ศึกมวยไทยพลังแผ่นดิน บุกบุรีรัมย์! เปิดศึกเดือด 12 คู่ ดูฟรีทั้งสนาม เผยเบื้องลึกทำไมมวยไทยยังคงเป็นหัวใจของคนไทยทุกยุคสมัย

เมื่อสังเวียนกลางแจ้งกลายเป็นจุดรวมใจของคนทั้งจังหวัด ลองจินตนาการภาพนี้ดู เวทีมวยชั่วคราวกลางลานโล่งของโดมสวนรมย์บุรี จังหวัดบุรีรัมย์ แสงไฟส่องกระทบเชือกทั้งสี่ด้าน เสียงกลองแขกและปี่ชวาดังกึกก้องคลอไปกับจังหวะการร่ายรำไหว้ครู ผู้คนนับพันยืนเบียดเสียดกันรอบเวทีโดยไม่ต้องเสียเงินสักบาทเดียว นี่คือภาพที่กำลังจะเกิดขึ้นจริงในวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคมนี้ เมื่อ ศึกมวยไทยพลังแผ่นดิน สนามที่ 3 เดินทางมาเยือนถิ่นอีสานใต้อย่างเป็นทางการ โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และโปรโมเตอร์มวยชื่อดังทั่วประเทศ ที่ผนึกกำลังกันจัดมหกรรมมวยไทยระดับคุณภาพ ส่งตรงถึงหน้าบ้านของแฟนกีฬาในต่างจังหวัด โดยไม่จำกัดเฉพาะคนกรุงเทพฯ หรือคนที่มีกำลังทรัพย์ซื้อบัตรเข้าชมเวทีมาตรฐานอย่างราชดำเนินหรือลุมพินีเท่านั้น งานนี้การันตีความมันส์ด้วยฝีมือการจัดการของทีมงานเกียรติเพชร ผู้คร่ำหวอดในวงการจัดมวยไทยมายาวนาน พร้อมขนนักมวยฝีมือดีมาประชันกันถึง 12 คู่เต็มรายการ โดยคู่เอกที่แฟนมวยทั่วประเทศต่างจับตามองคือการปะทะกันระหว่าง โฟกัส ศิษย์ทหารเอก ที่ยอมต่อน้ำหนักให้คู่ชกถึง 2 ปอนด์ เพื่อดวลเดือดกับ ราชสิงห์ โกลิตะมวยไทย ซึ่งการยอมต่อน้ำหนักในวงการมวยไทยนั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะหมายถึงความมั่นใจในฝีมือของตัวเองที่สูงมาก และมักจะนำไปสู่การแลกหมัดแลกเข่าที่ดุเดือดกว่าคู่ชกทั่วไป ย้อนรากเหง้ามวยไทย จากศาสตร์การต่อสู้สู่กีฬาประจำชาติ หากจะเข้าใจว่าทำไมงานมวยกลางแจ้งแบบนี้ถึงยังคงดึงดูดผู้คนนับพันได้ในทุกยุคสมัย จำเป็นต้องย้อนกลับไปมองรากเหง้าของศิลปะการต่อสู้ชนิดนี้เสียก่อน มวยไทยมีวิวัฒนาการมาจากศาสตร์การต่อสู้ป้องกันตัวของบรรพบุรุษไทยที่ต้องใช้ในสมรภูมิรบจริง ก่อนจะถูกพัฒนาต่อยอดมาเป็น “มวยคาดเชือก” ที่ใช้เชือกพันมือแทนนวม และกลายมาเป็นกีฬาที่มีกติกาชัดเจนอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 ที่มวยไทยเริ่มมีการจัดแข่งขันอย่างเป็นระบบ มีสังเวียนมาตรฐาน … Read more

ศอกผีดิบปะทะหมัดรถถัง! “เมืองไทย” คืนสังเวียน 8 เดือน ลั่นน็อกไม่ครบยก “พันฤทธิ์” ศึก The Inner Circle 20 คืนนี้

ในโลกของมวยไทยระดับนานาชาติ มีเพียงไม่กี่ไฟต์ที่สามารถทำให้แฟนมวยกลั้นหายใจตั้งแต่เสียงระฆังยกแรก และคืนวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 นี้ที่สนามมวยเวทีลุมพินี รามอินทรา คือหนึ่งในคืนที่วงการมวยไทยรอคอยมาตลอดครึ่งปี เมื่อ “ขุนศอกผีดิบ” เมืองไทย พี.เค.แสนชัย วัย 32 ปี จากแผ่นดินบุรีรัมย์ ตัดสินใจยุติการพักยาวนานกว่า 8 เดือน เพื่อกลับมาชิงความยิ่งใหญ่บนสังเวียน ONE Championship อีกครั้ง โดยมีคู่ชกสายเลือดดุดันอย่าง พันฤทธิ์ ลูกเจ้าแม่สายวารี จากพัทลุงคอยดักรออยู่ คำถามที่แฟนมวยทั่วประเทศตั้งอยู่ในใจไม่ต่างกัน คือ ในเมื่อทั้งคู่ต่างประกาศว่าจะไม่รอให้เกมยาวถึงห้ายก แล้วใครจะเป็นฝ่ายกำหนดจังหวะ และใครจะเป็นฝ่ายที่ร่วงลงก่อน? จากเด็กหนุ่มบ้านนา สู่ “ขุนศอกผีดิบ” แห่งวงการมวยโลก เมืองไทย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม เป็นนักมวยไทยชาวไทยเจ้าของฉายา “ขุนศอกผีดิบ” และ “ขุนศอกถล่มโลกันต์” ผู้มาจากอำเภอหนองกี่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เขาเป็นที่รู้จักจากรูปแบบการต่อสู้ที่ดุดัน รวมถึงการตีศอกที่ทำเอาคู่แข่งร่วงมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เส้นทางของ เมืองไทย ไม่ได้โรยด้วยกลีบดอกไม้ เขาเริ่มต้นจากการเป็นนักมวยหนุ่มในต่างจังหวัด ค่อยๆ สะสมฝีมือและชื่อเสียงจากสังเวียนเล็กๆ ก่อนจะขยับก้าวขึ้นสู่ระดับชาติ กระทั่ง … Read more