กีฬาจักรยานไทยก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (UCI) เปิดโครงการพัฒนาระบบกีฬาแห่งชาติ มอบโอกาสให้นักปั่นดาวรุ่งไทยไปฝึกซ้อมระยะยาว 3 ปีเต็ม เพื่อคว้าตั๋วโอลิมปิกเกมส์ 2028
วันที่ 12 สิงหาคม 2568 – เป็นวันที่จะเป็นประวัติศาสตร์สำคัญของกีฬาจักรยานไทย เมื่อพลเอก เดชา เหมกระศรี หรือที่คุ้นเคยกันในนาม “เสธ.หมึก” รองประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (ACC) ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน (ACF) และนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เปิดเผยข่าวดีที่จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของกีฬาจักรยานไทยในอนาคต
การประชุมออนไลน์ที่เปลี่ยนอนาคตกีฬาจักรยานไทย
จากการประชุมออนไลน์ผ่านระบบ Zoom ภายใต้โครงการ Development of National Sport System (DNSS) ซึ่งเป็นความร่วมมือที่ยิ่งใหญ่ระหว่างคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) กับสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (UCI) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านบุคลากรและนักกีฬาจักรยานของประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดยมีนายบาซิล โมเรลลอน และนายฌอง ฌักส์ อองรี ผู้ประสานงานด้านการศึกษาและทุนของ UCI เข้าร่วมการประชุมครั้งสำคัญนี้
การประชุมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการหารือเรื่องการพัฒนานักกีฬาเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญในการยกระดับกีฬาจักรยานไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล และสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับนักกีฬาไทยในการแข่งขันระดับโลก
ไทยในฐานะศูนย์กลางจักรยานเอเชีย – ความฝันที่ใกล้เป็นจริง
พลเอก เดชา ได้เปิดเผยว่า สาระสำคัญของการหารือครั้งนี้คือเรื่องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนากีฬาจักรยานในภูมิภาคเอเชีย ทางผู้แทน UCI ให้ความเห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่จะสามารถพัฒนาขึ้นไปเป็นศูนย์ฝึกจักรยานภูมิภาคได้อย่างแท้จริง
ข้อได้เปรียบที่ไทยมีนั้นครอบคลุมหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเป็นศูนย์กลางการเดินทางในภูมิภาคเอเชีย ความพร้อมด้านบุคลากรที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า และเครื่องมือด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ทันสมัย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นจุดแข็งที่ทำให้ไทยโดดเด่นในสายตาของ UCI
ความท้าทายที่ยังคงเหลืออยู่ – เวลโลโดรมในร่ม 250 เมตร
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังขาดอยู่และเป็นความท้าทายสำคัญ คือเวลโลโดรมในร่มความยาว 250 เมตร ซึ่งศูนย์ฝึกจักรยานภูมิภาคจำเป็นต้องมีสำหรับนักปั่นประเภทลู่ในการฝึกซ้อม เนื่องจากในปัจจุบันการแข่งขันจักรยานประเภทลู่รายการระดับนานาชาติและระดับโลก ไปจนถึงโอลิมปิกเกมส์ ก็จะใช้สนามเวลโลโดรมในร่ม 250 เมตรเป็นสนามแข่งขัน
ในขณะที่เมืองไทยเราปัจจุบันเวลโลโดรมทั้งสี่แห่งที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นที่หัวหมาก เชียงใหม่ สุพรรณบุรี และนครราชสีมา ล้วนแล้วแต่เป็นเวลโลโดรมกลางแจ้งความยาว 333.33 เมตรต่อรอบ ซึ่งไม่สามารถรองรับการแข่งขันระดับโลกได้ตามมาตรฐานสากล
โครงการ DNSS – จุดเริ่มต้นใหม่ของจักรยานไทย
ส่วนโครงการความร่วมมือ DNSS ล่าสุดมีความคืบหน้าและพร้อมเริ่มเดินหน้าโครงการดังกล่าวทันที โดยประเดิมด้วยการพิจารณาทุนนักกีฬาจักรยานดาวรุ่งของไทยในการเก็บตัวฝึกซ้อมระยะยาวเป็นเวลา 3 ปีเต็ม ตั้งแต่ปี พ.ศ.2569-2571 เพื่อมุ่งเป้าไปที่การคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลีส ประเทศสหรัฐอเมริกา
นักปั่นไทยจะมีโอกาสได้ไปฝึกซ้อมและตระเวนแข่งขันระยะยาวที่ศูนย์ฝึกจักรยานโลก หรือ World Cycling Center (WCC) ณ สำนักงานใหญ่ของ UCI ที่เมืองเอเกิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีความพร้อมทั้งเรื่องสถานที่ฝึกซ้อม เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์การกีฬา ไปจนถึงโอกาสในการแข่งขันเก็บคะแนนเพื่อคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์
นรเศรษฐ์ธาดา บุญมา – ความหวังของจักรยานลู่ไทย
ในส่วนของนักกีฬา สมาคมกีฬาจักรยานฯ พิจารณาส่งชื่อนักกีฬาที่มีผลงานดีไปให้ทาง UCI พิจารณา ได้แก่ นรเศรษฐ์ธาดา บุญมา นักปั่นประเภทลู่ระยะสั้นดีกรีรองแชมป์โลก เจ้าของเหรียญเงินรายการสปรินท์ ในการแข่งขันจักรยานประเภทลู่เยาวชนชิงแชมป์โลก 2024 ที่ประเทศจีน
นรเศรษฐ์ธาดา ยังเป็นแชมป์เอเชีย เจ้าของเหรียญทองคีรินรุ่นเยาวชน การแข่งขันจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์เอเชีย 2024 ที่ประเทศอินเดีย ผลงานที่โดดเด่นเหล่านี้ทำให้เขาเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่มีศักยภาพสูงสุดในการได้รับการคัดเลือกเข้าโครงการนี้
หทัยเพชร ใจสว่าง – ดาวรุ่งบีเอ็มเอ็กซ์ไทย
นอกจากนี้ยังมี หทัยเพชร ใจสว่าง นักกีฬาดาวรุ่งประเภทบีเอ็มเอ็กซ์ ที่ได้รับการพิจารณาเช่นกัน ส่วนนักกีฬาประเภทถนนทางสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติไทยจะพิจารณานักกีฬาที่มีผลงานโดดเด่นในช่วงระยะเวลาเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา แล้วส่งชื่อให้ UCI พิจารณาต่อไป
คาดว่ากระบวนการพิจารณาจะสิ้นสุดและเริ่มต้นการปฏิบัติได้ในช่วงต้นปี 2569 และต่อเนื่องไปจนถึงปี 2571 ซึ่งจะเป็นการเตรียมความพร้อมที่ครอบคลุมและต่อเนื่องสำหรับเป้าหมายสูงสุดในโอลิมปิกเกมส์ 2028
จักรยานเสือภูเขา – การพัฒนาอย่างเป็นระบบ
โครงการดังกล่าวยังจะเข้ามาพัฒนาจักรยานเสือภูเขาของไทยอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นด้วยการฝึกอบรมและเก็บตัวทีมชาติสำหรับจักรยานเสือภูเขา (MTB) โดยจัดการฝึกอบรมสำหรับผู้ฝึกสอนจักรยานเสือภูเขา ในปี 2026
หลังจากนั้นจะมีการเก็บตัวฝึกซ้อมของทีมชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย 2026 ที่จะจัดขึ้นที่ประเทศอุซเบกิสถาน การเก็บตัวนี้จะรวมถึงนักกีฬาประเภทครอสคันทรีและดาวน์ฮิล ทั้งในรุ่นเยาวชนและรุ่นทั่วไป
เป้าหมายคือการพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาในระยะยาวให้สามารถประสบความสำเร็จในการแข่งขันระดับภูมิภาค ระดับนานาชาติ ระดับโลก และระดับโอลิมปิก ซึ่งทั้งนักปั่นและผู้ฝึกสอนที่เข้าโครงการก็จะมีโอกาสได้รับการคัดเลือกให้ได้รับทุนไปฝึกซ้อมระยะยาวกับ WCC ต่อไป
การพัฒนาผู้ตัดสิน – ปัญหาเร่งด่วนของภูมิภาค
ในส่วนของการพัฒนาผู้ตัดสิน ทาง UCI วิเคราะห์ว่า ปัจจุบันผู้ตัดสินนานาชาติในประเภทลู่และถนนมีจำนวนจำกัด ไม่เฉพาะในประเทศไทยแต่เป็นปัญหาของภูมิภาคเอเชียทั้งหมด จึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่โครงการ Development of National Sport System (DNSS) จะต้องดำเนินการ
โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมของบุคลากรผู้ตัดสินแห่งชาติ (National Commissaire) ในภูมิภาคเอเชียให้ยกระดับขึ้นสู่การเป็นผู้ตัดสินแห่งชาติขั้นสูง (Elite National Commissaire) เพื่อที่จะขึ้นไปเป็นผู้ตัดสินนานาชาติ International Commissaire ต่อไปในอนาคต
โครงการอบรมผู้ตัดสินระดับนานาชาติที่สุพรรณบุรี
สำหรับแนวทางการพัฒนาผู้ตัดสินดังกล่าว สมาคมกีฬาจักรยานฯ ร่วมกับโครงการ DNSS จะประเดิมความร่วมมือในการพัฒนาร่วมกับสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ด้วยการเปิดโครงการจัดอบรมพัฒนาผู้ตัดสินกีฬาจักรยานอาชีพประเภทถนนระดับนานาชาติ หลักสูตร “Elite National Commissaire Course for Road” ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ระหว่างวันที่ 11-15 กันยายนนี้
การอบรมครั้งนี้จะมีผู้ตัดสินของหลายชาติในภูมิภาคเอเชียเข้ารับการอบรม ซึ่งไทยเราก็จะส่งผู้ตัดสินไทยรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพเข้าอบรมจำนวน 12 คน และผู้ตัดสินต่างชาติเข้าร่วมอบรมอีก 8 คน รวมทั้งสิ้น 20 คน
โอกาสทองของผู้ตัดสินไทย
พลเอก เดชา กล่าวเสริมว่า ถือเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ตัดสินแห่งชาติของไทยจะมีโอกาสในการยกระดับพร้อมๆ กันหลายคนในฐานะเจ้าภาพจัดการอบรม ซึ่งโดยปกติ ยูซีไอจะคัดเลือกผู้ตัดสินจากแต่ละชาติเพียง 1-2 คน เข้ารับการอบรม
ในขณะที่การอบรมผู้ตัดสินแห่งชาติขั้นสูงจะรับผู้ตัดสินเข้ารับการอบรมเพียงไม่เกิน 20 คนในการเข้ารับการอบรมตามนโยบายของ UCI ที่กำหนดให้แต่ละหลักสูตรของการอบรมผู้ตัดสิน โดยผู้ตัดสินที่ผ่านการอบรมและสอบตามมาตรฐาน ก็จะมีสิทธิ์ในการเข้ารับการอบรมและสอบเป็นผู้ตัดสินนานาชาติยูซีไอต่อไปในอนาคต
ผลงานที่เป็นที่ประจักษ์ – เหตุผลที่ UCI เลือกไทย
“สิ่งสำคัญการที่ UCI ให้การสนับสนุนโครงการ Development of National Sport System แก่สมาคมกีฬาจักรยานฯ ก็เพราะ UCI ได้พิจารณาเห็นความตั้งใจการทำงานและผลงานที่สมาคมฯ ทำมาโดยตลอด รวมทั้งผลงานของนักกีฬาที่มีอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี”
ผลงานที่เป็นที่ประจักษ์นั้นรวมถึงการได้โควตาไปโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีสถึง 4 ที่นั่ง ได้แก่ โกเมธ สุขประเสริฐ ประเภทบีเอ็มเอ็กซ์ เรซซิ่ง, จาย อังค์สุธาสาวิทย์ ในประเภทลู่รายการคีริน, ธนาคาร ไชยยาสมบัติ ในประเภทถนนโรดเรซบุคคลชาย และ เพชรดารินทร์ สมราช ในประเภทถนนโรดเรซบุคคลหญิง และไทม์ไทรอัลบุคคลหญิง
อนาคตที่สดใสของจักรยานไทย
ผลงานในการแข่งขันรายการระดับนานาชาติอื่นๆ ที่นักปั่นไทยไปสร้างชื่อเสียงอย่างต่อเนื่อง ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ UCI มั่นใจในศักยภาพของกีฬาจักรยานไทย และเห็นว่าการลงทุนในการพัฒนานักกีฬาไทยจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและมีผลตอบแทนในระยะยาว
โครงการ DNSS ไม่เพียงแต่จะเป็นการยกระดับนักกีฬาไทยเท่านั้น แต่ยังจะเป็นการสร้างระบบนิเวศที่ครบวงจรสำหรับกีฬาจักรยานไทย ตั้งแต่การพัฒนานักกีฬา การยกระดับผู้ฝึกสอน การพัฒนาผู้ตัดสิน และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ
บทสรุป – จุดเปลี่ยนสำคัญของจักรยานไทย
การที่ UCI เลือกประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับการสนับสนุนโครงการ DNSS นั้น เป็นการยืนยันถึงศักยภาพและความพร้อมของกีฬาจักรยานไทยในการก้าวสู่ระดับโลก การส่งนรเศรษฐ์ธาดา บุญมา และหทัยเพชร ใจสว่าง ไปฝึกซ้อมระยะยาวที่ World Cycling Center จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างนักกีฬาระดับโลกของไทย
ด้วยการสนับสนุนที่ครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การพัฒนานักกีฬา การยกระดับผู้ฝึกสอนและผู้ตัดสิน ไปจนถึงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม ทุกสิ่งล้วนชี้ไปในทิศทางเดียวกัน คือการทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนากีฬาจักรยานในภูมิภาคเอเชีย และที่สำคัญคือการสร้างนักกีฬาที่สามารถไปแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่ลอสแอนเจลีสได้อย่างสมศักดิ์ศรี
นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้กีฬาจักรยานไทยก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม และเดินหน้าสู่การเป็นอีกหนึ่งกีฬาที่ภาคภูมิใจของคนไทยในเวทีโลก ความฝันที่ว่านักกีฬาไทยจะไปคว้าเหรียญในโอลิมปิกเกมส์ 2028 กำลังจะเป็นจริงขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า