กูร์กตัวส์โดดร่วมทุนเกงค์: เมื่อตำนานผู้รักษาประตูโลกกลับมา “ซื้อบ้าน” ในฐานะนักธุรกิจฟุตบอล

ติโบต์ กูร์กตัวส์ ไม่ได้เป็นแค่กำแพงเหล็กที่ยืนเฝ้าประตูให้ เรอัล มาดริด และทีมชาติเบลเยียมอีกต่อไป แต่วันนี้เขาเดินหน้าลุยสนามรบใหม่ที่ไม่ใช่สนามหญ้า นั่นคือโลกของธุรกิจฟุตบอล ด้วยการตัดสินใจเข้าร่วมเป็นผู้ถือหุ้นของ เคอาร์ซี เกงค์ สโมสรในวัยเด็กที่ปั้นเขาขึ้นมาจากเด็กฝึกหัดจนกลายเป็นผู้รักษาประตูอันดับหนึ่งของโลก การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องอารมณ์ความรู้สึก หากแต่เป็นหมากธุรกิจที่ฉลาดลึกซึ้ง ที่นักกีฬายุคใหม่ทุกคนควรศึกษาเป็นแบบอย่าง จากเด็กฝึกหัดสู่ผู้ถือหุ้น: เส้นทางที่วนกลับมาครบวงจร ย้อนไปปี 1999 เด็กชายชาวเบลเยียมวัยเพียง 7 ขวบคนหนึ่งก้าวเข้าสู่อคาเดมีของ เกงค์ ด้วยความฝันแบบเดียวกับเด็กทั่วโลกที่รักฟุตบอล ไม่มีใครรู้ว่าเด็กคนนั้นจะกลายเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กีฬาลูกหนังโลก ตลอดระยะเวลามากกว่าทศวรรษที่ฝึกฝนและเติบโตในอ้อมอกของสโมสรเล็กๆ จากเมืองเกงค์ในแคว้นลีแยฌ เบลเยียม กูร์กตัวส์ค่อยๆ สั่งสมทักษะ ความแข็งแกร่ง และจิตใจของนักสู้ จนกระทั่งฤดูกาล 2010/11 เขาได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาชีพช่วงแรก นั่นคือการพา เกงค์ คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของเบลเยียมได้สำเร็จ ซึ่งเป็นก้าวกระโดดสำคัญที่เปิดประตูสู่สโมสรระดับยักษ์ใหญ่ของยุโรป ทั้ง เชลซี, แอตเลติโก มาดริด และ เรอัล มาดริด ในที่สุด วันนี้ในวัย 34 ปี กูร์กตัวส์ตัดสินใจย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น แต่คราวนี้ไม่ใช่ในฐานะผู้เล่น หากแต่เป็น “เจ้าของ” ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหม่ของสโมสร … Read more

“ไม่มีความสุข ไม่มีความกระตือรือร้น” — เมื่อมืออาชีพระดับโลกถูกเปรียบกับตำนานผู้เงียบงาม และทำไมทัศนคติถึงสำคัญกว่าพรสวรรค์

ลองนึกภาพนี้ดูสักครู่ คุณเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล คุณเคยพาสโมสรชั้นนำคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษติดต่อกันถึง 4 สมัย คุณมีทุกสิ่งที่นักเตะอาชีพฝันถึง แต่แล้วในช่วงปลายอาชีพ คุณก็พบว่าตัวเองนั่งอยู่กลางกองวิวาทะที่กระฉ่อนไปทั่ววงการฟุตบอลอิตาลี ไม่ใช่เพราะผลงานในสนาม แต่เพราะคำพูดเพียงไม่กี่ประโยคที่หลุดออกมาจากปากคุณเอง นั่นคือสถานการณ์ของ เควิน เดอ บรอยน์ ณ วันนี้ ไฟลุก: เมื่อดาวเตะเบลเยี่ยมพูดในสิ่งที่หลายคนไม่กล้าพูด ฤดูกาล 2025–26 ของนาโปลีจบลงด้วยตัวเลขที่ฟังดูน่าพอใจ — อันดับ 2 ในเซเรีย อา และแชมป์ซูเปอร์ คัพ อิตาลี แต่เบื้องหลังตัวเลขเหล่านั้น มีบรรยากาศในห้องแต่งตัวที่ไม่ค่อยสดใสนัก โดยเฉพาะสำหรับ เดอ บรอยน์ ซึ่งรู้สึกอึดอัดกับแนวทางการเล่นแบบตั้งรับอย่างเข้มข้นของ อันโตนิโอ คอนเต้ ตลอดทั้งฤดูกาล เมื่อซัมเมอร์มาถึง และคอนเต้ประกาศออกจากทีมด้วยความยินยอมร่วมกัน เดอ บรอยน์ก็ไม่รีรอที่จะพูดความในใจกับสำนักข่าวกีฬาชื่อดังในเบลเยี่ยม เขาบอกว่าเขา “ดีใจ” ที่โค้ชคนนี้จากไป เพราะสไตล์การเล่นของคอนเต้ “แตกต่างจากวิสัยทัศน์ฟุตบอลของตัวเองมาก” และการปรับตัวเข้ากับระบบของเขานั้น “ยากมาก” คำพูดเหล่านี้ชัดเจน ตรงไปตรงมา และก็เจ็บปวดไม่น้อยสำหรับฝ่ายค้านต้า คงไม่แปลกที่ทีมงานของคอนเต้จะนิ่งเฉยไม่ได้ สเตลลินี่ตอบโต้: บทเรียนจากผู้ช่วยที่รู้จักเจ้านายดีที่สุด … Read more