โอเว่นฟันธง! “อาร์เซน่อล” เต็งแชมป์ แต่เตือน “ไม่ง่ายอย่างที่คิด” ส่วน “ปีศาจแดง” เสี่ยงหลุดท็อปโฟร์ทั้งที่เพิ่งจบอันดับ 3 มาหมาดๆ

พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2026-27 กำลังจะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 21 สิงหาคมนี้ และแทบทุกปีก่อนที่ลูกหนังใบแรกจะกลิ้งลงสนาม วงการฟุตบอลอังกฤษจะมีพิธีกรรมหนึ่งที่ขาดไม่ได้ นั่นคือการฟังคำทำนายจากตำนานนักเตะ และปีนี้เสียงที่ดังที่สุดเสียงหนึ่งเป็นของ ไมเคิล โอเว่น อดีตดาวยิงทีมชาติอังกฤษเจ้าของบัลลงดอร์ปี 2001 ที่ออกมาฟันธงว่า อาร์เซน่อล จ่าฝูงเก่าที่เพิ่งยุติการรอคอยแชมป์ยาวนานถึง 22 ปี จะยังคงเป็นทีมเต็งอันดับหนึ่งในการป้องกันบัลลังก์

แต่สิ่งที่ทำให้คำทำนายครั้งนี้น่าสนใจกว่าทุกปีที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่การเลือกทีมเต็ง แต่เป็นการที่ โอเว่น เตือนแฟนบอลว่า “ไม่มีอะไรง่ายอย่างที่คิด” เพราะเขามองว่าคะแนนของอาร์เซน่อลเมื่อฤดูกาลที่แล้วยังไม่แตะหลัก 90 คะแนน นั่นหมายความว่าคู่แข่งมีช่องว่างมากพอที่จะไล่ตามทัน ยิ่งไปกว่านั้น เขายังพูดถึงสโมสรเก่าของตัวเองอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจนัก ทั้งที่ต้นสังกัดปีศาจแดงเพิ่งปิดฤดูกาลก่อนด้วยอันดับ 3 อันน่าประทับใจ

คำถามคือ ทำไมโค้ชระดับตำนานถึงมองข้ามทีมที่เพิ่งฟอร์มดีสุดขีดในช่วงท้ายฤดูกาล และอะไรคือเหตุผลเบื้องลึกที่ทำให้พรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ถูกยกให้เป็นซีซั่นที่ “เปิดกว้างที่สุดในรอบหลายปี”

ย้อนรอยเส้นทาง 22 ปีแห่งการรอคอย จุดเริ่มต้นของทุกคำทำนาย

ก่อนจะเข้าใจว่าทำไมอาร์เซน่อลถึงถูกยกให้เป็นเต็ง เราต้องย้อนกลับไปดูบริบททางประวัติศาสตร์กันก่อน สโมสรจากลอนดอนเหนือแห่งนี้ไม่ได้สัมผัสถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกมาตั้งแต่ยุคของ อาร์แซน เวนเกอร์ ในปี 2003-04 ซึ่งเป็นฤดูกาลในตำนานที่ทีม “ปืนใหญ่” คว้าแชมป์โดยไม่แพ้ใครทั้งฤดูกาล จนได้รับฉายา “ดิ อินวินซิเบิลส์”

หลังจากนั้นคือช่วงเวลาแห่งความอดทนที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร ผ่านการเปลี่ยนผู้จัดการทีมหลายยุคหลายสมัย จนกระทั่งการมาถึงของ มิเกล อาร์เตต้า อดีตกัปตันทีมที่กลับมาคุมทีมในฐานะเฮดโค้ช และค่อยๆ ปั้นทีมด้วยปรัชญาฟุตบอลที่เน้นการครองบอล การกดดันสูง และวินัยทางยุทธวิธีอย่างเข้มงวด จนในที่สุดฤดูกาล 2025-26 ที่ผ่านมา อาร์เซน่อลก็สามารถทะลุกำแพงแห่งความผิดหวังและคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ปิดฉากการรอคอยที่ยาวนานถึง 22 ปี

การเสริมทัพในตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมาก็สะท้อนความทะเยอทะยานอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการดึงตัว บรูโน กิมาไรส์ กองกลางตัวหลักจากนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งในแดนกลาง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ อาร์เตต้า ให้ความสำคัญมาโดยตลอด เพราะกองกลางคือจุดเชื่อมต่อระหว่างเกมรับและเกมรุกที่ตัดสินผลแพ้ชนะในเกมระดับสูงสุด

แต่สิ่งที่ทำให้ประวัติศาสตร์ครั้งนี้น่าสนใจคือ แม้จะเป็นแชมป์เก่า อาร์เซน่อลกลับไม่ใช่ทีมที่ครองความยิ่งใหญ่แบบทิ้งห่างคู่แข่งขาดลอย เพราะคว้าแชมป์ด้วยคะแนนนำเพียง 7 แต้มเท่านั้น นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ โอเว่น ย้ำว่าการป้องกันแชมป์ครั้งนี้ “ไม่ใช่เรื่องแน่นอนว่าจะสบาย”

เจาะลึกวิทยาศาสตร์การกีฬาเบื้องหลังเก้าอี้โค้ช ทำไมการเปลี่ยนแปลงถึงสำคัญกว่าที่คิด

หนึ่งในประเด็นที่ทำให้ฤดูกาลนี้พิเศษกว่าทุกปี คือปรากฏการณ์ที่สโมสรยักษ์ใหญ่หลายทีมพร้อมใจกันเปลี่ยนผู้จัดการทีมพร้อมกันในช่วงพักร้อนเดียวกัน ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์การกีฬาและจิตวิทยาทีม การเปลี่ยนแปลงแบบนี้มักมาพร้อมทั้งความเสี่ยงและโอกาสในสัดส่วนที่พอๆ กัน

สไตล์ใหม่ที่หงส์แดง จาก อาร์เนอ สล็อต สู่ อันโดนี อิราโอลา

ลิเวอร์พูล คือหนึ่งในทีมที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุด หลังจากที่ผลงานฤดูกาลก่อนไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ทั้งรูปแบบการเล่นที่ขาดความคมชัดและปัญหาการเสียประตูจำนวนมาก สโมสรจึงตัดสินใจส่งไม้ต่อให้กับ อันโดนี อิราโอลา อดีตกุนซือของ บอร์นมัธ ที่มีชื่อเสียงเรื่องแนวทางฟุตบอลกดดันสูง หรือที่แฟนบอลคุ้นเคยในชื่อ “ไฮเพรสซิ่ง” ซึ่งเน้นการแย่งบอลคืนในพื้นที่สูงใกล้ประตูคู่แข่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ในทางเทคนิค การเปลี่ยนจากระบบครองบอลแบบเน้นความอดทนไปสู่ระบบกดดันสูงแบบเข้มข้น ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ในชั่วข้ามคืน เพราะนักเตะต้องปรับสภาพร่างกายให้รองรับปริมาณการวิ่งที่มากขึ้น รวมถึงต้องปรับความเข้าใจเชิงพื้นที่ใหม่ทั้งหมด แต่หากทำสำเร็จ นี่คือระบบที่สามารถสร้างความได้เปรียบในช่วงต้นฤดูกาลได้อย่างรวดเร็ว เพราะคู่แข่งยังไม่ทันปรับตัวรับมือ

โจทย์สุดหินของ ซาบี อลอนโซ ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

เชลซี คือทีมที่ถูกจับตามองไม่แพ้กัน หลังแต่งตั้ง ซาบี อลอนโซ เข้ามาคุมทัพ พร้อมกับการเสริมทัพครั้งใหญ่ในตลาดซื้อขาย ความน่าสนใจอยู่ที่ปัจจัยหนึ่งซึ่ง โอเว่น มองว่าเป็น “ไพ่ลับ” ของทีมนี้ นั่นคือการที่เชลซีไม่ได้ลงเล่นในรายการระดับทวีปยุโรปในฤดูกาลนี้

ในมุมของวิทยาศาสตร์การกีฬา การไม่ต้องแบ่งพลังงานไปกับสองรายการพร้อมกันคือความได้เปรียบมหาศาลที่มองข้ามไม่ได้ เพราะทีมที่เล่นทั้งลีกในประเทศและถ้วยยุโรปต้องบริหารจัดการความเหนื่อยล้าสะสม การหมุนเวียนนักเตะ และความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด การที่เชลซีสามารถโฟกัสทรัพยากรทั้งหมดไปที่ลีกในประเทศเพียงอย่างเดียว จึงเปรียบเสมือนการได้เปรียบเชิงกายภาพและจิตใจไปพร้อมกันตลอดทั้งฤดูกาล

มาเรสก้า กับภารกิจสานต่อความยิ่งใหญ่หลังยุคกวาร์ดิโอลา

อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของวงการคือที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเข้าสู่ยุคใหม่หลังการจากไปของผู้จัดการทีมที่ครองความยิ่งใหญ่มายาวนาน โดยมี เอนโซ มาเรสก้า เข้ามารับช่วงต่อ ความท้าทายของมาเรสก้าไม่ใช่แค่การพาทีมชนะเกม แต่คือการรักษาอัตลักษณ์ฟุตบอลที่โลกจดจำเอาไว้ พร้อมกับใส่ลายเซ็นของตัวเองลงไปในระบบทีม สิ่งนี้คือสิ่งที่นักจิตวิทยาการกีฬาเรียกว่า “ช่วงเปลี่ยนผ่านอัตลักษณ์องค์กร” ซึ่งต้องใช้เวลาและความอดทนจากทั้งกองเชียร์และผู้บริหารสโมสร

จุดอ่อนของปีศาจแดงที่ซ่อนอยู่หลังอันดับ 3 อันสวยหรู

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในคำทำนายของ โอเว่น คือมุมมองที่มีต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรเก่าของเขาเอง แม้ว่าทีมจะปิดฤดูกาลก่อนด้วยอันดับ 3 อันน่าประทับใจ ภายใต้การนำของ ไมเคิล คาร์ริค ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมนับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งกลางฤดูกาล แต่โอเว่นกลับมองว่าทีมยังไม่พร้อมสำหรับการแข่งขันในทุกรายการอย่างแท้จริง

ประเด็นสำคัญที่โอเว่นชี้คือความลึกของทีมในตำแหน่งกองหน้า ที่ปัจจุบันพึ่งพากองหน้าตัวหลักเพียงคนเดียวเป็นหลัก ในทางวิทยาศาสตร์การกีฬา การมีตัวเลือกเพียงหนึ่งเดียวในตำแหน่งสำคัญคือความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่อันตรายที่สุด เพราะฤดูกาลหนึ่งมีการแข่งขันหลายสิบนัดในหลายรายการ หากผู้เล่นคนนั้นบาดเจ็บหรือฟอร์มตกเพียงช่วงสั้นๆ ทั้งระบบการทำประตูของทีมอาจสะดุดทันที นี่คือเหตุผลที่โอเว่นเชื่อว่ายูไนเต็ดยังต้องเสริมทัพเพิ่มเติม โดยเฉพาะแนวรุก เพื่อรับมือกับตารางแข่งที่หนักหน่วงตลอดฤดูกาล

ทำไมคนถึงคลั่งไคล้พรีเมียร์ลีก มิติจิตใจที่อยู่เบื้องหลังทุกคำทำนาย

คำถามที่น่าคิดคือ ทำไมคำทำนายของอดีตนักเตะคนหนึ่งถึงกลายเป็นประเด็นที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจได้ขนาดนี้ คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขหรือสถิติเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “เรื่องราว” ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังตัวเลขเหล่านั้น

สำหรับคนรุ่นใหม่ตั้งแต่วัยเรียนจนถึงวัยทำงาน ฟุตบอลไม่ใช่แค่เกมกีฬา แต่คือบทเรียนชีวิตที่จับต้องได้ เรื่องราวของอาร์เซน่อลที่ต้องอดทนรอคอยถึง 22 ปีกว่าจะกลับมายืนบนจุดสูงสุดได้อีกครั้ง คือบทพิสูจน์ของคำว่าวินัยและความสม่ำเสมอ ที่สามารถนำไปปรับใช้กับเป้าหมายส่วนตัวได้ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเรียน หรือการพัฒนาตัวเอง ไม่มีความสำเร็จใดเกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน ทุกอย่างต้องผ่านกระบวนการสะสมทีละเล็กทีละน้อย เช่นเดียวกับที่อาร์เตต้าค่อยๆ ปั้นทีมทีละขั้นตอนจนสำเร็จ

ในขณะเดียวกัน เรื่องราวของยูไนเต็ดก็สะท้อนอีกบทเรียนหนึ่งที่ทรงพลังไม่แพ้กัน นั่นคือการที่ความสำเร็จระยะสั้นไม่ได้การันตีความยั่งยืนในระยะยาว การจบอันดับ 3 ด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยมในช่วงปลายฤดูกาลอาจสร้างความมั่นใจได้มาก แต่หากไม่มีการวางรากฐานที่มั่นคงพอ ความสำเร็จนั้นก็อาจเป็นเพียงกระแสชั่วคราว นี่คือแนวคิดที่คนทำงานยุคใหม่คุ้นเคยดี เพราะการเติบโตอย่างยั่งยืนต้องอาศัยระบบและความลึกที่มากกว่าฟอร์มที่ดีเพียงชั่วขณะ

นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนของตารางคะแนนที่โอเว่นชี้ให้เห็น ยังสะท้อนธรรมชาติของการแข่งขันในโลกจริงได้อย่างชัดเจน ไม่มีใครครองความได้เปรียบตลอดกาล ทุกตำแหน่งบนยอดพีระมิดพร้อมถูกท้าทายเสมอ นี่คือสิ่งที่ทำให้แฟนกีฬาทุกวัยเสพติดความตื่นเต้นของทุกฤดูกาลไม่มีวันจืดจาง

ธุรกิจลูกหนังยุคดิจิทัล พรีเมียร์ลีกจะเดินหน้าไปทางไหนต่อ

หากมองข้ามพ้นเรื่องในสนามไป พรีเมียร์ลีกในยุคปัจจุบันคือหนึ่งในอุตสาหกรรมบันเทิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ทุกครั้งที่มีคำทำนายจากอดีตนักเตะระดับตำนานอย่างโอเว่นออกมา สื่อกีฬาทั่วโลกจะหยิบไปนำเสนอต่อในทันที เพราะเนื้อหาลักษณะนี้ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่ต้องการเนื้อหาสั้น กระชับ แต่มีมุมมองเชิงลึกให้ถกเถียงต่อได้

ปรากฏการณ์การเปลี่ยนผู้จัดการทีมพร้อมกันถึงสามสโมสรใหญ่ในซัมเมอร์เดียว ยังเป็นตัวอย่างชั้นดีของธุรกิจกีฬาสมัยใหม่ที่ไม่มีคำว่า “รอ” อยู่ในพจนานุกรมอีกต่อไป ผลงานต้องมาเร็วและวัดผลได้ชัดเจน สโมสรใหญ่พร้อมลงทุนมหาศาลทั้งในตัวผู้เล่นและทีมโค้ช เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันทั้งในสนามและนอกสนาม ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด สปอนเซอร์ หรือฐานแฟนคลับทั่วโลกที่ขยายตัวผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลและโซเชียลมีเดีย

ทิศทางในอนาคตอันใกล้ ตลาดการวิเคราะห์ข้อมูลกีฬา หรือ Sports Analytics จะยิ่งเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการตัดสินใจของสโมสร ทั้งการเลือกซื้อนักเตะ การวางแผนแทคติก และแม้แต่การป้องกันอาการบาดเจ็บ ซึ่งจะทำให้การคาดการณ์ผลการแข่งขันแม่นยำขึ้นเรื่อยๆ แต่ในขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนของฟุตบอลก็ยังคงเป็นเสน่ห์ที่ไม่มีเทคโนโลยีใดมาแทนที่ได้ทั้งหมด เพราะสุดท้ายแล้วเกมกีฬายังคงตัดสินกันด้วยหัวใจของนักเตะบนผืนหญ้าจริง ไม่ใช่ตัวเลขบนหน้าจอ

บทสรุป

คำทำนายของ ไมเคิล โอเว่น ในปีนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเดาทายอันดับตารางธรรมดา แต่คือการฉายภาพให้เห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นในพรีเมียร์ลีก ทั้งการเปลี่ยนแปลงบนม้านั่งผู้จัดการทีมของหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ ความไม่แน่นอนของทีมแชมป์เก่าที่แม้จะเต็งหนึ่งแต่ก็ยังต้องพิสูจน์ตัวเอง และคำเตือนที่แหลมคมต่อสโมสรเก่าของตัวเองอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่แม้ผลงานปลายฤดูกาลก่อนจะสวยหรู แต่โครงสร้างทีมยังมีช่องโหว่ที่ต้องรีบอุด

ฤดูกาล 2026-27 จึงอาจเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่เปิดกว้างและคาดเดายากที่สุดในรอบหลายปี คำถามที่แท้จริงจึงไม่ใช่แค่ “ใครจะได้แชมป์” แต่คือ “สโมสรไหนจะปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงได้เร็วที่สุด” เพราะในโลกของฟุตบอลสมัยใหม่ ผู้ที่ปรับตัวเร็วที่สุดมักเป็นผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดในท้ายที่สุดเสมอ

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ไมเคิล โอเว่น ยกให้อาร์เซน่อลเป็นเต็งแชมป์พรีเมียร์ลีก 2026-27 แต่เตือนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคะแนนแชมป์เก่ายังไม่ถึงหลัก 90 แต้ม
  • ลิเวอร์พูล เชลซี และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต่างเปลี่ยนผู้จัดการทีมใหม่พร้อมกัน สร้างความไม่แน่นอนให้กับการลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้
  • เชลซีได้เปรียบจากการไม่ต้องลงเล่นในรายการยุโรป ทำให้โฟกัสทรัพยากรทั้งหมดกับลีกในประเทศได้เต็มที่
  • แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้จบอันดับ 3 ในฤดูกาลก่อน แต่โอเว่นมองว่ายังขาดความลึกในตำแหน่งกองหน้า เสี่ยงหลุดท็อปโฟร์
  • โอเว่นทำนายท็อปซิกซ์เรียงตามลำดับคือ อาร์เซน่อล ลิเวอร์พูล เชลซี แมนฯ ซิตี้ แมนฯ ยูไนเต็ด และท็อตแน่ม

คำถามที่พบบ่อย

ไมเคิล โอเว่น ทำนายว่าทีมไหนจะได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 2026-27 A: โอเว่นให้อาร์เซน่อลเป็นทีมเต็งอันดับหนึ่งในการป้องกันแชมป์ฤดูกาลนี้

ทำไมโอเว่นถึงมองว่าอาร์เซน่อลป้องกันแชมป์ไม่ง่าย A: เพราะคะแนนที่คว้าแชมป์เมื่อฤดูกาลก่อนยังไม่ถึงหลัก 90 แต้ม เปิดช่องให้คู่แข่งไล่ตามทันได้ไม่ยาก

พรีเมียร์ลีก 2026-27 เปิดฤดูกาลวันไหน A: ฤดูกาลใหม่เริ่มต้นวันที่ 21 สิงหาคม โดยอาร์เซน่อลเปิดบ้านพบกับโคเวนทรี ซิตี้ ทีมน้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมา

ลิเวอร์พูลเปลี่ยนผู้จัดการทีมคนใหม่เป็นใคร A: ลิเวอร์พูลแต่งตั้ง อันโดนี อิราโอลา อดีตกุนซือบอร์นมัธ เข้ามาคุมทีมแทนอาร์เนอ สล็อต

เชลซีมีผู้จัดการทีมคนใหม่หรือไม่ A: มี โดยเชลซีแต่งตั้ง ซาบี อลอนโซ เข้ามาเป็นเฮดโค้ชคนใหม่ในซัมเมอร์นี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปลี่ยนผู้จัดการทีมเป็นใครหลังยุคเดิม A: แมนฯ ซิตี้ แต่งตั้ง เอนโซ มาเรสก้า เข้ามารับช่วงต่อในการคุมทีม

ทำไมเชลซีถึงถูกมองว่าเป็นตัวแปรสำคัญของศึกแชมป์ A: เพราะเชลซีไม่ได้ลงเล่นในรายการระดับยุโรปฤดูกาลนี้ ทำให้สามารถทุ่มพลังงานและโฟกัสทั้งหมดไปที่ลีกในประเทศได้เต็มที่

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีปัญหาตรงไหนตามความเห็นของโอเว่น A: โอเว่นมองว่าทีมยังขาดความลึกในตำแหน่งกองหน้า เพราะพึ่งพาตัวรุกหลักเพียงคนเดียวเป็นหลัก

ใครคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ A: ไมเคิล คาร์ริค รับหน้าที่คุมทีมแบบเต็มตัว หลังทำผลงานได้ดีในช่วงคุมทีมชั่วคราวจนจบอันดับ 3 เมื่อฤดูกาลก่อน

โอเว่นทำนายท็อปซิกซ์พรีเมียร์ลีกเรียงลำดับอย่างไร A: อาร์เซน่อล ลิเวอร์พูล เชลซี แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ตามลำดับ

อาร์เซน่อลคว้าแชมป์ฤดูกาลที่แล้วด้วยคะแนนนำเท่าไร A: อาร์เซน่อลคว้าแชมป์ด้วยคะแนนนำห่างคู่แข่งอันดับสองเพียง 7 แต้มเท่านั้น

ท็อตแน่มมีโอกาสลุ้นท็อปโฟร์หรือไม่ในมุมมองของโอเว่น A: โอเว่นให้ท็อตแน่มติดอยู่ในท็อปซิกซ์ โดยมองว่าทีมเสริมทัพมาได้ดีในตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้