แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เดินทางกลับจากทัวร์พรีซีซั่นเอเชียที่เกาหลีใต้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดระหว่างทริปนี้คือบทสัมภาษณ์ของ เอ็นโซ่ มาเรสกา เฮดโค้ชคนใหม่ ที่เปิดใจถึงเหตุผลเบื้องหลังการทุ่มเงินทุบสถิติสโมสรคว้าตัว เอลเลียต แอนเดอร์สัน กองกลางทีมชาติอังกฤษจาก น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ มาร่วมทีมด้วยค่าตัว 116 ล้านปอนด์ ซึ่งถึงตอนนี้ทั้งสองฝ่ายดูจะเข้ากันได้ดีราวกับหลอมเป็นทองแผ่นเดียวกัน ก่อนที่ทีมจะเปิดฤดูกาลใหม่ด้วยนัดคอมมิวนิตี้ ชีลด์ พบ อาร์เซนอล ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
ดีลประวัติศาสตร์ 116 ล้านปอนด์ นักเตะอังกฤษแพงที่สุดตลอดกาล
การย้ายทีมของแอนเดอร์สันจากน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ สู่เอติฮัด สเตเดียม เป็นการเซ็นสัญญา 5 ปีถึงปี 2031 ด้วยค่าตัว 116 ล้านปอนด์ (ราว 154 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักเตะอังกฤษที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์วงการลูกหนัง แซงหน้าสถิติเดิมของ จู้ด เบลลิงแฮม ที่เรอัล มาดริด จ่ายให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 115 ล้านปอนด์เมื่อปี 2023 เส้นทางของแอนเดอร์สันน่าสนใจไม่น้อย เพราะเขาเติบโตผ่านทีมเยาวชนของนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด อยู่นานถึง 11 ปี ก่อนจะได้ลงเล่นทีมชุดใหญ่ครั้งแรกในปี 2021 จากนั้นย้ายไปอยู่กับฟอเรสต์ด้วยค่าตัวราว 35 ล้านปอนด์ในปี 2024 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นการช่วยให้นิวคาสเซิลผ่านเกณฑ์กฎกำไรและความยั่งยืนทางการเงิน (PSR) ของพรีเมียร์ลีก ก่อนจะเนื้อหอมจนสร้างสถิติค่าตัวใหม่ในวันนี้ ที่สำคัญคือดีลนี้ยังทำให้ซิตี้ทำลายสถิติค่าตัวแพงที่สุดของสโมสรเดิมที่เคยจ่ายให้ แอสตัน วิลล่า ซื้อ แจ็ค เกรลิช 100 ล้านปอนด์เมื่อปี 2021ไปโดยปริยาย
มาเรสกาเผยเหตุผลจริง ไม่ได้ดูแค่ฝีเท้าอย่างเดียว
ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับทีมงาน City Studios ที่กรุงโซล มาเรสกา ยืนยันว่าสโมสรพิจารณาทั้งบุคลิกภาพและฝีเท้าของแอนเดอร์สันก่อนตัดสินใจดึงตัวมาร่วมทีม โดยเมื่อสโมสรตัดสินใจคว้าใครสักคน ไม่ได้ดูแค่ว่าเขาเป็นนักเตะแบบไหน ซึ่งแน่นอนว่าสำคัญ แต่ยังพิจารณาพฤติกรรม ตัวตน และความเป็นมนุษย์ของนักเตะคนนั้นด้วย ซึ่งแอนเดอร์สันมีครบทุกอย่างที่ว่ามา มาเรสการะบุว่าแอนเดอร์สันเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม เป็นคนดี อ่อนน้อมถ่อมตน สุภาพ และเขายินดีที่จะได้ร่วมงานด้วย คำพูดนี้สอดคล้องกับสิ่งที่แถลงการณ์อย่างเป็นทางการของสโมสรระบุไว้เช่นกัน โดยมาเรสกากล่าวว่าเขารอคอยที่จะได้เห็นแอนเดอร์สันทำงานร่วมกับทีมก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ และเชื่อว่าแฟนบอลซิตี้ทุกคนต่างตื่นเต้นที่จะได้เห็นฝีเท้าของเขา
เสียงจากตัวนักเตะ ประกาศตัวเป็น “ราชันแห่งแมนเชสเตอร์”
ไม่ใช่แค่เฮดโค้ชที่พูดถึงตัวตนของแอนเดอร์สัน เพราะตัวนักเตะเองก็แสดงความมั่นใจเต็มเปี่ยมหลังปิดดีลย้ายทีมสำเร็จ โดยเขาระบุว่าซิตี้คือทีมที่มีแต่นักล่าและไม่เคยยอมแพ้ ซึ่งเป็นสไตล์ทีมที่เขาต้องการเป็นส่วนหนึ่งด้วย นั่นคือทีมแชมป์ที่คว้าถ้วยรางวัลอยู่เสมอ พร้อมยกซิตี้เป็น “ราชันแห่งแมนเชสเตอร์” อย่างไม่เกรงใจคู่ปรับร่วมเมืองอย่างแมนฯ ยูไนเต็ด แม้ตัวเขาเองจะเพิ่งกลายเป็นนักเตะสถิติค่าตัวสูงสุดของสโมสร แต่แอนเดอร์สันยืนยันว่าตัวเขายังไม่ถึงจุดสูงสุดของฟอร์มการเล่น เพราะอายุเพิ่งจะ 23 ปี ยังมีเวลาพัฒนาฝีเท้าให้ดีขึ้นอีกมาก นอกจากนี้เขายังเผยว่าได้แรงบันดาลใจจาก เควิน เดอ บรอยน์ อดีตตำนานกองกลางของซิตี้ ซึ่งสะท้อนถึงความทะเยอทะยานที่จะก้าวขึ้นเป็นแกนกลางทีมคนใหม่ในระยะยาว
ผลงานที่ฟอเรสต์และฟุตบอลโลก 2026 เหตุผลที่ทำให้ซิตี้ยอมจ่ายทุบสถิติ
ตัวเลขสถิติของแอนเดอร์สันในฤดูกาล 2025-26 คือสิ่งที่อธิบายได้ชัดเจนที่สุดว่าทำไมซิตี้ถึงยอมทุบสถิติค่าตัวสโมสรเพื่อคว้าตัวเขามา จากข้อมูลที่ BBC Sport รวบรวมไว้ แอนเดอร์สันจบฤดูกาลด้วยจำนวนสัมผัสบอลมากที่สุด (3,300 ครั้ง) ชนะดวลบอลมากที่สุด (298 ครั้ง) แย่งบอลคืนได้มากที่สุด (306 ครั้ง) และได้รับฟาวล์มากที่สุด (80 ครั้ง) ขณะเดียวกันยังเป็นกองกลางตัวกลางที่จ่ายบอลสำเร็จมากที่สุด (2,038 ครั้ง) และจ่ายบอลทะลุแนวรับมากที่สุด (376 ครั้ง) ในพรีเมียร์ลีก ที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือความฟิตและความขยัน เพราะเขาวิ่งรวมระยะทางถึง 411 กิโลเมตรตลอดฤดูกาล เป็นรองแค่ เจมส์ การ์เนอร์ ของเอฟเวอร์ตันเพียงคนเดียว และยังรั้งอันดับ 2 ของกองกลางพรีเมียร์ลีกในด้านการกดดันคู่ต่อสู้แบบเข้มข้น (High-intensity pressure) ด้วยจำนวนถึง 1,895 ครั้ง สอดคล้องกับที่แถลงการณ์ของสโมสรระบุว่าเขาโดนแท็กเกิลรวม 104 ครั้ง มากเป็นอันดับ 4 ของพรีเมียร์ลีก และไม่เคยขาดนัดในลีกเลยตลอดฤดูกาลที่ผ่านมากับฟอเรสต์ นอกสนามลีกในประเทศแอนเดอร์สันยังมีบทบาทสำคัญที่พาฟอเรสต์เข้าถึงรอบรองชนะเลิศยูโรปา ลีกด้วย
ในระดับทีมชาติ แอนเดอร์สันก็ฉายแววไม่แพ้กัน เขาเป็นหนึ่งในกำลังหลักที่ช่วยให้ทีมชาติอังกฤษของ โทมัส ทูเคิล เดินทางไกลถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ก่อนจะพ่ายให้กับอาร์เจนตินาไปอย่างเจ็บปวด แต่ทีมสิงโตคำรามกลับมาเอาชนะฝรั่งเศสไปได้อย่างสนุกดุเดือดถึง 6-4 ในนัดชิงอันดับ 3 ที่เมืองไมอามี การ์เดนส์ รัฐฟลอริดา ผลงานครั้งนี้ถือเป็นผลงานที่ดีที่สุดของทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลกนับตั้งแต่ปี 1966 ซึ่งเป็นปีที่พวกเขาคว้าแชมป์โลกสมัยเดียวในประวัติศาสตร์ แม้จะพลาดเข้าชิงชนะเลิศ แต่การได้เหรียญทองแดงกลับบ้านก็ช่วยเรียกความเชื่อมั่นให้ทีมชาติอังกฤษได้ไม่น้อย และยิ่งตอกย้ำสถานะของแอนเดอร์สันในฐานะกองกลางที่พร้อมแบกทีมทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ
ซิตี้ยุคเปลี่ยนผ่าน จากกวาร์ดิโอลาสู่มาเรสกา
ดีลของแอนเดอร์สันเกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพราะฤดูกาลนี้คือฤดูกาลแรกที่ทีมไม่มี เปป กวาร์ดิโอลา นั่งกุมบังเหียนอีกต่อไป หลังกวาร์ดิโอลาตัดสินใจอำลาตำแหน่งเมื่อจบฤดูกาล 2025-26 หลังคุมทีมมานานถึง 10 ปี และคว้าแชมป์รวม 17 รายการใหญ่ตลอดยุคของเขา แม้ฤดูกาลสุดท้ายทีมจะไม่สามารถป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ โดยปล่อยให้อาร์เซนอลคว้าแชมป์ไปครอง สโมสรจึงหันไปแต่งตั้ง เอ็นโซ่ มาเรสกา อดีตผู้ช่วยของกวาร์ดิโอลาในยุคเก็บสามแชมป์เมื่อปี 2022-23 ขึ้นมารับช่วงต่อ โดยมาเรสกาได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2026 หลังโบกมือลาเชลซีกลางฤดูกาล ซึ่งทั้งสองสโมสรบรรลุข้อตกลงเรื่องค่าชดเชยกันแล้ว โดยสื่ออังกฤษรายงานตัวเลขไว้ที่ราว 17 ล้านปอนด์ การกลับมาซิตี้ครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการหวนคืนบ้านเก่าของมาเรสกา เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยทั้งคุมทีมเยาวชนและเป็นผู้ช่วยของกวาร์ดิโอลามาก่อน
การมาถึงของแอนเดอร์สันจึงไม่ใช่แค่การเสริมทัพธรรมดา แต่เป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างทีมครั้งใหญ่ เพราะซิตี้ในตอนนี้แตกต่างจากยุคที่ครองความยิ่งใหญ่ในพรีเมียร์ลีกภายใต้กวาร์ดิโอลาไปมาก เนื่องจากผู้เล่นคนสำคัญในยุคนั้นต่างทยอยออกจากทีมไปแล้วในซัมเมอร์นี้ ไม่ว่าจะเป็น เบร์นาร์ดู ซิลวา และ จอห์น สโตนส์ การดึงแอนเดอร์สันมาจึงถูกมองว่าเป็นการวางรากฐานระยะยาวให้กับทีม ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ภารกิจแรก คอมมิวนิตี้ ชีลด์ พบอาร์เซนอลที่คาร์ดิฟฟ์
หลังจากทัวร์เอเชียจบลง สนามแรกที่แฟนบอลจะได้เห็นฝีเท้าของแอนเดอร์สันในเกมทางการนัดแรกกับซิตี้ก็คือศึกคอมมิวนิตี้ ชีลด์ ที่จะพบกับอาร์เซนอล โดยแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025-26 อย่างอาร์เซนอล จะพบกับแชมป์เอฟเอ คัพฤดูกาลนี้อย่างซิตี้ ในศึกเปิดฤดูกาลวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม ที่น่าสนใจคือเกมนี้จะไม่จัดที่สนามเวมบลีย์เหมือนที่ผ่านมา แต่ย้ายไปจัดที่พรินซิพาลิตี้ สเตเดียม เมืองคาร์ดิฟฟ์ ประเทศเวลส์แทน เนื่องจากเวมบลีย์ถูกจองคิวไว้จัดคอนเสิร์ตของ The Weeknd นับเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปีที่คอมมิวนิตี้ ชีลด์ กลับมาจัดที่เมืองนี้อีกครั้ง ถือเป็นบททดสอบแรกที่จะบอกได้ว่าโปรเจกต์ของมาเรสกา รวมถึงการปรับตัวของแอนเดอร์สันในเกมทางการนัดแรก จะไปในทิศทางไหน
ท้ายที่สุดแล้ว คำถามที่แฟนบอลซิตี้ทุกคนรอคำตอบคือ แอนเดอร์สันจะกลายเป็นหัวใจดวงใหม่ของแดนกลางในยุคหลังกวาร์ดิโอลาได้จริงหรือไม่ และมาเรสกาจะสามารถผสมผสานตัวตนที่เขาชื่นชมนอกสนาม เข้ากับฝีเท้าที่เขาต้องการในสนามได้อย่างที่ตั้งใจไว้หรือเปล่า
สรุปประเด็นสำคัญ
- แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปิดดีลคว้าตัวเอลเลียต แอนเดอร์สัน จากน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ด้วยค่าตัว 116 ล้านปอนด์ สัญญา 5 ปี กลายเป็นนักเตะอังกฤษแพงที่สุดในประวัติศาสตร์
- เอ็นโซ่ มาเรสกา เผยว่าสโมสรพิจารณาทั้งบุคลิกภาพและฝีเท้าของแอนเดอร์สันก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญา
- สถิติฤดูกาลที่ผ่านมาของแอนเดอร์สันกับฟอเรสต์โดดเด่นทั้งเกมรับและเกมรุก ทั้งวิ่งไกลที่สุดอันดับ 2 ของลีก และแท็กเกิลมากเป็นอันดับ 4
- เขาช่วยทีมชาติอังกฤษจบอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 2026 ผลงานที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 1966
- ซิตี้กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากยุคกวาร์ดิโอลาสู่ยุคมาเรสกา และจะเริ่มต้นฤดูกาลด้วยคอมมิวนิตี้ ชีลด์ พบอาร์เซนอลที่คาร์ดิฟฟ์ 16 สิงหาคมนี้
คำถามที่พบบ่อย
เอลเลียต แอนเดอร์สัน ย้ายมาซิตี้ด้วยค่าตัวเท่าไหร่ แอนเดอร์สันย้ายจากน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ มาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 116 ล้านปอนด์ สัญญา 5 ปีถึงปี 2031
เอลเลียต แอนเดอร์สัน เป็นนักเตะตำแหน่งไหน เขาเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุก-รับแบบบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ ที่โดดเด่นทั้งด้านความฟิต การแท็กเกิล และการจ่ายบอลทะลุแนวรับ
ทำไมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมจ่ายค่าตัวสูงขนาดนี้เพื่อคว้าตัวแอนเดอร์สัน เพราะสถิติฤดูกาลที่ผ่านมาของเขากับฟอเรสต์โดดเด่นรอบด้าน ทั้งจำนวนสัมผัสบอล การชนะดวลบอล และระยะทางวิ่งที่มากเป็นอันดับ 2 ของพรีเมียร์ลีก ประกอบกับเฮดโค้ชมาเรสกายังให้ความสำคัญกับบุคลิกภาพนอกสนามของเขาด้วย
ใครเป็นเฮดโค้ชคนใหม่ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต่อจากเปป กวาร์ดิโอลา เอ็นโซ่ มาเรสกา อดีตผู้ช่วยของกวาร์ดิโอลาช่วงเก็บสามแชมป์ปี 2022-23 และอดีตเฮดโค้ชเชลซี ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2026
ทีมชาติอังกฤษจบอันดับเท่าไหร่ในฟุตบอลโลก 2026 ทีมชาติอังกฤษจบอันดับ 3 ของฟุตบอลโลก 2026 หลังเอาชนะฝรั่งเศส 6-4 ในนัดชิงอันดับ 3 ถือเป็นผลงานที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 1966
คอมมิวนิตี้ ชีลด์ 2026 จัดขึ้นที่ไหนและเมื่อไหร่ จัดขึ้นวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2026 ที่สนามพรินซิพาลิตี้ สเตเดียม เมืองคาร์ดิฟฟ์ แทนที่จะเป็นเวมบลีย์ตามธรรมเนียมเดิม เนื่องจากเวมบลีย์ถูกจองไว้จัดคอนเสิร์ต
นัดคอมมิวนิตี้ ชีลด์ ปีนี้เป็นการพบกันระหว่างทีมไหนบ้าง เป็นการพบกันระหว่างอาร์เซนอล แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025-26 กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เอฟเอ คัพฤดูกาลเดียวกัน
เอลเลียต แอนเดอร์สัน เคยเล่นให้ทีมไหนมาก่อนน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เขาเติบโตในทีมเยาวชนของนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด นานถึง 11 ปี ก่อนย้ายไปฟอเรสต์ในปี 2024 ด้วยค่าตัวราว 35 ล้านปอนด์