“เจ้าแหลม” คืนชีพ! ตำนาน 2 สมัยโลก บุกรุ่นใหม่ 118 ปอนด์ พร้อมล่าแชมป์โลกสมัยที่ 3 ในวัย 39 ปี

  มีนักมวยไม่กี่คนในประวัติศาสตร์วงการกำปั้นไทยที่ชื่อเพียงชื่อเดียวสามารถทำให้คนทั้งประเทศหัวใจเต้นแรงได้พร้อมกัน และหนึ่งในนั้นคือชายที่ทั่วโลกรู้จักในนาม “เจ้าแหลม” — ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กำปั้นที่เคยพิสูจน์ตัวเองบนเวทีระดับโลก ก่อนจะหายหน้าไปเพราะพายุชีวิตส่วนตัวพัดถาโถม แต่ในคืนวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 เจ้าแหลมไม่ได้แค่กลับมา เขากลับมาพร้อมภารกิจที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม — ล่าแชมป์โลกสมัยที่ 3 ในรุ่นใหม่ 118 ปอนด์ ในวัยที่คนอื่นอาจจะแขวนนวมไปนานแล้ว บทที่ 1: ชั่งผ่าน ลั่นกลองรบ พร้อมเต็มร้อย ศึก “Nakornloung Road to the World Champions” ที่จัดขึ้น ณ เวทีมวยนครหลวงสเตเดี้ยม มีไฮไลท์ร้อนแรงเมื่อ “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น อดีตแชมป์โลก 2 สมัยของสภามวยโลก WBC พร้อมด้วยคู่ชกกระดูกชิ้นโต เอกตะวัน ศิษย์ชาญสิงห์ อดีตผู้ท้าชิงแชมป์โลก กอดคอกันชั่งน้ำหนักผ่านฉลุยตรงตามพิกัด 118 ปอนด์ แบบสบายทั้งคู่ พร้อมขึ้นฟาดปากพิสูจน์ฝีมือ การชั่งน้ำหนักครั้งนี้ไม่ใช่แค่พิธีการธรรมดา … Read more

“เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ คัมแบ็กในวัย 39 ปี! ตำนานมวยไทยพร้อมเขย่าบัลลังก์โลกอีกครั้ง

โลกมวยไทยกำลังจะเดือดขึ้นอีกครั้ง เมื่อชื่อของนักมวยที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้คนไทยทั้งประเทศลุกขึ้นยืนเชียร์พร้อมกันกำลังจะปรากฏบนโปสเตอร์มวยอีกครั้ง ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น อดีตแชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวต 2 สมัย ประกาศกลับมาในพิกัด 118 ปอนด์ หลังจากเคลียร์ปัญหาส่วนตัวจนลงตัว พร้อมสู้ศึกสำคัญในวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 นี้ คำถามที่ทุกคนอยากรู้คือ — ในวัย 39 ปีย่าง 40 ปี “เจ้าแหลม” ยังมีไฟพอที่จะจุดชนวนความยิ่งใหญ่ได้อีกครั้งหรือเปล่า? จากตำนานสู่ความเงียบงัน: ชีวิตของ “เจ้าแหลม” ที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ชื่อ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ไม่ใช่แค่ชื่อนักมวย แต่คือสัญลักษณ์ของยุคทองมวยสากลไทยในระดับโลก การเป็นแชมป์โลกถึง 2 สมัยในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวตนั้นไม่ใช่เรื่องที่ใครก็ทำได้ มันหมายความว่าเขาไม่ได้แค่ชนะครั้งเดียวแล้วหาย แต่ต้องพิสูจน์ตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนเวทีโลกที่โหดและไม่มีใครให้อภัย แต่ชีวิตนักมวยไม่ได้มีแค่ชัยชนะ “เจ้าแหลม” ต้องเจอกับความท้าทายนอกสังเวียนที่หนักกว่าการแบกรับหมัดของคู่ต่อสู้เสียอีก ปัญหาครอบครัวที่สะสมมาทำให้เขาต้องหยุดพักและห่างหายจากวงการไป ช่วงเวลาที่เงียบงันนั้นอาจดูเหมือนการสิ้นสุดของตำนาน แต่สำหรับนักสู้ตัวจริง ความเงียบไม่ใช่จุดจบ — มันคือการเก็บพลังงาน เมื่อปัญหาครอบครัวได้รับการแก้ไขจนลงตัว ศรีสะเกษก็ไม่รอให้เวลาผ่านไปอีกนาน เขาตัดสินใจกลับเข้าค่ายและเริ่มซ้อมอย่างจริงจังอีกครั้ง 2 เดือนแห่งการชุบตัว: เส้นทางสู่ความฟิตที่สมบูรณ์แบบ “เสี่ยฮุย” … Read more

เดิมพันครึ่งล้าน! เพชรกล้า ปะทะ เซนเซ ศึกมวยเดิมพันที่ดุเดือดที่สุดแห่งปี 7 มิถุนายนนี้

มีมวยไทยกี่นัดในรอบปีที่คู่ชกกล้าวางเงินมัดจำยืนยันก่อนขึ้นชกพร้อมประกาศลั่นว่า “ไม่มีเสมอ กินกันทุกกรณี”? คำตอบคือน้อยมาก และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ศึกนครหลวงยอดมวยไทย ในวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2569 กลายเป็นงานที่แฟนหมัดมวยทั่วประเทศต่างจับตามองอย่างไม่กะพริบ เมื่อเงินครึ่งล้านบาทคือบทพิสูจน์ความยิ่งใหญ่ ในโลกของมวยไทยอาชีพ มีคำพูดหนึ่งที่นักชกและค่ายมวยทุกแห่งรู้ดีว่า “ของจริงไม่กลัวการพิสูจน์” และสำหรับศึกคืนนี้ คำพูดดังกล่าวถูกทำให้เป็นรูปธรรมด้วยตัวเลขที่ไม่ธรรมดา นั่นคือเงินเดิมพัน 500,000 บาท ที่ทั้งสองฝ่ายได้วางมัดจำเป็นที่เรียบร้อย ก่อนนักชกทั้งคู่จะขึ้นสังเวียนแม้แต่วันเดียว เพชรกล้า ศิษย์สารวัตรหนึ่ง กับ เซนเซ กิวกิวเต้ บีบีคิวยิม สองนักชกในรุ่นไอ้แอ้ดพิกัด คือตัวเอกของค่ำคืนนี้ การเดิมพันขนาดนี้ในระดับมวยไทยอาชีพไม่ใช่เรื่องที่เห็นบ่อยนัก มันสะท้อนให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายไม่เพียงแค่มั่นใจในฝีมือของนักชกตัวเอง แต่ยังพร้อมจะวัดกันอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่มีทางออกสำรองให้กับคำว่า “เสมอ” เงินเดิมพันในมวยไทยประเพณีนั้นมีรากเหง้าเก่าแก่กว่าหลายร้อยปี แต่ในยุคปัจจุบัน การวางเดิมพันด้วยตัวเลขครึ่งล้านบาทอย่างเป็นทางการในนัดหนึ่งนัด ยิ่งเพิ่มมิติของแรงกดดันและความรับผิดชอบที่นักชกทั้งสองต้องแบกรับบนไหล่ไปอย่างหนักอึ้ง เสี่ยฮุย: สถาปนิกแห่งศึกมวยเดิมพัน หัวใจสำคัญที่ทำให้ศึกนครหลวงยอดมวยไทยนัดนี้เกิดขึ้นได้ คือฝีมือของโปรโมเตอร์และนายสนามมวยชื่อดัง เสี่ยฮุย สุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ ผู้ที่อยู่ในวงการมวยไทยมาอย่างยาวนาน และรู้ดีกว่าใครว่าอะไรคือสิ่งที่แฟนมวยแท้ๆ ต้องการ เสี่ยฮุยเปิดเผยชัดเจนว่า นัดนี้จัดขึ้นเพื่อตอบโจทย์แฟนหมัดมวยที่ชื่นชอบมวยเดิมพันโดยเฉพาะ ไม่ใช่มวยโชว์หรือมวยสาธิต แต่คือมวยที่มีเดิมพันทั้งชื่อเสียง เงินทอง และความภาคภูมิใจของค่ายมวยที่ส่งนักชกออกมา นอกจากนี้ … Read more

เสี่ยฮุยเปิดสนามรบ! นครหลวงสเตเดียมจุดพลุมวยไทยรุ่นใหม่ ส่งเลือดสดขึ้นเวทีสู้ศึกข้ามชาติในอนาคต

“เมื่อคนที่สร้างแชมป์โลกมาแล้วสี่คนหันมาจริงจังกับมวยไทย ไม่มีใครกล้าบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่” ในโลกที่วงการกีฬาต่อสู้เคลื่อนตัวไปพร้อมกับสตรีมมิงและโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว ยังมีชายคนหนึ่งที่เลือกเดินทวนกระแส ด้วยการลงทุนปั้นนักมวยไทยรุ่นใหม่ด้วยสองมือ แทนที่จะซื้อนักชกชื่อดังมาประดับโปสเตอร์ เขาคือ “เสี่ยฮุย” สุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ นักส่งเสริมมวยที่มีผลงานระดับแชมป์โลกมวยสากลอาชีพถึงสี่รายในมือ และวันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม 2569 เขาเลือกฉลองการเปิดตัวเวทีนครหลวงสเตเดียมด้วยมวยไทยสิบคู่เต็ม ประกาศอย่างชัดเจนว่าการเดินทางใหม่ของเขาเริ่มต้นแล้ว จากแชมป์โลกมวยสากล สู่พันธกิจปั้นมวยไทยรุ่นใหม่ หากพูดถึงชื่อ “เสี่ยฮุย” สุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ ในแวดวงมวยไทย ทุกคนรู้ดีว่าไม่ใช่ชื่อธรรมดา ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาพิสูจน์ตัวเองในเส้นทางมวยสากลอาชีพจนสามารถสร้างแชมป์โลกได้ถึงสี่คน ซึ่งในวงการที่การสร้างแชมป์โลกแค่คนเดียวอาจต้องใช้เวลาและทรัพยากรมหาศาล ตัวเลขสี่คนจึงเป็นเครื่องยืนยันว่าเสี่ยฮุยไม่ได้โชคดี แต่มีระบบและวิสัยทัศน์ที่แท้จริง แต่บทต่อไปของเขาไม่ใช่มวยสากล เสี่ยฮุยประกาศหันมาให้ความสำคัญกับ มวยไทย ศาสตร์การต่อสู้ประจำชาติที่แม้จะมีชื่อเสียงระดับโลก แต่ในเชิงระบบการพัฒนานักชกรุ่นใหม่เพื่อรับมือนักชกต่างชาติ ยังคงมีช่องว่างอีกมาก ภารกิจที่เขาตั้งไว้ชัดเจนคือ ปั้นสายเลือดมวยไทยรุ่นใหม่ให้แข็งแกร่งพอที่จะขึ้นไปท้าชิงนักชกจากต่างประเทศในเวทีระดับนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นเวที ONE Championship หรือการแข่งขันระดับโลกในอนาคต การเปิดตัวเวทีนครหลวงสเตเดียมครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่รายการมวยธรรมดา แต่คือการส่งสัญญาณว่า “ยุคใหม่ของมวยไทยในมือเสี่ยฮุย” เพิ่งเริ่มต้น นครหลวงสเตเดียม: เวทีใหม่ ความหวังใหม่ การเลือกเวที มีความหมายไม่แพ้การเลือกนักชก สำหรับโปรโมเตอร์ที่มีประสบการณ์อย่างเสี่ยฮุย ทุกองค์ประกอบถูกคิดมาแล้ว นครหลวงสเตเดียมถูกเลือกมาเป็นรังใหม่ ซึ่งบรรยากาศของสนามมวยที่มีรากฐานมาจากวัฒนธรรมไทยแท้ … Read more