ทีมชาติที่เพิ่งทะลุถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี กำลังจะสูญเสียสถาปนิกผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนั้นไปแบบไม่มีทางเยียวยา และต้นตอไม่ใช่เรื่องฟอร์มการเล่นหรือผลงานในสนาม แต่เป็นเรื่องเงินในกระเป๋าที่ยังไม่เคยถูกจ่ายให้ครบ
คาร์ลอส เคยรอซ เฮดโค้ชชาวโปรตุกีสวัย 73 ปี ที่พาทีมชาติกานาทะลุเข้าสู่รอบน็อคเอาต์ฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2010 กำลังกลายเป็นข่าวใหญ่อีกครั้ง หลังมีรายงานว่าการเจรจาสัญญาฉบับใหม่ระหว่างเขากับสมาคมฟุตบอลกานา (จีเอฟเอ) ได้ยุติลงแบบที่แทบไม่มีช่องทางให้กลับมาร่วมงานกันได้อีก คำถามคือ เกิดอะไรขึ้นกันแน่กับดีลที่ดูเหมือนจะราบรื่นในตอนแรก และเรื่องนี้สะท้อนอะไรมากกว่าแค่ข่าวเปลี่ยนโค้ชธรรมดาๆ
เปิดแฟ้มลับ ทำไมดีลที่ดูสวยงามถึงพังไม่เป็นท่า
ย้อนกลับไปเดือนเมษายน 2026 จีเอฟเอเสนอสัญญาระยะสั้นสี่เดือนให้เคยรอซ ครอบคลุมช่วงเตรียมทีมและการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 โดยมีเงื่อนไขโบนัสต่อสัญญาแบบมีเงื่อนไขผลงาน ซึ่งจะขยายให้อัตโนมัติหากทีมทำผลงานเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ
ในสนามจริง เคยรอซทำผลงานได้เกินความคาดหมาย พาทีมเปิดตัวด้วยชัยชนะเหนือปานามา ตามด้วยการเสมอ 0-0 กับอังกฤษ ก่อนจะแพ้โครเอเชียในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม แต่ยังผ่านเข้ารอบน็อคเอาต์ได้ในฐานะหนึ่งในทีมอันดับสามที่ดีที่สุด ก่อนจะตกรอบ 32 ทีมสุดท้ายด้วยการแพ้โคลอมเบีย 1-0 ที่เมืองแคนซัสซิตี้
ปัญหาคือ ผลงานระดับนี้ ยังไม่ถึงเกณฑ์ ที่จะกระตุ้นเงื่อนไขต่อสัญญาอัตโนมัติตามที่ตกลงกันไว้แต่แรก นั่นทำให้ทุกอย่างต้องเริ่มเจรจาใหม่หมด และตรงนี้เองที่ทุกอย่างเริ่มติดขัด
รายงานล่าสุดระบุว่าเคยรอซปฏิเสธที่จะเจรจาเรื่องอนาคตกับจีเอฟเอ เพราะยังไม่ได้รับค่าตอบแทนสำหรับงานที่ทำในฟุตบอลโลกครั้งนี้ โดยเขาแจ้งกับสมาคมว่าการพูดคุยทั้งหมดจะถูกระงับไว้จนกว่าจะได้รับค่าเหนื่อยสำหรับรอบเพลย์ออฟ พูดง่ายๆ คือ ทีมงานของเขายังรอเงินเดือนค้างจ่ายอยู่ ทั้งที่ภารกิจสำคัญที่สุดของปีได้จบลงไปแล้ว
ที่หนักไปกว่านั้นคือ เมื่อเข้าสู่การเจรจาสัญญาใหม่จริงๆการเจรจากลับถูกทำให้ซับซ้อนขึ้นด้วยข้อเรียกร้องของโค้ช จนสร้างความไม่แน่นอนต่ออนาคตของเขากับทีมมากขึ้นไปอีก โดยหนึ่งในเงื่อนไขที่ถูกเปิดเผยคือเคยรอซต้องการให้รัฐบาลเป็นผู้จ่ายเงินเดือนให้ทีมสตาฟฟ์ผู้ช่วยของเขาทั้งหมด ซึ่งเป็นภาระการเงินก้อนใหญ่ที่จีเอฟเอมองว่ารับไม่ไหว
ผลลัพธ์คือจีเอฟเอเริ่มมองหาทางเลือกอื่นสำหรับตำแหน่งเฮดโค้ชทีมชาติ หลังการเจรจากับเคยรอซหยุดชะงัก โดยมีการยืนยันจากกรรมการบริหารของสมาคมว่ากำลังพูดคุยกับโค้ชคนอื่นๆ อย่างจริงจัง เท่ากับว่าดีลที่หลายฝ่ายเคยมองว่าเป็นเรื่องแค่ “รอเซ็นเอกสาร” กลายเป็นทางตันที่ยากจะเยียวยาในเวลาไม่กี่สัปดาห์
มิติประวัติศาสตร์ ชายผู้เคยยืนอยู่บนเวทีระดับโลกมาแล้วทุกทวีป
การจะเข้าใจว่าทำไมเรื่องนี้ถึงกลายเป็นข่าวใหญ่ระดับทวีป ต้องย้อนดูเส้นทางของเคยรอซก่อน เขาไม่ใช่โค้ชหน้าใหม่ แต่คือหนึ่งในผู้จัดการทีมที่มีประสบการณ์คุมทีมชาติมากที่สุดคนหนึ่งของโลกฟุตบอลยุคปัจจุบัน ผ่านสนามรบมาแล้วทั้ง เรอัล มาดริด ทีมชาติโปรตุเกส ผู้ช่วยที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อิหร่าน อียิปต์ โคลอมเบีย และล่าสุดคือกาตาร์ ก่อนจะมารับงานที่กานา
จีเอฟเอแต่งตั้งเคยรอซในวันที่ 13 เมษายน เพียงสองเดือนก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มต้น บนสัญญาระยะสั้นสี่เดือน หลังปลด อ็อตโต แอดโด ออกจากตำแหน่ง การเข้ามารับงานในระยะเวลากระชั้นชิดขนาดนี้ ถือเป็นความท้าทายระดับสูงสุดของอาชีพโค้ชทีมชาติ เพราะแทบไม่มีเวลาปรับจูนทีมหรือทำความรู้จักนักเตะเลย
ดาวดำ กับความฝัน 45 ปีที่ยังไม่เป็นจริง
สำหรับแฟนบอลกานา ชื่อ “ดาวดำ” (Black Stars) ผูกติดกับความทรงจำอันยิ่งใหญ่ในปี 2010 ที่ทีมเกือบพาแอฟริกาเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ทวีป ก่อนจะพลาดจุดโทษชิงชะตาให้อุรุกวัยไปอย่างน่าเสียดาย หลังจากนั้นทีมกลับตกรอบแบ่งกลุ่มติดต่อกันทั้งในปี 2014 และ 2022 ทำให้การกลับมาเข้ารอบน็อคเอาต์ได้อีกครั้งในปี 2026 ภายใต้การคุมทีมของเคยรอซ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จุดประกายความหวังให้แฟนบอลทั้งประเทศ
ในขณะเดียวกัน ความกระหายแชมป์ระดับทวีปของกานาก็ยังคงเป็นบาดแผลเปิด เพราะทีมคว้าแชมป์แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชันส์ (AFCON) ครั้งล่าสุดเมื่อปี 1982 นั่นหมายความว่าประเทศที่เคยเป็นเจ้าของถ้วยถึงสี่สมัยต้องรอคอยความสำเร็จมานานถึง 45 ปีแล้ว และภารกิจถัดไปที่รออยู่คือศึกคัดเลือกแอฟคอน 2027 ซึ่งจะเริ่มต้นในเดือนกันยายนนี้ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการตัดสินใจเรื่องโค้ชจึงมีน้ำหนักมหาศาลต่ออนาคตของทีม
มิติเทคนิคและวิทยาศาสตร์การกีฬา ปาฏิหาริย์สองเดือนที่ไม่ได้เกิดจากโชคช่วย
คำถามที่น่าสนใจในเชิงวิทยาศาสตร์การกีฬาคือ โค้ชคนหนึ่งจะสร้างทีมที่มีความเป็นระบบระเบียบเพียงพอจะไปแข่งขันระดับโลกได้อย่างไร ในเวลาเพียงสองเดือน โดยไม่มีการเก็บตัวระยะยาวแบบทีมชั้นนำอื่นๆ
คำตอบอยู่ที่หลักการพื้นฐานที่เคยรอซใช้มาตลอดอาชีพการโค้ช นั่นคือการวางรากฐาน “วินัยเชิงระบบ” (Structural Discipline) แทนที่จะพยายามสร้างสรรค์แผนการเล่นซับซ้อน เขาเลือกเน้นความกระชับของแนวรับ การประกบตัวเป็นโซน และความแม่นยำในลูกตั้งเตะ ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ฝึกซ้อมได้เร็วที่สุดในเวลาจำกัด
ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดคือการยันเสมอทีมระดับท็อปอย่างอังกฤษได้แบบไม่เสียประตู แม้จะเป็นทีมรองบ่อนในเกมนั้น นี่คือเครื่องพิสูจน์ว่าการจัดระเบียบทีมที่ดีสามารถลดช่องว่างของคุณภาพนักเตะรายบุคคลได้จริง หลักการนี้สอดคล้องกับแนวคิดวิทยาศาสตร์การกีฬาสมัยใหม่ที่เชื่อว่า “ระบบที่ดีเอาชนะพรสวรรค์ที่ไร้ทิศทาง” ได้ในระยะสั้น แม้จะไม่สามารถทดแทนการพัฒนาพื้นฐานระยะยาวได้ก็ตาม
สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือการบริหารจัดการร่างกายนักเตะในสภาพอากาศที่หลากหลายของสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ซึ่งเป็นเจ้าภาพร่วมสามประเทศของทัวร์นาเมนต์นี้ การหมุนเวียนนักเตะและการจัดการภาระงาน (Load Management) จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทีมงานสตาฟฟ์โค้ชต้องบริหารอย่างละเอียด ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่เคยรอซยืนกรานว่าทีมผู้ช่วยของเขาต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพราะความสำเร็จในสนามไม่ได้เกิดจากตัวเขาคนเดียว แต่เกิดจากทีมงานเบื้องหลังทั้งหมด
มิติจิตใจและแรงบันดาลใจ บทเรียนเรื่อง “รู้คุณค่าของตัวเอง” ที่คนวัยทำงานเอาไปใช้ได้
สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของเคยรอซน่าสนใจเกินกว่าแค่ข่าววงการกีฬา คือแง่มุมด้านจิตใจที่ซ่อนอยู่ในสถานการณ์นี้ หลังจบทัวร์นาเมนต์ เขาเคยโพสต์ข้อความที่กลายเป็นไวรัลว่า “ฟุตบอล เหมือนกับชีวิต สอนบทเรียนอมตะบทเดียวเสมอ คือคุณจะชนะ หรือไม่ก็เรียนรู้” คำพูดนี้สะท้อนปรัชญาการทำงานของเขาได้อย่างชัดเจน
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ การที่โค้ชวัย 73 ปี ผู้ผ่านเวทีระดับโลกมาแล้วนับไม่ถ้วน ยังคงยืนกรานเรื่องการได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรมและตรงเวลา แทนที่จะยอมง่ายๆ เพียงเพราะกระแสความนิยมกำลังพุ่งสูงหลังผลงานดี นี่คือบทเรียนสำคัญสำหรับคนวัยทำงานทุกคน ไม่ว่าคุณจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานมากแค่ไหน การรู้จักคุณค่าของตัวเองและกล้าเจรจาต่อรองอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ใช่เรื่องเห็นแก่ตัว แต่คือความเป็นมืออาชีพ
การที่เคยรอซเลือกจะไม่ต่อรองจนกว่าจะได้รับสิ่งที่ควรได้รับ แม้จะเสี่ยงต่อการเสียตำแหน่งที่ทั้งประเทศอยากให้เขาอยู่ต่อ สะท้อนถึงวินัยและความมั่นคงทางความคิดที่ผ่านการหล่อหลอมมาจากประสบการณ์การทำงานในหลายวัฒนธรรมทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นตะวันออกกลาง เอเชีย ยุโรป หรือแอฟริกา นี่คือทักษะที่เรียกว่า “Negotiation Discipline” หรือวินัยในการเจรจา ซึ่งเป็นทักษะที่มีค่ามากในโลกการทำงานยุคปัจจุบัน ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวงการไหนก็ตาม
มิติธุรกิจและอนาคต เกมเงินหลังม่านลูกหนัง และทิศทางที่กานาต้องเลือก
เรื่องเงินในวงการฟุตบอลทีมชาติไม่ใช่เรื่องเล็ก ย้อนกลับไปตอนแต่งตั้ง มีรายงานว่าจีเอฟเอเสนอเงินเดือนเริ่มต้นที่ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เคยรอซเรียกร้องสูงถึง 200,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ก่อนที่ทางการจะออกมาชี้แจงภายหลังว่าตัวเลขจริงต่ำกว่านั้นมาก โดยรัฐมนตรีกีฬายืนยันว่าเคยรอซได้รับค่าตอบแทน 80,000 ดอลลาร์ต่อเดือน ไม่ใช่ 100,000 ดอลลาร์ตามที่มีการรายงาน
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความจริงข้อหนึ่งของธุรกิจฟุตบอลทีมชาติในยุคปัจจุบัน นั่นคือสมาคมฟุตบอลระดับชาติต้องแข่งขันกันดึงตัวโค้ชคุณภาพสูงด้วยงบประมาณที่จำกัดกว่าสโมสรระดับท็อปมาก และเมื่อทีมประสบความสำเร็จ อำนาจต่อรองก็ยิ่งเปลี่ยนมือไปอยู่ที่ตัวโค้ชมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ตลาดโค้ชระดับโลกในปัจจุบันมีการแข่งขันสูงมาก ตัวอย่างที่ชัดเจนคือแอร์เว เรอนาร์ ซึ่งเคยเป็นตัวเต็งของตำแหน่งนี้ ได้ตัดสินใจกลับไปคุมทีมชาติไอวอรีโคสต์แทน สะท้อนว่าตลาดโค้ชระดับทวีปแอฟริกากำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และทุกสมาคมต้องตัดสินใจให้ทันเกม
ในมุมของอนาคต แม้ประธานาธิบดี จอห์น มาฮามา จะออกมาสนับสนุนต่อสาธารณะให้จีเอฟเอโน้มน้าวเคยรอซให้อยู่ต่อ โดยเชื่อว่าความต่อเนื่องจะช่วยให้ทีมมีโอกาสลุ้นแชมป์ในทัวร์นาเมนต์ต่อไป แต่ในทางปฏิบัติ อำนาจตัดสินใจจริงอยู่ที่คณะกรรมการบริหารของสมาคม ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันสองด้าน ทั้งจากกระแสเรียกร้องของแฟนบอลให้รักษาโค้ชที่พาทีมทำผลงานดีที่สุดในรอบ 16 ปีเอาไว้ และจากข้อจำกัดด้านงบประมาณที่ไม่สามารถตอบสนองทุกข้อเรียกร้องได้
ที่น่าจับตาคือ ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ ชื่อของเปาโล เบนโต อดีตกุนซือทีมชาติโปรตุเกสที่เคยพาทีมเข้ารอบรองชนะเลิศยูโร 2012 และเคยพาเกาหลีใต้เข้ารอบน็อคเอาต์ฟุตบอลโลก 2022 ก็เริ่มถูกพูดถึงในฐานะตัวเลือกสำรอง แสดงให้เห็นว่าจีเอฟเอไม่ได้นิ่งเฉยรอคำตอบจากเคยรอซเพียงฝ่ายเดียว
ในยุคที่ทุกความเคลื่อนไหวถูกจับตาผ่านโซเชียลมีเดีย เรื่องราวของเคยรอซยังสะท้อนปรากฏการณ์ใหม่ของวงการกีฬา นั่นคือคลิปวิดีโอไวรัลที่เขาปฏิเสธข่าวลือเรื่องการลาออกขณะเดินทางอยู่ต่างประเทศ กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ทันที นี่คือภาพสะท้อนว่าทุกวันนี้ ข่าวสารวงการกีฬาไม่ได้จบแค่ในสนามอีกต่อไป แต่ทุกคำพูด ทุกท่าที ล้วนถูกตีความและส่งต่อผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลในเวลาไม่กี่นาที ซึ่งผู้บริหารทีมชาติยุคใหม่ต้องเรียนรู้ที่จะรับมือกับมิตินี้ให้ทันเช่นกัน
บทสรุป เมื่อผลงานในสนามไม่พอจะรักษาคนเก่งไว้ได้เสมอไป
เรื่องราวของคาร์ลอส เคยรอซ กับทีมชาติกานา คือกรณีศึกษาชั้นดีที่ตอกย้ำว่า ความสำเร็จในสนามเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับประกันความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนได้ หากรากฐานเรื่องความไว้วางใจและความเป็นธรรมด้านการเงินไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ไม่ว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นอย่างไร เรื่องนี้ได้ทิ้งบทเรียนสำคัญไว้ให้ทั้งวงการฟุตบอลแอฟริกาและองค์กรกีฬาทั่วโลก คำถามที่น่าคิดต่อคือ หากกานาต้องเริ่มต้นใหม่กับโค้ชคนอื่นก่อนศึกคัดเลือกแอฟคอนในเดือนกันยายน โมเมนตัมที่สร้างไว้จากฟุตบอลโลกครั้งนี้จะยังคงอยู่ต่อไปได้หรือไม่ และประเทศที่รอคอยแชมป์มา 45 ปี จะต้องรอต่อไปอีกนานแค่ไหน
สรุปประเด็นสำคัญ
- เคยรอซปฏิเสธเจรจาสัญญาใหม่กับกานา เพราะยังไม่ได้รับค่าเหนื่อยค้างจ่ายจากช่วงฟุตบอลโลก 2026
- สัญญาเดิมสี่เดือนมีเงื่อนไขต่อสัญญาอัตโนมัติหากเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ แต่กานาตกรอบ 32 ทีมก่อนถึงเกณฑ์
- ข้อเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายเงินเดือนทีมสตาฟฟ์ผู้ช่วยทั้งหมด กลายเป็นอุปสรรคสำคัญของการเจรจา
- จีเอฟเอเริ่มติดต่อโค้ชคนอื่นสำรองไว้แล้ว ท่ามกลางแรงกดดันจากประธานาธิบดีให้รักษาเคยรอซไว้
- กานาต้องเริ่มศึกคัดเลือกแอฟคอน 2027 ในเดือนกันยายน โดยยังไม่มีความชัดเจนเรื่องผู้คุมทีม
คำถามที่พบบ่อย
Q: เคยรอซยุติการเป็นโค้ชกานาแบบถาวรแล้วหรือยัง A: ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่การเจรจาสัญญาใหม่ได้หยุดชะงักลงในลักษณะที่ยากจะกลับมาบรรลุข้อตกลงกันได้อีก
Q: ทำไมเคยรอซถึงไม่ยอมเจรจาสัญญาใหม่กับจีเอฟเอ A: เพราะเขายังไม่ได้รับค่าตอบแทนสำหรับงานที่ทำในช่วงฟุตบอลโลก 2026 จึงแจ้งว่าจะหยุดพูดคุยทุกเรื่องจนกว่าจะได้รับเงินครบ
Q: กานาไปได้ไกลแค่ไหนในฟุตบอลโลก 2026 A: ทีมผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่มด้วยการชนะปานามาและเสมออังกฤษ ก่อนแพ้โครเอเชียแต่ยังผ่านเข้ารอบ 32 ทีม ก่อนตกรอบด้วยการแพ้โคลอมเบีย 1-0
Q: สัญญาเดิมของเคยรอซมีเงื่อนไขต่ออายุอย่างไร A: สัญญาสี่เดือนแรกมีเงื่อนไขต่อสัญญาอัตโนมัติหากทีมเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ซึ่งไม่เกิดขึ้นจริงเพราะกานาตกรอบก่อนถึงเกณฑ์นั้น
Q: ใครคือตัวเต็งแทนที่เคยรอซ A: ชื่อของเปาโล เบนโต อดีตโค้ชทีมชาติโปรตุเกสและเกาหลีใต้ ถูกพูดถึงในฐานะหนึ่งในตัวเลือกที่จีเอฟเอกำลังพิจารณา
Q: กานาจะเริ่มคัดเลือกแอฟคอน 2027 เมื่อไหร่ A: การแข่งขันรอบคัดเลือกจะเริ่มต้นในเดือนกันยายน 2026 โดยกานาอยู่กลุ่มเดียวกับไอวอรีโคสต์ แกมเบีย และโซมาเลีย
Q: เคยรอซเคยคุมทีมชาติหรือสโมสรใดมาบ้าง A: เขาเคยคุมทีมชาติโปรตุเกส อิหร่าน อียิปต์ โคลอมเบีย และกาตาร์ รวมถึงเคยเป็นผู้ช่วยโค้ชที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
Q: ทำไมกานาไม่ได้แชมป์แอฟคอนมานาน A: กานาคว้าแชมป์แอฟคอนครั้งล่าสุดในปี 1982 ทำให้ปัจจุบันประเทศต้องรอคอยความสำเร็จระดับทวีปมานานถึง 45 ปีแล้ว
Q: ค่าเหนื่อยจริงของเคยรอซคือเท่าไหร่ A: ตามการชี้แจงของรัฐมนตรีกีฬากานา เคยรอซได้รับค่าตอบแทนราว 80,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ไม่ใช่ 100,000 ดอลลาร์ตามที่มีข่าวลือ
Q: ทำไมประธานาธิบดีมาฮามาถึงสนับสนุนให้ต่อสัญญาเคยรอซ A: เขาเชื่อว่าความต่อเนื่องของทีมงานชุดเดิมจะช่วยเพิ่มโอกาสให้กานาลุ้นแชมป์ในทั้งศึกแอฟคอนและฟุตบอลโลกครั้งถัดไป
Q: เคยรอซเรียกร้องเงื่อนไขอะไรเพิ่มในสัญญาใหม่ A: หนึ่งในข้อเรียกร้องสำคัญคือให้รัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายเงินเดือนให้ทีมสตาฟฟ์ผู้ช่วยของเขาทั้งหมด
Q: อนาคตทีมชาติกานาจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้ A: จีเอฟเอต้องตัดสินใจโดยเร็วว่าจะเดินหน้าเจรจากับเคยรอซต่อหรือแต่งตั้งโค้ชใหม่ ก่อนที่ศึกคัดเลือกแอฟคอนจะเริ่มต้นในเดือนกันยายนนี้