เลว่าฟันธง! “แซมบ้า” ขาดสมดุลแดนกลาง หลังเสมอโมร็อกโก 1-1 อันเชล็อตติต้องสะสางก่อนเจอเฮติ

บราซิลทีมชาติที่โลกเชื่อว่าจะคว้าแชมป์โลกครั้งที่ 6 กลับออกสตาร์ตฟุตบอลโลกด้วยผลเสมอ 1-1 กับโมร็อกโก ซึ่งแทบไม่มีใครคาดคิดมาก่อน และมันไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ที่น่าผิดหวัง แต่วิธีที่บราซิลเล่นในเกมนั้นคือสิ่งที่ทำให้ลูคัส เลว่า อดีตกองกลางแถวหน้าของ “แซมบ้า” ต้องออกมาพูดตรงๆ ว่าทีมขาดสมดุลอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในเส้นแดนกลางที่ถือเป็นหัวใจของฟุตบอลสไตล์บราซิลมาตลอดหลายทศวรรษ

คำถามที่สำคัญกว่าผลการแข่งขัน คือ บราซิลภายใต้การนำทัพของคาร์โล อันเชล็อตติ มีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ลึกกว่าที่ตาเห็นหรือไม่? และสิ่งที่เลว่าพูดถึงนั้นคือสัญญาณเตือนที่แฟนบอลทั่วโลกควรจับตาดูก่อนเกมถัดไปกับเฮติ


เกมที่ไม่ควรเสมอ แต่ก็เสมอจริงๆ

ในกระดาษ บราซิลคือทีมที่เหนือกว่าโมร็อกโกในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นมูลค่านักเตะ ประสบการณ์ในเวทีโลก หรือความลึกของสกอดที่ใหญ่โตอลังการ แต่ในสนามจริงของรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มซี บราซิลกลับทำได้เพียงเสมอ 1-1 และครึ่งแรกของเกมนั้นเลวร้ายพอที่จะทำให้แฟนบอลเริ่มตั้งคำถามถึงแนวทางของเบ้นช์เทคนิค

โมร็อกโกไม่ใช่ทีมธรรมดา พวกเขาพิสูจน์ตัวเองในฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ด้วยการเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในฐานะทีมแอฟริกาทีมแรกที่ทำได้ และพวกเขายังคงรักษาพลังแห่งความสามัคคีในแนวรับที่แน่วแน่เอาไว้ได้ แต่สิ่งที่น่ากังวลสำหรับแฟนบอลบราซิลคือทีมพวกเขาเองไม่ได้พยายามฝ่าแนวรับนั้นอย่างจริงจังและเป็นระบบมากพอในช่วง 45 นาทีแรก

เมื่อนาฬิกาเดินถึงช่วงพักครึ่ง อันเชล็อตติตัดสินใจเปลี่ยนตัวกาเซมีโร่ออก และการตัดสินใจนั้นพูดดังกว่าคำแถลงการณ์ใดๆ ว่าอะไรกำลังผิดพลาด


เลว่าพูดอะไร และทำไมเราต้องฟัง

ลูคัส เลว่า ไม่ใช่นักวิเคราะห์ธรรมดาที่นั่งหน้าจออธิบายฟุตบอลโดยไม่เคยสัมผัสแรงกดดันในสนาม เขาคือนักเตะที่เคยสวมเสื้อทีมชาติบราซิลและรู้ดีว่าแดนกลางในระบบของทีมชาติต้องทำงานอย่างไร

เลว่าพูดกับซีบีเอส สปอร์ตส์อย่างตรงไปตรงมาว่า หนึ่งแต้มดีกว่ามือเปล่า แต่อันเชล็อตติต้องทำงานหนักมากก่อนเกมถัดไปกับเฮติ และยังชี้ให้เห็นถึงสามปัญหาหลักที่เขาสังเกตเห็น ได้แก่

หนึ่ง — กาเซมีโร่เล่นต่ำกว่าระดับมาตรฐานของตัวเอง จนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงพักครึ่ง ซึ่งถือว่าหนักมากสำหรับกองกลางตัวกลาง (Pivot) ที่ทำหน้าที่เป็นกระดูกสันหลังของทีม

สอง — บราซิลไม่มีปีกขวาที่แท้จริง เพราะราฟินญ่าทำหน้าที่คนละตำแหน่งกับที่ทีมต้องการ และนั่นทำให้การโจมตีขาดความหลากหลายและมิติที่จำเป็น

สาม — แนวกลางไม่สามารถควบคุมเกมได้เลย ซึ่งสำหรับทีมที่อ้างว่าต้องการครองลูกและสั่งจังหวะการเล่น นี่คือความล้มเหลวเชิงกลยุทธ์ที่ยอมรับได้ยาก


กาเซมีโร่ ปัญหาหรือระบบ?

การวิพากษ์วิจารณ์กาเซมีโร่อย่างยุติธรรมต้องมองในภาพรวม กองกลางชาวบราซิลวัย 33 ปีรายนี้เคยเป็นหนึ่งในกองกลางตัวรับที่ดีที่สุดในโลก แต่คำถามที่หลายคนตั้งมาตลอดหลายซีซั่นคือ เขายังอยู่ในระดับที่สูงพอสำหรับเวทีฟุตบอลโลก 2026 หรือไม่?

ในระดับสโมสรที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กาเซมีโร่เผชิญกับคำถามเรื่องระดับการเล่นมาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อนำมาสู่เวทีฟุตบอลโลก แรงกดดันยิ่งทวีคูณขึ้น

แต่ก็ต้องเป็นธรรมว่า ปัญหาของบราซิลในเกมนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวนักเตะคนเดียว มันอยู่ที่ระบบที่อันเชล็อตติวางไว้ว่าเหมาะสมกับสกอดที่มีอยู่หรือยัง กองกลางของบราซิลในเกมนี้ขาดการเชื่อมต่อที่ลื่นไหล ขาดการรับส่งสั้นๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของ “แซมบ้า” ยุคดีๆ และขาดผู้นำในแดนกลางที่สามารถยกระดับจังหวะเกมขึ้นมาได้เมื่อทีมอยู่ในช่วงท้าทาย


ราฟินญ่าในตำแหน่งที่ไม่ใช่ตำแหน่งของเขา

ลูคัส เลว่า พูดถึงปัญหาราฟินญ่าอย่างตรงไปตรงมา บราซิลไม่มีปีกขวาตัวจริง และนั่นทำให้โครงสร้างการโจมตีทั้งระบบพังทลาย

ราฟินญ่าในระดับสโมสรที่บาร์เซโลนาคือปีกซ้ายหรือปีกขวาที่สามารถเล่นได้ทั้งสองด้าน แต่ในระบบของบราซิล เขาต้องทำหน้าที่ในตำแหน่งที่ซ้อนทับกับนักเตะคนอื่น ซึ่งทำให้เกมรุกขาดความคมและขาดความกว้างที่จำเป็นในการดึงแนวรับของโมร็อกโกให้ยืดออก

เมื่อแนวรับของคู่แข่งสามารถจัดแน่วแน่ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องด้านใดด้านหนึ่ง มันทำให้งานของแดนหน้าบราซิลทั้งหมดยากขึ้นเป็นทวีคูณ ไม่ว่าจะเป็นวีนีซิอุส จูเนียร์ หรือนักเตะแดนหน้าคนอื่น ก็ยากที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ครึ่งหลังดีขึ้น แต่ยังไม่พอ

เลว่ายอมรับว่าครึ่งหลังบราซิลทำได้ดีขึ้น โดยเฉพาะหลังการลงมาของดานีโล่ในแบ็กขวาที่ทำให้แนวรับมีความมั่นคงมากขึ้น แต่มันก็เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ใช่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

บราซิลที่ดีในอดีตสามารถครองเกมได้ตั้งแต่นาทีแรก พวกเขาไม่ต้องรอให้ฝ่ายตรงข้ามกดดันก่อนค่อยปรับตัว แต่ในเกมนี้ “แซมบ้า” ดูเหมือนทีมที่กำลังตามหาตัวเองตลอด 90 นาที และนั่นคือสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่าผลลัพธ์ 1-1


อันเชล็อตติ สไตล์ยุโรปในทีมที่ต้องการจิตวิญญาณแซมบ้า

คาร์โล อันเชล็อตติคือหนึ่งในกุนซือที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล ชายชาวอิตาลีรายนี้คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 4 ครั้งกับสองสโมสรที่แตกต่างกัน และนำทัพเรอัล มาดริดสู่ความยิ่งใหญ่ระดับโลก

แต่การคุมทีมชาติคือคนละมิติ โดยเฉพาะทีมชาติบราซิลที่มีวัฒนธรรมฟุตบอลเฉพาะตัวและมีแฟนบอลที่คาดหวังสูงมาก อันเชล็อตตินำแนวคิดฟุตบอลยุโรปสมัยใหม่มาใช้ ซึ่งเน้นการจัดโครงสร้างแน่นหนาและระเบียบวินัยเชิงยุทธวิธี แต่คำถามคือแนวคิดนั้นเข้ากันได้กับดีเอ็นเอของนักเตะบราซิลที่มีความคิดสร้างสรรค์สูงและต้องการอิสระในการแสดงออกหรือไม่

เกมกับโมร็อกโกให้คำตอบเบื้องต้นว่า ยังไม่ใช่


บทเรียนจากประวัติศาสตร์: เมื่อแดนกลางล่มสลาย บราซิลก็ล่มสลาย

ฟุตบอลบราซิลสอนเราบทเรียนที่ชัดเจนมาโดยตลอดว่า เมื่อใดก็ตามที่แดนกลางสูญเสียสมดุลและการควบคุม ทีมทั้งหมดก็พังตาม

จำเกมฟุตบอลโลก 2014 บนแผ่นดินเจ้าบ้านได้ไหม? ความพ่ายแพ้ 1-7 ต่อเยอรมนีในรอบรองชนะเลิศกลายเป็นบาดแผลที่สังคมบราซิลยังจำไม่ลืม และหนึ่งในสาเหตุหลักของความพ่ายแพ้ครั้งนั้นคือการที่แดนกลางบราซิลไม่สามารถรับมือกับความเร็วและความแม่นยำของเยอรมนีได้ ทำให้เกมรับและเกมรุกทั้งระบบพังทลายพร้อมกัน

ประวัติศาสตร์กำลังส่งสัญญาณเตือนอีกครั้ง และอันเชล็อตติต้องอ่านบทเรียนนั้นให้ถ่องแท้ก่อนเดินออกสู่สนามครั้งต่อไป


เฮติ: เกมที่ต้องชนะ แต่อาจไม่ง่ายอย่างที่คิด

เลว่าพูดถึงเกมถัดไปกับเฮติว่ามันน่าจะเป็นเกมที่ง่ายกว่า แต่เขาก็แสดงความกังวลออกมาด้วย และนั่นไม่ใช่การดูถูกเฮติ แต่คือการตั้งคำถามว่าบราซิลจะแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่พวกเขามีอยู่ได้ทันหรือไม่

เฮติอาจไม่ใช่โมร็อกโก แต่ในฟุตบอลโลก ไม่มีเกมที่ “ง่าย” อย่างแท้จริง โดยเฉพาะสำหรับทีมที่กำลังมองหาตัวตนในแดนกลางและยังไม่พบคำตอบที่ลงตัว

ถ้าบราซิลยังเล่นในสไตล์เดิมกับเฮติ และยังปล่อยให้แดนกลางล่อยเหมือนในครึ่งแรกของเกมกับโมร็อกโก แม้ว่าจะชนะได้ แต่มันก็จะไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นที่ทีมต้องการก่อนเข้าสู่รอบแพ้คัดออก


สิ่งที่อันเชล็อตติต้องทำ

จากการวิเคราะห์ของเลว่าและสิ่งที่เห็นในสนาม มีสามสิ่งที่อันเชล็อตติต้องพิจารณาก่อนเกมถัดไป

ประการแรก — หาทางออกเรื่องกองกลางตัวกลาง ไม่ว่าจะเป็นการให้โอกาสนักเตะที่มีพลังงานและความคล่องตัวมากกว่า หรือเปลี่ยนระบบให้เหมาะสมกับกำลังพลที่มี

ประการที่สอง — ปรับโครงสร้างปีก ให้แน่ใจว่าทั้งสองด้านมีนักเตะที่เหมาะสมกับตำแหน่ง เพื่อให้บราซิลสามารถโจมตีได้กว้างและหลากหลายมิติมากขึ้น

ประการที่สาม — สร้างความมั่นใจในทีม หลังผลเสมอที่ไม่คาดคิด บรรยากาศในทีมอาจมีแรงกดดันเพิ่มขึ้น อันเชล็อตติต้องฟื้นฟูความเชื่อมั่นในหมู่นักเตะก่อนเดินออกสู่สนามอีกครั้ง


บทสรุป: แซมบ้าต้องค้นหาตัวเอง

ผลเสมอ 1-1 กับโมร็อกโกคือผลลัพธ์ที่บราซิลยังพอรับได้ในแง่ของคะแนน แต่วิธีที่พวกเขาเล่นในเกมนั้น โดยเฉพาะในครึ่งแรก คือสิ่งที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ลูคัส เลว่าพูดสิ่งที่แฟนบอลหลายคนรู้สึกแต่ไม่กล้าพูด ว่าทีมชาติบราซิลในฟุตบอลโลก 2026 ยังไม่ใช่ทีมที่พร้อมสำหรับชัยชนะ หากพวกเขายังไม่แก้ไขปัญหาเรื่องสมดุลในแดนกลาง

ฟุตบอลบราซิลที่ยิ่งใหญ่เกิดจากแดนกลางที่ควบคุมเกมได้และปล่อยให้แดนหน้าแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ นั่นคือ DNA ของ “แซมบ้า” ที่แท้จริง และถ้าอันเชล็อตติไม่สามารถปลุก DNA นั้นกลับมาได้ ความฝันในการคว้าแชมป์โลกครั้งที่ 6 อาจต้องรอออกไปอีกนาน

คำถามที่ฝากไว้ให้คิด: บราซิลควรปรับเปลี่ยนระบบและนักเตะในแดนกลางทันทีสำหรับเกมถัดไป หรือควรให้เวลาอันเชล็อตติปรับแผนตามวิธีของเขาเอง? คุณคิดว่าอะไรคือทางออกที่แท้จริงสำหรับ “แซมบ้า” ในฟุตบอลโลกครั้งนี้?