สมจิตร ฟันธง! นาบิล-รถถัง ข้ามสายมาชกโอลิมปิก ไม่ง่ายอย่างที่คิด เจอกำแพงอะไรบ้างกว่าจะถึงฝัน

ลองจินตนาการดูว่า นักสู้ที่เคยยืนบนจุดสูงสุดของวงการ ต้องกลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ในสังเวียนที่ตัวเองไม่คุ้นเคย นี่คือสถานการณ์ที่กำลังเป็นกระแสร้อนแรงในวงการหมัดมวยไทย เมื่อสองยอดฝีมือจาก วัน แชมเปียนชิพ อย่าง นาบิล อานาน และ รถถัง จิตรเมืองนนท์ ถูกจับตามองว่าอาจเบนเข็มมาลุยศึกมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย เป้าหมายสูงสุดคือเหรียญทองโอลิมปิกที่คนไทยใฝ่ฝันมาทุกยุคทุกสมัย แต่คำถามที่ทุกคนอยากรู้คือ เส้นทางนี้ง่ายจริงหรือ และคนที่ตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุดคงไม่มีใครเกิน สมจิตร จงจอหอ ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกคนแรกและคนเดียวของวงการมวยสากลสมัครเล่นไทย ที่ออกมาฟันธงชัดเจนว่า เส้นทางสายนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แม้จะเป็นแชมป์โลกระดับตำนานมาแล้วก็ตาม จุดเริ่มต้นของกระแส เมื่อสองแชมป์โลกถูกโยงเข้าทีมชาติ ประเด็นนี้กลายเป็นไวรัลในวงการกำปั้นไทย เมื่อมีกระแสข่าวว่า นาบิล อานาน และ รถถัง จิตรเมืองนนท์ สองยอดนักชกจาก วัน แชมเปียนชิพ อาจสวมรองเท้าลุยศึกมวยสากลสมัครเล่นในนามทีมชาติไทย สมจิตรในฐานะรุ่นพี่ผู้ผ่านสังเวียนระดับโลกมาแล้ว ออกมาให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า แม้ทั้งคู่จะมีสิทธิ์เข้าร่วมทีมชาติได้จริง แต่ต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกตามขั้นตอนปกติทุกประการ เริ่มตั้งแต่การคว้าแชมป์ประเทศไทยเพื่อชิงตั๋วเข้าแคมป์ทีมชาติ ก่อนจะต้องไปขับเคี่ยวตัดตัวในระดับนานาชาติอีกครั้งหนึ่ง นี่คือจุดที่หลายคนอาจมองข้าม เพราะการเป็น “แชมป์โลก” ในสังเวียนหนึ่ง ไม่ได้แปลว่าจะได้สิทธิ์พิเศษข้ามขั้นตอนในอีกสังเวียนหนึ่งโดยอัตโนมัติ ทุกคนต้องเริ่มต้นจากจุดเดียวกัน นั่นคือกฎเหล็กของวงการกีฬาที่ยุติธรรมกับทุกคนอย่างเท่าเทียม ย้อนรอยเส้นทางแชมป์โอลิมปิก บทเรียนที่พิสูจน์ว่าไม่มีทางลัด หากจะเข้าใจว่าทำไมสมจิตรถึงพูดแบบนี้ได้อย่างมั่นใจ ต้องย้อนกลับไปดูเส้นทางชีวิตของเขาเอง ก่อนจะมาเป็นตำนานมวยสากลสมัครเล่น … Read more

สมจิตร จงจอหอ น้ำตานักสู้! เปิดใจวินาทีสวมกอด มนัส บุญจำนงค์ กลางเรือนจำ ลั่นรอวันมอบโอกาสใหม่ให้น้องรัก

ในประวัติศาสตร์วงการมวยสากลสมัครเล่นไทย มีชื่อเพียงคนเดียวที่สามารถคว้าเหรียญรางวัลโอลิมปิกได้ติดต่อกันถึง 2 สมัย นั่นคือ “เติ้ล” มนัส บุญจำนงค์ เจ้าของเหรียญทองเอเธนส์ 2004 และเหรียญเงินปักกิ่ง 2008 แต่ใครจะคิดว่าวันนี้ชื่อของฮีโร่คนนี้กลับถูกกล่าวถึงในบริบทที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เมื่อเขาต้องใช้ชีวิตอยู่หลังกำแพงเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ในคดีฉ้อโกง และล่าสุดมีภาพความรู้สึกสะเทือนใจปรากฏขึ้น เมื่อ “น้อย” สมจิตร จงจอหอ เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกปักกิ่ง 2008 เดินทางไปเยี่ยมน้องรักร่วมวงการถึงในเรือนจำ พร้อมโพสต์เรื่องราวที่ทำให้แฟนกีฬาทั่วประเทศต้องกลั้นน้ำตาตาม เรื่องราวนี้ไม่ได้เป็นเพียงข่าวซุบซิบวงการกีฬา แต่สะท้อนแง่มุมลึกซึ้งเกี่ยวกับชีวิตหลังแสงไฟของนักกีฬาระดับโลก ความเปราะบางของชื่อเสียง และพลังของมิตรภาพที่ไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา สองฮีโร่มวยสากลสมัครเล่น เมื่อพี่น้องร่วมสังเวียนต้องเจอกันหลังลูกกรง หากพูดถึงยุคทองของมวยสากลสมัครเล่นไทยในสนามโอลิมปิก ชื่อของสมจิตรและมนัสคือสองเสาหลักที่สร้างตำนานไว้ในเวลาไล่เลี่ยกัน สมจิตรผ่านการคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2 สมัย เหรียญทองซีเกมส์ 3 สมัย ก่อนจะขึ้นถึงจุดสูงสุดด้วยเหรียญทองโอลิมปิกที่กรุงปักกิ่งในปี 2008 และได้รับเกียรติให้เป็นผู้เชิญธงชาติไทยนำทัพนักกีฬาไทยในพิธีปิดโอลิมปิกครั้งนั้น ส่วนมนัสก็มีเส้นทางที่ไม่ธรรมดาไม่แพ้กัน เขาคือนักชกไทยคนแรกและคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่สามารถคว้าเหรียญรางวัลโอลิมปิกได้ 2 สมัยติดต่อกัน โดยเริ่มจากเหรียญทองรุ่นไลต์เวลเตอร์เวตที่เอเธนส์ 2004 ก่อนจะกลับมาป้องกันความยิ่งใหญ่ด้วยเหรียญเงินที่ปักกิ่ง 2008 แม้จะพลาดเหรียญทองในรอบชิงชนะเลิศให้กับนักชกจากสาธารณรัฐโดมินิกันก็ตาม นอกจากนี้เขายังมีเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2006 เหรียญทองแดงชิงแชมป์โลก 2003 และเหรียญทองซีเกมส์อีก … Read more