กูร์กตัวส์ เปิดใจต้อนรับ “มูรินโญ่” คืนสังเวียนเบร์นาเบว: ทำไมนายทวารเบลเยียมยินดีทำงานกับโค้ชที่เคยเบนช์เขาแบบไม่ไว้หน้า?

เมื่อโค้ชที่เคยนั่งเบนช์คุณเพราะพลาดครอสสองครั้งกลับมาคุมทีมคุณอีกครั้ง คุณจะรู้สึกอย่างไร? นี่คือคำถามที่แฟนบอลทั่วโลกอยากรู้คำตอบจาก ติโบต์ กูร์กตัวส์ นายทวารทีมชาติเบลเยียมและเสาหลักของ เรอัล มาดริด หลังสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งกรุงมาดริดตัดสินใจดึงตัว โชเซ่ มูรินโญ่ กลับมานั่งเก้าอี้กุนซือใหญ่อีกครั้งในรอบ 13 ปี ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งจากแฟนบอลและอดีตตำนานของสโมสรเองที่ไม่แน่ใจว่าการกลับมาครั้งนี้จะเป็นบทใหม่ที่หอมหวานหรือประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม แต่สำหรับกูร์กตัวส์แล้ว คำตอบดูจะชัดเจนกว่าที่หลายคนคาดคิด เขาเลือกที่จะเปิดใจอย่างตรงไปตรงมาถึงความสัมพันธ์ที่ทั้งหวานและขมกับมูรินโญ่ ตั้งแต่สมัยที่ทั้งคู่ยังทำงานร่วมกันที่ เชลซี และยืนยันว่าเขาพร้อมต้อนรับการกลับมาของโค้ชที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดที่สุดคนหนึ่งในวงการฟุตบอลโลก ย้อนรอยความสัมพันธ์ กูร์กตัวส์-มูรินโญ่ จากเชลซีสู่เบร์นาเบว ความผูกพันระหว่างกูร์กตัวส์กับมูรินโญ่ไม่ใช่เรื่องใหม่ ทั้งคู่เคยร่วมงานกันที่เชลซีในช่วงฤดูกาล 2014-2015 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มูรินโญ่ตัดสินใจดึงตัวนายทวารหนุ่มชาวเบลเยียมกลับจากการปล่อยยืมตัวไปค้าแข้งกับ แอตเลติโก มาดริด เพื่อให้มารับหน้าที่ผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีม และผลลัพธ์ก็ออกมาสวยงามเกินคาด เพราะทีมสามารถคว้าทั้งแชมป์พรีเมียร์ลีกและลีกคัพมาครองได้ในฤดูกาลเดียวกัน ทว่าเบื้องหลังความสำเร็จนั้น ก็มีเรื่องราวความขัดแย้งเล็กๆ น้อยๆ ที่กูร์กตัวส์เองก็ยอมรับอย่างอารมณ์ดีในภายหลัง โดยเขาเล่าถึงเหตุการณ์ที่ถูกมูรินโญ่ดร็อปออกจากทีมชุดใหญ่ในเกมพบกับเอฟเวอร์ตัน หลังจากที่เขาทำผิดพลาดในการปัดครอสสองครั้งในเกมก่อนหน้ากับแอสตัน วิลล่า ซึ่งกูร์กตัวส์มองว่าเป็นวิธีการ “กระตุ้น” ของมูรินโญ่มากกว่าการลงโทษ และผลลัพธ์ก็พิสูจน์แนวคิดนี้ เพราะสัปดาห์ถัดมาเมื่อเขาได้กลับมาลงเล่นในเกมพบกับเวสต์แฮม เขาก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการเซฟลูกอันตรายได้หลายครั้ง เหตุการณ์เล็กๆ นี้สะท้อนปรัชญาการทำงานของมูรินโญ่ได้เป็นอย่างดี นั่นคือการใช้แรงกดดันในเชิงบวกเพื่อดึงศักยภาพสูงสุดออกมาจากนักเตะ แม้บางครั้งวิธีการนั้นจะดูรุนแรงหรือไม่เป็นที่พอใจของนักเตะในขณะนั้นก็ตาม แต่สำหรับกูร์กตัวส์ ประสบการณ์เหล่านี้กลับกลายเป็นบทเรียนที่ทำให้เขาเข้าใจธรรมชาติการทำงานของโค้ชคนนี้มากขึ้น และนั่นอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขารู้สึกสบายใจเมื่อต้องกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้งในวันนี้ ต่างจากนักเตะรุ่นใหม่ในทีมที่อาจต้องใช้เวลาปรับตัวกับสไตล์การทำงานที่เข้มข้นของมูรินโญ่มากกว่า มิติเทคนิคและวิทยาศาสตร์การกีฬา: … Read more

มิลิเตา ลั่นพร้อมลุยใต้ปีก “เดอะ สเปเชียล วัน” ดีลกองหลังใหม่ไม่ใช่ภัย แต่คือพลังเสริมราชันชุดขาว

การกลับมาของ โชเซ่ มูรินโญ่ สู่ถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว ในรอบ 13 ปี ไม่ได้เป็นเพียงข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการลูกหนังยุโรปเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นบทใหม่ที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของขุนพล เรอัล มาดริด ทุกคน และหนึ่งในนั้นคือ เอแดร์ มิลิเตา กองหลังจอมแกร่งชาวบราซิเลียน ที่ออกมาเปิดใจถึงความรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ทำงานร่วมกับยอดกุนซือผู้นี้ แต่ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกถึงความในใจของมิลิเตา มีเรื่องราวเบื้องหลังที่น่าสนใจมากกว่านั้น ทั้งสถานการณ์ของทีมราชันชุดขาว เกมการเมืองในห้องแต่งตัว และคำถามใหญ่ที่ว่า การกลับมาของชายผู้ได้ฉายา “เดอะ สเปเชียล วัน” จะพาทีมที่กำลังระส่ำระสายกลับสู่เส้นทางแห่งความยิ่งใหญ่ได้หรือไม่ จุดเริ่มต้นของยุคใหม่ เมื่อ “ผู้พิเศษ” หวนคืนรัง เรื่องราวต้องย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ เมื่อ เรอัล มาดริด ตกอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ หลังจากที่ ชาบี อลอนโซ ถูกปลดออกจากตำแหน่งในเดือนมกราคม หลังเข้ามาคุมทีมได้เพียงเจ็ดเดือน ทำให้ อัลบาโร่ อาร์เบลัว ต้องเข้ามารับหน้าที่กุนซือชั่วคราว ในช่วงเวลาที่ทีมต้องการความมั่นคงและทิศทางที่ชัดเจนมากที่สุด และแล้วชื่อของชายที่ครั้งหนึ่งเคยพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกาด้วยสถิติเก็บ 100 คะแนน ก็ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง มูรินโญ่ ตกลงเซ็นสัญญากลับมาคุมทีมเป็นเวลา 2 ปี … Read more