“3 ดาว” บนหน้าอกไม่ใช่แค่เหรียญ แต่คือใบเบิกทางสู่เวทีที่โลกทั้งใบจับตา เปิดเบื้องหลังทำไมไทยต้องปั้นผู้ตัดสินระดับสากลให้ทัน ก่อนโอลิมปิกเกมส์จะมาถึง
ลองจินตนาการภาพนี้ดู: นักมวยสองคนบนเวทีโอลิมปิก ทุ่มเทซ้อมมาทั้งชีวิตเพื่อโมเมนต์เดียว แต่ผลแพ้ชนะกลับถูกตัดสินด้วยสายตาของคนเพียงไม่กี่คนข้างเวที ถ้าคนเหล่านั้น “ไม่ได้มาตรฐาน” สิ่งที่ตามมาอาจไม่ใช่แค่ความผิดหวังของนักกีฬาคนเดียว แต่อาจสั่นคลอนความน่าเชื่อถือของกีฬาทั้งประเภท นี่ไม่ใช่เรื่องสมมติ เพราะวงการมวยสากลสมัครเล่นระดับโลกเพิ่งผ่านบทเรียนราคาแพงมาแล้วจริง ๆ เมื่อองค์กรปกครองกีฬามวยสากลระดับนานาชาติเดิมต้องถูกคณะกรรมการโอลิมปิกสากลระงับสถานะ และในที่สุดก็ถูกถอดออกจากขบวนการโอลิมปิกไปเลย เพราะปัญหาสะสมด้านธรรมาภิบาล ความโปร่งใสทางการเงิน และที่สำคัญที่สุดคือคำถามเรื่องความน่าเชื่อถือของการตัดสินและการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน จนคณะกรรมการโอลิมปิกสากลต้องลงมาจัดการแข่งขันมวยสากลเองในโอลิมปิกสองสมัยหลังสุด นี่คือเหตุผลที่ทำให้ข่าวการปิดโครงการอบรมผู้ตัดสินมวยสากลระดับ 3 ดาวของสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทยไม่ใช่แค่ข่าวกิจกรรมประจำปีธรรมดา แต่เป็นส่วนหนึ่งของสมการใหญ่ที่ทั้งวงการกำลังพยายามแก้ไขให้ทัน นั่นคือ “ใครจะเป็นคนถือกฎกติกาบนเวทีระดับโลกในอนาคต” เมื่อ 32 คนผ่านการทดสอบ ก้าวแรกสู่เส้นทางที่ยาวกว่าที่คิด นายวินัย รอดจ่าย อุปนายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย และประธานจัดการอบรม เป็นประธานปิดโครงการอบรมผู้ตัดสินมวยสากลระดับ 3 ดาว ณ ศูนย์ฝึกกีฬาในร่ม การกีฬาแห่งประเทศไทย โดยมีผู้ตัดสินจากทั่วประเทศเข้าร่วมและผ่านการทดสอบมากถึง 32 คน ตัวเลข 32 คนอาจดูไม่มากนักเมื่อเทียบกับจำนวนสนามมวยและรายการแข่งขันที่จัดขึ้นทั่วประเทศไทยในแต่ละปี แต่ในโลกของการตัดสินกีฬาสากล คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณเสมอ ระบบ “ดาว” ที่ใช้ในวงการมวยสากลนานาชาติเป็นเหมือนบันไดที่ไล่ระดับความสามารถและประสบการณ์ของผู้ตัดสินแต่ละคน ยิ่งดาวมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ในรายการที่มีเดิมพันสูงขึ้นเท่านั้น ตั้งแต่ระดับประเทศ ไปจนถึงระดับทวีป และสุดท้ายคือระดับนานาชาติที่เปิดประตูสู่มหกรรมกีฬาโลก นายวินัยระบุชัดเจนว่าเป้าหมายของโครงการนี้ไม่ได้จบอยู่แค่การมอบใบประกาศนียบัตร … Read more