การฝึกซ้อมก่อนเปิดฤดูกาล 2026 ของนิวยอร์ค ไจแอนท์ส กำลังเป็นที่จับตาจากแฟนอเมริกันฟุตบอลทั่วโลก ไม่ใช่เพราะความไม่แน่นอนของทีมที่เพิ่งผ่านฤดูกาลอันแสนขมขื่น แต่เป็นเพราะชายหนุ่มวัย 22 ปีคนหนึ่งที่ชื่อ อับดุล คาร์เตอร์ กำลังประกาศเป้าหมายที่ใหญ่เกินตัวสำหรับผู้เล่นที่เพิ่งผ่านซีซั่นรุคกี้มาได้เพียงปีเดียว นั่นคือการคว้ารางวัลผู้เล่นเกมป้องกันยอดเยี่ยมแห่งปี หรือ Defensive Player of the Year (DPOY) และที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ คนที่ออกมาการันตีความเป็นไปได้ของเป้าหมายนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น จอห์น ฮาร์บอห์ หัวหน้าโค้ชคนใหม่ของทีมที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้เพียงไม่กี่เดือน
จากบัลติมอร์สู่นิวยอร์ค: จุดเริ่มต้นยุคใหม่ของไจแอนท์ส
ก่อนจะเข้าใจน้ำหนักของคำพูดจากฮาร์บอห์ จำเป็นต้องย้อนกลับไปดูภาพรวมของทีมไจแอนท์สในช่วงที่ผ่านมาเสียก่อน ฤดูกาล 2025 ของทีมเป็นฤดูกาลที่เต็มไปด้วยความปั่นป่วน หลังจากออกสตาร์ทด้วยผลงาน 2 ชนะ 8 แพ้ ผู้บริหารทีมตัดสินใจปลด ไบรอัน ดาโบลล์ หัวหน้าโค้ชคนเดิมออกจากตำแหน่งในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2025 และแต่งตั้ง ไมค์ คาฟกา ขึ้นมารักษาการแทน ซึ่งนำทีมปิดฤดูกาลด้วยผลงาน 2 ชนะ 5 แพ้ในเกมที่เหลือ
เมื่อฤดูกาลจบลง ทีมไจแอนท์สตัดสินใจครั้งใหญ่ด้วยการดึงตัว จอห์น ฮาร์บอห์ อดีตหัวหน้าโค้ชบัลติมอร์ เรฟเว่นส์ ผู้คร่ำหวอดในวงการมายาวนานเกือบสองทศวรรษเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าโค้ชคนที่ 21 ในประวัติศาสตร์แฟรนไชส์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2026 ด้วยสัญญา 5 ปี ฮาร์บอห์คือแชมป์ซูเปอร์โบวล์ครั้งที่ 47 กับเรฟเว่นส์ พาทีมเข้ารอบเพลย์ออฟถึง 12 ครั้งจาก 18 ฤดูกาลที่คุมทีม มีสถิติชนะรวมในฤดูกาลปกติมากถึง 180 นัด ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 14 ตลอดกาลของประวัติศาสตร์เอ็นเอฟแอล และหากรวมเกมเพลย์ออฟด้วยแล้วเขามีชัยชนะรวมสูงถึง 193 นัด ซึ่งอยู่ในอันดับ 13 ตลอดกาล
การมาถึงของฮาร์บอห์ไม่ได้มาเปล่า เขายกทีมงานโค้ชจากเรฟเว่นส์มาด้วยจำนวนมาก โดยมี แมตต์ นากี้ (อดีตโค้ชชิคาโก แบร์ส และโค้ชแห่งปีของสมาคมสื่อมวลชนเอ็นเอฟแอลปี 2018) มารับตำแหน่งผู้ประสานงานเกมรุก, เดนนาร์ด วิลสัน คุมเกมรับ และ คริส ฮอร์ตัน คุมทีมสเปเชียลทีมส์พร้อมนั่งเก้าอี้ผู้ช่วยหัวหน้าโค้ชไปด้วย นอกจากนี้ยังมีบุคลากรจากยุคเรฟเว่นส์ติดตามมาอีกกว่า 14 คน สะท้อนความตั้งใจสร้างวัฒนธรรมทีมแบบเดียวกับที่เขาเคยทำสำเร็จในบัลติมอร์
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ฮาร์บอห์จะเป็นคนนอกที่เพิ่งเข้ามาคุมทีม แต่เขากลับมีสายสัมพันธ์ทางอ้อมกับดาวเด่นของทีมอย่างคาร์เตอร์อยู่ก่อนแล้ว เพราะก่อนดราฟท์ปี 2025 ขณะที่ฮาร์บอห์ยังนั่งเก้าอี้หัวหน้าโค้ชเรฟเว่นส์ เขาไม่มีโอกาสได้จับตาคาร์เตอร์อย่างจริงจัง เนื่องจากรู้ตัวดีว่าทีมจะไม่มีทางได้เลือกผู้เล่นระดับต้นๆ ของดราฟท์รายนี้แน่นอน
ซีซั่นรุคกี้ที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
อับดุล คาร์เตอร์ ถูกเลือกโดยไจแอนท์สด้วยอันดับ 3 โดยรวมในดราฟท์ปี 2025 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ทีมได้เลือกในอันดับสูงเช่นนี้นับตั้งแต่ปี 1984 ที่เคยเลือก คาร์ล แบงส์ จากมิชิแกน สเตท คาร์เตอร์เดินทางมาจากมหาวิทยาลัยเพนน์ สเตท ซึ่งเขาเป็นผู้เล่นระดับออลอเมริกันที่ได้รับการยกย่องอย่างสูง ในซีซั่นสุดท้ายที่เล่นให้เพนน์ สเตทเมื่อปี 2024 เขาเก็บสถิติ 12 แซ็คและ 23.5 การเข้าปะทะที่ทำให้คู่แข่งเสียหลาหลา ครองตำแหน่งผู้เล่นเกมรับยอดเยี่ยมของบิ๊กเทนไปครอง จนได้รับการเปรียบเทียบกับตำนานร่วมสถาบันอย่าง ไมคาห์ พาร์สันส์ ดาวเด่นของดัลลัส คาวบอยส์
แต่เมื่อก้าวเข้าสู่โลกอาชีพ เส้นทางของคาร์เตอร์ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่หลายคนคาดหวัง ในช่วงต้นฤดูกาลเขาต้องปรับตัวหนัก โดยเฉพาะช่วง 11 สัปดาห์แรกหลังเกมเปิดฤดูกาลที่เก็บได้เพียงครึ่งแซ็ค เขากลับไม่สามารถกลับมาทำแซ็คได้อีกเลย สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อเพื่อนร่วมตำแหน่งเอดจ์รัชเชอร์อย่าง เควิยอน ธิโบโดซ์ ต้องพลาดลงเล่น 7 เกมสุดท้ายจากอาการบาดเจ็บที่ไหล่ ทำให้คาร์เตอร์ต้องแบกรับบทบาทมากขึ้นในช่วงปลายฤดูกาล และเขาก็ทำได้ดี ด้วยการทำ 3.5 แซ็คในห้าเกมสุดท้ายของฤดูกาล
สิ่งที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญคือช่วงที่ ไมค์ คาฟกา ขึ้นมาคุมทีมในฐานะรักษาการหัวหน้าโค้ช และเริ่มใช้มาตรการเข้มงวดกับคาร์เตอร์มากขึ้น รวมถึงเคยพักการลงเล่นบางช่วงเวลาเป็นบทลงโทษจากปัญหาเรื่องความตรงต่อเวลาและการขาดกิจกรรมของทีม ซึ่งเป็นเรื่องที่คาร์เตอร์เองก็ยอมรับในภายหลังว่าเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เขาเติบโตขึ้นทั้งในฐานะนักกีฬาและในฐานะคน
เมื่อจบฤดูกาล คาร์เตอร์เก็บสถิติรวม 43 การเข้าปะทะ (25 ครั้งเป็นการปะทะเดี่ยว) 4.0 แซ็ค 7 ครั้งที่ทำให้คู่แข่งเสียหลา 23 ครั้งที่กดดันควอร์เตอร์แบ็กจนเสียจังหวะ ทำให้คู่แข่งเสียฟัมเบิ้ล 2 ครั้ง และเก็บบอลคืนจากการฟัมเบิ้ลได้อีก 2 ครั้งจากการลงเล่นทั้งหมด 17 เกม ตัวเลขที่โดดเด่นที่สุดคือจำนวนครั้งที่กดดันควอร์เตอร์แบ็กรวม 72 ครั้ง ซึ่งอยู่ในอันดับ 7 ของทั้งลีก และห่างจาก ไมลส์ การ์เร็ตต์ ดาวเด่นของคลีฟแลนด์ที่อยู่อันดับ 6 เพียง 5 ครั้งเท่านั้น นอกจากนี้เขายังโดดเด่นเป็นพิเศษในเรื่องความเร็วของการกดดัน โดยมีจำนวนครั้งที่กดดันได้ภายในเวลาต่ำกว่า 2.5 วินาทีมากถึง 48 ครั้ง ซึ่งเป็นอันดับ 1 ของทั้งลีก ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง นิค โบนิตโต ถึง 5 ครั้ง ตัวเลขเหล่านี้ทำให้เขาได้รับเลือกเข้าทีมออลรุคกี้ของสมาคมนักเขียนฟุตบอลอาชีพ (PFWA) เมื่อจบฤดูกาล
สิ่งที่ฮาร์บอห์เห็นในตัวคาร์เตอร์
เมื่อฮาร์บอห์เข้ามารับตำแหน่งและเริ่มทำความรู้จักกับคาร์เตอร์อย่างจริงจังเป็นครั้งแรก เขาได้เผยความรู้สึกที่มีต่อผู้เล่นคนนี้อย่างตรงไปตรงมาผ่านรายงานของเอ็นเอฟแอลเน็ตเวิร์ค โดยยอมรับว่าก่อนหน้านี้เขาแทบไม่รู้จักคาร์เตอร์เลย เพราะตอนอยู่กับเรฟเว่นส์เขารู้ดีว่าไม่มีโอกาสจะได้ดราฟท์ผู้เล่นระดับต้นดราฟท์เช่นนี้ แต่เมื่อได้เริ่มพูดคุยกับคาร์เตอร์เป็นครั้งแรก เขากลับรู้สึกชอบในตัวผู้เล่นคนนี้ทันที ทั้งจากบุคลิกและเป้าหมายที่คาร์เตอร์บอกเล่าให้ฟัง
เมื่อเข้าสู่ค่ายฝึกซ้อมพรีซีซั่นที่เดอะกรีนไบรเออร์ รัฐเวสต์เวอร์จิเนีย ซึ่งเปิดฉากด้วยกลุ่มรุคกี้รายงานตัวเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม และผู้เล่นเวเทอแรนตามมาในวันที่ 28 กรกฎาคม ฮาร์บอห์ได้เห็นพัฒนาการของคาร์เตอร์อย่างใกล้ชิด และยอมรับว่าคาร์เตอร์กำลังเดินตามแผนที่เขาเคยประกาศไว้ทุกอย่าง โดยกล่าวว่าทุกสิ่งที่คาร์เตอร์เคยพูดถึงเป้าหมายและแผนการของตัวเอง เขากำลังทำตามเส้นทางนั้นจริงๆ ไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ
ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือฮาร์บอห์ยังเปรียบเทียบพลังงานและความเป็นผู้นำของคาร์เตอร์ว่าเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเพื่อนร่วมทีม โดยระบุว่าเป็นผู้นำที่ดีจากการเป็นตัวอย่างผ่านวิธีการเล่นและพลังงานที่มอบให้ทีม อย่างไรก็ตาม ฮาร์บอห์ก็ไม่ได้ชื่นชมแบบไม่มีข้อแม้ ในช่วงวันที่สองของแคมป์ เขาเคยออกมาเตือนคาร์เตอร์ที่ดู “amped up” หรือมีพลังล้นเกินไปในสนาม โดยย้ำว่าสิ่งที่คาร์เตอร์ต้องพัฒนาคือความสม่ำเสมอในทุกดาวน์ ทุกสถานการณ์ ทั้งการรับมือเกมวิ่ง การรัชควอร์เตอร์แบ็ก การเคลื่อนไหวตามสตันต์ต่างๆ รวมถึงการคัฟเวอร์ผู้เล่นในบางสถานการณ์ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้เล่นที่ครบเครื่องอย่างแท้จริง
เป้าหมายผู้เล่นเกมรับยอดเยี่ยมแห่งปี: ทะเยอทะยานแต่ไม่ไร้เหตุผล
ความเคลื่อนไหวที่จุดกระแสให้คาร์เตอร์กลายเป็นข่าวใหญ่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา เมื่อเขาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนระหว่างแคมป์ฝึกซ้อมอย่างตรงไปตรงมาว่าต้องการเป็นผู้เล่นเกมป้องกันยอดเยี่ยมแห่งปีอย่างแน่นอน และเมื่อถูกถามต่อว่าเชื่อจริงๆ หรือไม่ว่าจะทำได้ในซีซั่นนี้ คำตอบของเขาคือ “แน่นอน” อย่างไม่ลังเล พร้อมอธิบายที่มาของความมั่นใจว่ามาจากกระบวนการทำงานในทุกๆ วัน การรู้จักตัวเองว่าจะเป็นใครได้ และความเชื่อมั่นในตัวเอง ทั้งความเชื่อใจในเพื่อนร่วมทีมและในระบบการฝึกสอนของทีม
หากมองในเชิงประวัติศาสตร์ รางวัลนี้ถือเป็นสิ่งที่หายากมากสำหรับผู้เล่นไจแอนท์ส เพราะนักเตะไจแอนท์สคนล่าสุดที่เคยคว้ารางวัลนี้ได้คือตำนานอย่าง ไมเคิล สตราฮาน เมื่อปี 2001 ส่วนก่อนหน้านั้นก็มีเพียง ลอว์เรนซ์ เทย์เลอร์ ที่เคยคว้ารางวัลนี้มาแล้วถึง 3 ครั้ง นั่นหมายความว่าหากคาร์เตอร์ทำสำเร็จ เขาจะกลายเป็นผู้เล่นไจแอนท์สคนที่ 3 เท่านั้นในประวัติศาสตร์แฟรนไชส์ที่ได้ครองรางวัลนี้
สิ่งที่ทำให้คำการันตีของฮาร์บอห์มีน้ำหนักมากขึ้นไปอีกคือประสบการณ์ตรงของเขาเอง เพราะในปี 2011 ขณะที่ฮาร์บอห์คุมทีมเรฟเว่นส์อยู่นั้น เขาเคยมีนักเตะใต้บังคับบัญชาอย่าง เทอร์เรล ซักส์ ที่สามารถคว้ารางวัลผู้เล่นเกมป้องกันยอดเยี่ยมแห่งปีมาครองได้สำเร็จ ทำให้ฮาร์บอห์เข้าใจดีว่าองค์ประกอบของผู้เล่นที่จะไปถึงจุดนั้นต้องมีอะไรบ้าง และเมื่อถูกถามเปรียบเทียบ เขาก็ยอมรับว่าคาร์เตอร์มีลักษณะความเป็นผู้นำและพลังงานที่คล้ายคลึงกัน
บทบาทใหม่ในระบบของฮาร์บอห์: จากผู้ไล่ล่าควอร์เตอร์แบ็กสู่ผู้เล่นครบเครื่อง
จุดที่น่าจับตาไม่แพ้ตัวเลขสถิติคือแผนการใช้งานคาร์เตอร์ที่เปลี่ยนไปภายใต้ระบบของฮาร์บอห์ ในปีที่แล้วภายใต้ทีมงานเดิม คาร์เตอร์ถูกใช้งานในบทบาทเอดจ์รัชเชอร์เป็นหลัก เน้นการไล่ล่าควอร์เตอร์แบ็กเป็นภารกิจหลัก แต่ในซีซั่นนี้ ทีมไจแอนท์สภายใต้การนำของฮาร์บอห์ประกาศชัดเจนว่าจะขยายบทบาทของคาร์เตอร์ให้กว้างขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรัชผ่านเท่านั้น แต่จะให้เขามีโอกาสส่งผลกระทบต่อเกมในหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ทั้งการรับมือเกมวิ่ง การเคลื่อนที่ตามระบบสตันต์ และแม้แต่บทบาทการคัฟเวอร์ในบางสถานการณ์ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สอดคล้องกับคำพูดของฮาร์บอห์ที่เน้นย้ำเรื่อง “ผู้เล่นที่ครบเครื่อง”
การปรับบทบาทเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะมันสะท้อนปรัชญาการสร้างทีมของฮาร์บอห์ที่ยึดถือมาตลอดในยุคเรฟเว่นส์ นั่นคือการสร้างผู้เล่นแนวหน้าที่มีความหลากหลายในตัวเอง ไม่ใช่แค่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านใดด้านหนึ่ง ระบบการฝึกซ้อมในแคมป์ก็สะท้อนแนวคิดนี้เช่นกัน โดยฮาร์บอห์ประกาศว่าทีมจะไม่ใช้การปะทะลงพื้นแบบเต็มรูปแบบในการฝึกซ้อม แต่จะใช้ระบบ “wrap and release” หรือโอบกอดแล้วปล่อยทันที เพื่อลดความเสี่ยงการบาดเจ็บ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงความเข้มข้นทางกายภาพเอาไว้
การได้ฝึกซ้อมปะทะกับ แอนดรูว์ โธมัส แท็คเกิ้ลฝั่งซ้ายระดับแนวหน้าของลีกทุกวันในแคมป์ ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเร่งพัฒนาการของคาร์เตอร์ เพราะการเผชิญหน้ากับผู้เล่นแนวรุกระดับสูงสุดของลีกอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้เขาได้ฝึกฝนทักษะการรัชผ่านในสถานการณ์ที่ยากที่สุดก่อนที่ฤดูกาลจริงจะเริ่มต้น
ผลกระทบต่ออนาคตของไจแอนท์สในซีซั่น 2026
หากมองในภาพรวม การที่คาร์เตอร์ประกาศเป้าหมายใหญ่เช่นนี้ท่ามกลางบรรยากาศการเริ่มต้นยุคใหม่ของทีมภายใต้ฮาร์บอห์ ก็สะท้อนถึงความหวังของทีมไจแอนท์สทั้งองค์กรที่ต้องการยุติวงจรความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นมาหลายปี ทีมกำลังเดิมพันกับโค้ชระดับแชมป์ซูเปอร์โบวล์และกลุ่มผู้เล่นดราฟท์ที่มีศักยภาพสูง โดยมีคาร์เตอร์เป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญของแนวรับ
ทีมงานของฮาร์บอห์ยังให้ความเห็นในเชิงบวกต่อภาพรวมของแคมป์ฝึกซ้อมครั้งนี้ ไม่ใช่แค่คาร์เตอร์เพียงคนเดียว แต่ยังมีผู้เล่นดาวรุ่งคนอื่นๆ ที่แสดงพัฒนาการที่ดีเช่นกัน อาทิ ดาริอัส อเล็กซานเดอร์ ผู้เล่นแนวรับที่มีสถิติแซ็คได้หลายครั้งในการฝึกซ้อมสด และ มาลิก เนเบอร์ส ตัวรับที่กำลังฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสัญญาณบวกที่ทำให้แฟนบอลไจแอนท์สเริ่มมีความหวังกับซีซั่นนี้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ฮาร์บอห์เองก็ยังคงความสุขุมในการประเมินทีม โดยระบุว่าโดยรวมแล้วฝั่งเกมรุกยังคงมีพัฒนาการที่ล้ำหน้ากว่าฝั่งเกมรับเล็กน้อยในช่วงต้นแคมป์ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่มักเกิดขึ้นในช่วงต้นของการฝึกซ้อมพรีซีซั่น และทีมงานจะยังคงเดินหน้าปรับปรุงในทุกจุดต่อไปก่อนเปิดฤดูกาลจริง
เมื่อพิจารณาทุกปัจจัยประกอบกัน ทั้งตัวเลขสถิติที่น่าประทับใจในซีซั่นรุคกี้ การยอมรับความผิดพลาดและพัฒนาตัวเองจากปัญหาวินัยในปีที่แล้ว การได้รับความไว้วางใจจากโค้ชระดับตำนานอย่างฮาร์บอห์ รวมถึงบทบาทที่ขยายกว้างขึ้นในระบบใหม่ คำถามที่น่าคิดต่อไปก็คือ อับดุล คาร์เตอร์ จะสามารถแปลงความมั่นใจและการสนับสนุนจากโค้ชให้กลายเป็นผลงานที่จับต้องได้จริงในสนามตลอดทั้งฤดูกาล 2026 หรือไม่ และเขาจะกลายเป็นผู้เล่นไจแอนท์สคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ที่ได้ครองรางวัลผู้เล่นเกมป้องกันยอดเยี่ยมแห่งปีตามรอยตำนานอย่างลอว์เรนซ์ เทย์เลอร์และไมเคิล สตราฮานได้หรือไม่ คงต้องรอติดตามกันตลอดฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงนี้
สรุปประเด็นสำคัญ
- อับดุล คาร์เตอร์ ประกาศเป้าหมายคว้ารางวัลผู้เล่นเกมป้องกันยอดเยี่ยมแห่งปี 2026 อย่างมั่นใจระหว่างแคมป์ฝึกซ้อมของไจแอนท์ส
- จอห์น ฮาร์บอห์ หัวหน้าโค้ชคนใหม่ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งมกราคม 2026 ยืนยันว่าคาร์เตอร์กำลังทำตามแผนที่เคยประกาศไว้ทุกอย่าง
- ซีซั่นรุคกี้ของคาร์เตอร์เก็บ 72 ครั้งกดดันควอร์เตอร์แบ็ก (อันดับ 7 ของลีก) แม้จะมีเพียง 4 แซ็คและเคยถูกพักเกมจากปัญหาวินัย
- ระบบใหม่ของฮาร์บอห์วางแผนขยายบทบาทคาร์เตอร์ให้เป็นผู้เล่นครบเครื่อง ไม่จำกัดแค่การรัชผ่านเหมือนปีที่แล้ว
- ไจแอนท์สมีผู้เล่นคว้ารางวัลนี้เพียง 2 คนในประวัติศาสตร์แฟรนไชส์ คือลอว์เรนซ์ เทย์เลอร์และไมเคิล สตราฮาน
คำถามที่พบบ่อย
อับดุล คาร์เตอร์ ถูกดราฟท์เข้าทีมไจแอนท์สในอันดับที่เท่าไหร่? เขาถูกเลือกด้วยอันดับ 3 โดยรวมในดราฟท์ปี 2025 จากมหาวิทยาลัยเพนน์ สเตท
จอห์น ฮาร์บอห์ เข้ามาคุมทีมไจแอนท์สตั้งแต่เมื่อไหร่? เขาได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2026 หลังจากไบรอัน ดาโบลล์ถูกปลดกลางฤดูกาล 2025
สถิติซีซั่นรุคกี้ของอับดุล คาร์เตอร์เป็นอย่างไร? เขาเก็บ 43 การเข้าปะทะ 4.0 แซ็ค 7 ครั้งที่ทำให้เสียหลา และ 72 ครั้งที่กดดันควอร์เตอร์แบ็ก ซึ่งอยู่ในอันดับ 7 ของทั้งลีกจากการลงเล่น 17 เกม
ทำไมคาร์เตอร์ถึงเคยถูกพักการลงเล่นในซีซั่นที่แล้ว? เขาเคยถูกลงโทษด้วยการพักเกมบางช่วงจากปัญหาเรื่องความตรงต่อเวลาและการขาดกิจกรรมของทีมภายใต้การคุมทีมของไมค์ คาฟกา รักษาการหัวหน้าโค้ชในขณะนั้น
ไจแอนท์สเคยมีผู้เล่นคว้ารางวัลผู้เล่นเกมป้องกันยอดเยี่ยมแห่งปีมาก่อนหรือไม่? เคยมีเพียงสองคนคือลอว์เรนซ์ เทย์เลอร์ (คว้า 3 สมัย) และไมเคิล สตราฮาน (คว้าในปี 2001) ซึ่งเป็นครั้งล่าสุดที่ผู้เล่นไจแอนท์สทำได้
ฮาร์บอห์เคยพาผู้เล่นคว้ารางวัลนี้มาก่อนหรือไม่? เคย เขาเคยคุมทีมเรฟเว่นส์ตอนที่เทอร์เรล ซักส์คว้ารางวัลผู้เล่นเกมป้องกันยอดเยี่ยมแห่งปีในปี 2011
ไจแอนท์สจะใช้งานคาร์เตอร์แตกต่างจากปีที่แล้วอย่างไร? ทีมวางแผนขยายบทบาทให้เขาเป็นผู้เล่นครบเครื่องมากขึ้น ไม่จำกัดอยู่แค่บทบาทเอดจ์รัชเชอร์ไล่ล่าควอร์เตอร์แบ็กเหมือนซีซั่นก่อน
เรฟเว่นส์เลือกใครในดราฟท์ 2025 แทนที่จะเลือกอับดุล คาร์เตอร์? เรฟเว่นส์เลือกเซฟตี้ มาลาคี สตาร์คส์ จากมหาวิทยาลัยจอร์เจีย ด้วยอันดับ 27 โดยรวมในดราฟท์เดียวกัน