เพชรพนมรุ้ง เกียรติหมู่ 9 ประกาศกร้าว ปีนี้ต้องได้ลงกติกามวยไทย เป้าหมายสุดท้ายที่ยังขาดคือเข็มขัดราชดำเนิน

เก้าสมัยคือจำนวนครั้งที่เขาป้องกันแชมป์โลกคิกบ็อกซิ่งเวที GLORY ได้สำเร็จ บวกกับแชมป์โลกอีกเส้นจากเวที RISE ประเทศญี่ปุ่น ถ้านับสถิติระดับนานาชาติแล้ว แทบไม่มีอะไรเหลือให้นักชกไทยคนนี้ต้องพิสูจน์อีก แต่คำถามหนึ่งที่ค้างคาใจแฟนหมัดมวยไทยมานานคือ ทำไมนักสู้ที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของโลกถึงยังไม่เคยมีเข็มขัดแชมป์เวทีราชดำเนินไว้ประดับเกียรติประวัติสักเส้นเดียว เพชรพนมรุ้ง เกียรติหมู่ 9 ยอดมวยไทยจากจังหวัดบุรีรัมย์ ออกมาเปิดใจอย่างชัดเจนว่านี่คือเป้าหมายสุดท้ายที่ยังไม่สำเร็จในชีวิตนักชก แม้จะผ่านสังเวียนระดับโลกมานับไม่ถ้วนจนไม่มีอะไรต้องพิสูจน์ให้ใครเห็นอีกแล้วก็ตาม เจ้าตัวยืนยันว่าเส้นทางในกติกามวยไทยของเขายังไม่สมบูรณ์แบบ เพราะที่ผ่านมาเคยขึ้นชิงแชมป์เวทีลุมพินีถึงสามครั้งแต่ก็พลาดหวังทุกครั้ง และล่าสุดหลังเดินทางไปชมการแข่งขันศึกอาร์ดับบลิวเอส (RWS) เขาก็ยืนยันหนักแน่นว่าภายในปีนี้แฟนมวยจะได้เห็นเขาสวมนวมชกในกติกามวยไทยอีกครั้งอย่างแน่นอน จากเด็กบุรีรัมย์สู่บัลลังก์คิกบ็อกซิ่งโลก เส้นทางของเพชรพนมรุ้งไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่คือผลลัพธ์ของวินัยที่สั่งสมมาตั้งแต่วัยเด็ก เขาเติบโตในครอบครัวเกษตรกรที่จังหวัดบุรีรัมย์ และเริ่มฝึกมวยไทยตั้งแต่อายุยังน้อยที่ค่ายเกียรติหมู่ 9 ซึ่งอยู่ใกล้บ้านของเขาเอง โดยฝึกซ้อมและออกชกตามงานวัดคู่กับ ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9 ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกันมาตั้งแต่เด็ก ก่อนจะก้าวเข้าสู่สังเวียนมวยไทยอาชีพที่สนามมวยลุมพินีตั้งแต่วัยรุ่น นี่คือรากฐานสำคัญที่ทำให้นักมวยไทยส่วนใหญ่มีความได้เปรียบเรื่องประสบการณ์และความอึด เพราะต่างจากนักสู้ชาติอื่นที่มักเริ่มชกในวัยที่โตกว่ามาก นักมวยไทยผ่านสังเวียนนับร้อยนับพันไฟต์มาตั้งแต่เด็ก ก่อนจะข้ามไปสร้างชื่อในเวทีต่างประเทศ และเพชรพนมรุ้งก็เดินตามเส้นทางนี้จนกลายเป็นเสาหลักของรุ่นเฟเธอร์เวตเวที GLORY สถาบันคิกบ็อกซิ่งยักษ์ใหญ่ระดับโลก ด้วยการป้องกันแชมป์ได้ต่อเนื่องถึงเก้าครั้ง พร้อมข้ามสายไปคว้าแชมป์รุ่นซูเปอร์ไลท์เวตของ RISE เวทีชื่อดังจากญี่ปุ่นมาครองอีกเส้น เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เขาเพิ่งประกาศยุติสัญญากับ GLORY อย่างเป็นทางการ ปิดฉากความสัมพันธ์ที่ดำเนินมายาวนานกว่าหนึ่งทศวรรษ เปิดทางให้เขาวางแผนก้าวต่อไปในเส้นทางนักสู้ได้อย่างอิสระมากขึ้น ทำไมเบอร์หนึ่งของโลกถึงยังไม่มีเข็มขัดราชดำเนิน ในทางเทคนิคแล้ว คำถามนี้มีคำตอบที่ลึกกว่าที่ตาเห็น เพราะกติกามวยไทยกับกติกาคิกบ็อกซิ่งแบบ … Read more

เพชรพนมรุ้ง เกียรติหมู่ 9 โบกมือลา GLORY ปิดตำนานทศวรรษ ก่อนเปิดศึกใหม่ที่อาจเปลี่ยนวงการมวยไทยตลอดกาล

เมื่อนักชกที่ป้องกันแชมป์โลกมาแล้วถึง 9 ครั้งตัดสินใจเดินออกจากบ้านที่สร้างชื่อให้เขากลายเป็นตำนาน คำถามที่ทุกคนอยากรู้คือ เกิดอะไรขึ้น และก้าวต่อไปจะยิ่งใหญ่กว่าเดิมได้อย่างไร วงการต่อสู้ระดับโลกสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อ เพชรพนมรุ้ง เกียรติหมู่ 9 ยอดมวยไทยจากจังหวัดบุรีรัมย์ เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกคิกบ็อกซิ่งรุ่นเฟเธอร์เวตของศึก GLORY สถาบันการต่อสู้ยักษ์ใหญ่ระดับโลก ประกาศยุติสัญญากับต้นสังกัดอย่างเป็นทางการ ปิดฉากความสัมพันธ์ที่ดำเนินมายาวนานกว่าหนึ่งทศวรรษ ข่าวนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่ววงการ เพราะ GLORY ไม่ใช่แค่สังเวียนธรรมดา แต่คือหนึ่งในเวทีคิกบ็อกซิ่งที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก และการที่นักชกระดับตำนานตัดสินใจเดินออกมาในจังหวะที่กำลังรุ่งโรจน์ที่สุด ย่อมมีเหตุผลที่ลึกซึ้งกว่าที่ตาเห็น จุดเริ่มต้นและเส้นทางสู่การเป็นตำนานแห่ง GLORY การเดินทางของเพชรพนมรุ้งบนเวที GLORY ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือผลลัพธ์ของการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงตั้งแต่วัยเยาว์ในค่ายมวยที่บุรีรัมย์ ก่อนจะก้าวออกไปพิสูจน์ฝีมือในระดับสากล มวยไทยแตกต่างจากศิลปะการต่อสู้อื่นตรงที่นักชกไทยส่วนใหญ่เริ่มชกตั้งแต่อายุยังน้อย ผ่านการต่อสู้นับร้อยนับพันไฟต์ก่อนจะก้าวไปสู่เวทีระดับโลก นี่คือรากฐานที่ทำให้นักมวยไทยมีความได้เปรียบด้านประสบการณ์และความอึดที่นักสู้ชาติอื่นยากจะเทียบได้ เมื่อก้าวเข้าสู่ GLORY เพชรพนมรุ้งไม่ได้เพียงแค่เข้าร่วมการแข่งขัน แต่กลายเป็นเสาหลักของรุ่นเฟเธอร์เวต ด้วยการป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกได้มากถึง 9 ครั้งติดต่อกัน ตัวเลขนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะในวงการคิกบ็อกซิ่งระดับโลก การป้องกันแชมป์แม้เพียงครั้งเดียวก็ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่แล้ว การทำได้ถึง 9 ครั้งสะท้อนถึงความสม่ำเสมอ วินัย และความสามารถในการปรับตัวรับมือกับคู่ต่อสู้ที่หลากหลายสไตล์จากทั่วทุกมุมโลก นอกจากนี้เพชรพนมรุ้งยังพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้เก่งแค่ในรุ่นน้ำหนักเดียว ด้วยการข้ามสายไปคว้าแชมป์ RISE รุ่นซูเปอร์ไลท์เวต ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเวทีคิกบ็อกซิ่งชื่อดังจากญี่ปุ่น การข้ามรุ่นน้ำหนักและข้ามโปรโมชั่นแบบนี้ต้องอาศัยทั้งความสามารถทางเทคนิคและความกล้าที่จะออกจากคอมฟอร์ตโซน … Read more

ชนะแค่ครั้งเดียวในสี่ครั้ง! ฮารากุจิ ล้างแค้นสำเร็จ โค่น เพชรพนมรุ้ง คว้าแชมป์ GLORY 108 กลางแผ่นดินบ้านเกิด

มีนักสู้กี่คนในโลกที่แพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในคู่เดิม แล้วยังกล้าลุกขึ้นมาเผชิญหน้าใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า? เคนโตะ ฮารากุจิ คือคำตอบ และในคืนวันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เขาพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าความพ่ายแพ้สามครั้งก่อนหน้าไม่ได้หักหลังเขา มันกลับหล่อหลอมให้เขาเป็นแชมป์ จากคู่ปรับสู่บทสรุปบนเวทีโลก ศึกคิกบ็อกซิ่งระดับโลก GLORY 108 หรือที่รู้จักกันในชื่อ GLORY x RISE Last Featherweight Standing คือการแข่งขันทัวร์นาเมนต์สุดโหดที่รวบรวมนักสู้ฝีมือฉกาจจากทั่วโลกถึง 24 คน มาตัดสินกันในคืนเดียวให้เหลือเพียง 4 คนสุดท้าย รูปแบบการแข่งขันแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับสมรภูมิจริง เพราะนักสู้ต้องลงเวทีหลายครั้งในคืนเดียว ไม่มีเวลาพักฟื้นมาก ใครร่างกายอ่อนแอหรือจิตใจไม่แกร่งพอ ตกรอบไปตั้งแต่แรก บทสรุปของรายการนี้พาให้ทุกสายตาจับจ้องที่รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งเป็นการพบกันระหว่าง เคนโตะ ฮารากุจิ นักชกขวัญใจเจ้าถิ่นชาวญี่ปุ่น กับ เพชรพนมรุ้ง เกียรติหมู่ 9 ขุนพลคิกบ็อกซิ่งจากประเทศไทยผู้เคยพิชิต ฮารากุจิ มาแล้วถึงสามครั้งในการพบกันก่อนหน้า สถิติในอดีตมันพูดชัดเจน ฮารากุจิ ไม่เคยเอาชนะ เพชรพนมรุ้ง ได้สักครั้ง แต่นั่นคือสถิติบนกระดาษ คืนนั้น … Read more