเตะโลกไปอีกรูปแบบหนึ่ง


บทสรุป: เมื่อเงินไม่ใช่คำตอบสุดท้ายเสมอไป

เรื่องราวของวิคเตอร์ โอซีเมน ในซัมเมอร์นี้เป็นบทเรียนที่ทรงพลังว่า ในโลกฟุตบอลสมัยใหม่ที่ทุกอย่างดูเหมือนจะซื้อขายได้ด้วยเงิน ยังมีบางสิ่งที่สโมสรบางแห่งเลือกจะไม่ขาย ไม่ว่าราคาจะสูงแค่ไหนก็ตาม จุดยืนของดูร์ซุน ออซเบ็ค สะท้อนปรัชญาการบริหารสโมสรที่ให้ความสำคัญกับความสำเร็จระยะยาวมากกว่ากำไรระยะสั้น ขณะเดียวกันก็เป็นบทพิสูจน์คุณค่าของนักเตะที่สร้างผลงานด้วยวินัยและความสม่ำเสมออย่างแท้จริง

คำถามที่น่าคิดต่อคือ ในโลกที่เงินทุนจากตะวันออกกลางไหลเข้าสู่วงการกีฬาอย่างต่อเนื่องแบบนี้ สโมสรดั้งเดิมในยุโรปจะยังคงยืนหยัดปกป้องนักเตะคนสำคัญของตัวเองได้อีกนานแค่ไหน หรือสุดท้ายแล้วตัวเลขที่สูงพอจะเป็นคำตอบสุดท้ายเสมอ

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ดูร์ซุน ออซเบ็ค ประธานกาลาตาซาราย ยืนยันไม่ขายวิคเตอร์ โอซีเมนไม่ว่าราคาข้อเสนอจะสูงแค่ไหน
  • กาลาตาซารายปฏิเสธข้อเสนอวาจา 130 ล้านยูโรจากอัล-ฮิลาล พร้อมข้อเสนออื่นๆ จากแอตเลติโก มาดริดและแมนฯ ยูไนเต็ด
  • อาร์เซน่อลเจรจากับกาลาตาซารายในหลายประเด็น รวมถึงดีลกาเบรียล มาร์ติเนลลีและอีธาน อึนวาเนรี ก่อนชื่อโอซีเมนจะถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้อง
  • โอซีเมนยิงไป 59 ประตูใน 74 นัด ช่วยกาลาตาซารายคว้าแชมป์ลีกติดต่อกันสองสมัย และมีสัญญาถึงปี 2029
  • ปรากฏการณ์นี้สะท้อนอิทธิพลของเงินทุนซาอุดีอาระเบียที่กำลังเขย่าโครงสร้างตลาดซื้อขายนักเตะยุโรป

คำถามที่พบบ่อย

Q: วิคเตอร์ โอซีเมน จะได้ย้ายไปอาร์เซน่อลหรือไม่ A: ยังไม่แน่ชัด เพราะกาลาตาซารายยืนยันว่าไม่มีแผนขายเขาในซัมเมอร์นี้ แม้จะมีการเจรจากับอาร์เซน่อลในหลายประเด็นก็ตาม

Q: กาลาตาซารายปฏิเสธข้อเสนอจากอัล-ฮิลาลไปเท่าไหร่ A: มีรายงานว่าอัล-ฮิลาลยื่นข้อเสนอวาจาสูงถึง 130 ล้านยูโรผ่านตัวกลาง แต่กาลาตาซารายปฏิเสธโดยไม่เปิดโต๊ะเจรจา

Q: ทำไมออซเบ็คถึงไม่ยอมขายโอซีเมน A: เขาระบุว่าจะไม่ตอบตกลงกับดีลใดที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสโมสร และมองว่าโอซีเมนคือผู้เล่นสำคัญเกินกว่าจะขายไม่ว่าราคาจะสูงแค่ไหน

Q: โอซีเมนมีสัญญากับกาลาตาซารายถึงเมื่อไหร่ A: เขามีสัญญาผูกพันกับสโมสรจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2029

Q: โอซีเมนทำผลงานได้ดีแค่ไหนกับกาลาตาซาราย A: เขายิงไปแล้ว 59 ประตูจาก 74 นัด และช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ซูเปอร์ลีกตุรกีติดต่อกัน 2 สมัย

Q: มีสโมสรอื่นนอกจากอาร์เซน่อลและอัล-ฮิลาลสนใจโอซีเมนหรือไม่ A: มีรายงานว่าบาร์เซโลนา แอตเลติโก มาดริด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ต่างก็ถูกโยงชื่อเข้ามาสนใจตัวเขาเช่นกัน

Q: ดีลระหว่างอาร์เซน่อลกับกาลาตาซารายเกี่ยวข้องกับนักเตะคนอื่นด้วยหรือไม่ A: ใช่ การเจรจาเริ่มต้นจากประเด็นเรื่องกาเบรียล มาร์ติเนลลีและอีธาน อึนวาเนรี ก่อนชื่อโอซีเมนจะถูกดึงเข้ามาในวงสนทนา

Q: โอซีเมนมาจากสโมสรไหนก่อนย้ายมากาลาตาซาราย A: เขาย้ายมาจากนาโปลี สโมสรในเซเรียอา อิตาลี โดยเริ่มจากการยืมตัวก่อนที่กาลาตาซารายจะซื้อขาดแบบถาวรในปี 2025

Q: ตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้จะปิดเมื่อไหร่ A: ตลาดซื้อขายของหลายลีกในยุโรปมักปิดในช่วงต้นเดือนกันยายน ทำให้ช่วงเวลาที่เหลือเป็นโค้งสุดท้ายของการเจรจาดีลต่างๆ

Q: อัล-ฮิลาลเคยพยายามซื้อโอซีเมนมาก่อนหรือไม่ A: เคย โดยสโมสรจากซาอุโปรลีกเคยพยายามดึงตัวเขามาก่อนหน้านี้ แต่พลาดโอกาสเมื่อกาลาตาซารายปิดดีลซื้อขาดไปก่อน

Q: ทำไมสโมสรจากซาอุดีอาระเบียถึงสนใจนักเตะระดับท็อปมากขึ้น A: ลีกซาอุดีอาระเบียมีเงินทุนสนับสนุนมหาศาลและต้องการยกระดับคุณภาพลีกด้วยการดึงนักเตะฝีเท้าดีในวัยทองของอาชีพเข้ามาร่วมทีม ไม่ใช่แค่นักเตะใกล้แขวนสตั๊ดเหมือนในอดีต

Q: กาลาตาซารายตั้งราคาขายโอซีเมนไว้เท่าไหร่หากต้องขายจริง A: มีรายงานว่าสโมสรเคยตั้งราคาที่คาดหวังไว้ในช่วง 120-150 ล้านยูโร แม้จะยืนยันว่าไม่มีแผนขายในตอนนี้ก็ตาม