เปิดฉากด้วยไฟแรง! เจ้าภาพส่งสัญญาณชัดเจนตั้งแต่นัดแรก
ฟุตบอลโลก 2026 บนแผ่นดินอเมริกาเหนือได้เริ่มต้นอย่างยิ่งใหญ่ และสหรัฐ อเมริกา เจ้าภาพร่วม ก็ไม่รีรอที่จะส่งข้อความถึงทุกทีมในทัวร์นาเมนต์ด้วยการไล่อัด ปารากวัย อย่างเด็ดขาด 4-1 ในนัดแรกของกลุ่ม D ณ ลอส แอนเจลิส สเตเดียม เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) ท่ามกลางบรรยากาศอันเดือดพล่านของแฟนบอลเจ้าถิ่น
ชัยชนะครั้งนี้ไม่ธรรมดา — มันคือสถิติประตูสูงสุดในประวัติศาสตร์การลงแข่งฟุตบอลโลกของทีมชาติสหรัฐอเมริกา ที่ก่อนหน้านี้เคยทำได้สูงสุดเพียง 3 ประตูต่อเกม และนี่คือสัญญาณที่บ่งบอกว่าทีม USMNT ภายใต้การนำทัพของ เมาริซีโอ โปเชตติโน พร้อมมากกว่าที่เคยเป็น
บทบาทของพูลิซิช — ยิ่งกว่าซูเปอร์สตาร์
หากจะพูดถึงหัวใจของทีมสหรัฐฯ ในคืนนั้น ชื่อแรกที่ต้องเอ่ยถึงคือ คริสเตียน พูลิซิช กองหน้าแนวรุกจาก เอซี มิลาน ที่ลงเล่นด้วยพลังงานล้นเหลือตั้งแต่นาทีแรก พูลิซิชไม่ใช่แค่ดาวเด่นบนกระดาษ เขาคือเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนทุกจังหวะที่เป็นอันตรายของสหรัฐฯ ตลอดทั้งเกม
เริ่มต้นในนาทีที่ 7 พูลิซิชรับบอลและไล่แหวกแนวรับปารากวัยเข้าเขตโทษ พยายามส่งต่อแต่ถูกขวางบอลกลิ้งมาถึง เวสตัน แม็คเคนนี่ ที่กำลังวิ่งตามลงมา แม็คเคนนี่ตวัดเข้ากลางแต่ ดาเมียน บาโบดิย่า กลับวิ่งมาสกัดบอลพลาดจนดันบอลเข้าประตูตัวเองไป สหรัฐฯ นำก่อน 1-0 ในเวลาไม่ถึง 10 นาที
ความพิเศษของพูลิซิชในคืนนี้ไม่ได้หยุดแค่การนำบอล — เขาเป็นตัวเชื่อมที่ทำให้ทุกประตูในครึ่งแรกเกิดขึ้น โดยมีบทบาทสำคัญในประตูที่ 2 และ 3 ด้วย ทำให้ฝ่ายปารากวัยต้องมาร์คเขาตลอดเวลา ซึ่งกลับเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ได้ใช้ประโยชน์
บาโลกุน — หัวหอกที่โลกต้องจดจำ
นาทีที่ 31 คือเวลาของ โฟลาริน บาโลกุน กองหน้าหนุ่มที่วันนี้พิสูจน์ว่าเขาคือทางเลือกที่ใช่สำหรับแนวหน้าของ USMNT แอนโทนี โรบินสัน เปิดบอลยาวหาพูลิซิช ก่อนที่พูลิซิชจะตัดบอลกลับเข้ากลางให้บาโลกุนสอดเข้ายิงด้วยขวาอย่างเฉียบขาด 2-0
แต่ประตูที่สองของบาโลกุนในช่วงทดเจ็บก่อนครึ่งแรก (นาทีที่ 45+5) คือจุดที่ทุกคนต้องหยุดปรบมือ — เขารับบอลจาก มาลิค ทิลล์แมน หลุดเข้าช่องด้านขวา หมุนตัวหนีกองหลังได้อย่างสง่างาม แล้วฉีกบอลด้วยเท้าซ้ายอ่อนเสียบเข้ามุมบนอย่างสวยงาม 3-0 ก่อนหมดครึ่งแรก ทำให้เขาทำแฮตทริกเกือบสำเร็จ และที่สำคัญกว่านั้น คือบอกให้ทุกคนรู้ว่าเขาไม่ใช่แค่ผู้เล่นนิสัยเท้าขวาอีกต่อไป
ครึ่งหลัง — ปารากวัยสู้ไม่ยอมแพ้ก่อนถูกปิดสกอร์
เข้าครึ่งหลัง ปารากวัยพยายามฟื้นเกมและกดดันสหรัฐฯ มากขึ้น ดีเอโก้ โกเมซ ลองยิงในนาทีที่ 65 แต่บอลลอยข้ามคานออกไป ไม่นานหลังจากนั้น ในนาทีที่ 73 มิเกล อัลมิรอน ผ่านบอลให้ ฮูลีโอ เอ็นกีโซ่ ก่อนส่งต่อให้ เมาริซีโอ ที่โล่งอยู่ในเขตโทษด้านซ้ายยิงลดสกอร์เป็น 3-1 ได้สำเร็จ
แต่ความพยายามของปารากวัยก็จบลงเมื่อในช่วงทดเจ็บท้ายเกม โจวานนี่ เรย์น่า ปิดสกอร์สุดท้ายให้สหรัฐฯ เป็น 4-1 และเซ็นสกอร์ชัยชนะที่เด็ดขาดที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ทีมชาติสหรัฐฯ บนเวทีโลก
น่าสังเกตว่าแม้สหรัฐฯ จะชนะขาด แต่ตัวเลขสถิติก็บอกถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริง — สหรัฐฯ ครองบอล 59% ยิงรวม 16 ครั้ง เข้าเป้า 6 ครั้ง และที่น่าทึ่งเป็นพิเศษคือ คริส ริชาร์ดส์ กองหลังของสหรัฐฯ ทำการส่งบอลสำเร็จ 83 จาก 83 ครั้ง ครบ 100% ทุกลูก ซึ่งถือเป็นสถิติที่หาได้ยากในเวทีฟุตบอลโลก
โปเชตติโน และแผนที่ทำให้ปารากวัยจนมุม
เบื้องหลังชัยชนะนี้คือระบบการเล่นที่ เมาริซีโอ โปเชตติโน วางไว้อย่างชาญฉลาด กดดันสูง เคลื่อนบอลเร็ว และใช้ความกว้างของสนามทำลายแนวรับปารากวัยอย่างมีระบบ โปเชตติโนไม่ได้พึ่งแค่ดาวเด่น — เขาสร้างทีมที่ทุกคนเล่นเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ทำให้ปารากวัยรับมือไม่ทัน
สหรัฐฯ ในอันดับ FIFA ที่ 17 ของโลก ถือว่าสูงกว่าปารากวัย (อันดับ 40) อย่างเห็นได้ชัด และในคืนนี้ พวกเขาแสดงให้เห็นว่าอันดับนั้นไม่ได้โกหก
ปารากวัย — บทเรียนแรกที่ต้องรับ
สำหรับ ปารากวัย แม้จะมีสตาร์อย่าง อัลมิรอน และ อันโตนิโอ ซานาเบรีย แต่คืนนี้ไม่ใช่คืนของพวกเขา แนวรับที่พลาดตั้งแต่ต้นเกม (ประตูเข้าตัวเอง) บวกกับการถูกกดดันอย่างไม่ให้ตั้งตัวนั้นทำให้เกมดูยากตลอด พวกเขายังคงมีโอกาสผ่านรอบได้ แต่ต้องเก็บแต้มจาก ตุรกี ในเกมถัดไปวันที่ 19 มิถุนายน ให้ได้
มองไปข้างหน้า — สหรัฐฯ ไม่ได้มาแค่ฝัน
ชัยชนะ 4-1 นัดแรกนี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าสหรัฐฯ ไม่ได้มาเป็นแค่เจ้าภาพสวยงาม พวกเขามาเพื่อแข่งขันอย่างจริงจัง และถ้าสามารถรักษาระดับนี้ไว้ได้ การผ่านรอบน็อคเอาท์ไม่ใช่เรื่องยาก
เกมถัดไป สหรัฐฯ จะพบกับ ออสเตรเลีย (อันดับ 27) วันที่ 19 มิถุนายน ที่ซีแอตเทิล ซึ่งถ้าชนะหรือเสมอเกมนั้น โอกาสผ่านรอบ 32 ทีมสุดท้ายก็อยู่แค่เอื้อมมือ
สรุปประตู
- ⚽ นาที 7 — เข้าประตูตัวเอง (ดาเมียน บาโบดิย่า) | 1-0 สหรัฐฯ
- ⚽ นาที 31 — โฟลาริน บาโลกุน | 2-0 สหรัฐฯ
- ⚽ นาที 45+5 — โฟลาริน บาโลกุน | 3-0 สหรัฐฯ
- ⚽ นาที 73 — เมาริซีโอ | 3-1 ปารากวัย
- ⚽ นาที 90+8 — โจวานนี่ เรย์น่า | 4-1 สหรัฐฯ
คำถามทิ้งท้ายสำหรับแฟนบอล
สหรัฐฯ ระเบิดฟอร์มเปิดสนาม 4-1 ด้วยบาโลกุนยิงคู่และพูลิซิชทำเกม — คุณคิดว่า USMNT จะเดินหน้าถึงรอบไหนในฟุตบอลโลก 2026 นี้? แชร์ความคิดเห็นของคุณด้านล่างได้เลย!