เด็กหนุ่มที่เลือกไม่ใช่เงิน! เปิดเบื้องลึกทำไม อลายเบโกวิช ถึงปฏิเสธเชลซี แล้วบินตรงมาอิตาลีเพื่อสวมเสื้อยูเวนตุส

ในโลกฟุตบอลยุคปัจจุบัน เงินไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ตัดสินอนาคตของนักเตะอีกต่อไป และเรื่องราวของ เคริม อลายเบโกวิช มิดฟิลด์หนุ่มทีมชาติบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดในตลาดซัมเมอร์นี้ เมื่อสโมสรระดับพรีเมียร์ลีกอย่างเชลซี ที่มีเงินทุนมหาศาลและตกลงค่าตัวกับต้นสังกัดเรียบร้อยแล้ว กลับต้องพ่ายแพ้ให้กับยูเวนตุส สโมสรที่ฤดูกาลนี้ไม่ได้เล่นแชมเปี้ยนส์ลีกด้วยซ้ำ คำถามคือ อะไรทำให้เด็กหนุ่มวัยเกือบ 19 ปีคนนี้ ตัดสินใจเดินทางมาถึงเมืองตูรินในวันเสาร์ พร้อมทีมงานถ่ายทำที่รอต้อนรับเขาที่สนามบิน และมุ่งหน้าตรงไปยังศูนย์การแพทย์ เจ เมดิคอล เซนเตอร์ เพื่อทำการทดสอบร่างกายทันที ทั้งที่ดีลการย้ายทีมมูลค่า 33 ล้านยูโร บวกโบนัสอีก 7 ล้านยูโรนี้ ยังไม่เสร็จสมบูรณ์จนกว่าจะถึงวันอาทิตย์ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกมิติของดีลที่กำลังเป็นกระแสในวงการลูกหนังยุโรป ตั้งแต่เส้นทางการเติบโต เหตุผลเชิงจิตวิทยาที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจ ไปจนถึงอนาคตที่รอเขาอยู่ในทีมสีขาวดำ เส้นทางสู่ตูริน: จากซัลซ์บวร์กสู่เวทีเซเรียอา ก่อนที่ชื่อของอลายเบโกวิชจะกลายเป็นกระแสข่าวใหญ่ในตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้ เขาคือหนึ่งในผลผลิตของระบบการพัฒนานักเตะเยาวชนที่ประเทศออสเตรียขึ้นชื่อ นักเตะทีมชาติบอสเนียฯ รายนี้ถูกปล่อยยืมตัวไปค้าแข้งกับ เร้ด บูลล์ ซัลซ์บวร์ก ในฤดูกาลที่ผ่านมา และที่นั่นเองที่เขาได้แสดงฝีเท้าออกมาอย่างโดดเด่นจนเป็นที่จับตามองของสโมสรใหญ่ทั่วยุโรป ผลงานที่ยอดเยี่ยมในลีกออสเตรียทำให้เมื่อเขากลับมายังต้นสังกัดไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น มูลค่าตลาดของเขาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนักเตะดาวรุ่งที่ยังไม่มีใครรู้จักมากนัก กลายเป็นเป้าหมายของทีมระดับท็อปในทวีปยุโรปภายในเวลาไม่กี่เดือน นี่คือรูปแบบคลาสสิกของนักเตะดาวรุ่งยุคใหม่ ที่ใช้การยืมตัวไปค้าแข้งในลีกรองเป็นบันไดสู่เวทีใหญ่ ไม่ต่างจากที่เราเคยเห็นในกรณีของนักเตะดาวรุ่งหลายคนที่ผ่านระบบเดียวกันนี้มาก่อน เลเวอร์คูเซ่นเองก็คงไม่ได้คาดคิดว่าการปล่อยยืมตัวครั้งนี้จะทำให้มูลค่านักเตะของตัวเองพุ่งขึ้นจนกลายเป็นดีลที่มีมูลค่าสูงถึง 33 ล้านยูโรได้ในเวลาอันรวดเร็วเช่นนี้ … Read more

เปิดปากชัด! คาร์เนวาลี่ยืนยันเอง “ดีลโคโล มูอานี่ใกล้จบ” ส่วนอนาคตวลาโฮวิชยังเป็นปริศนา

เมื่อประธานสโมสรระดับตำนานอย่างยูเวนตุส ต้องออกมาพูดเองกับปากว่า “เรากำลังจะปิดดีลแล้ว” นั่นหมายความว่าอะไร? และทำไมการซื้อขายนักเตะเพียงคนเดียวถึงใช้เวลายาวนานเป็นปี ทั้งที่ในโลกฟุตบอลยุคใหม่ เงินหลักพันล้านสามารถเปลี่ยนมือได้ภายในไม่กี่วัน ในวงการฟุตบอลยุโรป มีคำกล่าวหนึ่งที่แฟนบอลมักได้ยินซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกฤดูกาลซื้อขาย นั่นคือ “ดีลนี้ใกล้จบแล้ว” แต่สำหรับกรณีของ แรนดัล โคโล มูอานี่ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส คำพูดนี้ถูกใช้มานานจนแฟนบอลหลายคนเริ่มไม่เชื่อ จนกระทั่งล่าสุด โจวานนี่ คาร์เนวาลี่ ประธานบริหารของยูเวนตุส ได้ออกมายืนยันด้วยตัวเองในงานสัมภาษณ์ของลา สแตมปา ว่าการเจรจาที่ยืดเยื้อมานานกำลังจะจบลงจริงๆ ในเร็ววันนี้ พร้อมเผยความเคลื่อนไหวใหม่เกี่ยวกับปีกดาวรุ่งชาวบอสเนียอย่าง เคริม อลายเบโกวิช และไขข้อสงสัยเรื่องอนาคตของ ดูซาน วลาโฮวิช ที่ยังคงเป็นปริศนาในตูริน ที่มาของดีลที่ยืดเยื้อ: ทำไมโคโล มูอานี่ถึงใช้เวลานานขนาดนี้ เรื่องราวของโคโล มูอานี่กับยูเวนตุสไม่ใช่เรื่องใหม่ นักเตะรายนี้เคยมาเล่นในตูรินด้วยสัญญายืมตัวมาก่อนแล้ว และสร้างผลงานที่น่าประทับใจจนแฟนบอลยูเวนตุสอยากให้สโมสรดึงตัวมาแบบถาวร แต่ปัญหาหลักที่ทำให้ดีลนี้ยืดเยื้อมานานคือความสัมพันธ์ระหว่างยูเวนตุสกับต้นสังกัดเดิมอย่างปารีส แซงต์-แชร์กแมง ซึ่งมีความบาดหมางหลงเหลือจากการเจรจาที่ไม่ราบรื่นในอดีต คาร์เนวาลี่เปิดเผยเองว่า “ตอนที่ผมมาถึงยูเวนตุส ผมอ่านในหนังสือพิมพ์ว่ามันเสร็จสิ้นแล้ว แต่ไม่ใช่แบบนั้น มีอุปสรรค และเราต้องฟื้นฟูความสัมพันธ์กับปารีส แซงต์-แชร์กแมง แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้” คำพูดนี้สะท้อนให้เห็นว่าการซื้อขายนักเตะในระดับใหญ่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการของทั้งสองฝ่ายเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยการบริหารความสัมพันธ์ระหว่างสโมสร การเจรจาเรื่องมูลค่าตัว และเงื่อนไขสัญญาที่ทั้งสองฝ่ายพอใจร่วมกัน … Read more