ผู้ว่าฯ กกท. เชื่อมั่นทัพมวยสากลไทยสไตล์คิวบา พร้อมผงาดคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20

ทำไมประเทศเล็กๆ อย่างไทยถึงสามารถผลิตนักชกระดับโลกออกมาได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ทรัพยากรและงบประมาณด้านกีฬาไม่ได้เทียบเท่ามหาอำนาจกีฬาโลกอย่างสหรัฐอเมริกาหรือรัสเซีย คำตอบส่วนหนึ่งอาจซ่อนอยู่ในการปรับตัวครั้งสำคัญที่กำลังเกิดขึ้นกับวงการมวยสากลสมัครเล่นไทยในตอนนี้ และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ นายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ออกมาประกาศความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมต่อทัพนักชกมวยสากลทีมชาติไทย ก่อนบุกศึกมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยระบุชัดเจนว่า มวยสากลคือหนึ่งในชนิดกีฬาความหวังสูงสุดที่จะสร้างความสุขให้แฟนกีฬาชาวไทยได้อีกครั้ง โดยเฉพาะประเภทหญิงที่มีโอกาสทะลุเป้าถึงเหรียญทอง ส่วนประเภทชายก็อยู่ในเกณฑ์พร้อมลุ้นเหรียญทองเช่นกัน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทัพกำปั้นไทยมีความอันตรายมากขึ้นคือการยกระดับเทคนิคการชกให้เข้ากับยุคสมัย ด้วยการผสานสไตล์มวยไทยเข้ากับความพลิ้วไหวแบบคิวบา จนเกิดเป็นสไตล์การชกแบบใหม่ที่ทั้งเร็ว ทั้งแพรวพราว และยากจะคาดเดา ย้อนรอยมวยสากลสมัครเล่นไทย จากเวทีเล็กสู่สังเวียนโลก หากพูดถึงประวัติศาสตร์มวยสากลสมัครเล่นของไทย ต้องยอมรับว่าเส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ประเทศไทยเริ่มส่งนักชกเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติมาตั้งแต่ยุคที่วงการกีฬาโอลิมปิกยังไม่เปิดกว้างให้ชาติเล็กๆ มีที่ยืนมากนัก แต่ด้วยพื้นฐานความแข็งแกร่งจากศิลปะมวยไทยที่หล่อหลอมนักสู้ไทยมาตั้งแต่เด็ก ทั้งความอดทน วินัย และจิตใจที่ไม่ยอมแพ้ ทำให้นักชกไทยค่อยๆ ไต่อันดับขึ้นมาเป็นที่จับตาในเวทีระดับเอเชียก่อน แล้วจึงขยับไปสู่เวทีระดับโลก จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อสมาคมกีฬามวยสมัครเล่นแห่งประเทศไทยเริ่มปรับแนวทางการฝึกซ้อมให้เป็นระบบมากขึ้น มีการส่งนักชกและผู้ฝึกสอนไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องมวยสากลสมัครเล่นระดับตำนานอย่างคิวบา ซึ่งเป็นชาติที่ผลิตแชมป์โอลิมปิกและแชมป์โลกออกมาไม่ขาดสาย นักมวยคิวบาขึ้นชื่อเรื่องฟุตเวิร์กที่เบาและไว การควบคุมระยะที่แม่นยำ รวมถึงการอ่านเกมคู่ต่อสู้ได้อย่างเฉียบคม สิ่งเหล่านี้กลายเป็นต้นแบบที่โค้ชไทยหยิบยกมาปรับใช้ควบคู่กับจุดแข็งเดิมของนักชกไทย จนเกิดเป็นสไตล์ลูกผสมที่ทั้งมีรากฐานความเป็นไทยและมีความเป็นสากลในเวลาเดียวกัน การเดินทางของมวยสากลไทยจึงไม่ใช่แค่เรื่องของฝีมือส่วนบุคคล แต่เป็นเรื่องของการพัฒนาเชิงระบบที่ค่อยๆ สั่งสมมาหลายสิบปี กว่าจะมาถึงจุดที่ผู้บริหารระดับสูงของวงการกีฬาไทยกล้าประกาศความเชื่อมั่นต่อสาธารณะเช่นวันนี้ ถอดรหัสเทคนิค เมื่อมวยไทยผสานความพลิ้วไหวแบบคิวบา หัวใจของข่าวนี้อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงเชิงเทคนิคที่ทัพนักชกไทยกำลังใช้ในการเตรียมความพร้อม นั่นคือการผสมผสานระหว่างสไตล์มวยไทยดั้งเดิมกับความพลิ้วไหวแบบคิวบา ซึ่งหากมองในมิติวิทยาศาสตร์การกีฬา … Read more

แชมป์โลกญี่ปุ่นพูดแล้ว! “ธนันท์ชัย” คือคู่ซ้อมที่ดีที่สุดที่เคยเจอ ก่อนศึกป้องแชมป์โลก 6 มิ.ย. นี้

นักชกไทยไม่ใช่แค่มาเป็นหน้าฉาก แต่คือตัวแปรสำคัญที่ทำให้แชมป์โลกเตรียมพร้อมสมบูรณ์แบบที่สุดในชีวิต เมื่อยอดนักชกไทยข้ามน้ำข้ามทะเลไปสร้างชื่อที่แดนปลาดิบ ในวงการมวยสากลอาชีพระดับโลก ชื่อของ “เจ้าโอ๋” ธนันท์ชัย จรูญภักดิ์ ไม่ใช่คนแปลกหน้าอีกต่อไป เพราะล่าสุดในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา นักชกชาวไทยรายนี้ได้รับเลือกให้เดินทางไปยังเมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ในฐานะคู่ลงนวม (Sparring Partner) ให้กับ มาซามิจิ ยาบูกิ แชมป์โลกรุ่นฟลายเวต น้ำหนัก 112 ปอนด์ สังกัดสหพันธ์มวยสากลนานาชาติ หรือ ไอบีเอฟ (IBF) ภารกิจนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา เพราะแชมป์โลกทุกคนย่อมเลือกคู่ซ้อมอย่างพิถีพิถัน พวกเขาต้องการนักชกที่สามารถจำลองรูปแบบของคู่ต่อสู้จริง สร้างแรงกดดัน และบังคับให้ตัวเองพัฒนาในทุกมิติ และในครั้งนี้ ธนันท์ชัยคือตัวเลือกที่ยาบูกิและทีมงานเชื่อมั่นว่าตอบโจทย์มากที่สุด ยาบูกิพูดเองปากต่อปาก: “ได้ประโยชน์อย่างมหาศาล” หลังจากสิ้นสุดแคมป์ซ้อม ยาบูกิออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนชาวญี่ปุ่นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความชื่นชม เขากล่าวตรงๆ ว่าการได้นักชกจากเมืองไทยมาร่วมค่ายในครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในการเตรียมตัวที่มีคุณภาพที่สุดก่อนการป้องกันแชมป์ สิ่งที่ยาบูกิเน้นย้ำเป็นพิเศษมีสองประการหลัก ประการแรกคือ รูปร่างที่สูงยาวของธนันท์ชัย ซึ่งสร้างโจทย์ใหม่ในการรับมือกับการต่อสู้แบบระยะไกล บังคับให้ยาบูกิต้องฝึกการเจาะเข้าหาคู่ต่อสู้ที่มีแขนยาวและครองระยะได้ดีกว่า และประการที่สองคือ พลังหมัดขวาที่หนักหน่วงและเฉียบคม ที่ทำให้ยาบูกิต้องฝึกการรับและตอบโต้ภายใต้แรงกดดันแบบที่ใกล้เคียงกับการชกจริงมากที่สุด การยกย่องเหล่านี้จากปากของแชมป์โลกตัวจริง ไม่ใช่การพูดเพื่อมารยาท แต่คือการยืนยันว่านักชกไทยคนนี้มีระดับที่เทียบชั้นกับนักชกอาชีพระดับสูงสุดของโลกได้อย่างสมศักดิ์ศรี ธนันท์ชัยเปิดใจ: ได้กลับบ้านพร้อมประสบการณ์ที่ไม่มีขาย ฝั่งของธนันท์ชัยเองก็ไม่ได้เงียบ เขาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนชาวญี่ปุ่นอย่างเปิดเผย … Read more