28 สิงหาคมนี้ วงการหมัดมวยไทยจะได้เห็นค่ำคืนที่อาจเปลี่ยนเส้นทางอาชีพของนักชกหลายคนไปพร้อมกัน เมื่อ “นครหลวง โรด ทู เดอะ เวิลด์ แชมเปียน” รายการที่เพิ่งเปิดตัวสังเวียนแห่งใหม่อย่าง นครหลวงสเตเดียม บนถนนรัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรี เดินหน้าจัดศึกใหญ่อีกครั้ง โดยมีคู่ชกระดับตัดเชือกโลกถึง 2 คู่ในค่ำคืนเดียว นี่ไม่ใช่แค่รายการมวยธรรมดา แต่คือสมรภูมิที่ผู้จัดทุ่มทุนสร้างบ้านหลังใหม่เพื่อปูทางให้นักชกไทยเดินสู่บัลลังก์โลกอย่างเป็นระบบ คำถามคือ ทำไมไฟต์นี้ถึงสำคัญขนาดที่แฟนมวยพลาดไม่ได้แม้แต่ยกเดียว
เดิมพันของค่ำคืนที่ 28 สิงหาคม: ไม่ใช่แค่ชัยชนะ แต่คือ “ใบเบิกทาง”
ไฮไลต์ที่สร้างความฮือฮาที่สุดของรายการนี้คือคู่ระหว่าง ธนันท์ชัย จรูญภักดิ์ รองแชมป์โลกอันดับ 2 ของสภามวยโลก (WBC) รุ่น 112 ปอนด์ กับ กิตติเดช หิรัญสุข อดีตแชมป์สหพันธ์มวยเอเชีย (ABF) ภายใต้การดูแลของ ครูหนึ่ง ฉัตรชัย สาสะกุล
สำหรับธนันท์ชัย ไฟต์นี้ไม่ใช่แค่การป้องกันอันดับ แต่คือการรักษาสถานะเพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้น เพราะก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่สัปดาห์ เขาเพิ่งเอาชนะคะแนนเอกฉันท์ “พัฒนา ศรีสวัสดิ์” หรือ “โกโก้” เจ้าของเหรียญทองกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ในไฟต์ที่ถูกมองว่าเป็นการปูทางสู่การชิงเข็มขัดโลก และตามแผนของ “เสี่ยฮุย” สุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ เจ้าของค่ายนครหลวงโปรโมชั่น หากธนันท์ชัยยังคงรักษาฟอร์มชนะรวดต่อไปได้ เป้าหมายถัดไปคือไฟต์ตัดเชือกกับฟรานซิสโก้ โรดริเกซ จูเนียร์ รองแชมป์โลกอันดับ 1 ชาวเม็กซิกัน เพื่อหาผู้ท้าชิงบังคับที่จะได้สิทธิ์ขึ้นชกชิงแชมป์โลก WBC และ WBA รุ่นฟลายเวทกับริคาร์โด้ ราฟาเอล ซันโดวัล แชมป์โลกคนปัจจุบัน
พูดง่ายๆ คือ ทุกหยดเหงื่อบนเวทีคืนวันที่ 28 สิงหาคมนี้ คือก้าวสำคัญที่จะพาธนันท์ชัยเข้าใกล้เข็มขัดแชมป์โลกเส้นแรกในชีวิตมากขึ้นไปอีกขั้น และนั่นคือเหตุผลที่เขาไม่มีสิทธิ์สะดุดแม้แต่ครั้งเดียว
ย้อนรากที่มา: ทำไม “นครหลวงสเตเดียม” ถึงเป็นมากกว่าแค่เวทีมวย
ก่อนจะไปเจาะลึกเรื่องเทคนิคการชก ต้องเข้าใจก่อนว่ารายการนี้เกิดขึ้นภายใต้บริบทที่น่าสนใจของวงการมวยสากลอาชีพไทย เพราะปัญหาใหญ่ที่ค่ายมวยไทยเผชิญมานานคือการขาดแคลนสถานที่จัดการแข่งขันที่ได้มาตรฐานสากล ทำให้ค่ายนครหลวงโปรโมชั่นตัดสินใจ ทุ่มงบประมาณมหาศาลสร้างเวทีมวยมาตรฐานโลกแห่งใหม่บนถนนรัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรี เพื่อวางรากฐานในการปั้นนักชกไทยสู่บัลลังก์โลกอย่างยั่งยืน นี่คือการลงทุนเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่แค่การจัดอีเวนต์ครั้งคราว
การมีเวทีของตัวเองยังช่วยแก้โจทย์สำคัญอีกข้อ นั่นคือการควบคุมคุณภาพการถ่ายทอดสดและมาตรฐานการชั่งน้ำหนัก ตรวจร่างกาย ที่ต้องผ่านเกณฑ์ขององค์กรกำกับดูแลอย่างสหพันธ์มวยเอเชีย (ABF) ซึ่งเป็นสถาบันที่คู่ชิงแชมป์อย่าง ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กำลังจะขึ้นชกชิงตำแหน่งในค่ำคืนเดียวกันนี้ด้วย การมีบ้านหลังใหญ่ของตัวเองจึงเปรียบเหมือนสนามฝึกที่พร้อมส่งนักชกออกไปสู้ในระดับโลกได้ตลอดปี ไม่ต้องพึ่งพาเวทีเช่าเป็นครั้งคราวเหมือนในอดีต
เจาะกล้องเทคนิค: อ่านเกมธนันท์ชัย vs กิตติเดช ก่อนระฆังยกแรก
ในมุมของวิทยาศาสตร์การกีฬา การวิเคราะห์สไตล์นักมวยไม่ได้ดูแค่สถิติแพ้ชนะ แต่ต้องดูจังหวะการออกอาวุธ ระยะการเข้าทำ และการบริหารพลังงานตลอด 10 ยก
สไตล์ที่ทำให้ธนันท์ชัยไต่อันดับโลกได้เร็ว
จุดเด่นของธนันท์ชัยที่ทำให้เขาไต่อันดับโลกได้อย่างรวดเร็วคือความเร็วของหมัดและความแม่นยำในการเข้าทำ เขาเป็นนักมวยที่ถนัดการอาศัยจังหวะเร่งเครื่องในช่วงท้ายยก คล้ายนักวิ่งที่รู้จักเก็บแรงไว้สปรินต์ตอนใกล้เส้นชัย ซึ่งเห็นได้ชัดจากไฟต์ล่าสุดที่เขาเบียดชนะคะแนนคู่ต่อสู้แบบสูสีในช่วงต้นเกม ก่อนมาโชว์ฟอร์มเด็ดขาดในช่วงท้าย นี่คือลายเซ็นทางเทคนิคที่ทำให้กรรมการให้คะแนนเขาแบบเอกฉันท์อยู่บ่อยครั้ง
ในมุมวิทยาศาสตร์การกีฬา รูปแบบการชกแบบนี้ต้องอาศัยพื้นฐานความอึด หรือที่นักวิทยาศาสตร์การกีฬาเรียกว่าความสามารถในการใช้ออกซิเจนสูงสุด เพื่อให้ร่างกายยังคงมีแรงระเบิดออกอาวุธได้แม้ในยกท้ายๆ ที่กล้ามเนื้อเริ่มล้า นักมวยที่ควบคุมจังหวะการหายใจและการเก็บแรงได้ดี มักจะมีความได้เปรียบในไฟต์ที่ต้องชกครบยกแบบนี้
กิตติเดชกับแผนที่ครูหนึ่งวางไว้
ฝั่งกิตติเดชนั้น แม้ชื่อชั้นและประสบการณ์ในสังเวียนระดับนานาชาติจะยังเป็นรอง แต่จุดแข็งที่ครูหนึ่งมองเห็นในตัวศิษย์คนนี้คือชั้นเชิงการชกที่ประณีต เพียงแต่ยังขาดจังหวะการทำคะแนนแบบหนักหน่วงต่อเนื่อง สิ่งที่ครูหนึ่งทำก่อนไฟต์นี้คือการนำสไตล์การชกของตัวเองในวันที่ยังเป็นแชมป์โลกมาถ่ายทอดให้ลูกศิษย์อย่างละเอียด ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะครูหนึ่งคือคนที่เคยผ่านสังเวียนระดับโลกมาด้วยตัวเองจริงๆ ไม่ใช่แค่ทฤษฎีจากตำรา
การถ่ายทอดประสบการณ์แบบตัวต่อตัวจากอดีตแชมป์โลกสู่ศิษย์ที่กำลังไต่เส้นทางเดียวกัน คือสิ่งที่ทำให้วงการมวยสากลอาชีพยังคงมีเสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย เพราะมันคือการส่งต่อองค์ความรู้ที่หาไม่ได้จากที่ไหน
จากนักชกที่แพ้ปาเกียว สู่ครูผู้ปั้นแชมป์โลกรุ่นต่อรุ่น
ถ้าพูดถึงมิติด้านแรงบันดาลใจ เรื่องราวของครูหนึ่ง ฉัตรชัย สาสะกุล คือกรณีศึกษาที่ทรงพลังที่สุดในไฟต์ไนต์นี้ เพราะก่อนจะมาเป็นโค้ชที่ปั้นแชมป์โลกได้หลายคน ครูหนึ่งเองก็เคยยืนอยู่บนจุดสูงสุดของวงการมาก่อน เขาเคยครองตำแหน่งแชมป์โลกรุ่นฟลายเวทของสภามวยโลก (WBC) ก่อนจะเสียแชมป์ให้กับแมนนี่ ปาเกียว ตำนานนักชกชาวฟิลิปปินส์ เมื่อปี 1998 และก่อนหน้านั้นเขายัง เคยเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยชุดโอลิมปิกเกมส์ปี 1988 ที่กรุงโซล เกาหลีใต้
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจในเชิงจิตวิทยากีฬาคือ การพ่ายแพ้ในจุดสูงสุดของอาชีพนักชก ไม่ได้ทำให้ครูหนึ่งถอยห่างจากวงการ แต่เขากลับเปลี่ยนบทบาทจากผู้เล่นมาเป็นผู้สร้าง และประสบความสำเร็จอย่างสูงในเส้นทางใหม่ ปัจจุบันเขาคือเจ้าของรางวัลเทรนเนอร์ยอดเยี่ยมจากสภามวยโลก และ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังแชมป์โลกรุ่นเล็กถึงสองคนในปัจจุบัน ทั้งแชมป์โลก WBC รุ่นสตรอว์เวทและแชมป์โลก WBA รุ่นมินิมัมเวท
นี่คือบทเรียนที่ตรงกับจริตของคนรุ่นใหม่อายุ 18-40 ปี ที่กำลังเผชิญความไม่แน่นอนในเส้นทางอาชีพของตัวเอง เพราะเรื่องราวของครูหนึ่งพิสูจน์ว่า ความพ่ายแพ้ไม่ใช่จุดจบ แต่คือวัตถุดิบสำคัญที่เปลี่ยนคนคนหนึ่งให้กลายเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ที่ทรงคุณค่ากว่าเดิม วินัยที่เขาเคยใช้ฝึกซ้อมเพื่อขึ้นชกชิงแชมป์โลกด้วยตัวเอง วันนี้ถูกส่งต่อให้ศิษย์อย่างกิตติเดชผ่านการติวเข้มแบบเข้มข้น เพื่อให้ลูกศิษย์มีโอกาสเขียนเรื่องราวความสำเร็จของตัวเองในแบบเดียวกัน
ปะทะประสบการณ์: ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ท้าชนดาวรุ่งฟิลิปปินส์
อีกหนึ่งไฟต์ที่ต้องจับตาไม่แพ้กันคือการชิงแชมป์สหพันธ์มวยเอเชีย (ABF) รุ่น 118 ปอนด์ ระหว่าง ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กับ ซอนนี บอย จาโร อดีตแชมป์โลกจอมเก๋าชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งถือเป็นการปะทะกันของประสบการณ์ระดับตำนานทั้งคู่
สำหรับแฟนมวยไทย ชื่อของศรีสะเกษไม่ใช่เรื่องแปลกหน้า เพราะเขาคือหนึ่งในนักชกไทยที่มีเรื่องราวโลดโผนที่สุดในรอบสิบปีที่ผ่านมา เขาเข้าสู่สังกัดนครหลวงโปรโมชั่นภายใต้การดูแลของสุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ และค่อยๆ ไต่เต้าจนได้ครองแชมป์โลกในระดับที่แฟนมวยไทยภาคภูมิใจ ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะ เสียแชมป์ให้กับฮวน ฟรานซิสโก เอสตราดา ในไฟต์รีแมตช์เมื่อปี 2019 ที่สนามเดอะฟอรั่ม เมืองอิงเกิลวูด สหรัฐอเมริกา
สิ่งที่น่าทึ่งคือ แม้เวลาจะผ่านไปหลายปีและอายุจะขยับสูงขึ้น ศรีสะเกษยังคงเดินหน้าขยับขึ้นสู้ในรุ่นน้ำหนักที่สูงขึ้นถึง 118 ปอนด์ในวัยเกือบ 40 ปี ซึ่งสะท้อนถึงวินัยการดูแลร่างกายและความมุ่งมั่นที่ไม่มีวันหมดไฟ แม้จะผ่านทั้งชัยชนะและความพ่ายแพ้มานับครั้งไม่ถ้วน คู่ชกอย่างซอนนี บอย จาโร ที่ขึ้นชื่อเรื่องประสบการณ์และความเก๋าเกมในสังเวียนเอเชีย จึงเป็นบททดสอบที่วัดใจได้อย่างแท้จริงว่าไฟที่เหลืออยู่ในตัวศรีสะเกษยังพอจะเผาผลาญคู่ต่อสู้ได้อีกหรือไม่
เสริมทัพความมันส์ด้วยมวยไทยแท้ 3 คู่
นอกเหนือจากไฟต์เอกทั้งสองคู่ รายการนี้ยังจัดเต็มความดุเดือดในแบบฉบับศิลปะแม่ไม้มวยไทยอีก 3 คู่ นำโดยการปะทะกันของ กริชเพชร เพชรยินดีอะคาเดมี พบ แสตมป์ ส.สยามพัฒนา ในพิกัด 47 กิโลกรัม ตามด้วย เพชรเทวา ศิษย์เจ๊ยูริ พบ ไก่ชน ศิษย์ครูหนวด พิกัด 51 กิโลกรัม และปิดท้ายรายการด้วย โปเต้ เบียร์รถซิ่ง พบ ปราบปราม ส.สุวรรณารัณย์ พิกัด 55 กิโลกรัม
การผสมผสานมวยไทยเข้ากับมวยสากลอาชีพในรายการเดียวกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นกลยุทธ์ที่ผู้จัดใช้เพื่อรักษาฐานแฟนกีฬาการต่อสู้ทุกกลุ่มไว้ในที่เดียวกัน คนที่ชื่นชอบจังหวะการใช้ศอก เข่า และแม่ไม้มวยไทยดั้งเดิม จะได้อรรถรสไม่ต่างจากคนที่ติดตามเทคนิคการชกแบบสากลที่เน้นการใช้หมัดและฟุตเวิร์ก
ธุรกิจมวยยุคดิจิทัล: เมื่อสังเวียนไม่ได้จบแค่ในโรงยิม
มาถึงมิติที่คนวัยทำงานสนใจมากที่สุด นั่นคือทิศทางธุรกิจของวงการมวยสากลอาชีพไทยในยุคที่ทุกอย่างเชื่อมโยงกับโลกดิจิทัล การที่ค่ายนครหลวงโปรโมชั่นตัดสินใจสร้างเวทีมวยมาตรฐานโลกเป็นของตัวเอง ไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวกในการจัดงาน แต่คือการวางรากฐานให้สามารถผลิตคอนเทนต์การแข่งขันได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ไม่ได้รอดูแค่การถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ช่องเดียวอีกต่อไป แต่กระจายไปสู่แพลตฟอร์มสตรีมมิงและโซเชียลมีเดียที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่ายกว่าเดิมมาก
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือระบบนิเวศของการปั้นนักชกให้ไต่อันดับโลกอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่การจัดไฟต์อุ่นเครื่อง ไฟต์ตัดเชือก ไปจนถึงไฟต์ชิงแชมป์โลก แบบที่เห็นในเส้นทางของธนันท์ชัย คือโมเดลธุรกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับนักชกในระยะยาว เพราะยิ่งอันดับโลกสูงขึ้นเท่าไหร่ มูลค่าทางการตลาดของนักชกคนนั้นก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทั้งในแง่ค่าตัวการชก สปอนเซอร์ และโอกาสต่อยอดไปสู่วงการบันเทิงหรือธุรกิจส่วนตัวหลังแขวนนวม
ที่สำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องของแรงบันดาลใจเชิงธุรกิจส่วนบุคคล เพราะเส้นทางของนักมวยแต่ละคนในรายการนี้ล้วนสะท้อนแนวคิดเรื่องวินัยและการพัฒนาตัวเองที่คนรุ่นใหม่สามารถนำไปปรับใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนระยะยาวแบบธนันท์ชัยที่ไต่อันดับทีละขั้นอย่างมีเป้าหมายชัดเจน หรือการเปลี่ยนบทบาทจากผู้เล่นสู่ผู้สร้างแบบครูหนึ่ง ที่พิสูจน์ว่าทักษะและประสบการณ์สามารถต่อยอดเป็นอาชีพใหม่ที่มั่นคงได้แม้หลังพ้นจุดสูงสุดของวัยนักกีฬาไปแล้ว
ในอนาคตอันใกล้ แนวโน้มของวงการมวยสากลอาชีพไทยน่าจะเดินตามรอยกีฬาระดับโลกอื่นๆ ที่ผสานเทคโนโลยีเข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลนักกีฬาแบบเรียลไทม์ ตั้งแต่การติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ ความเร็วของหมัด ไปจนถึงการวิเคราะห์แพตเทิร์นการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ผ่านวิดีโอ ซึ่งจะช่วยให้ทีมงานอย่างครูหนึ่งวางแผนการชกให้ลูกศิษย์ได้แม่นยำมากขึ้นกว่าเดิม
บทสรุป: ค่ำคืนที่จะเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่
ไม่ว่าผลการชกในวันที่ 28 สิงหาคมนี้จะออกมาอย่างไร สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือรายการ นครหลวง โรด ทู เดอะ เวิลด์ แชมเปียน กำลังทำหน้าที่เป็นมากกว่าเวทีมวย แต่คือสะพานที่เชื่อมความฝันของนักชกไทยเข้ากับบัลลังก์โลกอย่างเป็นระบบ ธนันท์ชัยที่ต้องพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งก่อนไปเจองานใหญ่ระดับตัดเชือกโลก ศรีสะเกษที่ยังไม่ยอมแพ้ต่อกาลเวลา และครูหนึ่งที่ถ่ายทอดบทเรียนจากความพ่ายแพ้ของตัวเองให้กลายเป็นชัยชนะของคนรุ่นหลัง ทั้งหมดนี้คือภาพสะท้อนของวงการกีฬาที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมนุษย์ที่ลึกซึ้งกว่าแค่ตัวเลขแพ้ชนะบนกระดานคะแนน
คำถามที่น่าคิดต่อคือ ในวันที่โลกกีฬาหมุนเร็วขึ้นทุกวินาที นักชกไทยจะยังคงรักษาจิตวิญญาณแห่งวินัยและความอดทนแบบดั้งเดิมไว้ได้มากน้อยแค่ไหน ท่ามกลางกระแสความเร็วของธุรกิจกีฬายุคดิจิทัลที่ไม่เคยรอใคร
สรุปประเด็นสำคัญ
- วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่นครหลวงสเตเดียม จังหวัดนนทบุรี มีไฟต์เอกคู่สำคัญคือ ธนันท์ชัย จรูญภักดิ์ รองแชมป์โลก WBC ปะทะ กิตติเดช หิรัญสุข ศิษย์เอกครูหนึ่ง ฉัตรชัย
- ธนันท์ชัยกำลังอยู่ในเส้นทางไต่สู่ไฟต์ตัดเชือกกับฟรานซิสโก้ โรดริเกซ จูเนียร์ เพื่อชิงสิทธิ์ท้าชิงแชมป์โลก WBC/WBA รุ่นฟลายเวท
- ครูหนึ่ง ฉัตรชัย อดีตแชมป์โลก WBC ผู้เคยแพ้แมนนี่ ปาเกียวเมื่อปี 1998 ปัจจุบันเป็นเทรนเนอร์ที่ปั้นแชมป์โลกได้แล้วหลายคน
- อีกไฟต์ไฮไลต์คือศึกชิงแชมป์ ABF รุ่น 118 ปอนด์ ระหว่าง ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กับ ซอนนี บอย จาโร
- รายการเสริมด้วยมวยไทย 3 คู่ ถ่ายทอดสดทางช่อง 8 กดหมายเลข 27 เวลา 17.00-19.00 น.
คำถามที่พบบ่อย
ศึกนครหลวงโรดทูเดอะเวิลด์แชมเปียนจัดวันไหน ที่ไหน จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่เวทีนครหลวงสเตเดียม ถนนรัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรี
ไฟต์เอกของรายการนี้คือคู่ไหน มีสองไฟต์เอก คือ ธนันท์ชัย จรูญภักดิ์ ปะทะ กิตติเดช หิรัญสุข และศึกชิงแชมป์ ABF ระหว่างศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กับ ซอนนี บอย จาโร
ดูถ่ายทอดสดได้ทางไหน รับชมได้ทางช่อง 8 กดหมายเลข 27 ตั้งแต่เวลา 17.00 ถึง 19.00 น.
ธนันท์ชัย จรูญภักดิ์ คือใคร เขาคือรองแชมป์โลกอันดับ 2 ของสภามวยโลก (WBC) รุ่น 112 ปอนด์ นักชกดาวรุ่งของค่ายนครหลวงโปรโมชั่น ที่กำลังไต่เส้นทางสู่โอกาสชิงแชมป์โลก
ครูหนึ่ง ฉัตรชัย สาสะกุล มีประวัติอย่างไร เป็นอดีตแชมป์โลก WBC รุ่นฟลายเวท ที่เคยเสียแชมป์ให้แมนนี่ ปาเกียวเมื่อปี 1998 ปัจจุบันผันตัวเป็นเทรนเนอร์และปั้นแชมป์โลกได้แล้วหลายคน
กิตติเดช หิรัญสุข มีดีกรีอะไรมาก่อน เขาเป็นอดีตแชมป์สหพันธ์มวยเอเชีย (ABF) ที่อยู่ในความดูแลของครูหนึ่ง ฉัตรชัย สาสะกุล
ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น เคยเป็นแชมป์โลกมาก่อนหรือไม่ เคยเป็นอดีตแชมป์โลกในระดับที่ได้รับการยอมรับจากแฟนมวยไทย ก่อนจะเสียแชมป์ในไฟต์รีแมตช์เมื่อปี 2019 ที่สหรัฐอเมริกา และปัจจุบันขยับขึ้นชกในรุ่น 118 ปอนด์
ซอนนี บอย จาโร คือนักมวยชาติไหน เป็นนักมวยชาวฟิลิปปินส์ อดีตแชมป์โลกที่มีชื่อเสียงในสังเวียนระดับเอเชีย
ทำไมนครหลวงสเตเดียมถึงสำคัญกับวงการมวยไทย เพราะเป็นเวทีมวยมาตรฐานโลกที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนสถานที่จัดมวยสากลอาชีพที่ได้มาตรฐานในประเทศไทย
มวยไทยที่จัดควบในรายการนี้มีคู่ไหนบ้าง มีทั้งหมด 3 คู่ คือ กริชเพชร เพชรยินดีอะคาเดมี พบ แสตมป์ ส.สยามพัฒนา, เพชรเทวา ศิษย์เจ๊ยูริ พบ ไก่ชน ศิษย์ครูหนวด และโปเต้ เบียร์รถซิ่ง พบ ปราบปราม ส.สุวรรณารัณย์
ธนันท์ชัยมีโอกาสชิงแชมป์โลกเมื่อไหร่ หากผ่านไฟต์นี้ไปได้ตามแผน มีโอกาสได้ขึ้นชกไฟต์ตัดเชือกกับฟรานซิสโก้ โรดริเกซ จูเนียร์ เพื่อชิงสิทธิ์ท้าชิงแชมป์โลก WBC/WBA รุ่นฟลายเวทต่อไป
ใครคือโปรโมเตอร์ของรายการนี้ รายการจัดโดยเสี่ยฮุย สุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ เจ้าของค่ายนครหลวงโปรโมชั่น