เปิดใจ “ฮันซี่ ฟลิค” บาร์ซ่ายังไม่หยุดช้อป! ทำไมทีมที่เพิ่งขย่มบาเซิ่ล 5-2 ถึงยังต้องการนักเตะใหม่ก่อนตลาดปิดประตู

ทีมที่เพิ่งถล่มคู่แข่งไป 5 ประตูรวด แต่กุนซือกลับบอกว่า “เราอาจยังขาดอะไรบางอย่างอยู่” — ประโยคสั้น ๆ นี้แหละที่ทำให้แฟนบอลทั่วโลกต้องหันมาจับตาบาร์เซโลน่าอีกครั้ง เพราะมันไม่ใช่คำพูดของโค้ชที่พอใจกับสิ่งที่มีอยู่ในมือ แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าเกมชักเย่อในตลาดซื้อขายนักเตะฤดูร้อนปีนี้ยังไม่จบง่าย ๆ

เปิดฉากค่ำคืนที่บาเซิล: เกมอุ่นเครื่องที่บอกอะไรมากกว่าตัวเลข

ทีมอาซูลกราน่าเดินทางไปเยือน เซนต์ ยาคอบ พาร์ค ในสวิตเซอร์แลนด์ และกลับมาพร้อมชัยชนะที่หนักแน่นถึง 5-2 เหนือเอฟซี บาเซิ่ล จากประตูของคาริม อเดเยมี่, ฮัมซ่า อับเดลคาริม, ลามีน ยามาล และสองประตูจากเจสซี บีซีวู เกมนี้ไม่ได้เป็นแค่การอุ่นเครื่องธรรมดา แต่มันคือภาพสะท้อนของทีมที่กำลังประกอบร่างใหม่ทั้งระบบ

ที่น่าสนใจคือ ฟลิคตัดสินใจสลับตำแหน่งครั้งใหญ่ในตัวจริง โดยให้ เอริค การ์เซีย ลงเล่นแบ็กขวาแทนที่จะอยู่กองกลางตามความถนัด ส่วน ราฟินญ่า ขยับไปเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าแทนที่จะเป็นปีกอย่างที่คุ้นเคย ขณะที่ แอนโธนี่ กอร์ดอน นักเตะใหม่จากอังกฤษ ได้โอกาสอวดฝีเท้าทางปีกซ้าย จังหวะที่ทำให้เกมรุกของทีมดูมีมิติมากขึ้นกว่าเดิม

อเดเยมี่เปิดสกอร์ในนาทีที่ 34 หลังรับบอลจากราฟินญ่าแล้วซัดเข้าไปอย่างสงบนิ่ง ก่อนที่บาเซิ่ลจะไล่ตีเสมอผ่านจังหวะของ ดูกูเร่ ในช่วงท้ายครึ่งแรก เกมพลิกกลับมาเป็นของบาร์ซ่าอีกครั้งเมื่อ อับเดลคาริม เพิ่งลงสนามได้ไม่ถึง 4 นาทีในครึ่งหลังก็ยิงประตูด้วยสัมผัสแรกจากลูกจ่ายของอเดเยมี่ จากนั้น ยามาล สังหารจุดโทษหลังกุนเดถูกทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ ทำให้เป็น 3-1 แม้บาเซิ่ลจะได้จุดโทษไล่มาเป็น 3-2 ผ่านเท้าของ โอไลกเบ แต่ท้ายที่สุด บีซีวู ดาวรุ่งวัย 18 ปี ก็ปิดเกมด้วยสองประตูรวดในช่วงท้ายเกม ตอกย้ำว่านี่คือทีมที่มีทั้งความคมและความลึกในตัวผู้เล่น

สิ่งที่น่าจับตาไม่แพ้สกอร์คือช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย เมื่อ ยามาล, ดานี่ โอลโม, ชูลส์ กุนเด และ เปา คูบาร์ซี ได้ลงสนามเป็นนัดแรกของพรีซีซั่นหลังกลับจากการลุยศึกฟุตบอลโลก 2026 กับทีมชาติ นี่คือจุดที่ทำให้แฟนบอลใจชื้นขึ้นมาก เพราะหมายความว่ากำลังพลชุดใหญ่กำลังทยอยกลับมาพร้อมสำหรับซีซั่นใหม่

ย้อนรอยประวัติศาสตร์: มหากาพย์การจดทะเบียนนักเตะที่บาร์ซ่าไม่เคยชนะง่าย ๆ

หากใครติดตามบาร์เซโลน่ามาสักระยะ จะรู้ว่าปัญหาที่แท้จริงของสโมสรแห่งนี้ไม่เคยอยู่ที่ “จะเซ็นใคร” แต่อยู่ที่ “จะจดทะเบียนใครได้ทันไหม” ย้อนกลับไปหลายฤดูกาล บาร์ซ่าเคยเจอปัญหาไม่สามารถลงทะเบียนนักเตะใหม่อย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และราฟินญ่า ได้ทันก่อนเปิดซีซั่น เพราะติดกฎการเงินของลาลีกา ต่อมาในปี 2024 กรณีของ ดานี่ โอลโม ก็ยิ่งซ้ำเติมภาพลักษณ์ เมื่อการจดทะเบียนของเขาถูกเพิกถอนกลางฤดูกาลจากปัญหาเดียวกัน และแม้แต่ฤดูกาลที่ผ่านมา มาร์คัส แรชฟอร์ด และโจอัน การ์เซีย ก็ยังไม่ได้รับการจดทะเบียนจนกระทั่งถึงวันเปิดสนามนัดแรก

นี่คือบาดแผลที่ทำให้แฟนบอลบาร์ซ่าเรียนรู้ที่จะไม่ดีใจเกินไปเมื่อเห็นข่าวเซ็นสัญญา เพราะเรื่องจริงมันซับซ้อนกว่านั้นมาก — สโมสรต้องบาลานซ์ระหว่างรายรับ รายจ่าย และเพดานค่าเหนื่อยตามกฎ Financial Fair Play ของลาลีกาที่เข้มงวดขึ้นทุกปี

แต่ข่าวดีที่ทำให้บรรยากาศปีนี้ต่างออกไปคือ บาร์เซโลน่าได้กลับสู่สถานะกฎ 1:1 ของลาลีกาอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งหมายความว่าทุก ๆ 1 ยูโรที่ทีมหารายได้เข้ามา สามารถนำไปใช้จ่ายได้เต็มจำนวน ไม่ใช่แค่เศษเสี้ยวเหมือนที่ผ่านมา ปัจจัยหนึ่งที่ช่วยพลิกสถานการณ์นี้คือรายได้ระยะยาวจากการขายที่นั่ง VIP ล่วงหน้าของสนามสปอติฟาย คัมป์ นู แห่งใหม่ ซึ่งกำลังทยอยกลับมาเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ นี่คือบทเรียนสำคัญที่สะท้อนว่า วินัยทางการเงินระยะยาวสำคัญไม่แพ้ฝีเท้าในสนาม — เป็นแนวคิดที่คนวัยทำงานที่กำลังบริหารเงินเก็บของตัวเองน่าจะเข้าใจได้ไม่ยาก

เจาะลึกแท็กติก: วิทยาศาสตร์เบื้องหลังเกมรุกที่ (ยัง) ไร้เบอร์ 9 ตัวจริง

สิ่งที่ทำให้เกมกับบาเซิ่ลน่าสนใจในเชิงเทคนิคคือระบบที่ฟลิคใช้ ไม่ใช่แค่การจัดตัวผู้เล่นแบบสุ่ม แต่เป็นการทดลอง “positionally fluid” หรือระบบที่ผู้เล่นสลับตำแหน่งกันตลอดเวลาตามจังหวะบอล เพื่อทำให้แนวรับคู่แข่งอ่านเกมไม่ออกว่าใครจะเป็นคนวิ่งเข้าไปรับบอลในช่องว่าง

จุดที่น่าสนใจที่สุดคือการที่ อเดเยมี่ นักเตะที่ปกติเล่นปีก กลับมายืนเป็นตัวจบสกอร์แถวหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือสัญญาณว่าฟลิคกำลังมองหาทางออกแบบ “เบอร์ 9 จอมปลอม” หรือกองหน้าที่ไม่ได้ยืนนิ่งรอบอลในกรอบเขตโทษแบบนักล่าประตูสายพันธุ์เก่า แต่ใช้ความเร็วและการอ่านเกมเพื่อเจาะช่องว่างแทน ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในฟุตบอลยุโรปยุคปัจจุบัน เพราะทีมที่มีกองหน้าเคลื่อนที่ตลอดเวลาจะสร้างปัญหาให้กองหลังคู่แข่งมากกว่าการยืนรอเฉย ๆ

แต่ปัญหาที่แท้จริงยังคงอยู่ นั่นคือคำถามที่ว่า ใครจะมาเป็นตัวจบสกอร์แถวหน้าตัวจริงหลังการจากไปของเลวานดอฟสกี้ แม้อเดเยมี่และบีซีวูจะทำผลงานได้ดีในเกมอุ่นเครื่อง แต่การแข่งขันจริงในลาลีกาและแชมเปียนส์ลีกต้องการความสม่ำเสมอที่มากกว่านี้ นี่คือเหตุผลที่ลึกลงไปว่าทำไมฟลิคถึงยังไม่ปิดประตูการเซ็นสัญญาเพิ่ม เพราะในทางวิทยาศาสตร์การกีฬา ทีมที่พึ่งพาผู้เล่นดาวรุ่งมากเกินไปในตำแหน่งสำคัญมีความเสี่ยงเรื่องความสม่ำเสมอของฟอร์มตลอดฤดูกาลที่ยาวนานถึง 38 นัดในลีกอย่างเดียว ยังไม่นับถ้วยอื่น ๆ

จิตวิทยาความคลั่งไคล้: ทำไมคนรุ่นใหม่ยังศรัทธาในทีมนี้

ถ้าลองสังเกตให้ดี เกมกับบาเซิ่ลไม่ได้เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์เพียงอย่างเดียว แต่มันเต็มไปด้วยเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่ไต่บันไดขึ้นมาจากศูนย์ฝึกเยาวชน ลา มาเซีย บีซีวู วัยเพียง 18 ปี ที่ยิงสองประตูรวด คือตัวอย่างที่ชัดเจนของสิ่งที่เรียกว่า “วินัยสร้างโอกาส” เด็กหนุ่มที่ไม่มีชื่อเสียงมาก่อนแต่ใช้การฝึกซ้อมหนักและความอดทนสร้างที่ยืนของตัวเองในทีมระดับโลก

นี่คือมุมมองที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงของคนวัย 18-40 ปีได้ดีที่สุด เพราะเรื่องราวของนักเตะดาวรุ่งที่ต้องแข่งขันกับซูเปอร์สตาร์ค่าตัวหลักร้อยล้านยูโรในทีมเดียวกัน ก็ไม่ต่างจากการที่คนทำงานต้องพิสูจน์ตัวเองท่ามกลางเพื่อนร่วมงานที่เก่งกาจในองค์กรใหญ่ ๆ ความมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมแพ้ต่อแรงกดดัน และการใช้ทุกโอกาสที่ได้รับให้คุ้มค่าที่สุด คือบทเรียนที่ถอดออกมาจากสนามฟุตบอลได้อย่างตรงไปตรงมา

อีกด้านหนึ่งที่ทำให้แฟนบอลคลั่งไคล้คือความรู้สึกของการได้เห็นทีมที่ “สร้างตัวเองใหม่” ทุกปี ไม่ใช่ทีมที่หยุดนิ่งอยู่กับความสำเร็จเดิม ฟลิคเองก็ยอมรับตรง ๆ ว่าการบริหารทีมที่มีนักเตะใหม่เข้ามาจำนวนมากไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาสร้างความเข้าใจร่วมกันในสนาม แต่นั่นคือเสน่ห์ของกีฬาที่ทำให้คนติดตามไม่เบื่อ เพราะทุกฤดูกาลมีเรื่องราวใหม่ให้ลุ้นเสมอ

เกมธุรกิจล้านยูโร: ศึกชักเย่อระหว่างโรดรี้กับอัลวาเรซ

นี่คือประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดของซัมเมอร์นี้ และเป็นเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมฟลิคถึงพูดถึงความเป็นไปได้ในการเซ็นสัญญาเพิ่มหลังเกมกับบาเซิ่ล เพราะเบื้องหลังคือการต่อรองระหว่างสองดีลใหญ่ที่บาร์ซ่าอาจไม่สามารถปิดทั้งคู่ได้พร้อมกัน

ฝั่งแรกคือ ฮูเลียน อัลวาเรซ กองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินาของแอตเลติโก มาดริด ซึ่งบาร์ซ่าเคยยื่นข้อเสนอสูงถึง 100 ล้านยูโร และตั้งเส้นตายให้แอตเลติโกตอบรับ แต่ประธานสโมสรอย่าง เอนริเก เซเรโซ่ ปฏิเสธหนักแน่นว่าจะไม่ปล่อยตัวเขาออกไป แม้จะมีรายงานว่าตัวนักเตะเองอยากย้ายทีมก็ตาม แม้แต่เรอัล มาดริด คู่แข่งตลอดกาลก็เคยยื่นข้อเสนอสูงถึง 150 ล้านยูโรแต่ก็โดนปฏิเสธเช่นกัน สะท้อนว่าแอตเลติโกไม่มีทีท่าจะขายผู้เล่นคนสำคัญของทีมง่าย ๆ

ฝั่งที่สองคือ โรดรี้ มิดฟิลด์ตัวรับทีมชาติสเปนของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ปี 2024 ที่เพิ่งพาทีมชาติสเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 และคว้ารางวัลลูกบอลทองคำมาครองด้วย มีรายงานว่าบาร์ซ่าบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับแมนฯซิตี้แล้วในมูลค่าสูงถึง 76.5 ล้านยูโร แม้โรดรี้จะต้องพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บหลังผ่าตัดจนถึงปลายเดือนสิงหาคมก็ตาม

คำถามคือ บาร์ซ่าจะเอาทั้งสองดีลนี้ไหวไหม? รายงานหลายแหล่งชี้ว่าดีลโรดรี้อาจมีมูลค่ารวมเกิน 80 ล้านยูโร บวกกับค่าเหนื่อยก้อนใหญ่ ขณะที่ดีลอัลวาเรซก็สูงกว่า 100 ล้านยูโร ตัวเลขรวมกันจึงอยู่นอกเหนือการคำนวณที่เป็นจริงได้ในซัมเมอร์นี้ นี่จึงอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมฝ่ายกีฬาของสโมสรถึงดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับแนวรับ-กองกลางมากกว่าแนวรุกในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาด และหันไปมองตัวเลือกกองหน้าราคาประหยัดกว่าแทน

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารสโมสรก็ยังไม่ได้ปิดประตูความหวังทั้งหมด เอนริก มาซิป หนึ่งในคณะกรรมาธิการกีฬาของสโมสร ยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีข้อสงสัยเลยว่าบาร์ซ่ามีศักยภาพทางการเงินมากพอที่จะเซ็นสัญญากับนักเตะระดับอัลวาเรซได้ นี่คือความไม่แน่นอนที่ทำให้ตลาดซื้อขายนักเตะกลายเป็นละครที่ลุ้นระทึกไม่แพ้เกมในสนามจริง และเป็นบทเรียนทางธุรกิจที่ดีสำหรับใครก็ตามที่ทำงานด้านการเงินหรือบริหารองค์กร — บางครั้งการมีเป้าหมายสองอย่างพร้อมกันในงบประมาณจำกัด อาจต้องเลือกทำสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนเสมอ

อนาคตในยุคดิจิทัล: บาร์ซ่าจะไปทางไหนต่อ

นอกเหนือจากเรื่องในสนาม บาร์เซโลน่ากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่น่าสนใจในมิติธุรกิจกีฬา การกลับมาของสนามสปอติฟาย คัมป์ นู ที่ปรับปรุงใหม่พร้อมโซน VIP ระดับพรีเมียม คือสัญลักษณ์ของยุคที่สโมสรฟุตบอลไม่ได้หารายได้จากค่าตั๋วเข้าชมเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่รวมถึงประสบการณ์ระดับพรีเมียมที่ขายล่วงหน้าได้เป็นปี ๆ ซึ่งกลายเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้สโมสรกลับมามีอำนาจต่อรองในตลาดซื้อขายนักเตะได้อีกครั้ง

อีกมิติหนึ่งคือการที่ทัวร์พรีซีซั่นในต่างแดน อย่างการไปเยือนสวิตเซอร์แลนด์ครั้งนี้ หรือการเจอกับสโมสรจากอียิปต์อย่างอัล-อาห์ลีในนัดถัดไป ไม่ใช่แค่การเตรียมความพร้อมด้านฟิตเนสอีกต่อไป แต่เป็นกลยุทธ์การขยายฐานแฟนคลับทั่วโลกในยุคที่คอนเทนต์ดิจิทัลและโซเชียลมีเดียเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้หลักของสโมสรกีฬายักษ์ใหญ่ ทุกประตู ทุกท่าฉลอง ทุกภาพของดาวรุ่งอย่างยามาลหรือบีซีวู ล้วนถูกแชร์ต่อในโซเชียลมีเดียเป็นล้าน ๆ ครั้งภายในไม่กี่ชั่วโมง กลายเป็นคอนเทนต์การตลาดที่ทรงพลังยิ่งกว่าโฆษณาแบบดั้งเดิม

สำหรับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง บาร์เซโลน่าจะเปิดฤดูกาลด้วยการบุกเยือนเอลเช่ ก่อนที่จะรู้กันว่าดีลใหญ่อย่างโรดรี้หรืออัลวาเรซจะไปในทิศทางไหน สิ่งที่แน่นอนคือทีมนี้จะยังคงเป็นหนึ่งในทีมที่ถูกจับตามองมากที่สุดในโลกฟุตบอล ไม่ว่าผลลัพธ์สุดท้ายของตลาดซัมเมอร์จะออกมาเป็นอย่างไร

บทสรุป

ชัยชนะ 5-2 เหนือบาเซิ่ลอาจดูเหมือนเป็นแค่เกมอุ่นเครื่องธรรมดา แต่เบื้องหลังมันคือภาพสะท้อนของทีมที่กำลังต่อสู้กับความไม่แน่นอนทั้งในและนอกสนาม ระหว่างการพัฒนาดาวรุ่งจากลา มาเซีย และการไล่ล่าซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ระหว่างวินัยทางการเงินและความทะเยอทะยานที่จะแข่งขันในทุกรายการ คำถามที่แท้จริงจึงไม่ใช่แค่ “บาร์ซ่าจะเซ็นใครเพิ่ม” แต่คือ “ทีมนี้จะบาลานซ์ระหว่างความฝันกับความเป็นจริงทางการเงินได้อย่างไร” — และนั่นคือเรื่องราวที่แฟนบอลทั่วโลกต้องติดตามกันต่อไปจนกว่าตลาดซัมเมอร์นี้จะปิดฉากลง


สรุปประเด็นสำคัญ

  • บาร์เซโลน่าถล่มบาเซิ่ล 5-2 ในเกมอุ่นเครื่องปรีซีซั่น จากประตูของอเดเยมี่ อับเดลคาริม ยามาล และบีซีวูสองประตู
  • ฟลิคเปิดเผยว่าทีมอาจยังต้องการนักเตะเสริมเพิ่มก่อนตลาดซัมเมอร์ปิด แม้จะเพิ่งทำผลงานได้ดี
  • บาร์ซ่ากำลังชั่งใจระหว่างสองดีลใหญ่ โรดรี้จากแมนฯซิตี้ และอัลวาเรซจากแอตเลติโก เพราะงบประมาณอาจไม่พอสำหรับทั้งคู่
  • การกลับสู่กฎการเงิน 1:1 ของลาลีกาช่วยให้บาร์ซ่ามีความมั่นใจมากขึ้นในการจดทะเบียนนักเตะใหม่ปีนี้
  • ทีมยังคงมีปัญหาเรื่องกองหน้าตัวเป้าตัวจริงหลังการจากไปของเลวานดอฟสกี้ แม้อเดเยมี่จะเล่นบทบาทนี้ได้ดีในเกมอุ่นเครื่อง

คำถามที่พบบ่อย

Q: บาร์เซโลน่าชนะบาเซิ่ลกี่ประตูในเกมอุ่นเครื่องนัดนี้? A: บาร์เซโลน่าเอาชนะไป 5-2 จากประตูของอเดเยมี่ อับเดลคาริม ยามาล และบีซีวูที่ยิงสองประตู

Q: ใครยิงประตูให้บาร์เซโลน่าในเกมกับบาเซิ่ล? A: อเดเยมี่ อับเดลคาริม ยามาล และบีซีวู ที่ทำได้สองประตูรวด

Q: ฟลิคพูดอะไรเกี่ยวกับตลาดซื้อขายนักเตะหลังเกมนี้? A: ฟลิคระบุว่าทีมอาจยังขาดอะไรบางอย่างอยู่และไม่ตัดความเป็นไปได้ในการเซ็นสัญญากับนักเตะใหม่เพิ่มก่อนตลาดปิด

Q: บาร์เซโลน่าสนใจเซ็นสัญญากับโรดรี้จริงหรือไม่? A: มีรายงานว่าบาร์ซ่าบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับแมนฯซิตี้สำหรับโรดรี้แล้ว แม้จะมีรายงานอีกฝั่งที่ระบุว่าโรดรี้เองอยากไปเรอัล มาดริดมากกว่า

Q: ทำไมดีลฮูเลียน อัลวาเรซถึงยังไม่สำเร็จ? A: แอตเลติโก มาดริดปฏิเสธข้อเสนอของบาร์ซ่าอย่างหนักแน่น และประธานสโมสรยืนยันว่าจะไม่ปล่อยตัวนักเตะออกไปแม้จะมีข้อเสนอสูงถึง 100 ล้านยูโร

Q: บาร์เซโลน่ามีกองหน้าตัวเป้าแทนเลวานดอฟสกี้แล้วหรือยัง? A: ยังไม่มีตัวจบสกอร์ตัวจริงที่ชัดเจน แม้อเดเยมี่จะเล่นบทบาทนี้ได้ดีในเกมอุ่นเครื่อง แต่สโมสรยังมองหาตัวเลือกเพิ่มเติมอยู่

Q: บาร์เซโลน่าจะเปิดฤดูกาลลาลีกากับทีมไหน? A: บาร์เซโลน่าจะเปิดฤดูกาล 2026-27 ด้วยการบุกเยือนเอลเช่

Q: บาร์เซโลน่ามีเกมอุ่นเครื่องเหลืออีกกี่นัดก่อนเปิดฤดูกาล? A: ทีมจะลงเล่นเกมอุ่นเครื่องส่งท้ายกับอัล-อาห์ลีของอียิปต์ก่อนไปเปิดซีซั่นจริง

Q: ทำไมบาร์เซโลน่าถึงมีปัญหาการจดทะเบียนนักเตะทุกปี? A: เพราะสโมสรต้องปฏิบัติตามกฎการเงิน Financial Fair Play ของลาลีกาอย่างเคร่งครัด ซึ่งจำกัดวงเงินที่สามารถใช้จ่ายกับค่าเหนื่อยนักเตะได้

Q: กฎ 1:1 ของลาลีกาคืออะไร? A: เป็นกฎที่กำหนดว่าสโมสรสามารถใช้จ่ายได้เต็มจำนวนตามรายได้ที่หามาได้ ซึ่งบาร์เซโลน่าเพิ่งกลับมาอยู่ในสถานะนี้ได้อีกครั้ง

Q: เจสซี บีซีวูคือใคร? A: เป็นนักเตะดาวรุ่งวัย 18 ปีจากศูนย์ฝึกลา มาเซียของบาร์เซโลน่า ที่เพิ่งทำสองประตูในเกมกับบาเซิ่ล

Q: นักเตะทีมชาติที่เพิ่งกลับจากฟุตบอลโลกคนไหนลงเล่นในเกมนี้บ้าง? A: ลามีน ยามาล ดานี่ โอลโม ชูลส์ กุนเด และเปา คูบาร์ซี ได้ลงสนามเป็นนัดแรกของพรีซีซั่นในเกมนี้