แม้เป็นคู่อริ ก็ต้องคารวะ! เรอัล มาดริด ร่วมส่งใจอาลัย “พ่อของเมสซี่” จากไปในวัย 68 ปี สะเทือนทั้งวงการลูกหนังโลก

ลองจินตนาการดูว่า สโมสรที่ถูกยกให้เป็น “ศัตรูตลอดกาล” ของยอดนักเตะคนหนึ่ง จะยอมออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อไว้อาลัยให้กับครอบครัวของนักเตะคนนั้นหรือไม่ คำตอบคือ “ใช่” และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในสัปดาห์นี้ เมื่อ เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งสเปน ตัดสินใจก้าวข้ามเส้นแบ่งของการแข่งขัน เพื่อส่งความเสียใจไปยัง ลิโอเนล เมสซี่ กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินา หลังการจากไปของ ฮอร์เค่ เมสซี่ ผู้เป็นทั้งพ่อ ผู้จัดการ และเงาที่อยู่เคียงข้างเขามาตลอดชีวิตการเป็นนักฟุตบอล เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ข่าวมรณกรรมธรรมดา แต่มันคือภาพสะท้อนว่า ในโลกของกีฬาที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและการแบ่งฝักฝ่าย ยังมีบางช่วงเวลาที่มนุษยธรรมสามารถยืนอยู่เหนือกว่าสีเสื้อได้เสมอ บทที่ 1: ชายผู้อยู่เบื้องหลังจุดเริ่มต้นของตำนาน ก่อนจะเป็น “ฮอร์เค่ เมสซี่” ผู้จัดการส่วนตัวของนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลก เขาเคยเป็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งในเมืองโรซาริโอ ที่ทำงานเป็นช่างเทคนิคด้านเคมีและเคยเป็นพนักงานโรงงานเหล็ก ด้านฟุตบอลนั้น เขาเคยเล่นในตำแหน่งกองกลางและไต่เต้าเข้าสู่ทีมเยาวชนของนิวเวลส์ โอลด์ บอยส์ แต่ต้องเลิกเล่นกลางคันเพื่อไปเกณฑ์ทหารตามกฎหมายของอาร์เจนตินา เส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบของตัวเขาเอง กลับกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เขาทุ่มเทให้กับอนาคตของลูกชายคนที่สามอย่างสุดตัว เขาคือผู้ที่พาเมสซี่วัยเยาว์เดินทางไปทดสอบฝีเท้าที่บาร์เซโลนาในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ซึ่งเป็นการเปิดประตูสู่ อคาเดมี ลา มาเซีย อันเลื่องชื่อ นับเป็นจุดเปลี่ยนที่เปลี่ยนเด็กชายจากโรซาริโอให้กลายเป็นนักเตะระดับโลกในเวลาต่อมา เมสซี่ลงเล่นอาชีพครั้งแรกในปี 2005 และคว้ารางวัลบัลลงดอร์ไปครองถึงแปดสมัย พร้อมพาทีมชาติอาร์เจนตินาคว้าแชมป์โลกปี … Read more