ซาบาเลนก้าป้องกันแชมป์ยูเอส โอเพ่นสำเร็จ เห็นใจอนิชิโมว่าพ่ายรอบชิงแกรนด์สแลม 2 รายการติดกัน

อารีน่า ซาบาเลนก้า นักเทนนิสมือ 1 ของโลกวัย 30 ปีจากเบลารุส สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับตัวเองด้วยการป้องกันแชมป์หญิงเดี่ยว “ยูเอส โอเพ่น” แกรนด์สแลมสุดท้ายประจำปีได้สำเร็จ หลังเอาชนะอแมนด้า อนิชิโมว่า นักหวดชาวอเมริกัน มือ 9 ของโลกวัย 22 ปี ไป 2 เซตรวด 6-3, 7-6 (3) ในรอบชิงชนะเลิศ ที่สนามอาร์เธอร์ แอช สเตเดี้ยม ฟลัชชิ่ง เมโดวส์ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 กันยายน (ตามเวลาประเทศไทย)

ซาบาเลนก้าประสบความสำเร็จสูงสุดในอาชีพ

นับเป็นแชมป์ยูเอส โอเพ่นสมัยที่ 2 ติดต่อกันของซาบาเลนก้า และเป็นแชมป์แกรนด์สแลมที่ 4 ในชีวิต หลังจากเคยคว้าแชมป์ออสเตรเลียน โอเพ่น 2 สมัยในปี 2023 และ 2024 มาแล้ว ชัยชนะครั้งนี้ทำให้เธอกลายเป็นนักเทนนิสหญิงคนแรกที่สามารถป้องกันแชมป์ยูเอส โอเพ่นได้นับตั้งแต่เซเรน่า วิลเลียมส์ ทำสำเร็จในปี 2014

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศใช้เวลาทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง 53 นาที ซาบาเลนก้าสามารถเอาชนะอนิชิโมว่าด้วยการเล่นที่มั่นคงและแม่นยำกว่า โดยเฉพาะในช่วงไทเบรกเซตที่สอง ที่เธอทำได้อย่างยอดเยี่ยม ขณะที่อนิชิโมว่าแม้จะมีโอกาสหลายครั้งในเซตที่สอง แต่ก็ไม่สามารถคว้าโอกาสเหล่านั้นได้

ชัยชนะครั้งนี้ยังทำให้ซาบาเลนก้าได้รับเงินรางวัล 3.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 126 ล้านบาท) และคะแนนสะสม 2,000 คะแนน ซึ่งช่วยให้เธอรักษาตำแหน่งมือหนึ่งของโลกต่อไปได้อย่างแน่นอน

อนิชิโมว่าผิดหวังรอบชิงเป็นครั้งที่สอง

ในทางตรงกันข้าม อนิชิโมว่า ต้องพบกับความผิดหวังในรอบชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมเป็นครั้งที่สองติดต่อกัน หลังจากเพิ่งแพ้ต่อบาร์โบร่า เครจชิโคว่า ในรอบชิงชนะเลิศวิมเบิลดันเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นับเป็นความผิดหวังครั้งใหญ่ของนักเทนนิสดาวรุ่งชาวอเมริกัน ที่ยังคงต้องรอโอกาสในการคว้าแชมป์แกรนด์สแลมแรกในชีวิตต่อไป

อนิชิโมว่ามีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยม โดยสามารถผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศขึ้นไปในแกรนด์สแลมทั้ง 4 รายการในปีนี้ ซึ่งเป็นเพียงนักเทนนิสหญิงคนที่ 5 ในประวัติศาสตร์ที่ทำได้ หลังจากมาร์ตินา นาฟราติโลว่า, สเตฟฟี่ กราฟ, เซเรน่า วิลเลียมส์ และ ซิโมน่า ฮาเล็ป

การเดินทางสู่ตำแหน่งแชมป์ของซาบาเลนก้า

ซาบาเลนก้าเริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ด้วยการเอาชนะพอลล่า บาโดซ่า จากสเปนในรอบแรก ก่อนจะผ่านเข้ารอบต่อไปด้วยการชนะยูเลีย พุตินเซว่า, คาโรไลน์ การ์เซีย และดานิเอล คอลลินส์ ในรอบก่อนรองชนะเลิศ เธอเผชิญหน้ากับจู้ หลิน ดาวรุ่งชาวจีน และเอาชนะไปได้อย่างเหนือชั้น จากนั้นในรอบรองชนะเลิศ เธอต้องดวลกับเอ็มม่า ราดูคานู อดีตแชมป์ยูเอส โอเพ่น ซึ่งเป็นเกมที่สูสีมาก ก่อนที่ซาบาเลนก้าจะเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 7-5, 6-3

เส้นทางสู่รอบชิงชนะเลิศของอนิชิโมว่าเริ่มต้นด้วยการเอาชนะแคร์เตอร์ วัน มิเค็ตตะ จากออสเตรีย ในรอบแรก ตามด้วยชัยชนะเหนือคาโรลีน่า มูโคว่า, เอลิส คอร์เนต์ และเบตตินี่ จากอิตาลี ในรอบก่อนรองชนะเลิศ เธอเจอกับโคโค่ กอฟฟ์ มือ 3 ของโลกและแชมป์เก่าในศึกดาร์บี้อเมริกัน ซึ่งเธอสามารถเอาชนะไปได้ในสามเซตสุดดราม่า ก่อนที่ในรอบรองชนะเลิศเธอจะเอาชนะเคย์ลา เดย์ จากสหรัฐฯ ไปได้อย่างเด็ดขาด

ความรู้สึกของผู้ชนะและผู้แพ้

หลังจบการแข่งขัน ซาบาเลนก้ากล่าวด้วยความตื้นตันใจว่า “รู้สึกพูดไม่ออกจริงๆ สิ่งที่ผ่านมาในปีนี้เป็นบทเรียนที่หนักหน่วงมาก แต่มันคุ้มค่ากับทุกหยาดเหงื่อและความพยายามที่ได้ทุ่มเทลงไป”

“ผมต้องแสดงความยินดีกับอแมนด้าด้วย ที่สามารถเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในแกรนด์สแลม 2 รายการติดต่อกัน ทั้งวิมเบิลดันและยูเอส โอเพ่น ผมเข้าใจดีว่ามันเจ็บปวดขนาดไหนที่แพ้ในรอบชิงชนะเลิศ แต่เชื่อเถอะว่าถ้าวันหนึ่งคุณสามารถคว้าแชมป์แกรนด์สแลมครั้งแรกได้ คุณจะเข้าใจว่ามันรู้สึกดีอย่างไร และผมเชื่อว่าคุณจะทำได้แน่นอน”

ซาบาเลนก้ายังกล่าวขอบคุณทีมงาน ครอบครัว และแฟนหนุ่ม โดยระบุว่า “ถ้าไม่มีกำลังใจเหล่านี้ ผมก็คงไม่ประสบความสำเร็จแบบนี้ ทุกคนคือครอบครัวของผม”

ด้านอนิชิโมว่า ซึ่งอารมณ์เสียอย่างเห็นได้ชัดหลังจบเกม กล่าวว่า “การแพ้ในรอบชิงชนะเลิศแกรนด์สแลม 2 รายการติดต่อกันมันเจ็บปวดมากๆ แต่ผมคิดว่าตัวเองได้สู้อย่างเต็มที่เพื่อความฝันแล้ว”

“ขอแสดงความยินดีกับอารีน่า ผมรู้ดีว่าเราจะต้องเจอกันในสนามแข่งขันอีกหลายครั้งในอนาคต ผมรู้สึกทึ่งกับความสำเร็จที่คุณทำได้ และยังทำมันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งน่าเหลือเชื่อมาก การได้เล่นในรอบชิงชนะเลิศยูเอส โอเพ่นเป็นความฝันของผมมาตลอด ขอบคุณทุกคนที่ทำให้มันเป็นจริง”

วิเคราะห์การแข่งขัน

ในเซตแรก ซาบาเลนก้าเริ่มต้นได้อย่างร้อนแรงด้วยการเบรกเกมเสิร์ฟของอนิชิโมว่าในเกมแรก และรักษาความได้เปรียบนี้ไว้ตลอดทั้งเซต ก่อนจะปิดเซตแรกไปด้วยสกอร์ 6-3 ในเวลา 45 นาที

เซตที่สองเป็นการแข่งขันที่สูสีมากขึ้น โดยทั้งคู่สลับกันเบรกเกมเสิร์ฟของอีกฝ่าย อนิชิโมว่ามีโอกาสนำถึง 5-4 และเสิร์ฟเพื่อปิดเซต แต่ซาบาเลนก้าแสดงให้เห็นถึงประสบการณ์ที่เหนือกว่าด้วยการเบรกกลับและบังคับให้เกมเข้าสู่ไทเบรก ในช่วงไทเบรก ซาบาเลนก้าเล่นได้อย่างไร้ที่ติ ทำแต้มสำคัญได้หลายครั้ง และปิดการแข่งขันด้วยสกอร์ 7-3 ในไทเบรก

สถิติแสดงให้เห็นว่าซาบาเลนก้าทำเอซได้ 8 ครั้ง เทียบกับ 4 ครั้งของอนิชิโมว่า ขณะที่ซาบาเลนก้าทำดับเบิลฟอลต์ 2 ครั้ง น้อยกว่าอนิชิโมว่าที่ทำไปถึง 5 ครั้ง ซาบาเลนก้ายังมีอัตราการทำแต้มจากโอกาสเบรกพอยต์สูงถึง 57% (4 จาก 7 ครั้ง) ขณะที่อนิชิโมว่าทำได้เพียง 33% (2 จาก 6 ครั้ง)

ประเด็นสำคัญจากการแข่งขัน

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจจากการแข่งขันนี้คือการที่ซาบาเลนก้าสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่า โดยเฉพาะในช่วงเวลาวิกฤต อนิชิโมว่าแสดงอาการหงุดหงิดหลายครั้งเมื่อทำแต้มพลาด และความกดดันในฐานะนักเทนนิสเจ้าบ้านที่มาถึงรอบชิงชนะเลิศยูเอส โอเพ่นดูเหมือนจะส่งผลกระทบต่อเธอในช่วงสำคัญของเกม

อีกประเด็นหนึ่งคือความแข็งแกร่งทางร่างกายของซาบาเลนก้า ซึ่งดูเหมือนจะอยู่ในสภาพที่ดีกว่าแม้จะผ่านการแข่งขันหนักมาตลอด 2 สัปดาห์ เธอยังคงเคลื่อนที่ได้ดีและมีความแม่นยำในการตีลูกจนถึงช่วงสุดท้ายของเกม

ความสำเร็จของซาบาเลนก้าในปี 2568

ปี 2568 นับเป็นปีทองของซาบาเลนก้า โดยเธอสามารถคว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้ถึง 2 รายการ ทั้งออสเตรเลียน โอเพ่น และยูเอส โอเพ่น และยังคงรักษาตำแหน่งมือหนึ่งของโลกไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

นอกจากนี้ ซาบาเลนก้ายังคว้าแชมป์ในรายการระดับ WTA 1000 อีก 2 รายการ ได้แก่ ไมอามี โอเพ่น และมาดริด โอเพ่น รวมถึงรายการ WTA 500 อีก 1 รายการ ที่บริสเบน ออสเตรเลีย ทำให้เธอมีผลงานรวม 5 แชมป์ในปีนี้ นับเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดในอาชีพของเธอ

อนาคตของอนิชิโมว่า

แม้จะพลาดหวังในรอบชิงชนะเลิศ 2 ครั้งติดกัน แต่อนาคตของอนิชิโมว่ายังคงสดใส นักเทนนิสวัย 22 ปีรายนี้แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่น่าประทับใจ และมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักเทนนิสชั้นนำของโลกในอนาคตอันใกล้

การที่เธอสามารถเข้าถึงรอบรองชนะเลิศขึ้นไปในแกรนด์สแลมทั้ง 4 รายการในปีเดียวกัน แสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอระดับสูงที่หาได้ยาก และเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอนาคตของเธอในวงการเทนนิส

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนคาดการณ์ว่าอนิชิโมว่าจะสามารถคว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้ในไม่ช้า หากเธอยังคงรักษาระดับการเล่นเช่นนี้และเรียนรู้จากประสบการณ์ในรอบชิงชนะเลิศที่ผ่านมา

มุมมองจากคนในวงการ

คริส เอเวิร์ต ตำนานนักเทนนิสชาวอเมริกัน กล่าวหลังการแข่งขันว่า “ซาบาเลนก้าแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทั้งทางร่างกายและจิตใจในการป้องกันแชมป์ครั้งนี้ เธอเป็นนักกีฬาที่สมบูรณ์แบบในยุคปัจจุบัน ทั้งพลัง ความเร็ว และทักษะทางเทคนิค”

“สำหรับอนิชิโมว่า นี่เป็นประสบการณ์ที่มีค่ามาก เธอมาถึงจุดนี้ได้สองครั้งติดกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เธอจะกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมแน่นอน และผมเชื่อว่าเธอจะสามารถคว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้ในปีหน้า”

มาร์ตินา นาฟราติโลว่า อดีตมือหนึ่งของโลก ให้ความเห็นว่า “ซาบาเลนก้าแสดงให้เห็นว่าทำไมเธอถึงเป็นมือหนึ่งของโลก เธอเล่นได้ดีที่สุดในช่วงเวลาสำคัญ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เธอแตกต่างจากคนอื่น”

“อนิชิโมว่ามีพรสวรรค์มากมาย แต่เธอยังต้องเรียนรู้ที่จะจัดการกับแรงกดดันในเกมใหญ่ให้ดีกว่านี้ เธอมีทุกอย่างที่จะเป็นแชมป์ แต่เธอต้องพัฒนาความแข็งแกร่งทางจิตใจเพิ่มขึ้นอีกนิด”

กำหนดการแข่งขันต่อไป

หลังจากจบการแข่งขันยูเอส โอเพ่น วงการเทนนิสจะเข้าสู่ช่วงฤดูกาลเอเชีย โดยมีทัวร์นาเมนต์สำคัญที่จะตามมา ได้แก่ ไชน่า โอเพ่น ที่ปักกิ่ง และ WTA Finals รายการสุดท้ายของปีที่จะจัดขึ้นที่ซาอุดิอาระเบีย ซึ่งจะรวมนักเทนนิสหญิง 8 คนที่มีผลงานดีที่สุดในรอบปีมาชิงชัยกัน

ซาบาเลนก้าในฐานะมือหนึ่งของโลกจะเป็นตัวเต็งในรายการเหล่านี้ ขณะที่อนิชิโมว่าก็มีโอกาสที่จะแก้ตัวและจบฤดูกาลด้วยผลงานที่ดีเช่นกัน

ความหมายของชัยชนะต่อวงการเทนนิส

ชัยชนะของซาบาเลนก้าในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำสถานะมือหนึ่งของโลกของเธอเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของวงการเทนนิสหลังยุคของเซเรน่า วิลเลียมส์ โดยซาบาเลนก้าได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักเทนนิสชั้นนำที่มีความสม่ำเสมอมากที่สุดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

ในขณะเดียวกัน อนิชิโมว่าก็เป็นตัวแทนของนักเทนนิสรุ่นใหม่ชาวอเมริกัน ที่กำลังพยายามสร้างชื่อในระดับโลก และสานต่อมรดกของเทนนิสหญิงสหรัฐฯ ที่เคยครองวงการมาอย่างยาวนาน

การแข่งขันระหว่างสองคนนี้มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นคู่แข่งที่น่าจับตามองในอนาคต ซึ่งจะช่วยสร้างความน่าสนใจให้กับวงการเทนนิสหญิงต่อไป

บทสรุป

การป้องกันแชมป์ยูเอส โอเพ่นของซาบาเลนก้าเป็นการตอกย้ำถึงความยิ่งใหญ่ของเธอในยุคปัจจุบัน และเป็นก้าวสำคัญในการสร้างตำนานของตัวเองในประวัติศาสตร์เทนนิส ด้วยแชมป์แกรนด์สแลม 4 รายการในชีวิต เธอกำลังก้าวเข้าสู่กลุ่มนักเทนนิสระดับตำนานอย่างรวดเร็ว

สำหรับอนิชิโมว่า แม้จะพ่ายแพ้ในรอบชิงชนะเลิศเป็นครั้งที่สอง แต่เธอได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถและศักยภาพที่จะก้าวขึ้นไปสู่ระดับแถวหน้าของวงการเทนนิสโลก หากเธอสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ครั้งนี้และพัฒนาตัวเองต่อไป ไม่นานเธอก็จะสามารถคว้าแชมป์แกรนด์สแลมที่เธอปรารถนามานานได้สำเร็จ

ยูเอส โอเพ่น 2568 จบลงแล้วด้วยชัยชนะของซาบาเลนก้า แต่เรื่องราวการแข่งขันระหว่างเธอและอนิชิโมว่ายังคงดำเนินต่อไป และมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นหนึ่งในคู่แข่งที่น่าจับตามองในวงการเทนนิสหญิงในอนาคตอันใกล้นี้