รูนีย์ บาร์ดจี ปีกดาวรุ่งสวีเดน เตรียมอำลาบาร์เซโลน่า บาเลนเซียเดินหน้าเจรจาซิ่วตัวเสริมทัพก่อนปิดตลาด

เมื่อโค้ชระดับโลกอย่างฮันซี่ ฟลิค ยอมรับตรงๆ ว่า “การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย” นั่นหมายความว่าอะไรบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้นที่คัมป์นู ปีกดาวรุ่งชาวสวีเดนวัยเพียง 20 ปีที่เคยถูกจับตามองว่าจะเป็นดาวเด่นแห่งอนาคตของบาร์เซโลน่า กำลังเดินมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของอาชีพค้าแข้ง เมื่อสโมสรเปิดไฟเขียวให้เขาโบกมือลาทีมได้ในช่วงตลาดซัมเมอร์นี้ และหนึ่งในผู้ที่สนใจดึงตัวไปร่วมทีมมากที่สุดก็คือ บาเลนเซีย สโมสรที่กำลังสร้างทีมใหม่ภายใต้การคุมทัพของ การ์ลอส กอร์เบราน เรื่องราวนี้ไม่ได้เป็นเพียงข่าวตลาดซื้อขายนักเตะธรรมดาทั่วไป แต่มันสะท้อนให้เห็นถึงความจริงอันโหดร้ายของวงการฟุตบอลอาชีพ ที่แม้แต่นักเตะซึ่งเคยได้รับการยกย่องว่ามีพรสวรรค์ระดับหัวแถวของยุโรป ก็ยังต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่โอกาสลงสนามริบหรี่ลงเรื่อยๆ เพราะการแข่งขันภายในทีมที่ดุเดือดเกินคาด จุดเปลี่ยนที่คัมป์นู เมื่อบาร์ดจีไม่มีที่ยืน จากโคเปนเฮเกนสู่คัมป์นู เส้นทางที่เคยเปี่ยมความหวัง ย้อนกลับไปในช่วงซัมเมอร์ปี 2025 บาร์เซโลน่าทุ่มเงินราว 2.5 ล้านยูโรดึงตัว รูนีย์ บาร์ดจี ปีกดาวรุ่งจาก เอฟซี โคเปนเฮเกน สโมสรในบ้านเกิดที่เขาเติบโตขึ้นมาตั้งแต่เยาว์วัย หลังจากเคยผ่านความบาดเจ็บสาหัสที่หัวเข่าซึ่งทำให้ต้องพักรักษาตัวเกือบทั้งปี การย้ายมาสู่คัมป์นูในตอนนั้นถือเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ที่เปิดโอกาสให้เขาได้ประชันฝีเท้ากับนักเตะระดับโลก ปัญหาคือ บาร์ดจีเล่นในตำแหน่งปีกขวาถนัดซ้าย ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับ ลามีน ยามาล หนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของโลกในเวลานี้ แม้กระทั่งช่วงที่ยามาลบาดเจ็บหนักจนต้องพักยาวจนจบฤดูกาล ฟลิคก็ยังเลือกทดลอง มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงเล่นในตำแหน่งปีกขวาแทน โดยไม่ได้ให้โอกาสบาร์ดจีมากเท่าที่ควร ตลอดฤดูกาล 2025-26 เขาได้ลงสนามรวมเพียง 872 นาทีในทุกรายการ … Read more

ใบแดงเดือด เปลหามกลางเมสตาย่า ก่อน “ไยส์เล่อ” พลิกนรกพานิวคาสเซิ่ลชนะบาเลนเซีย 2-1 ในเกมคุมทัพนัดแรก

ลองจินตนาการดูว่า ถ้าคุณต้องมารับตำแหน่งผู้บริหารองค์กรใหญ่ระดับโลกโดยมีเวลาเตรียมตัวไม่ถึง 4 สัปดาห์ก่อนวันเปิดงบไตรมาสสำคัญ แถมในวันซ้อมงานจริงวันแรก ยังต้องเจอทั้งวิกฤตที่ไม่มีใครคาดคิดและอุบัติเหตุที่ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น นั่นคือสถานการณ์ที่ มัทธีอัส ไยส์เล่อ โค้ชชาวเยอรมันวัย 38 ปี ต้องเผชิญในคืนที่เขาคุมทัพ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด นัดแรกอย่างเป็นทางการ ที่สนามเมสตาย่า ประเทศสเปน เกมอุ่นเครื่องกับ บาเลนเซีย ที่หลายคนคาดว่าจะเป็นเพียงเกมทดสอบฟอร์มธรรมดา กลับกลายเป็นค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดราม่า ทั้งจังหวะเสียประตูเร็วตั้งแต่นาทีที่ 4 เหตุการณ์ใบแดงที่ทำให้นักเตะของนิวคาสเซิ่ลต้องถูกหามออกจากสนาม ก่อนที่ทีมจะพลิกกลับมาเอาชนะไปได้ 2-1 ด้วยสองประตูจากตัวสำรอง คำถามคือ ค่ำคืนแห่งความโกลาหลนี้บอกอะไรเราเกี่ยวกับยุคใหม่ของ นิวคาสเซิ่ล ภายใต้การนำของโค้ชที่แฟนบอลอังกฤษแทบไม่รู้จักชื่อมาก่อน จุดเริ่มต้นใหม่ที่มาพร้อมความเสี่ยง: จากเบนช์สายเรดบูลล์ สู่บัลลังก์เซนต์เจมส์ พาร์ค เส้นทางนักเตะที่จบเร็วเกินไป สู่นักบริหารทีมมือทอง ก่อนจะมาเป็นเฮดโค้ช ไยส์เล่อ เคยเป็นนักเตะแนวรับให้กับ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ลงเล่นในบุนเดสลีการาว 23 นัดในฤดูกาลแรกที่ทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นลีกสูงสุดได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร โดยมีเพื่อนร่วมทีมเป็นถึง เดมบา บา ซึ่งภายหลังกลายมาเป็นอดีตดาวยิงของนิวคาสเซิ่ลเอง แต่โชคชะตากลับเล่นตลกเมื่ออาการบาดเจ็บสะสมบีบให้เขาต้องแขวนสตั๊ดตั้งแต่อายุเพียง 25 ปี จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาก้าวเข้าสู่เส้นทางโค้ชในเครือข่ายเรดบูลล์ เริ่มจากตำแหน่งผู้ช่วยโค้ชที่ บรอนด์บี้ … Read more

ทางการแล้ว! นิวคาสเซิ่ล ทุ่ม 400 ล้านบาท ดึง “ไยสส์เล่อ” นั่งเก้าอี้กุนซือ ปิดตำนาน “เอ็ดดี้ ฮาว” ยุคทองที่จบเร็วกว่าที่ใครคาดคิด

เพียงไม่ถึงปีหลังจากที่ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เพิ่งเฉลิมฉลองแชมป์รายการใหญ่แรกในรอบ 70 ปี สโมสรจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษก็ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง เมื่อ เอ็ดดี้ ฮาว ผู้จัดการทีมที่ปลุกทีมจากหลุมดำมาสู่เวทียุโรป ตัดสินใจอำลาตำแหน่งอย่างกะทันหัน และนำมาสู่คำถามที่แฟนบอลทั่วโลกต่างจับตา นั่นคือ ใครจะเป็นคนที่กล้าพอจะมารับช่วงต่อภารกิจอันหนักหน่วงนี้ คำตอบมาถึงแล้ว เมื่อสโมสรประกาศอย่างเป็นทางการว่าได้แต่งตั้ง มัทธิอัส ไยสส์เล่อ โค้ชชาวเยอรมันวัย 38 ปี ขึ้นมาคุมทัพ พร้อมทุ่มเงินค่าชดเชยให้ต้นสังกัดเดิมสูงถึง 9.5 ล้านปอนด์ ตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ป้ายราคาของโค้ชคนหนึ่ง แต่มันคือสัญญาณที่บอกว่านิวคาสเซิ่ลกำลังเดินเกมใหญ่อีกครั้ง จากห้องแถลงข่าวสู่สนามซ้อม เส้นทางการแต่งตั้งที่รวดเร็วเกินคาด การจากไปของเอ็ดดี้ ฮาว สร้างความประหลาดใจไม่น้อย เพราะเขาคือชายที่พานิวคาสเซิ่ลจากทีมที่ลุ้นตกชั้น กลับมาผงาดจนได้เล่นแชมเปียนส์ลีกถึงสองครั้ง และยังพาทีมคว้าแชมป์ลีกคัพเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งเป็นถ้วยรายการใหญ่ใบแรกของสโมสรในรอบเจ็ดทศวรรษ แต่ฟุตบอลคือธุรกิจที่ไม่รอใคร เมื่อฤดูกาลล่าสุดทีมกลับจบเพียงอันดับ 12 ของตาราง พร้อมกับต้องสูญเสียนักเตะคนสำคัญอย่าง แอนโธนี กอร์ดอน และ ซานโดร โทนาลี ไป แรงกดดันจึงพุ่งสูงขึ้นจนนำไปสู่การตัดสินใจแยกทางกันในที่สุด ทันทีที่ตำแหน่งว่างลง ฝ่ายบริหารของนิวคาสเซิ่ลไม่ได้ปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อ มีการเปิดกระบวนการสรรหาที่สโมสรระบุเองว่าเป็นไปอย่าง “ละเอียดรอบคอบและเป็นความลับ” ก่อนที่ชื่อของไยสส์เล่อจะโผล่ขึ้นมาเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งอย่างรวดเร็ว และปิดดีลได้ภายในเวลาไม่กี่วัน … Read more

ทางการแล้ว! นิวคาสเซิ่ล ทุ่ม 400 ล้านบาท ดึง “ไยสส์เล่อ” นั่งเก้าอี้กุนซือ ปิดตำนาน “เอ็ดดี้ ฮาว” ยุคทองที่จบเร็วกว่าที่ใครคาดคิด

เพียงไม่ถึงปีหลังจากที่ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เพิ่งเฉลิมฉลองแชมป์รายการใหญ่แรกในรอบ 70 ปี สโมสรจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษก็ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง เมื่อ เอ็ดดี้ ฮาว ผู้จัดการทีมที่ปลุกทีมจากหลุมดำมาสู่เวทียุโรป ตัดสินใจอำลาตำแหน่งอย่างกะทันหัน และนำมาสู่คำถามที่แฟนบอลทั่วโลกต่างจับตา นั่นคือ ใครจะเป็นคนที่กล้าพอจะมารับช่วงต่อภารกิจอันหนักหน่วงนี้ คำตอบมาถึงแล้ว เมื่อสโมสรประกาศอย่างเป็นทางการว่าได้แต่งตั้ง มัทธิอัส ไยสส์เล่อ โค้ชชาวเยอรมันวัย 38 ปี ขึ้นมาคุมทัพ พร้อมทุ่มเงินค่าชดเชยให้ต้นสังกัดเดิมสูงถึง 9.5 ล้านปอนด์ ตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ป้ายราคาของโค้ชคนหนึ่ง แต่มันคือสัญญาณที่บอกว่านิวคาสเซิ่ลกำลังเดินเกมใหญ่อีกครั้ง จากห้องแถลงข่าวสู่สนามซ้อม เส้นทางการแต่งตั้งที่รวดเร็วเกินคาด การจากไปของเอ็ดดี้ ฮาว สร้างความประหลาดใจไม่น้อย เพราะเขาคือชายที่พานิวคาสเซิ่ลจากทีมที่ลุ้นตกชั้น กลับมาผงาดจนได้เล่นแชมเปียนส์ลีกถึงสองครั้ง และยังพาทีมคว้าแชมป์ลีกคัพเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งเป็นถ้วยรายการใหญ่ใบแรกของสโมสรในรอบเจ็ดทศวรรษ แต่ฟุตบอลคือธุรกิจที่ไม่รอใคร เมื่อฤดูกาลล่าสุดทีมกลับจบเพียงอันดับ 12 ของตาราง พร้อมกับต้องสูญเสียนักเตะคนสำคัญอย่าง แอนโธนี กอร์ดอน และ ซานโดร โทนาลี ไป แรงกดดันจึงพุ่งสูงขึ้นจนนำไปสู่การตัดสินใจแยกทางกันในที่สุด ทันทีที่ตำแหน่งว่างลง ฝ่ายบริหารของนิวคาสเซิ่ลไม่ได้ปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อ มีการเปิดกระบวนการสรรหาที่สโมสรระบุเองว่าเป็นไปอย่าง “ละเอียดรอบคอบและเป็นความลับ” ก่อนที่ชื่อของไยสส์เล่อจะโผล่ขึ้นมาเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งอย่างรวดเร็ว และปิดดีลได้ภายในเวลาไม่กี่วัน … Read more

เกร์ร่า ตัวเลือกลับที่บาร์เซโลน่าไม่เคยตัดทิ้ง: เมื่อค่าฉีกสัญญา 60 ล้านยูโร อาจเป็นแค่จุดเริ่มต้นของเรื่องใหญ่

ทำไมยักษ์ใหญ่กาตาลุนย่าถึงยอมรอ ทั้งที่นักเตะคนนี้ค่าตัวพุ่งขึ้นทุกวัน ในโลกของฟุตบอลยุโรป มีชื่อนักเตะมากมายที่ถูกโยงเข้ากับสโมสรยักษ์ใหญ่แบบผ่าน ๆ แล้วก็เงียบหายไปตามกาลเวลา แต่มีนักเตะบางคนที่แม้จะไม่มีข้อเสนอเป็นทางการ ไม่มีการเจรจาต่อเนื่อง กลับยังคงถูกจับตามองอย่างเงียบ ๆ จากสโมสรระดับโลกอยู่เสมอ และหนึ่งในนั้นคือ ฆาเบียร์ เกร์ร่า มิดฟิลด์วัย 22 ปีของ บาเลนเซีย ที่ชื่อของเขายังคงถูกพูดถึงในห้องประชุมของ บาร์เซโลน่า ทุกครั้งที่มีการวางแผนเสริมทัพแนวกลาง คำถามที่น่าสนใจคือ เหตุใดสโมสรระดับโลกอย่างบาร์เซโลน่าถึงยอมปล่อยให้ค่าฉีกสัญญาของนักเตะคนนี้ขยับจาก 40 ล้านยูโร เป็น 60 ล้านยูโร โดยไม่รีบยื่นข้อเสนอเสียก่อน ทั้งที่ทุกวันที่ผ่านไปหมายถึงต้นทุนที่สูงขึ้น คำตอบนั้นซ่อนอยู่ในภาพใหญ่ของแผนการสร้างทีมที่บาร์เซโลน่ากำลังวางอยู่ในขณะนี้ จุดเริ่มต้นของชื่อที่ถูกจับตา ฆาเบียร์ เกร์ร่า ไม่ใช่นักเตะที่โด่งดังในระดับซูเปอร์สตาร์ แต่เป็นหนึ่งในผลผลิตที่น่าจับตาที่สุดของวงการฟุตบอลสเปนในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขาเติบโตขึ้นมาในระบบเยาวชนที่เน้นการครองบอลและการอ่านเกมเป็นหลัก ก่อนจะไต่เต้าขึ้นมาเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของแนวกลางบาเลนเซีย สโมสรที่แม้จะไม่ได้อยู่ในกลุ่มท็อปของลาลีกาในช่วงหลัง แต่ก็ยังคงเป็นแหล่งผลิตนักเตะคุณภาพที่สโมสรใหญ่ ๆ ไว้วางใจส่งสายตามาสอดส่องอยู่เสมอ จุดแข็งของเกร์ร่าที่ทำให้ชื่อของเขาถูกพูดถึงในวงการคือความสามารถในการเล่นได้หลากหลายบทบาทในแดนกลาง ทั้งการเป็นตัวเชื่อมเกมรุก การควบคุมจังหวะของทีมในช่วงที่เกมตึงเครียด และความสามารถในการอ่านเกมรับที่เหนือกว่าอายุของเขา สิ่งเหล่านี้คือคุณสมบัติที่ทีมระดับโลกมองหาในนักเตะแนวกลางยุคใหม่ ไม่ใช่แค่คนที่วิ่งได้ทั้งเกม แต่ต้องเป็นคนที่คิดได้เร็วกว่าคู่แข่งด้วย รายงานจากสื่อสเปนอย่าง เดียรีโอ อาส เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ระบุชัดว่าบาร์เซโลน่ายังไม่ละสายตาจากเกร์ร่า แม้สถานการณ์ปัจจุบันของทีมอาซูลกราน่าจะยังไม่มีความเคลื่อนไหวที่เป็นรูปธรรม … Read more

นิวคาสเซิ่ล เปิดยุคใหม่ ทุ่ม 9.5 ล้านปอนด์ ดึง “ไยสส์เล่อ” กุนซือหนุ่มมาแทนที่ เอ็ดดี้ ฮาว จะพลิกโฉมทีมได้จริงหรือ

เมื่อประตูบานหนึ่งปิดลง อีกบานหนึ่งก็เปิดขึ้นเสมอ และสำหรับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด สโมสรที่เพิ่งพา เอ็ดดี้ ฮาว กลับมายืนแถวหน้าของพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง ยุคนั้นได้ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการแล้ว การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบไร้ทิศทาง เพราะสโมสรได้เตรียมแผนสำรองไว้อย่างรัดกุม นั่นคือการทุ่มเงินกว่า 9.5 ล้านปอนด์ เพื่อดึงตัว มัทธิอัส ไยสส์เล่อ โค้ชหนุ่มวัย 38 ปี จาก อัล อาห์ลี มารับช่วงต่อ คำถามที่แฟนบอล “สาลิกาดง” กำลังถามกันอยู่ตอนนี้คือ การตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ทีมก้าวกระโดด หรือจะเป็นความเสี่ยงที่อาจฉุดทีมถอยหลัง จุดจบของยุคเอ็ดดี้ ฮาว และจุดเริ่มต้นที่ถูกวางแผนไว้ล่วงหน้า การจากไปของ เอ็ดดี้ ฮาว ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นแบบฉับพลันทันที แต่เป็นผลจากการพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงของสโมสรมาระยะหนึ่ง ท่ามกลางหน้าต่างตลาดนักเตะฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก สิ่งที่น่าสนใจคือ นิวคาสเซิ่ล เลือกที่จะรอให้ข้อตกลงกับผู้สืบทอดตำแหน่งเสร็จสมบูรณ์ก่อน จึงค่อยประกาศการออกจากตำแหน่งของ ฮาว อย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ผ่านมา ทั้งที่สื่อได้เปิดเผยเรื่องนี้ล่วงหน้าไปแล้วหนึ่งวัน นี่คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการบริหารจัดการสมัยใหม่ของสโมสรฟุตบอลระดับพรีเมียร์ลีก ที่ไม่ต้องการปล่อยให้ทีมตกอยู่ในสุญญากาศแม้แต่วันเดียว การมีผู้สืบทอดตำแหน่งพร้อมอยู่แล้วก่อนประกาศข่าวใหญ่ ช่วยลดความปั่นป่วนภายในห้องแต่งตัว ลดกระแสข่าวลือที่จะทำร้ายขวัญกำลังใจนักเตะ และที่สำคัญที่สุดคือช่วยให้แผนการเตรียมทีมสำหรับฤดูกาลใหม่ไม่สะดุด เพราะช่วงเวลานี้คือช่วงพรีซีซั่นที่ทุกทีมกำลังเร่งปรับสภาพร่างกายและวางระบบการเล่นสำหรับซีซั่นที่กำลังจะมาถึง ตามกำหนดการ ไยสส์เล่อ … Read more

รีสส์ เนลสัน จุดจบยุคทองอะคาเดมี่? เมื่อ 26 ปีอาจไม่ใช่ “ดาวรุ่ง” อีกต่อไป และปืนใหญ่พร้อมปล่อยผ่านตลาดซัมเมอร์นี้

รู้หรือไม่ว่า นักเตะที่ผ่านสังกัดยืมตัวมาแล้วถึง 4 สโมสรในรอบ 6-7 ปี แต่ยังไม่เคยได้เป็นตัวจริงถาวรที่ไหนเลยสักครั้ง คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของคำว่า “ดาวรุ่งที่ไปไม่ถึงฝัน” ในโลกฟุตบอลยุคปัจจุบัน และนี่คือเรื่องราวของ รีสส์ เนลสัน ปีกวัย 26 ปีของ อาร์เซน่อล ที่กำลังเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่สุดในอาชีพค้าแข้ง เมื่อสัญญาฉบับสุดท้ายกับสโมสรที่เขาเติบโตมาตั้งแต่เด็กกำลังจะหมดอายุลง และคราวนี้ดูเหมือนสโมสรแม่จะไม่ยื้อไว้อีกต่อไป รายงานล่าสุดจากสื่อดังในอังกฤษระบุตรงกันว่า มีสองสโมสรจากภาคพื้นยุโรปกำลังจับตาความเคลื่อนไหวของเนลสันอย่างใกล้ชิด นั่นคือ เบนฟิก้า มหาอำนาจแห่งโปรตุเกส และ บาเลนเซีย ทีมดังจากลาลีกา สเปน คำถามที่น่าสนใจคือ อะไรทำให้นักเตะที่เติบโตในระบบอะคาเดมี่ระดับโลกอย่างอาร์เซน่อล กลับไม่สามารถยืนหยัดในทีมชุดใหญ่ได้อย่างมั่นคง และทำไมตลาดซัมเมอร์ 2026 นี้ถึงอาจเป็นบทสุดท้ายของความสัมพันธ์ที่ยาวนานเกือบสองทศวรรษ ย้อนเส้นทางลูกหม้อปืนใหญ่ที่ไม่เคยได้เป็นตัวจริง เรื่องราวของ รีสส์ เนลสัน เริ่มต้นตั้งแต่วัยเยาว์ เมื่อเขาเข้าสู่ระบบอะคาเดมี่ของ อาร์เซน่อล และไต่เต้าผ่านทุกระดับอายุจนกระทั่งได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในปี 2017 ด้วยฝีเท้าที่โดดเด่นในวัยเยาว์ เนลสันเคยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในความหวังของแฟนบอลปืนใหญ่ที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในตำแหน่งปีก แต่เส้นทางกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่หลายคนคาดหวัง เพราะการแข่งขันภายในทีมที่สูงลิ่วในตำแหน่งฝั่งปีกของอาร์เซน่อล ทำให้เนลสันต้องออกไปหาประสบการณ์ผ่านการยืมตัวหลายครั้ง เริ่มจาก ฮอฟเฟ่นไฮม์ ในบุนเดสลีกา เยอรมนี ตามด้วย เฟเยนูร์ด … Read more