บาร์ซ่าวางหมากยาว! ล็อกเป้า “ฟาเบรกาส” นั่งเก้าอี้กุนซือ หลังยุค “ฟลิค” ปิดฉากปี 2028

ในวงการฟุตบอลระดับสูง ความสำเร็จบนสนามกับการวางแผนเบื้องหลังถือเป็นสองสิ่งที่ต้องเดินคู่กันเสมอ และนั่นคือสิ่งที่ บาร์เซโลน่า กำลังพิสูจน์ให้โลกฟุตบอลเห็นอีกครั้ง เพราะขณะที่ ฮันซี่ ฟลิค ยังคงนั่งแท่นกุมบังเหียนอยู่บนเก้าอี้กุนซือที่ถิ่นคัมป์ นู สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งแคว้นกาตาลุญญาก็ได้ขยับหมากล่วงหน้าไปถึงปี 2028 แล้ว ด้วยการเดินหน้าเจรจาดึงตัว เซส ฟาเบรกาส อดีตกองกลางในตำนานและปัจจุบันเป็นกุนซือดาวรุ่งแห่ง โคโม่ ให้มาสานต่อโครงการฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของสโมสรในฐานะผู้จัดการทีมคนต่อไป

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ เหตุใดสโมสรที่กำลังเดินหน้าอย่างราบรื่นภายใต้มือของ ฟลิค จึงต้องรีบร้อนวางแผนอนาคตไกลขนาดนี้ และเหตุใด ฟาเบรกาส จึงเป็นชื่อที่ บาร์ซ่า เลือก ไม่ใช่กุนซือชื่อดังคนอื่นในตลาด

ฟลิค ยังแข็งแกร่ง แต่บาร์ซ่ามองไกลกว่าปัจจุบัน

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การที่ บาร์เซโลน่า วางตัว ฟาเบรกาส ไว้เป็นทายาทนั้น ไม่ได้หมายความว่าสโมสรกำลังไม่พอใจ ฟลิค แต่อย่างใด ในทางตรงข้าม กุนซือชาวเยอรมันคนนี้คือหนึ่งในสถาปนิกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคปัจจุบันของสโมสร เขาพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกาได้ 2 ปีติดต่อกัน และสร้างรูปแบบการเล่นที่สะท้อนถึงปรัชญาของ บาร์ซ่า ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถึงขนาดที่สโมสรเพิ่งต่อสัญญาให้เขาออกไปอีก 2 ปี พร้อมออปชั่นต่ออายุเพิ่มอีก 1 ปี หมายความว่าหากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ฟลิค อาจนั่งเก้าอี้นี้ได้ถึงปี 2029

แต่ในโลกของฟุตบอลสมัยใหม่ สโมสรชั้นนำไม่อาจรอจนกว่ากุนซือคนหนึ่งจะออกไปแล้วจึงค่อยหาคนใหม่ นั่นเป็นวิธีคิดที่ล้าสมัยและเต็มไปด้วยความเสี่ยง กลยุทธ์ที่ชาญฉลาดกว่าคือการระบุตัวบุคคลที่ใช่ตั้งแต่เนิ่น ๆ สร้างความสัมพันธ์ล่วงหน้า และพยายามทำข้อตกลงที่ผูกมัดก่อนที่คู่แข่งจะเข้ามาแย่งชิง

สิ่งที่สื่อดังอย่าง อาส รายงานนั้นจึงไม่ใช่แค่ข่าวลือธรรมดา แต่สะท้อนให้เห็นว่า เดโก้ ผู้อำนวยการกีฬาของ บาร์เซโลน่า ได้ให้การสนับสนุน ฟาเบรกาส อย่างเต็มที่ และยังได้ส่ง อาเลฆานโดร เอชเชบาร์เรีย ผู้ช่วยคนสนิทของประธานสโมสร โจน ลาปอร์ต้า เดินทางไปยัง โคโม่ โดยตรงเพื่อพูดคุยและโน้มน้าวอดีตกองกลางคนดังให้ยืนยันตัวเองกับอนาคตที่ถิ่นคัมป์ นู

ฟาเบรกาส คือใคร และทำไมเขาถึงพิเศษ

สำหรับแฟนบอลรุ่นใหม่ที่อาจรู้จัก ฟาเบรกาส ในฐานะชื่อที่เคยได้ยิน แต่ไม่ได้ติดตามยุคเล่นของเขาอย่างใกล้ชิด ต้องบอกว่าชายคนนี้คือหนึ่งในกองกลางที่ฉลาดที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลยุคใหม่ เขาเติบโตมาจากสถาบัน ลา มาเซีย ของ บาร์เซโลน่า ก่อนจะถูกส่งตัวไป อาร์เซนอล ตั้งแต่อายุเพียง 16 ปี และกลายเป็นกองกลางตัวจ่ายบอลที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งในพรีเมียร์ลีก

เขากลับบ้านมา บาร์เซโลน่า ในปี 2011 ก่อนจะย้ายไป เชลซี และปิดฉากอาชีพที่ โคโม่ สโมสรจากทางตอนเหนือของอิตาลีที่ในเวลานั้นยังเล่นอยู่ในดิวิชั่นต่ำ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าผลงานในฐานะนักเตะคือสิ่งที่เขาทำหลังแขวนสตั๊ด เพราะ ฟาเบรกาส เลือกที่จะอยู่กับ โคโม่ และเปลี่ยนตัวเองจากกองกลางทีมชาติสเปนมาเป็นผู้จัดการทีมหน้าใหม่

ผลที่ออกมาทำให้วงการฟุตบอลต้องจับตามอง เขาพา โคโม่ เลื่อนชั้นจากเซเรียบีขึ้นสู่เซเรียอา และในฤดูกาลล่าสุด ทีมจบในอันดับที่ 4 ของตาราง ซึ่งไม่เพียงพาสโมสรเล็ก ๆ แห่งนี้ได้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรก แต่ยังปาดหน้าสองสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง ยูเวนตุส และ เอซี มิลาน อย่างน่าตื่นตะลึง

บทพิสูจน์จากเมืองโคโม่ที่ทำให้บาร์ซ่าหลงรัก

ความสำเร็จของ ฟาเบรกาส ที่ โคโม่ ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์บนตาราง แต่คือวิธีการที่เขาทำให้มันเกิดขึ้น การพาทีมที่ไม่มีชื่อเสียง ไม่มีงบประมาณมหาศาล และไม่มีนักเตะระดับดาว ให้สามารถแข่งขันกับสโมสรชั้นนำของอิตาลีได้ต้องอาศัยทั้งวิสัยทัศน์ด้านยุทธวิธี ความสามารถในการพัฒนาผู้เล่น และความชาญฉลาดในการบริหารทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด

สิ่งเหล่านี้คือคุณสมบัติที่ บาร์เซโลน่า ต้องการในกุนซือยุคใหม่ สโมสรแห่งนี้ไม่ได้ต้องการเพียงแค่คนที่สามารถบริหารทีมที่เต็มไปด้วยดาวระดับโลก แต่ต้องการคนที่มีสายตายาว สามารถพัฒนาเยาวชน และรักษาอัตลักษณ์การเล่นแบบ บาร์ซ่า ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ยุคของ โยฮัน ไครฟ์ ได้อย่างไม่สะดุด

ฟาเบรกาส เติบโตมาในระบบ ลา มาเซีย เขาเข้าใจปรัชญาการครองบอลและการเล่นแบบเปิดพื้นที่จากภายใน ไม่ใช่แค่ศึกษาจากข้างนอก และนั่นคือข้อได้เปรียบที่กุนซือภายนอกสโมสรหลายคนไม่มี

เดโก้ กับวิสัยทัศน์การวางแผนระยะยาว

ชื่อที่ต้องพูดถึงอีกคนในเรื่องนี้คือ เดโก้ อดีตกองกลางคนเก่งของ บาร์เซโลน่า ที่ปัจจุบันนั่งเป็นผู้อำนวยการกีฬา บทบาทของเขาในกรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่าแนวคิดในการบริหารสโมสรได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากยุคก่อน เดโก้ ไม่ได้รอให้เกิดปัญหาก่อนแล้วค่อยแก้ แต่เดินหน้าสร้างโครงสร้างอนาคตก่อนที่ความจำเป็นจะบีบบังคับ

การส่งตัวแทนระดับสูงอย่าง เอชเชบาร์เรีย ไปยัง โคโม่ โดยตรงแสดงให้เห็นว่านี่ไม่ใช่แค่การสอบถามข้อมูลเบื้องต้น แต่เป็นการเปิดโต๊ะเจรจาอย่างจริงจัง และข้อความที่ส่งไปถึง ฟาเบรกาส ก็ชัดเจนมาก บาร์เซโลน่า มองเห็นอนาคตของเขาที่นี่ และพร้อมรอจนกว่าเวลาจะถึง

กระบวนการนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้ใหญ่ในการบริหารสโมสรที่ บาร์ซ่า พยายามสร้างขึ้นหลังจากช่วงปีที่ผ่านมาซึ่งเต็มไปด้วยความวุ่นวายทั้งในด้านการเงินและความไม่ลงรอยภายใน ยุคของ ลาปอร์ต้า ในรอบนี้ดูเหมือนจะตั้งใจสร้างรากฐานที่มั่นคงกว่าเดิม

ฟาเบรกาส ตอบรับหรือยัง และอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น

แม้ทุกอย่างดูเหมือนจะเดินหน้าได้ด้วยดี แต่ต้องบอกตรง ๆ ว่ายังมีตัวแปรสำคัญหลายอย่างที่อาจเปลี่ยนแปลงภาพนี้ได้ก่อนปี 2028

ประการแรก ฟาเบรกาส กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิตในฐานะกุนซือ โคโม่ ที่ได้ไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก คือเวทีใหม่ที่เปิดโอกาสให้เขาพิสูจน์ตัวเองในระดับทวีป ความสำเร็จในรายการนี้อาจทำให้สโมสรใหญ่อื่น ๆ ในยุโรปเดินหน้าเข้ามาขอตัวเขาก่อน บาร์ซ่า จะทันได้แตะสัญญาในปี 2028

ประการที่สอง ฟลิค เองอาจนั่งเก้าอี้นานกว่าปี 2028 หากสัญญาต่ออายุถูกเปิดใช้งาน นั่นหมายความว่าอาจไม่มีที่นั่งว่างสำหรับ ฟาเบรกาส ในเวลาที่วางแผนไว้

ประการที่สาม โลกฟุตบอลเปลี่ยนเร็วมาก สโมสรที่ดูแข็งแกร่งวันนี้อาจเผชิญวิกฤตได้ในอีก 2 ปี และกุนซือที่ดูเหมือนจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดในวันนี้อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดในวันนั้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แน่นอนคือ บาร์เซโลน่า ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนออกมาแล้วว่า พวกเขามองเห็น ฟาเบรกาส ในฐานะอนาคตของสโมสร และนั่นเองที่ทำให้ชื่อของอดีตกองกลางเชิดหน้าชูตาของสเปนและอังกฤษกลับมาอยู่ในความสนใจของวงการฟุตบอลโลกอีกครั้ง

บทเรียนจากอดีต กุนซือที่มาจาก ลา มาเซีย

หากมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ของ บาร์เซโลน่า กุนซือที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรล้วนมีความเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ดั้งเดิมของ บาร์ซ่า ทั้งสิ้น โยฮัน ไครฟ์ คือผู้วางรากฐานของสโมสรยุคใหม่ เปป กวาร์ดิโอล่า คือนักเตะที่เติบโตในระบบและกลับมาพาทีมทำได้ในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และแม้แต่ ฟลิค เองก็เป็นกุนซือที่เข้าใจฟุตบอลรุกในเชิงลึกจากประสบการณ์ระดับโลก

ฟาเบรกาส มีต้นกำเนิดที่ไม่ต่างจาก กวาร์ดิโอล่า มากนัก ทั้งคู่เป็นลูกหม้อ ลา มาเซีย ทั้งคู่เคยออกจากสโมสรและสะสมประสบการณ์จากภายนอก และทั้งคู่กลับมาพร้อมความเข้าใจที่ลึกกว่าเดิมว่าการเล่นฟุตบอลที่ดีคืออะไร

ถ้าเส้นทางของ ฟาเบรกาส ในฐานะกุนซือดำเนินต่อไปในทิศทางนี้ ไม่แปลกเลยที่บาร์ซ่าจะมองเห็นเขาในฐานะ กวาร์ดิโอล่า คนต่อไปของสโมสร

อนาคตของบาร์เซโลน่าในยุคหลังฟลิค

สิ่งที่เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นภาพรวมคือ บาร์เซโลน่า ในยุคปัจจุบันกำลังพยายามสร้างโมเดลการบริหารแบบที่ไม่ต้องพึ่งพาแค่ดวงหรือตลาดที่โชคดี แต่เป็นการวางแผนเชิงกลยุทธ์อย่างเป็นระบบ การล็อกเป้ากุนซือล่วงหน้า 2-3 ปีก่อนที่ตำแหน่งจะว่างลงคือสิ่งที่สโมสรชั้นนำอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ บาเยิร์น มิวนิค ทำกันมาแล้วและได้ผล

บาร์เซโลน่า กำลังเรียนรู้และนำแนวทางนั้นมาปรับใช้ในแบบของตัวเอง และหาก ฟาเบรกาส ตัดสินใจเดินมาตามทางที่สโมสรเปิดให้ ปี 2028 อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่อีกยุคหนึ่งที่น่าจับตามองไม่แพ้ยุคของ กวาร์ดิโอล่า เลยก็เป็นได้

คุณคิดว่า ฟาเบรกาส พร้อมที่จะก้าวจากเมืองเล็กอย่าง โคโม่ ไปนั่งบัลลังก์สโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้แล้วหรือยัง หรือเขายังต้องการเวลาพิสูจน์ตัวเองในเวทีที่ใหญ่กว่านี้ก่อน?