เมื่อทีมแชมป์อิตาลีต้องเผชิญวิกฤตแนวรับหนักที่สุดในรอบหลายปี คำถามคือ นาโปลี จะได้ตัวต่อประสานเกมรับที่ต้องการทันเวลาหรือไม่ ก่อนตลาดซื้อขายจะปิดฉากลง
ฟุตบอลอิตาลีในซัมเมอร์นี้ไม่ได้มีแค่เรื่องของสตาร์แนวรุกที่เปลี่ยนสีเสื้อกันวุ่นวาย แต่ยังมีอีกหนึ่งเกมชิงไหวชิงพริบที่เดือดไม่แพ้กัน นั่นคือการดึงตัวกองหลังของ นาโปลี แชมป์เก่าเซเรียอา ที่ตอนนี้กำลังเผชิญปัญหาแนวรับพังไม่เป็นท่า จนต้องรีบยื่นเงินก้อนโตให้ เชลซี เพื่อแลกกับตัวเซนเตอร์แบ็กที่ต้องการตัวมากที่สุด แต่สโมสรจากลอนดอนกลับไม่ยอมง่าย ๆ ตั้งราคาสูงจนแทบจะเป็นตัวเลขคนละโลก
วิกฤตแนวรับที่ไม่มีใครอยากเจอ
ทุกทีมที่หวังลุ้นแชมป์ต้องมีแผนสำรองสำหรับตำแหน่งสำคัญเสมอ แต่สิ่งที่ นาโปลี กำลังเจออยู่ตอนนี้ ถือว่าหนักหนากว่าที่ใครจะคาดคิด เพราะปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นทีละคน แต่ถาโถมเข้ามาพร้อมกันเกือบทั้งแผง
ผู้เล่นคนสำคัญอย่าง อเลสซานโดร บูออนจอร์โน่ ต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวเข่า ซึ่งหมายความว่าเขาจะต้องพักรักษาตัวอย่างน้อย 2-3 เดือน นั่นคือการขาดหายไปเกือบหนึ่งในสี่ของฤดูกาล สำหรับผู้เล่นที่เป็นเสาหลักในระบบเกมรับ การขาดหายไปนานขนาดนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของทีมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในขณะเดียวกัน แซม เบอเกม่า กองหลังอีกคนที่ควรจะเป็นตัวเลือกสำรองสำคัญ ก็ยังไม่สามารถกลับมาฟิตเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ได้ ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้ตึงเครียดขึ้นไปอีก และเมื่อบวกกับข่าวที่ว่า ฮวน เชซุส กองหลังผู้มากประสบการณ์ ได้รับไฟเขียวให้ย้ายทีมแบบไม่มีค่าตัว นั่นเท่ากับว่าแผงหลังของนาโปลีเหลือกำลังพลที่พร้อมใช้งานจริงบางเบาอย่างน่าใจหาย
สถานการณ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่แฟนบอลจะมองข้ามได้ เพราะฟุตบอลยุคใหม่ที่แข่งขันกันดุเดือดทุกสัปดาห์ ทั้งในประเทศและถ้วยยุโรป การมีกองหลังตัวจริงเพียงไม่กี่คนที่พร้อมลงสนามได้เต็มร้อย คือความเสี่ยงที่อาจทำลายความหวังในการป้องกันแชมป์ได้ง่าย ๆ
เป้าหมายอันดับหนึ่ง เบอนัวต์ บาเดียชิล เพชรที่เชลซีไม่อยากปล่อย
ท่ามกลางวิกฤตที่รุมเร้า ชื่อของ เบอนัวต์ บาเดียชิล กลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งที่ผู้บริหารนาโปลีเล็งไว้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่กองหลังรายนี้ถูกจับตามอง เพราะสไตล์การเล่นของเขาตอบโจทย์ฟุตบอลสมัยใหม่อย่างชัดเจน ทั้งความเร็วในการไล่บอล ความสามารถในการอ่านเกม และที่สำคัญคือทักษะการเล่นบอลด้วยเท้าที่ทำให้เขาสามารถเป็นจุดเริ่มต้นของเกมรุกได้ ไม่ใช่แค่กองหลังที่ทำหน้าที่ป้องกันเพียงอย่างเดียว
ในยุคที่โค้ชระดับโลกต้องการกองหลังที่เล่นบอลออกจากแดนหลังได้อย่างมั่นใจ ผู้เล่นที่มีคุณสมบัติครบแบบนี้จึงหายากและมีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในตลาดซื้อขาย นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เชลซีไม่ยอมปล่อยตัวบาเดียชิลออกไปง่าย ๆ แม้จะมีข้อเสนอเข้ามาแล้วก็ตาม
รายงานจากสื่อสายกีฬาในอิตาลีระบุว่า นาโปลี เตรียมยื่นข้อเสนอมูลค่า 17.5 ล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินราว 15 ล้านปอนด์ ให้กับเชลซี แต่ตัวเลขนี้กลับห่างไกลจากราคาที่สโมสรจากลอนดอนตั้งไว้อย่างสิ้นเชิง เพราะเชลซีปักธงราคาไว้ที่ระดับใกล้เคียง 30 ล้านยูโร ซึ่งเกือบเป็นสองเท่าของข้อเสนอแรก ช่องว่างของตัวเลขที่มากขนาดนี้สะท้อนให้เห็นว่าทั้งสองสโมสรยังมองมูลค่าของนักเตะคนนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ทำไมการเจรจาถึงยังไม่จบง่าย ๆ
สิ่งที่ทำให้ดีลนี้ซับซ้อนมากขึ้นไปอีก คือรูปแบบของข้อเสนอที่นาโปลีต้องการจริง ๆ ไม่ใช่การซื้อขาดในทันที แต่เป็นการยืมตัวพร้อมออปชั่นซื้อขาดเมื่อจบฤดูกาล รูปแบบดีลลักษณะนี้กลายเป็นที่นิยมมากขึ้นในวงการฟุตบอลยุคปัจจุบัน เพราะช่วยให้สโมสรผู้ซื้อสามารถกระจายภาระทางการเงินออกไป ลดความเสี่ยงจากการทุ่มเงินก้อนใหญ่ในคราวเดียว และยังเปิดโอกาสให้ทดสอบความเข้ากันได้ของผู้เล่นกับระบบทีมก่อนตัดสินใจซื้อขาดจริง
แต่สำหรับสโมสรผู้ขายอย่างเชลซี การยอมรับดีลแบบยืมตัวย่อมหมายถึงความเสี่ยงที่จะสูญเสียมูลค่าตลาดของผู้เล่นไปในระยะยาว หากผลงานในช่วงยืมตัวไม่เป็นไปตามคาด นี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้การเจรจายังคงยืดเยื้อ และทั้งสองฝ่ายต้องหาจุดกึ่งกลางที่ลงตัวทั้งในแง่ตัวเลขและรูปแบบสัญญา
แผนสำรอง ฌอง-แกลร์ก โตดิโบ ชายผู้ต้องหนีจากความผิดหวัง
ในกรณีที่ดีลบาเดียชิลไม่สามารถบรรลุผลได้ นาโปลียังมีทางเลือกสำรองที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือ ฌอง-แกลร์ก โตดิโบ กองหลังของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด สื่อกีฬาชื่อดังของอิตาลีรายงานว่าโตดิโบคือชื่อที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เวสต์แฮมต้องเผชิญกับความผิดหวังครั้งใหญ่ ด้วยการตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก ลีกสูงสุดของอังกฤษ
เรื่องราวของโตดิโบมีมิติทางจิตใจที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะเพียงไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ เวสต์แฮม เพิ่งทุ่มเงินมากถึง 40 ล้านยูโร เพื่อคว้าตัวเขามาจากสโมสรนีซของฝรั่งเศส หลังจากที่เคยยืมตัวมาเล่นก่อนหน้านั้น นั่นหมายความว่าสโมสรมองเห็นศักยภาพของเขาชัดเจนพอที่จะยอมจ่ายเงินก้อนใหญ่ แต่โชคชะตากลับพลิกผัน เมื่อทีมที่เขาเพิ่งย้ายมาร่วมงานด้วยต้องตกชั้นไปเล่นในระดับแชมเปี้ยนชิพ
สำหรับนักฟุตบอลอาชีพที่อยู่ในช่วงพีคของอาชีพ การต้องลงเล่นในลีกระดับรองย่อมเป็นเรื่องที่ยากจะยอมรับ ทั้งในแง่ของการพัฒนาฝีเท้า โอกาสติดทีมชาติ และเส้นทางอาชีพในระยะยาว จึงไม่น่าแปลกใจที่มีการคาดการณ์ว่าโตดิโบเองก็อาจไม่ได้ต่อต้านการย้ายทีมมากนัก หากมีสโมสรระดับที่แข่งขันในถ้วยยุโรปอย่างนาโปลียื่นมือเข้ามา
มิติธุรกิจ เกมการเงินเบื้องหลังตลาดนักเตะยุคดิจิทัล
ตลาดซื้อขายนักเตะในยุคปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของฝีเท้าบนสนามอีกต่อไป แต่เป็นเกมธุรกิจที่ซับซ้อน สโมสรต้องคำนวณทั้งเรื่องกฎการเงินที่เป็นธรรม การบริหารงบดุลผู้เล่น และมูลค่าตลาดที่ผันผวนตามฟอร์มการเล่นและสถานการณ์ของแต่ละสโมสร กรณีของบาเดียชิลและโตดิโบสะท้อนให้เห็นภาพนี้ได้ชัดเจน
สำหรับเชลซี การตั้งราคาสูงสำหรับบาเดียชิลไม่ใช่เรื่องไร้เหตุผล เพราะกองหลังที่เล่นบอลได้ดีและยังอายุน้อยเพียงพอที่จะพัฒนาต่อไปได้อีกหลายปี ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต ส่วนสำหรับเวสต์แฮมกับกรณีของโตดิโบ การตกชั้นทำให้สโมสรต้องเผชิญกับความจริงที่ว่า นักเตะคุณภาพสูงที่เพิ่งลงทุนไปมากมาย อาจต้องถูกปล่อยออกไปเพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินและไม่ให้ทีมเสียผู้เล่นคุณภาพไปฟรี ๆ เมื่อหมดสัญญาในอนาคต
รูปแบบการเจรจาแบบยืมตัวพร้อมออปชั่นซื้อขาดที่นาโปลีต้องการ ก็เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่สโมสรทั่วยุโรปเริ่มใช้กันมากขึ้น เพราะช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินในช่วงที่หลายสโมสรยังต้องระมัดระวังเรื่องงบประมาณ ท่ามกลางกฎเกณฑ์ทางการเงินที่เข้มงวดขึ้นทุกปี
อนาคตจะเป็นอย่างไร เกมชิงเวลาก่อนตลาดปิด
เมื่อเวลาของตลาดซื้อขายนักเตะเหลือน้อยลงทุกวัน แรงกดดันต่อฝ่ายบริหารของนาโปลีก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย เพราะทีมที่หวังป้องกันแชมป์เซเรียอาไม่สามารถเดินหน้าฤดูกาลด้วยแนวรับที่บางเบาได้ ทุกนัดในลีกและถ้วยยุโรปล้วนมีความสำคัญ และหากไม่สามารถหาตัวเสริมแนวรับได้ทันเวลา ความเสี่ยงที่จะเสียแต้มโดยไม่จำเป็นก็จะยิ่งสูงขึ้น
คำถามสำคัญตอนนี้คือ นาโปลีจะยอมเพิ่มข้อเสนอให้ใกล้เคียงกับราคาที่เชลซีต้องการหรือไม่ หรือจะหันไปเจรจากับเวสต์แฮมเพื่อคว้าตัวโตดิโบแทน ทั้งสองเส้นทางล้วนมีทั้งข้อดีและความเสี่ยงที่แตกต่างกัน ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ดีลนี้จะเป็นหนึ่งในบทพิสูจน์สำคัญว่า นาโปลี มีความพร้อมทั้งในแง่กลยุทธ์และเงินทุน ที่จะรักษาบัลลังก์แชมป์เอาไว้ได้อีกหรือไม่
บทสรุป
วิกฤตแนวรับที่ถาโถมเข้าใส่นาโปลีในเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งอาการบาดเจ็บของบูออนจอร์โน่ ความไม่ฟิตของเบเกม่า และการจากไปของเชซุส ได้กลายเป็นแรงผลักดันให้สโมสรต้องเร่งหาทางออกอย่างเร่งด่วน ระหว่างเป้าหมายหลักอย่างบาเดียชิลที่เชลซียังไม่ยอมลดราคา กับแผนสำรองอย่างโตดิโบที่อาจพร้อมโบยบินจากทีมที่เพิ่งตกชั้น เกมการเจรจานี้จะจบลงอย่างไร คงต้องติดตามกันในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดซื้อขาย
คุณคิดว่านาโปลีควรทุ่มเงินเพิ่มเพื่อให้ได้บาเดียชิลมาครอง หรือควรเปลี่ยนเป้าหมายไปคว้าตัวโตดิโบที่อาจได้มาในราคาที่คุ้มค่ากว่า