เปิดฤดูกาลด้วยความช็อก: เมื่อดาวยิงระดับโลกยิงสองประตูแต่ยังพาทีมแพ้ไม่ได้แค่เสมอ
ลองจินตนาการภาพนี้ดู กองหน้าราคา 75 ล้านยูโร แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลตุรกี ทำลายสถิติค่าตัวนักเตะต่างชาติที่แพงที่สุดที่เคยมีการซื้อขายในซูเปอร์ลีก ยิงให้ทีมตัวเองสองประตูในเกมเดียว แต่สุดท้ายกลับต้องยืนฟังเสียงแฟนบอลตัวเองตะโกนไล่บอร์ดบริหารกลางสนามเหย้า นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับ วิคเตอร์ โอซีเมน และ กาลาตาซาราย ในเกมเปิดสนาม ซูเปอร์ลีก ตุรกี ฤดูกาล 2026-27
ทีมแชมป์เก่าที่ครองบัลลังก์มา 4 สมัยติด เปิดบ้านต้อนรับ โครุม เอฟเค ทีมน้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ผลปรากฏว่าเจ้าบ้านทำได้แค่เสมอ 2-2 ทั้งที่ครองบอลเหนือกว่าแบบขาดลอย ยิ่งไปกว่านั้น ท่ามกลางบรรยากาศที่ยังไม่ทันจะเริ่มซีซั่นดี ชื่อของโอซีเมนก็ถูกดึงไปพัวพันกับข่าวลือย้ายซบ อาร์เซนอล ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษอีกครั้ง คำถามที่แฟนบอลทั่วโลกอยากรู้คือ เกิดอะไรขึ้นกับทีมที่ถูกคาดหวังว่าจะกลับไปผงาดบนเวทียุโรป และโอซีเมนจะเลือกทางไหนระหว่างความภักดีกับความฝันในแชมเปียนส์ลีก บทความนี้จะพาไปเจาะทุกมิติ ตั้งแต่เกมการแข่งขัน วิทยาศาสตร์เบื้องหลังฟอร์มการยิงประตู ไปจนถึงตัวเลขธุรกิจที่อยู่เบื้องหลังข่าวลือทั้งหมด
ต้นกำเนิดนักล่าประตู: จากเมืองลากอสสู่การเป็นสถิติค่าตัวของตุรกี
ก่อนจะมาเป็นดาวยิงที่ทั้งทวีปยุโรปจับตา โอซีเมน วัย 27 ปี ผ่านเส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาเริ่มต้นเส้นทางในยุโรปที่ลีลล์ ฝรั่งเศส ก่อนย้ายไปสร้างชื่อกับ นาโปลี ในเซเรียอา อิตาลี ตั้งแต่ปี 2020 และตลอด 4 ฤดูกาลกับสโมสรใต้เชิงเขาวิสุเวียส เขายิงไป 76 ประตูจากการลงสนาม 133 นัดในเซเรียอา และเป็นตัวจักรสำคัญที่พานาโปลีคว้าแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบกว่าสามทศวรรษของฤดูกาล 2022-2023 ความสำเร็จครั้งนั้นทำให้ชื่อของเขากลายเป็นที่ต้องการของสโมสรยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรปทันที
หลังเกิดความขัดแย้งกับสโมสรในช่วงปี 2024 โอซีเมนถูกปล่อยยืมตัวมาอยู่กับกาลาตาซาราย และนั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเขาระเบิดฟอร์มด้วยการยิงรวม 37 ประตู พร้อมแอสซิสต์อีก 8 ครั้ง จากการลงสนามเพียง 41 นัดในทุกรายการ ช่วยพาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ทั้งซูเปอร์ลีกและตุรกิชคัพ พร้อมรางวัลดาวซัลโวสูงสุดของลีก ผลงานระดับนั้นทำให้กาลาตาซารายตัดสินใจทุ่มเงิน75 ล้านยูโรซื้อขาดจากนาโปลีในเดือนกรกฎาคม 2025 กลายเป็นการซื้อขายนักเตะที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลตุรกี พร้อมเซ็นสัญญาระยะยาวผูกมัดตัวเขาไว้กับสโมสรจนถึงปี 2029 นี่คือเหตุผลว่าทำไมทุกครั้งที่มีข่าวลือย้ายทีม สโมสรถึงมีอำนาจต่อรองเต็มที่ในมือ
ผ่าเกม 2-2: ตัวเลขบอกอะไรมากกว่าที่ตาเห็น และวิทยาศาสตร์เบื้องหลังหัวใจนักล่า
ถ้าดูแค่สกอร์ 2-2 หลายคนอาจคิดว่าเป็นเกมสูสีสูสี แต่ตัวเลขสถิติกลับบอกเรื่องราวคนละเรื่องโดยสิ้นเชิง ข้อมูลจาก Sofascore ระบุว่ากาลาตาซารายยิงประตูมากกว่าคู่แข่งถึง 38 ครั้งต่อ 8 ครั้ง สร้างค่าคาดหวังการทำประตูหรือ xG ได้ถึง 2.90 เทียบกับ 0.61 ของฝ่ายตรงข้าม และครองบอลได้มากถึง 64 เปอร์เซ็นต์ พูดง่ายๆ คือเจ้าบ้านควบคุมเกมได้แบบเบ็ดเสร็จ แต่กลับแปลงโอกาสเป็นประตูได้ไม่คุ้มค่ากับที่สร้างไว้ นี่คือบทเรียนคลาสสิกทางวิทยาศาสตร์การกีฬาที่เรียกว่า “ประสิทธิภาพเหนือปริมาณ” (Efficiency over Volume) ทีมที่ครองบอลเยอะไม่ได้แปลว่าจะชนะเสมอ หากขาดความคมของนักเตะแนวรับในจังหวะเปลี่ยนลูกกลับ
ในทางกลับกัน สองประตูของ โครุม เอฟเค กลับมาจากจังหวะที่ทีมแทบไม่ได้ครองบอลเลย โอซีเมนยิงทั้งสองประตูให้ทีมของตัวเองในเกมนี้ โดยลูกที่สองมาในช่วงท้ายเกมที่ช่วยให้ทีมได้แต้มไป ประตูแรกในนาทีที่ 53 เกิดจากการอ่านเกมล้ำหน้าแนวรับคู่แข่งอย่างแม่นยำ ก่อนยิงเสียบมุมแคบเข้าไป ส่วนประตูตีเสมอนาทีที่ 90 เป็นการโหม่งจากลูกเตะมุมของกาเบรียล ซารา สิ่งนี้สะท้อนสองทักษะที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง คือความเฉียบคมในพื้นที่แคบ (Close-range Finishing) และพลังกระโดดโหม่งเหนือคู่แข่ง (Aerial Dominance) ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้โอซีเมนแตกต่างจากกองหน้าทั่วไป เพราะเขามีทั้งความเร็วระเบิดและร่างกายที่แข็งแกร่งพอจะเอาชนะการปะทะทางอากาศ
แต่สิ่งที่น่ากังวลไม่แพ้กันคือความผิดพลาดของแนวรับ โดยเฉพาะจังหวะที่นำไปสู่ประตูที่สองของคู่แข่งซึ่งเกิดจากความผิดพลาดในการเล่นบอลกลับหลัง สิ่งนี้สะท้อนปัญหาด้านสมาธิและความมั่นใจเกินไปในเกมที่ทีมควบคุมสถานการณ์ได้ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาการกีฬาที่เรียกว่า “ภาวะการ์ดตก” (Complacency Effect) เมื่อทีมมั่นใจในความเหนือกว่าทางสถิติมากเกินไป จนลืมความรัดกุมพื้นฐาน
หัวใจนักสู้: ทำไมโอซีเมนถึงเป็นทั้งฮีโร่และเป้าโจมตีในเกมเดียวกัน
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในค่ำคืนนั้นไม่ใช่แค่ตัวเลขในสนาม แต่คือปฏิกิริยาบนอัฒจันทร์ แม้ทีมจะครองเกมเหนือกว่าอย่างชัดเจน แต่ด้วยผลงานที่น่าผิดหวัง แฟนบอลบนอัฒจันทร์ตะโกนไล่บอร์ดบริหารอยู่หลายนาทีเพราะไม่พอใจในคุณภาพเกม นี่คือแรงกดดันมหาศาลที่ผู้เล่นทุกคนต้องแบกรับตั้งแต่นัดแรกของฤดูกาล ท่ามกลางความคาดหวังที่สูงลิบจากการเป็นแชมป์เก่าสี่สมัยติดต่อกัน
ในสถานการณ์แบบนี้เองที่แสดงให้เห็นถึงภาวะผู้นำที่แท้จริงของโอซีเมน แทนที่จะยอมแพ้ต่อความกดดัน เขากลับเป็นคนที่ลุกขึ้นมาโหม่งประตูตีเสมอในนาทีที่ 90 ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเพิ่งเสียประตูซ้ำสองลูกในเวลาไล่เลี่ยกัน นี่คือบทเรียนสำคัญสำหรับคนวัยทำงานที่ต้องเผชิญแรงกดดันในทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเดดไลน์งาน หรือคำวิจารณ์จากคนรอบข้าง สิ่งที่แยกคนที่ประสบความสำเร็จออกจากคนทั่วไปคือความสามารถในการโฟกัสกับสิ่งที่ทำได้ในตอนนั้น ไม่ปล่อยให้เสียงรบกวนภายนอกมากลืนกินสมาธิ
เมื่อถูกนักข่าวถามถึงข่าวลือย้ายไปอาร์เซนอลหลังเกม โอซีเมนตอบด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งว่า ข่าวลือมักเกิดขึ้นเสมอในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะ และเขาจะโฟกัสไปที่หน้าที่การงานของตัวเองก่อน ส่วนเรื่องอนาคตค่อยว่ากันทีหลัง คำตอบสั้นๆ แต่ทรงพลังนี้สะท้อนวินัยทางความคิดแบบมืออาชีพ เขาไม่ปฏิเสธว่ามีข่าวลือ ไม่โกหกว่าไม่สนใจ แต่เลือกที่จะจัดลำดับความสำคัญให้ถูกต้อง นี่คือทักษะการบริหารจัดการอารมณ์ (Emotional Regulation) ที่นักกีฬาระดับโลกทุกคนต้องฝึกฝน เพราะในโลกที่ข่าวสารไหลบ่าตลอดเวลา คนที่ควบคุมโฟกัสตัวเองได้คือคนที่ไปได้ไกลที่สุด
สำหรับทีมโดยรวม สถานการณ์นี้ยังเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ ก่อนที่กาลาตาซารายจะต้องลงสนามในเกมสำคัญของยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า การเสียแต้มกับทีมน้องใหม่ที่เหลือผู้เล่นสิบคนไปเกือบ 20 นาทีนั้น เป็นสิ่งที่รับไม่ได้สำหรับทีมที่ตั้งเป้าไปไกลกว่ารอบแบ่งกลุ่ม การสร้างโมเมนตัมตั้งแต่นัดแรกจึงไม่ใช่แค่เรื่องแต้มในตาราง แต่คือการปลูกฝังความเชื่อมั่นให้ทั้งทีมก่อนก้าวไปเจอคู่แข่งที่แข็งแกร่งกว่าในเวทียุโรป
เกมธุรกิจเบื้องหลังสนามหญ้า: ทำไมกาลาตาซารายไม่มีวันปล่อยโอซีเมนง่ายๆ
นี่คือส่วนที่น่าสนใจที่สุดสำหรับคนที่ติดตามวงการฟุตบอลในมิติธุรกิจ เพราะเบื้องหลังคำพูดสงบนิ่งของโอซีเมน คือสงครามตัวเลขที่ดุเดือดกว่าที่ใครจะคาดคิด รายงานจากสื่อหลายสำนักระบุตรงกันว่าตลอดซัมเมอร์ที่ผ่านมาแอตเลติโก มาดริด เคยเสนอแพ็กเกจมูลค่าสูงถึง 125 ล้านยูโร แต่ถูกกาลาตาซารายปฏิเสธ ขณะที่อาร์เซนอลเองก็เคยพยายามเสนอดีลแบบผู้เล่นแลกเงิน โดยดึงวิคเตอร์ ยอเคเรสมาร่วมกับเงินสดอีก 30 ล้านยูโร ส่วนสเปอร์สก็ยื่นข้อเสนอราวๆ 60 ล้านยูโร แต่ทุกข้อเสนอถูกปัดตกหมด
เหตุผลที่กาลาตาซารายกล้าปฏิเสธเงินก้อนโตขนาดนี้ไม่ใช่เพราะความดื้อรั้น แต่เพราะโครงสร้างสัญญาที่รัดกุมมาก โอซีเมนเซ็นสัญญาผูกมัดกับสโมสรจนถึงเดือนมิถุนายน 2029 โดยไม่มีเงื่อนไขปลดล็อกค่าตัว หรือ Release Clause ใดๆ ทั้งสิ้น ทำให้สโมสรมีอำนาจเต็มที่ในการตัดสินใจว่าจะปล่อยตัวเขาหรือไม่และในราคาเท่าไหร่ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีเงื่อนไขซ่อนอยู่จากดีลเดิมกับนาโปลี ที่ระบุว่าหากกาลาตาซารายขายโอซีเมนให้สโมสรในเซเรียอาก่อนเดือนกันยายน 2027 จะต้องจ่ายค่าปรับสูงถึง 70 ล้านยูโร ขณะที่นาโปลีเองก็ยังถือเงื่อนไขรับส่วนแบ่ง 10 เปอร์เซ็นต์จากการขายต่อในอนาคตทุกครั้ง
ส่วนข่าวลืออาร์เซนอลรอบล่าสุดที่เพิ่งปะทุขึ้นมาก่อนเกมนี้ไม่กี่วัน มีรายงานจากสื่ออังกฤษระบุว่าชื่อของโอซีเมนถูกพูดถึงในระหว่างการเจรจาที่กว้างขึ้นระหว่างอาร์เซนอลกับกาลาตาซาราย ซึ่งครอบคลุมถึงผู้เล่นอย่างกาเบรียล มาร์ติเนลลีและอีธาน อึนวาเนรีด้วย อย่างไรก็ตามรายงานจากหลายสำนักข่าวยืนยันตรงกันว่าอาร์เซนอลยังไม่ได้ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการ และกาลาตาซารายเองก็ไม่ได้พยายามขายตัวโอซีเมนออกแต่อย่างใด แม้แต่อดีตนักเตะทีมชาติไนจีเรียอย่างจอห์น โอบี มิเกล ยังออกมาให้ความเห็นว่าโอซีเมนต้องการโอกาสได้เล่นแชมเปียนส์ลีกในลีกระดับท็อปของยุโรป และอาร์เซนอลอาจเป็นปลายทางที่ตอบโจทย์เป้าหมายนั้น
มองในมุมธุรกิจกีฬายุคดิจิทัล ปรากฏการณ์นี้สะท้อนเทรนด์สำคัญที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก คือการที่ลีกนอกกลุ่มบิ๊กไฟว์อย่างซูเปอร์ลีกตุรกีเริ่มมีอำนาจต่อรองทางการเงินมากขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถเก็บนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ไว้ได้แม้จะมีสโมสรยักษ์ใหญ่จากพรีเมียร์ลีกมาทาบทาม สิ่งนี้เชื่อมโยงกับการเติบโตของคอนเทนต์ดิจิทัลและโซเชียลมีเดียที่ทำให้แต่ละสโมสรสามารถสร้างรายได้และมูลค่าแบรนด์ของตัวเองได้มากขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาแค่ค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดแบบเดิมๆ อีกต่อไป และสำหรับแฟนบอลรุ่นใหม่ ข่าวลือย้ายทีมเหล่านี้เองก็กลายเป็นคอนเทนต์ที่สร้างเอนเกจเมนต์มหาศาลบนแพลตฟอร์มออนไลน์ กลายเป็นส่วนหนึ่งของวงจรธุรกิจฟุตบอลยุคใหม่ที่แยกไม่ออกจากตัวเกมในสนามอีกต่อไป
บทสรุป: เมื่อความสำเร็จส่วนตัวไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
เกม 2-2 ที่ RAMS Park ค่ำคืนนั้น สอนบทเรียนสำคัญให้ทุกคนที่ติดตามอยู่ ไม่ว่าจะเป็นแฟนบอลหรือคนทำงานทั่วไป นั่นคือความเก่งของคนคนเดียวไม่สามารถแบกทั้งทีมได้ตลอดไป โอซีเมนยิงสองประตูอย่างยอดเยี่ยม แสดงถึงทั้งทักษะเทคนิคและจิตใจที่แข็งแกร่งพอจะทนแรงกดดันจากอัฒจันทร์ แต่ทีมที่ยิ่งใหญ่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอจากทุกส่วน ไม่ใช่แค่พึ่งพาดาวยิงคนเดียวในทุกนาทีวิกฤต
ส่วนประเด็นข่าวลืออาร์เซนอล แม้ตัวเลขทางสัญญาจะบอกชัดเจนว่ากาลาตาซารายแทบไม่มีความจำเป็นต้องขายเขาเลยในตอนนี้ แต่คำถามที่แท้จริงอาจไม่ใช่ “ใครจะจ่ายพอ” แต่คือ “โอซีเมนอยากอยู่ต่อจริงหรือไม่” ในโลกฟุตบอลที่เงินไม่ใช่ปัจจัยเดียวอีกต่อไป ความฝันในการได้เล่นแชมเปียนส์ลีกระดับลึกๆ อาจเป็นแรงดึงดูดที่มีค่ามากกว่าตัวเลขในสัญญา คำถามคือ ท้ายที่สุดแล้ว โอซีเมนจะเลือกพิสูจน์ตัวเองต่อกับกาลาตาซารายจนครบสัญญาปี 2029 หรือสุดท้ายแล้วภาพความฝันในเสื้ออาร์เซนอลจะกลายเป็นจริงในหน้าหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้
สรุปประเด็นสำคัญ
- กาลาตาซารายเปิดซีซั่นด้วยผลเสมอ 2-2 กับ โครุม เอฟเค ทีมเลื่อนชั้นใหม่ แม้ครองเกมเหนือกว่าด้วยสถิติการยิงประตูถึง 38 ต่อ 8 ครั้ง
- โอซีเมนยิงคนเดียวทั้งสองประตูให้ทีม รวมถึงประตูตีเสมอในนาทีที่ 90 ท่ามกลางเสียงโห่ไล่บอร์ดบริหารจากแฟนบอล
- เจ้าตัวปฏิเสธพูดถึงข่าวลือย้ายอาร์เซนอลอย่างจริงจัง ยืนยันโฟกัสหน้าที่กับสโมสรปัจจุบันก่อน
- สัญญาที่ผูกมัดถึงปี 2029 ไม่มีเงื่อนไขปลดล็อกค่าตัว บวกเงื่อนไขค่าปรับจากนาโปลี ทำให้กาลาตาซารายปฏิเสธข้อเสนอนับร้อยล้านยูโรมาแล้วหลายดีล
- อาร์เซนอลยังไม่ได้ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการ แม้ชื่อของโอซีเมนจะถูกพูดถึงในการเจรจาที่กว้างขึ้นระหว่างสองสโมสร
คำถามที่พบบ่อย
Q: วิคเตอร์ โอซีเมน อายุเท่าไหร่ในปี 2026 A: โอซีเมนเกิดวันที่ 29 ธันวาคม 1998 ทำให้เขามีอายุ 27 ปีในช่วงเปิดฤดูกาล 2026-27 และจะครบ 28 ปีในเดือนธันวาคมนี้
Q: กาลาตาซาราย แพ้เกมเปิดสนามซูเปอร์ลีกหรือไม่ A: ไม่ใช่การแพ้ แต่เป็นการเสมอ 2-2 กับ โครุม เอฟเค ที่ RAMS Park ทำให้ทั้งสองทีมได้ทีมละ 1 แต้มในนัดเปิดฤดูกาล
Q: โอซีเมนยิงกี่ประตูในเกมกับโครุม เอฟเค A: เขายิงทั้งสองประตูของกาลาตาซารายในเกมนี้ ประตูแรกในนาทีที่ 53 และประตูตีเสมอในนาทีที่ 90
Q: ทำไมแฟนบอลกาลาตาซารายถึงไม่พอใจทั้งที่ทีมเสมอไม่แพ้ A: เพราะทีมครองเกมเหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจนในทุกสถิติ แต่กลับทำได้แค่เสมอกับทีมน้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้น จึงเกิดเสียงวิจารณ์การบริหารทีมจากแฟนบอล
Q: โอซีเมนพูดอะไรเกี่ยวกับข่าวลือย้ายไปอาร์เซนอล A: เขาตอบสั้นๆ ว่าข่าวลือเป็นเรื่องปกติในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะ และยืนยันว่าตอนนี้โฟกัสอยู่ที่หน้าที่กับกาลาตาซารายก่อน
Q: อาร์เซนอล ยื่นข้อเสนอซื้อโอซีเมนอย่างเป็นทางการแล้วหรือยัง A: ยังไม่มีการยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการ มีเพียงรายงานว่าชื่อของเขาถูกพูดถึงในการเจรจาที่กว้างขึ้นระหว่างสองสโมสรเท่านั้น
Q: กาลาตาซารายซื้อโอซีเมนมาด้วยราคาเท่าไหร่ A: สโมสรทุ่มเงิน 75 ล้านยูโรซื้อขาดจากนาโปลีในเดือนกรกฎาคม 2025 ถือเป็นการซื้อขายนักเตะที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลตุรกี
Q: โอซีเมนมีสัญญากับกาลาตาซารายถึงเมื่อไหร่ A: สัญญาของเขาผูกมัดกับสโมสรจนถึงเดือนมิถุนายน 2029 และไม่มีเงื่อนไขปลดล็อกค่าตัวในสัญญาฉบับนี้
Q: มีสโมสรไหนเคยเสนอซื้อโอซีเมนในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้บ้าง A: มีรายงานว่าแอตเลติโก มาดริดเสนอสูงถึง 125 ล้านยูโร อาร์เซนอลเสนอดีลแลกผู้เล่นพร้อมเงินสด และท็อตแนมเสนอราวๆ 60 ล้านยูโร แต่ทุกข้อเสนอถูกปฏิเสธ
Q: ทำไมกาลาตาซารายถึงขายโอซีเมนให้สโมสรในเซเรียอาไม่ได้ง่ายๆ A: เพราะมีเงื่อนไขจากดีลเดิมกับนาโปลีระบุว่าหากขายให้สโมสรเซเรียอาก่อนเดือนกันยายน 2027 จะต้องจ่ายค่าปรับสูงถึง 70 ล้านยูโร
Q: โครุม เอฟเค คือใคร ทำไมถึงเสมอกับทีมแชมป์เก่าได้ A: โครุม เอฟเค คือทีมน้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นซูเปอร์ลีกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร และสามารถทำผลงานเสมอกับกาลาตาซารายได้ในเกมเปิดตัวลีกสูงสุดนัดแรก
Q: กาลาตาซารายเคยยิงประตูกับโครุมกี่ครั้งเทียบกับที่เสียไป A: กาลาตาซารายยิงประตูไปทั้งหมด 38 ครั้ง เทียบกับโครุมที่ยิงเพียง 8 ครั้ง แต่แปลงเป็นประตูได้เพียง 2 ลูกเท่ากัน: