เมื่อ “10 คน” เอาชนะจักรวรรดิพันล้าน! ล็องส์ทุบ PSG กลางเมืองเหมือง เปิดฤดูกาลด้วยบทเรียนที่แพงกว่าถ้วยรางวัล

ลองจินตนาการภาพนี้ดู — ทีมที่เพิ่งเป็นแชมป์ยุโรป เพิ่งชูถ้วยซูเปอร์คัพมาหมาดๆ เมื่อสี่วันก่อนหน้า มูลค่าตลาดนักเตะรวมกันหลายหมื่นล้านบาท ต้องมายืนกอดอกดูทีมจากเมืองเหมืองถ่านหินทางเหนือของฝรั่งเศส เฉลิมฉลองแชมป์สมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ทั้งที่เหลือผู้เล่นแค่ 10 คนอยู่ในสนามนานกว่าหนึ่งชั่วโมง

นี่ไม่ใช่บทละครที่เขียนขึ้นเพื่อความบันเทิง แต่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงที่สนามสตาด บอลแลร์ต-เดเลลิส เมื่อ ล็องส์ (RC Lens) เปิดบ้านเอาชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (PSG) ไปด้วยสกอร์ 1-0 ในศึกโทรฟี่ เดอ แชมเปียนส์ หรือซูเปอร์คัพของฝรั่งเศส และคว้าแชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 120 ปีของการก่อตั้งสโมสร คำถามที่น่าสนใจกว่าผลสกอร์คือ — ทำไมทีมที่ “เสียเปรียบทุกทาง” ถึงเอาชนะทีมที่ “ได้เปรียบทุกอย่าง” ได้ และชัยชนะครั้งนี้กำลังบอกอะไรเราเกี่ยวกับวินัย จิตใจ และธุรกิจลูกหนังยุคใหม่

เกมที่เปลี่ยนหน้าตาไปทั้งใบใน 39 นาที

ในนาทีที่ 32 ของครึ่งแรก ล็องส์ได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ อับดัลลาห์ ซีมา ประสานงานกับ มัทเธียว อูดอล จนบอลลอยไปถึงเสาไกล และ โฟลเรียง โตแว็ง กัปตันทีมที่เพิ่งพาสโมสรคว้าแชมป์เฟร้นช์คัพเมื่อฤดูกาลก่อน พุ่งเข้าโขกบอลเอาชนะผู้รักษาประตูมัทเวย์ ซาโฟนอฟ ขึ้นนำ 1-0 เป็นประตูที่เรียบง่ายแต่เฉียบคม เกิดจากการอ่านเกมและจังหวะวิ่งเข้าพื้นที่ที่แม่นยำ

แต่โมเมนตัมของเกมพลิกผันทันทีในนาทีที่ 39 เมื่อ คีลิยัน อันโตนิโอ กองหลังของล็องส์เข้าสกัดที่ช้าเกินไปใส่ แม็กเนส อาคลิอูเช่ กองหลังตัวรับใบแดงตรงทันที เหตุการณ์นี้ทำให้ล็องส์เหลือผู้เล่นเพียง 10 คน และเปิดโอกาสให้ PSG เป็นฝ่ายครองเกมได้มากขึ้นตลอดช่วงที่เหลือของการแข่งขัน ก่อนหมดครึ่งแรกไม่กี่นาที เดซิเร่ ดูเอ้ ดาวรุ่งของ PSG ยังซัดบอลโดนคานประตูอย่างหวุดหวิด ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าถ้าล็องส์เผลอแม้แต่วินาทีเดียว เกมนี้อาจพลิกกลับได้ทุกเมื่อ

ครึ่งหลัง หลุยส์ เอ็นริเก้ กุนซือของ PSG ส่ง อุสมาน เดมเบเล่, ฟาเบียน รูอีซ และ นูโน่ เมนเดส ลงมาเสริมทัพในนาทีที่ 60 เพื่อกดดันหาประตูตีเสมอ และช่วงท้ายเกมก็เกือบสำเร็จ เมื่อมีจังหวะที่ทีมเยือนทำประตูได้แต่ถูกยกเลิกเพราะล้ำหน้า ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายหน้าประตู ก่อนที่ นูโน่ เมนเดส จะกลายเป็นผู้เล่นคนที่สองของเกมที่โดนใบแดงไล่ออกจากจังหวะปะทะกับ มิชาล สโคราส ทำให้ทั้งสองทีมเหลือผู้เล่นฝ่ายละ 10 คนในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ สุดท้ายกองหลังและแนวรับที่เหนียวแน่นของล็องส์ก็ยืนหยัดจนนกหวีดหมดเวลาดังขึ้น และคว้าชัยชนะที่จารึกไว้ในประวัติศาสตร์สโมสรไปครอง

ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ ผู้ชมพิเศษบนอัฒจันทร์ ซีเนดีน ซีดาน กุนซือทีมชาติฝรั่งเศสคนใหม่ นั่งเฝ้าดูเกมนี้อย่างใกล้ชิดจากสตาด บอลแลร์ต-เดเลลิส เนื่องจากมีนักเตะฝรั่งเศสร่วมลงสนามหลายคน เป็นภาพที่สะท้อนว่าเกมที่ดูเหมือน “แค่ซูเปอร์คัพ” กลับมีนัยสำคัญต่อการวางแผนทีมชาติในระยะยาวด้วย

ย้อนรากที่มา ทำไม “โทรฟี่ เดอ แชมเปียนส์” ถึงมีความหมายมากกว่าที่คิด

โทรฟี่ เดอ แชมเปียนส์ คือรายการที่จับทีมแชมป์ลีกเอิงมาดวลกับทีมแชมป์เฟร้นช์คัพในนัดเดียวจบ คล้ายกับคอมมูนิตี้ชิลด์ของอังกฤษ ฟังดูเป็นแค่ “เกมอุ่นเครื่องแบบมีถ้วย” แต่ในความเป็นจริง รายการนี้มักเป็นเวทีที่เผยให้เห็นภาพรวมของทีมก่อนเปิดฤดูกาลจริง ทั้งความพร้อมด้านร่างกาย ระบบการเล่นใหม่ และจิตวิทยาของนักเตะที่เพิ่งกลับจากพักร้อนหรือทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติ

สำหรับล็องส์ สโมสรจากภาคเหนือของฝรั่งเศสที่มีฐานแฟนบอลเหนียวแน่นและวัฒนธรรมเชียร์ที่ดุดันไม่แพ้ทีมใหญ่ นี่คือแชมป์รายการนี้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ทั้งที่สโมสรก่อตั้งมาแล้วกว่าศตวรรษ เคยผ่านทั้งยุครุ่งเรืองในลีกเอิงและยุคตกต่ำจนเกือบตกชั้น การได้แชมป์ระดับประเทศแม้เพียงรายการเดียวจึงมีน้ำหนักทางความรู้สึกมหาศาลสำหรับสโมสรและเมืองที่เศรษฐกิจเคยพึ่งพาอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหินมาก่อน ฟุตบอลจึงไม่ใช่แค่กีฬา แต่เป็นอัตลักษณ์และศักดิ์ศรีของคนทั้งเมือง

ฝั่ง PSG นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง สโมสรจากเมืองหลวงที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินมหาศาล เพิ่งคว้าแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ มาได้เมื่อกลางสัปดาห์ก่อนหน้าด้วยการเอาชนะ แอสตัน วิลล่า 2-1 ที่เมืองซัลซ์บวร์ก ประเทศออสเตรีย ความพ่ายแพ้ต่อล็องส์ในครั้งนี้จึงทำให้ PSG พลาดโอกาสคว้าถ้วยที่สองภายในสัปดาห์เดียว และเป็นเครื่องเตือนใจว่าแม้จะเป็นแชมป์ยุโรป การลงเล่นด้วยความมั่นใจเกินไปกับทีมที่ถูกมองว่า “รอง” กว่าก็อาจสร้างความเสียหายทางจิตวิทยาได้ไม่น้อย

มิติเทคนิคและวิทยาศาสตร์การกีฬา: อยู่รอดด้วย 10 คนได้อย่างไร

การเล่นเหลือ 10 คนนานกว่าครึ่งชั่วโมงกับทีมระดับแชมป์ยุโรปไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ด้วยดวงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยองค์ประกอบทางวิทยาศาสตร์การกีฬาหลายชั้น

การจัดระบบแนวรับแบบบล็อกต่ำ (Low Block) คือกลยุทธ์หลักที่ทีมเหลือผู้เล่นน้อยกว่ามักใช้ นั่นคือการดึงแนวรับทั้งหมดเข้ามาใกล้ประตูตัวเอง ลดพื้นที่ว่างด้านหลังให้เหลือน้อยที่สุด บีบให้คู่แข่งต้องครองบอลในพื้นที่ที่ไม่อันตราย วิธีนี้ช่วยประหยัดพลังงานของผู้เล่นที่เหลืออยู่ เพราะการวิ่งไล่บอลในพื้นที่กว้างใช้พลังงานมากกว่าการยืนป้องกันพื้นที่แคบ ๆ อย่างมีวินัย

ความอดทนของระบบพลังงานแบบไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Capacity) ก็มีบทบาทสำคัญ นักกีฬาที่ต้องวิ่งสลับหยุดซ้ำ ๆ ในสภาวะกดดันเป็นเวลานานกว่าหนึ่งชั่วโมงต้องอาศัยการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อระดับเซลล์ที่ผ่านการฝึกมาอย่างต่อเนื่อง ทีมที่มีโปรแกรมฟิตเนสแข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะรักษาความเข้มข้นของการเล่นไว้ได้จนถึงนาทีสุดท้าย โดยไม่ปล่อยให้สมาธิหลุดจากความเหนื่อยล้าสะสม

จิตวิทยาการเล่นเป็นทีมในภาวะเสียเปรียบ (Collective Resilience) ก็เป็นอีกปัจจัยที่วัดผลด้วยตัวเลขไม่ได้ตรง ๆ แต่ส่งผลต่อผลการแข่งขันอย่างชัดเจน เมื่อผู้เล่นคนหนึ่งถูกไล่ออกจากสนาม ทีมทั้งทีมต้องปรับบทบาทใหม่ทันทีโดยไม่มีเวลาซ้อม นักเตะที่เหลือต้องแบกรับพื้นที่เพิ่มขึ้น สื่อสารกันมากขึ้น และเชื่อมั่นในแผนที่โค้ชวางไว้แม้จะเสียเปรียบเรื่องจำนวนคน สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่แยกทีมที่ “แค่ตั้งรับรอด” ออกจากทีมที่ “ตั้งรับแล้วยังฉวยจังหวะโต้กลับทำประตูได้” อย่างล็องส์ในเกมนี้

มิติจิตใจและแรงบันดาลใจ: ทำไมคนถึงคลั่งไคล้ทีม “รองบ่อน”

ในโลกที่ฟุตบอลถูกครอบงำด้วยทีมทุนหนาไม่กี่สโมสร เรื่องราวแบบล็องส์คือสิ่งที่ปลุกพลังใจให้กับแฟนบอลทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานที่ต้องต่อสู้กับความเสียเปรียบในชีวิตจริงทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันในที่ทำงาน การสร้างธุรกิจเล็ก ๆ ท่ามกลางบริษัทยักษ์ใหญ่ หรือการพัฒนาตัวเองโดยไม่มีต้นทุนเท่าคนอื่น

สิ่งที่ทีมแบบล็องส์สอนได้คือแนวคิดเรื่อง “วินัยเอาชนะทรัพยากร” — คุณไม่จำเป็นต้องมีทุกอย่างพร้อมที่สุดถึงจะชนะได้ สิ่งที่ตัดสินผลลัพธ์จริง ๆ มักเป็นความสม่ำเสมอ การรู้จักบทบาทของตัวเองอย่างชัดเจน และการไม่ยอมแพ้แม้สถานการณ์จะพลิกผัน เมื่อทีมเสียผู้เล่นไปหนึ่งคนกลางเกม นั่นคือจุดที่หลายทีมจะพังทลาย แต่การที่ล็องส์ยังคงยึดโครงสร้างและความเชื่อมั่นในแผนของโค้ชไว้ได้ คือบทเรียนของการบริหารจัดการภายใต้แรงกดดันที่ใช้ได้กับทุกวงการ ไม่ใช่แค่สนามฟุตบอล

อีกมิติที่น่าสนใจคือบทบาทของกัปตันทีมอย่าง โฟลเรียง โตแว็ง ที่เพิ่งพาทีมคว้าแชมป์เฟร้นช์คัพเมื่อฤดูกาลก่อน แล้วยังเป็นผู้ยิงประตูชัยในนัดนี้ด้วยตัวเอง นี่คือภาพของผู้นำที่ไม่ได้แค่พูดสร้างแรงบันดาลใจ แต่ลงมือทำให้เห็นในสนามจริง เป็นแบบอย่างของ “ผู้นำที่นำด้วยการกระทำ” ซึ่งเป็นแนวคิดที่คนรุ่นใหม่ในโลกการทำงานให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ มากกว่าตำแหน่งหรือฉายา

มิติธุรกิจและอนาคต: เกมนี้ไม่ได้จบแค่ในสนาม

ฟุตบอลยุคนี้ไม่ได้วัดกันแค่สกอร์บนกระดานคะแนน แต่ยังเชื่อมโยงกับตลาดซื้อขายนักเตะที่มีมูลค่ามหาศาลอยู่เบื้องหลังเสมอ และเกมนี้ก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน

เรื่องที่สร้างความฮือฮาไม่แพ้ผลการแข่งขันคือการที่ บรัดเล่ย์ บาร์โกล่า และ อิบราฮิม เอ็มบาย สองปีกดาวรุ่งของ PSG ไม่มีชื่อในทีมชุดลงเล่นเกมนี้เลย โดยทั้งคู่ถูกดร็อปออกจากทีมชุดใหญ่ท่ามกลางกระแสข่าวความสนใจจากลิเวอร์พูล ทั้งคู่เป็นเป้าหมายที่ลิเวอร์พูลกำลังพยายามเจรจาซื้อตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมแนวรุกของทีมก่อนตลาดซื้อขายนักเตะฤดูร้อนจะปิดตัวลง แม้ก่อนหน้านี้ทั้งคู่จะยังเดินทางมากับทีมและมีชื่ออยู่ในบัญชีนักเตะเดินทาง แต่การไม่ถูกจัดอยู่ในทีมชุดลงเล่นทั้งที่นักเตะใหม่ของสโมสรอย่าง เฟร์ราน ตอร์เรส และ มิก้า ก็อดต์ส ยังไม่ทันได้ขึ้นทะเบียนเล่นด้วยซ้ำ ยิ่งตอกย้ำว่าดีลย้ายทีมของทั้งคู่กำลังใกล้ความจริงเข้าไปทุกที นี่คือภาพสะท้อนชัดเจนว่าทีมระดับโลกอย่าง PSG บริหารความเสี่ยงเรื่องนักเตะที่กำลังจะย้ายทีมอย่างไร ป้องกันการบาดเจ็บ ป้องกันดีลพัง และรักษามูลค่าตลาดของนักเตะเอาไว้จนถึงวินาทีสุดท้ายของการเจรจา

อีกความเคลื่อนไหวสำคัญที่อยู่เบื้องหลังชัยชนะครั้งนี้คือการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งโค้ชของล็องส์เอง สโมสรแต่งตั้ง ดิโน่ ท็อปป์โมลเลอร์ อดีตกุนซือชาวเยอรมันของ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต เข้ามาคุมทีมด้วยสัญญาสองปี หลังจาก ปิแอร์ ซาจ กุนซือคนเดิมย้ายไปรับงานที่คริสตัล พาเลซ การเปลี่ยนโค้ชกลางฤดูร้อนมักถูกมองว่าเป็นความเสี่ยง เพราะทีมต้องปรับตัวเข้ากับปรัชญาการเล่นใหม่ในเวลาอันสั้น แต่ผลลัพธ์จากเกมนี้กลับพิสูจน์ตรงกันข้าม แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างทีมที่แข็งแรงและวัฒนธรรมสโมสรที่ชัดเจนสามารถช่วยให้การเปลี่ยนผ่านโค้ชคนใหม่เป็นไปอย่างราบรื่นได้ ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับวงการธุรกิจกีฬาที่มักมองว่า “การเปลี่ยนผู้นำ” ต้องแลกมาด้วยผลงานที่ตกต่ำเสมอ

ในภาพใหญ่กว่านั้น กีฬาฟุตบอลกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคที่ข้อมูล การวิเคราะห์ประสิทธิภาพนักเตะ และมูลค่าทางการตลาดกลายเป็นตัวแปรที่สำคัญพอ ๆ กับผลการแข่งขัน สโมสรขนาดกลางอย่างล็องส์เองก็ต้องใช้กลยุทธ์แบบ “ซื้อถูกขายแพง” หรือปั้นนักเตะจากอคาเดมีเพื่อความอยู่รอดทางการเงิน ขณะที่สโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง PSG ก็ต้องบริหารทั้งผลงานในสนามและมูลค่าทรัพย์สินนักเตะไปพร้อมกัน ความพ่ายแพ้ในนัดนี้จึงไม่ใช่แค่ตัวเลขในบันทึกสถิติ แต่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับโครงสร้างทีมครั้งใหญ่ในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะด้วย

บทสรุป: ถ้วยเล็ก ๆ ที่สอนบทเรียนใหญ่กว่าที่คิด

ท้ายที่สุดแล้ว ชัยชนะของล็องส์เหนือ PSG ในค่ำคืนนี้ไม่ได้เป็นแค่ผลการแข่งขันในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร แต่เป็นภาพสะท้อนของหลักการที่ใช้ได้กับทุกด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อมั่นในระบบที่วางไว้แม้ในยามเสียเปรียบ ความสำคัญของผู้นำที่ลงมือทำจริง และความจริงที่ว่าทรัพยากรที่มากกว่าไม่ได้การันตีชัยชนะเสมอไป ในขณะที่ PSG ต้องกลับไปทบทวนทั้งเรื่องวินัยในสนามและอนาคตของนักเตะดาวรุ่งสองคนที่กำลังจะย้ายออก ล็องส์เองก็ได้พิสูจน์แล้วว่าการเปลี่ยนแปลงที่ดูเสี่ยงอย่างการเปลี่ยนโค้ชกลางฤดูร้อน สามารถกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จได้เช่นกัน

คำถามที่น่าคิดต่อคือ ชัยชนะครั้งนี้จะเป็นแค่ “ไฟไหม้ฟาง” ที่ดับลงเมื่อฤดูกาลลีกเริ่มต้นจริง หรือจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ล็องส์กลายเป็นทีมที่ท้าทายอำนาจของสโมสรใหญ่ในลีกเอิงได้อย่างจริงจังตลอดทั้งฤดูกาล

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ล็องส์เอาชนะ PSG 1-0 ในศึกโทรฟี่ เดอ แชมเปียนส์ คว้าแชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร
  • โฟลเรียง โตแว็ง กัปตันทีมยิงประตูชัยนาทีที่ 32 ก่อนที่ คีลิยัน อันโตนิโอ จะโดนใบแดงในนาทีที่ 39 ทำให้ล็องส์เหลือ 10 คน
  • นูโน่ เมนเดส ของ PSG โดนไล่ออกในช่วงท้ายเกมเช่นกัน หลังปะทะกับ มิชาล สโคราส ทำให้ทั้งสองทีมเหลือฝ่ายละ 10 คน
  • บาร์โกล่าและเอ็มบายไม่ได้ลงสนามเพราะมีข่าวลือย้ายไปลิเวอร์พูล ส่วนล็องส์เพิ่งเปลี่ยนโค้ชเป็น ดิโน่ ท็อปป์โมลเลอร์ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน
  • ซีเนดีน ซีดาน โค้ชทีมชาติฝรั่งเศสคนใหม่ เดินทางมาชมเกมนี้ด้วยตัวเองที่ขอบสนาม

คำถามที่พบบ่อย

ล็องส์ชนะ PSG กี่ประตู ในนัดโทรฟี่ เดอ แชมเปียนส์ A: ล็องส์เอาชนะ PSG ไปด้วยสกอร์ 1-0 จากประตูของ โฟลเรียง โตแว็ง ในนาทีที่ 32

ใครเป็นผู้ทำประตูชัยให้ล็องส์ในเกมนี้ A: โฟลเรียง โตแว็ง กัปตันทีมล็องส์ เป็นผู้โหม่งประตูชัยจากลูกครอสของ มัทเธียว อูดอล

ทำไมล็องส์ถึงเหลือผู้เล่น 10 คนในเกมนี้ A: เพราะ คีลิยัน อันโตนิโอ กองหลังของล็องส์โดนใบแดงตรงในนาทีที่ 39 จากการเข้าสกัดที่รุนแรงเกินไปใส่ แม็กเนส อาคลิอูเช่

PSG โดนใบแดงในเกมนี้ด้วยหรือไม่ A: โดนเช่นกัน นูโน่ เมนเดส ตัวสำรองของ PSG ถูกไล่ออกในช่วงท้ายเกมจากจังหวะปะทะกับ มิชาล สโคราส ทำให้สุดท้ายทั้งสองทีมเหลือฝ่ายละ 10 คน

นี่เป็นแชมป์โทรฟี่ เดอ แชมเปียนส์ครั้งแรกของล็องส์หรือไม่ A: ใช่ นี่คือแชมป์รายการนี้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรล็องส์

โค้ชคนใหม่ของล็องส์คือใคร A: ดิโน่ ท็อปป์โมลเลอร์ อดีตกุนซือของไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ซึ่งเข้ามารับตำแหน่งตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2026 หลัง ปิแอร์ ซาจ ย้ายไปคุมคริสตัล พาเลซ

ทำไม บรัดเล่ย์ บาร์โกล่า และ อิบราฮิม เอ็มบาย ไม่ได้ลงเล่นในเกมนี้ A: ทั้งคู่ถูกดร็อปออกจากทีมชุดลงเล่น เนื่องจากมีข่าวว่าลิเวอร์พูลกำลังเจรจาขอซื้อตัวทั้งสองคนอย่างจริงจังในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ

ก่อนเกมนี้ PSG เพิ่งคว้าแชมป์อะไรมา A: PSG เพิ่งเอาชนะ แอสตัน วิลล่า 2-1 คว้าแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ มาได้เมื่อกลางสัปดาห์ก่อนหน้าที่เมืองซัลซ์บวร์ก ประเทศออสเตรีย

ใครมาชมเกมนี้ที่ขอบสนามบ้าง A: ซีเนดีน ซีดาน กุนซือทีมชาติฝรั่งเศสคนใหม่ เดินทางมาชมเกมด้วยตัวเองที่สตาด บอลแลร์ต-เดเลลิส

โทรฟี่ เดอ แชมเปียนส์คือรายการอะไร A: เป็นรายการซูเปอร์คัพของฝรั่งเศส จับทีมแชมป์ลีกเอิงมาดวลกับทีมแชมป์เฟร้นช์คัพในนัดเดียวจบ คล้ายกับคอมมูนิตี้ชิลด์ของอังกฤษ

ล็องส์ได้แชมป์เฟร้นช์คัพครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ A: ล็องส์คว้าแชมป์เฟร้นช์คัพเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ทีมได้สิทธิ์เข้าแข่งขันโทรฟี่ เดอ แชมเปียนส์นัดนี้กับแชมป์ลีกเอิงอย่าง PSG

เกมนี้จัดขึ้นที่สนามไหน A: จัดขึ้นที่สตาด บอลแลร์ต-เดเลลิส สนามเหย้าของสโมสรล็องส์ ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส