พระอาสาขับรถแทนโชเฟอร์เมาหนัก ก่อนซิ่งชนรถนักท่องเที่ยว ตรวจพบแอลกอฮอล์สูงลิ่ว 175 มิลลิกรัม ต้องสึกรับโทษ

เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมา เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งเหตุจากประชาชนว่ามีรถยนต์สองคันเฉี่ยวชนกันบริเวณถนนสายหลักหน้าวัดศรีเทพ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่นักท่องเที่ยวใช้เดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างภูทับเบิก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบประสานหน่วยกู้ภัยกกไทย พ่งไล้ 20 ศรีเทพ เข้าไปตรวจสอบเหตุการณ์ทันที รายละเอียดอุบัติเหตุและความเสียหาย เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ พบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน 1ฌ 8650 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ริมถนนในสภาพชำรุดเสียหายบริเวณด้านข้างตัวถัง ส่วนอีกคันเป็นรถยนต์เอสยูวี (SUV) ซึ่งเป็นรถของครอบครัวนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากจังหวัดปราจีนบุรี ที่กำลังจะเดินทางไปพักผ่อนยังแหล่งท่องเที่ยวภูทับเบิก ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว รถยนต์คันนี้ก็ได้รับความเสียหายบริเวณกันชนและประตูด้านข้างเช่นกัน แม้จะไม่รุนแรงมากนัก แต่ก็ทำให้ทริปท่องเที่ยวของครอบครัวต้องหยุดชะงักลง จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบว่าผู้ขับขี่รถกระบะที่ก่อเหตุไม่ใช่บุคคลธรรมดาทั่วไป แต่เป็นพระภิกษุรูปหนึ่งจากวัดห้วยทรายทอง ในพื้นที่อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งในขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าไปสอบถาม พระรูปดังกล่าวอยู่ในอาการมึนเมาสุราอย่างเห็นได้ชัด มีอาการพูดไม่ชัด เดินเซ และแสดงอาการของผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปในปริมาณมาก ซึ่งสภาพดังกล่าวนี้สร้างความตกใจและสะเพร่ากลัวให้กับผู้พบเห็นเหตุการณ์เป็นอย่างมาก คำให้การของพระผู้ก่อเหตุ – “เมาน้อยกว่าเจ้าของรถ” เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสอบถามถึงสาเหตุของการขับขี่ในขณะมึนเมา พระรูปดังกล่าวได้ให้การว่าตนเองดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้ดื่มมากนัก และเหตุผลที่ต้องขับรถนั้น เนื่องมาจากเจ้าของรถกระบะคันดังกล่าว ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนขับรถหรือโชเฟอร์ได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนมีอาการมึนเมามากกว่าตนเอง จนไม่สามารถบังคับรถได้อย่างปลอดภัย พระรูปนี้จึงมองว่าตนเอง “ยังไหว” และสามารถขับรถกลับวัดได้ จึงอาสาขับรถแทนเพื่อความปลอดภัย แต่ปรากฏว่าการตัดสินใจดังกล่าวกลับนำมาซึ่งอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด คำอธิบายดังกล่าวของพระรูปนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ เพราะแท้จริงแล้ว ทั้งพระรูปนี้และเจ้าของรถต่างก็อยู่ในสภาวะที่ไม่สมควรจะขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนนสาธารณะเลย … Read more

ป.ป.ส.บุกทลายแหล่งปาร์ตี้ยาเสพติดผับดังราชปรารภ จับนักค้าชาวไนจีเรีย พร้อมของกลางโคเคน-แก๊สหัวเราะ ตรวจพบผู้เสพ 22 คน

การปฏิบัติการในครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงเวลารุ่งเช้า เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยังมีผู้มาใช้บริการอยู่จำนวนมาก เจ้าหน้าที่ทั้งหมดกว่า 100 นาย ได้ล้อมสถานประกอบการและเข้าดำเนินการตรวจค้นอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ โดยภายในสถานบันเทิงในขณะนั้นพบว่า มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากกำลังอยู่ภายในร้าน เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการควบคุมสถานการณ์และตรวจค้นหาสารเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ อย่างละเอียดทั่วทั้งพื้นที่สถานประกอบการ รวมถึงห้องน้ำ มุมต่างๆ ภายในร้าน และบริเวณโต๊ะที่ลูกค้านั่งใช้บริการ การปฏิบัติการในครั้งนี้ได้ดำเนินการอย่างเป็นระบบและครอบคลุมทุกมิติ เพื่อให้สามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้อย่างครบถ้วนและสามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังออกเป็นหลายทีมเพื่อปฏิบัติหน้าที่ที่แตกต่างกัน ทั้งการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย การตรวจค้นพื้นที่ การรวบรวมของกลาง และการดำเนินการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของผู้ที่อยู่ภายในสถานประกอบการ ผลการจับกุม: รวบนักค้ายาชาวไนจีเรีย พร้อมพนักงานร้าน จากการปฏิบัติการในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 3 รายการ ประกอบด้วย นักค้ายาเสพติดสัญชาติไนจีเรีย จำนวน 1 ราย ซึ่งถูกจับพร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 2 คือ โคเคน น้ำหนักรวมประมาณ 12 กรัม นอกจากนี้ยังจับกุมพนักงานของสถานบันเทิงอีก 2 ราย ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการครอบครองยาเสพติด โดยพบของกลางติดตัวเป็นยาไอซ์จำนวน 2 ถุง มีน้ำหนักประมาณ 2 กรัม และโคเคนอีก 1 … Read more

วุ่นทั้งชุมชน! ตำรวจบุกจับพ่อค้าร้านชำสูบกัญชาคลั่ง ถือดาบยาวไล่ฟันลูกค้า-ชาวบ้าน ยึดอาวุธ-กระสุนเพียบ อ้างทำตามความฝันอยากเป็นกำนัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่เกี่ยวกับพฤติกรรมของเจ้าของร้านขายของชำแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมถนนปากซอยทุ่งกลมตาลหมัน 14 หมู่ที่ 14 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยมีรายงานว่าเจ้าของร้านรายดังกล่าวมีอาการคลุ้มคลั่ง ถือมีดไล่ฟันและสร้างความระส่ำระสายให้กับชาวบ้านทั่วบริเวณ นายอำเภอสั่งการเร่งด่วน ระดมกำลังเข้าปฏิบัติการ หลังจากได้รับแจ้งเหตุ นายอำเภอบางละมุงได้มอบหมายให้ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงนำกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) พร้อมทั้งประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรหนองปรือ เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์และดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาโดยเร็ว เนื่องจากเห็นว่าเหตุการณ์มีความร้ายแรงและอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงบริเวณหน้าร้านขายของชำ พบว่าผู้ต้องหาซึ่งเป็นเจ้าของร้าน ทราบชื่อว่า นายเอกราช (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี กำลังอยู่ภายในร้าน แต่เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่เข้ามาใกล้ นายเอกราชได้แสดงท่าทีหลบหนี โดยรีบวิ่งเข้าไปในห้องนอนส่วนตัว และล็อกประตูห้องไว้จากด้านใน ไม่ยอมออกมาพูดคุยหรือให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด เจรจากว่าครึ่งชั่วโมง ผู้ต้องหาไม่ยอมออกมา เจ้าหน้าที่พยายามไกล่เกลี่ยและเจรจากับนายเอกราชให้ออกมาจากห้องเพื่อพูดคุยและสอบถามข้อมูล โดยใช้วิธีการโน้มน้าวใจและสร้างความเข้าใจ แต่ผู้ต้องหาปฏิเสธที่จะออกมา บางช่วงเวลานายเอกราชจะตะโกนสวนกลับออกมาจากภายในห้องว่า “ผมทำผิดอะไร” แสดงท่าทีไม่ยอมรับว่าตนเองได้กระทำผิดกฎหมายหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใด การเจรจาต่อรองระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ต้องหาดำเนินไปเป็นเวลานานกว่าครึ่งชั่วโมง แต่ไม่ได้ผลสำเร็จตามที่ต้องการ เจ้าหน้าที่จึงประเมินสถานการณ์และตัดสินใจใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้น โดยทำการบุกเข้าไปในห้องนอนและควบคุมตัวนายเอกราชได้สำเร็จ แม้ว่าจะมีการต่อต้านเล็กน้อยแต่ก็ไม่รุนแรงจนเกินไป ยึดของกลางเพียบ! มีด-กระสุน-กัญชา หลังจากควบคุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นภายในร้านขายของชำและห้องพักอาศัยของนายเอกราช ผลการตรวจค้นพบของกลางที่น่าตกใจหลายรายการ ได้แก่ … Read more

รวบสามีใหม่หึงโหด ยิงสามีเก่าบาดเจ็บ หลังจับได้ยังติดต่อกับแฟนสาว หลังก่อเหตุเผ่นหนีกบดานร้อยเอ็ด

เหตุการณ์ที่นำไปสู่การจับกุมในครั้งนี้ เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา เมื่อเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร ได้รับแจ้งเหตุการณ์ยิงกันที่บริเวณด้านหลังร้านหมูกระทะแห่งหนึ่ง ในเขตพื้นที่แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มี นายทองปักษ์ (นามสมมติ) อายุ 41 ปี ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงด้วยอาวุธปืน ขณะที่ผู้ก่อเหตุคือ นายศราวุฒิ หลังจากก่อเหตุแล้วได้หลบหนีออกจากที่เกิดเหตุไปพร้อมกับอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ที่ใช้ในการก่อเหตุ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งติดตามตัว สาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น มีต้นตอมาจากเรื่องความรักสามเส้าหรือที่เรียกกันว่า “ปมชู้สาว” ซึ่งเป็นปัญหาที่สะสมมาเป็นเวลานาน และมีความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลสามฝ่าย ได้แก่ นายศราวุฒิ ในฐานะสามีใหม่, นายทองปักษ์ ในฐานะสามีเก่า และ น.ส.น้ำ (นามสมมติ) ที่เป็นศูนย์กลางของความขัดแย้งทั้งหมด การนัดพบเพื่อเคลียร์ปัญหาที่ไม่เป็นไปตามคาด ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์ยิงกัน ทั้งสามฝ่ายได้มีการนัดหมายกันเพื่อพูดคุยและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยการนัดหมายในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ทุกฝ่ายได้นั่งคุยกันอย่างเปิดเผย หาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน และยุติความขัดแย้งที่มีอยู่ อย่างไรก็ตาม ในวันที่นัดหมาย น.ส.น้ำ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในการประชุมครั้งนี้ กลับไม่ได้มาตามนัด ทำให้การเจรจาต้องดำเนินไปเพียงระหว่าง นายศราวุฒิ กับ นายทองปักษ์ เท่านั้น สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อฝ่ายนายศราวุฒิ ซึ่งเป็นสามีใหม่ของ … Read more

บุกจับดาวติ๊กต็อกดัง-แฟนหนุ่ม ลักลอบค้ายาเสพติดออนไลน์ ยึด “พอตซอมบี้-ยาอี-แฮปปี้วอเตอร์” ส่งขายตามสถานบันเทิงทั่วกรุง

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการเฝ้าติดตามและสืบสวนอย่างต่อเนื่อง จนสามารถเข้าจับกุมนางสาวเอ (นามสมมติ) ดาวติ๊กต็อกที่มีผู้ติดตามในโซเชียลมีเดียจำนวนมาก พร้อมทั้งแฟนหนุ่ม ณ ห้องพักในอาคารคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง บริเวณถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยสามารถจับกุมพร้อมของกลางที่เป็นยาเสพติดหลายชนิดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ยึดของกลางยาเสพติดหลายชนิดมูลค่าหลายแสนบาท จากการจับกุมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย หัวพอตซอมบี้ หรือที่เรียกกันว่า “พอตเอโท” จำนวน 116 หัว ซึ่งเป็นบุหรี่ไฟฟ้าที่มีส่วนผสมของสารเอโทมิเดท (Etomidate) ที่ถูกจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในประเภทที่ 2 ตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 คือ ยาอี หรือเมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine) จำนวน 47 เม็ด, แฮปปี้วอเตอร์ หรือยาเค จำนวน 6 ซอง มีน้ำหนักรวมซอง 44 กรัม และคีตามีน (Ketamine) ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 จำนวน 1 ถุง น้ำหนักรวมถุง 1.19 กรัม รวมมูลค่าของกลางทั้งหมดคาดว่าอยู่ที่หลายแสนบาท เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกภาพถ่ายและจัดทำบัญชีรายการของกลางที่ยึดได้อย่างละเอียด … Read more

พ่อตาเมา เข้าไปเตะประตูห้องลูกสาว ตะโกนให้มาบอกลาลูกเขย ก่อนยิงปืนใส่ ลูกเขยหลบได้ เลยชักปืนยิงสวน 3 นัดถูกพ่อตาล้มแน่นิ่งเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 กลางดึกคืนที่ผ่านมา มีเหตุการณ์มีผู้ถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิต ณ บ้านเลขที่ 90 หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยด้วน อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเรือนชั้นเดียว สร้างด้วยไม้และปูน มีลักษณะเป็นบ้านพักอาศัยทั่วไป ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 90 หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยด้วน อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อยู่ในพื้นที่ชุมชนที่มีบ้านเรือนอาศัยหนาแน่นพอสมควร เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบภายในบ้าน พบร่างชายเสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่กับพื้นบ้าน ในท่าทางที่บ่งบอกถึงการสิ้นใจอย่างรวดเร็ว ผู้เสียชีวิตได้รับการระบุตัวตนว่าคือ นายดอกเลา (สงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี อาชีพขายไก่ย่างตามงานวัดและงานบุญต่างๆ ในพื้นที่ เป็นคนท้องถิ่นที่รู้จักกันดีในหมู่บ้าน มีภรรยาและลูก 2 คน อาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้มาเป็นเวลานาน จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตมีบาดแผลจากกระสุนปืนหลายแห่ง แพทย์ที่เข้าตรวจสอบระบุว่าเสียชีวิตแล้วก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง ในบริเวณที่พบศพ ห่างออกไปจากร่างผู้เสียชีวิตเพียงเล็กน้อย เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนลูกซองสั้นตกอยู่กับพื้น 1 กระบอก ซึ่งเป็นปืนที่ผู้เสียชีวิตใช้ในการก่อเหตุ ภายในบ้านยังมีกลิ่นกระสุนดินปืนติดค้างอยู่อย่างชัดเจน และมีร่องรอยของการต่อสู้ดิ้นรนเล็กน้อย ของใช้ภายในบ้านบางส่วนล้มกระจัดกระจาย แสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ผู้ต้องสงสัยรอให้การ พบปืนที่ใช้ก่อเหตุ … Read more

พิพาทเรื่องที่ดิน หลานกระหน่ำแทงน้าชายดับ คาลานรับซื้อกุ้ง อ.บ้านแหลม

เมื่อเวลา 15.30 น. ของวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2568 พันตำรวจตรีนรงค์ โสดก สารวัตรเวรสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ได้รับแจ้งเหตุเร่งด่วนจากประชาชนว่ามีผู้ถูกแทงบาดเจ็บสาหัสจนเสียชีวิตที่หมู่ที่ 3 บ้านบางขุนไทร ตำบลบางขุนไทร อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ทันทีที่ได้รับแจ้ง พันตำรวจตรีนรงค์ได้รีบรายงานให้พันตำรวจเอกธานินทร์ ฉัตรเจริญพร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี และพันตำรวจเอกวายุภักษ์ วงศ์ศักดิรินทร์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านแหลมทราบ คณะเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรบ้านแหลม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบุรี แพทย์จากโรงพยาบาลบ้านแหลม และเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถานได้รีบเดินทางไปยังที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์และเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกิดขึ้น สถานที่เกิดเหตุและการค้นพบศพ สถานที่เกิดเหตุคือลานรับซื้อกุ้ง ปลา และอาหารทะเลแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนภายในหมู่บ้านบางขุนไทร เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านในท้องถิ่นที่ประกอบอาชีพประมง มักนำสัตว์ทะเลที่จับได้มาขายให้กับเจ้าของลานรับซื้อประจำ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบยังบริเวณประตูทางเข้าลานรับซื้อกุ้ง พบนายอนันต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี ชาวตำบลบางขุนไทร ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างสงบ สิ่งที่น่าตกใจคือนายอนันต์ยังถืออาวุธที่ใช้ก่อเหตุอยู่ในมือ ได้แก่ มีดง้าวยาวประมาณ 1.5 เมตร จำนวน 1 เล่ม และเหล็กขูดชาร์ป … Read more

สาวขับกระบะชนตำรวจดับขณะปฏิบัติหน้าที่ ปิดปากไม่ให้การ-เจ้าหน้าที่เร่งรวบรวมหลักฐานดำเนินคดี

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 00.30 น. ของวันที่ 12 ตุลาคม 2568 บริเวณหน้าร้านริเวอร์ชิล หนองคาย ตำบลหาดคำ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย เมื่อ นางสาวจอมขวัญ อายุ 30 ปี ชาวอำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ขับรถกระบะเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์สายตรวจของ สิบตำรวจโทจักรพงษ์ พุทธเสน ผู้บังคับหมู่ (ประจำการ) สถานีตำรวจภูธรเมืองหนองคาย อายุ 30 ปี ซึ่งขณะนั้นกำลังปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองหนองคาย (ชุดสายฟ้า) อาการบาดเจ็บสาหัสนำไปสู่การสูญเสียชีวิต จากเหตุการณ์ดังกล่าว สิบตำรวจโทจักรพงษ์ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการกระแทกอย่างแรง จนต้องได้รับการนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แต่ด้วยอาการบาดเจ็บที่รุนแรงเกินกว่าที่จะรักษาชีวิตไว้ได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้กล้าหาญรายนี้ต้องเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทิ้งความโศกเศร้าให้แก่ครอบครัว เพื่อนพ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจ และประชาชนที่รู้จัก การเสียชีวิตของสิบตำรวจโทจักรพงษ์ในครั้งนี้ ถือเป็นการสูญเสียกำลังสำคัญของกองกำลังตำรวจในพื้นที่ เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีความรับผิดชอบสูง ดำรงตำแหน่งผู้บังคับหมู่ประจำการ และเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยให้แก่ชุมชน เพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชาต่างรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อการจากไปของเพื่อนร่วมงานคนสำคัญ พิธีรดน้ำศวดมาติกาท่ามกลางบรรยากาศเศร้าโศก ในช่วงบ่ายของวันที่ 12 ตุลาคม 2568 ได้มีการจัดพิธีสวดมาติกา บังสุกุล และพิธีรดน้ำศพให้แก่ สิบตำรวจโทจักรพงษ์ … Read more

เปิดความเสียหาย เหตุ ‘แก๊สระเบิด’ ปทุมธานี บ้านเสียหาย 33 หลัง รถ 10 คัน เจ็บ 8 เสียชีวิต 1 – คาดบ้านต้นเพลิงมีแก๊สรั่วสะสมนานไม่ระบาย

เหตุการณ์เกิดขึ้นที่หมู่บ้านพนาสนธิ์เมน 2 หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านฉาง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 โดยมีรายงานว่าเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณชุมชน ตามด้วยเปลวไฟลุกโชนสูงขึ้นจากบ้านทาวน์เฮาส์สองชั้นที่เป็นจุดเกิดเหตุ แรงระเบิดรุนแรงจนทำให้บ้านเรือนโดยรอบได้รับความเสียหายในวงกว้าง ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงต่างตกใจกลัวและรีบวิ่งหนีออกจากบ้านเพื่อความปลอดภัย แรงระเบิดที่รุนแรงทำให้หน้าต่างกระจกบ้านเรือนแตกกระจายเป็นจำนวนมาก ประตูบานหลุดออกจากบานพับ เพดานและผนังบ้านแตกร้าว รวมถึงเสาเข็มและโครงสร้างของบ้านได้รับความเสียหาย ชิ้นส่วนต่างๆ ของบ้านกระเด็นกระจายไปทั่วบริเวณ สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก ความเสียหายและผู้ประสบภัย จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ หญิงวัย 64 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านหลังที่เกิดเหตุ เสียชีวิตจากการถูกไฟคลอกภายในบ้าน ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 8 ราย ซึ่งเป็นทั้งผู้ที่อยู่ในบ้านต้นเพลิงและผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านใกล้เคียง โดยได้รับบาดเจ็บจากเศษกระจก เศษไม้ เศษคอนกรีต และบาดแผลจากเปลวไฟ ผู้บาดเจ็บทุกรายได้รับการนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาแล้ว สำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สินนั้น พันตำรวจเอก วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองปทุมธานี เปิดเผยว่า จากการสำรวจพบว่ามีบ้านเรือนได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดรวม 33 หลังคาเรือน โดยแบ่งเป็นบ้านที่ได้รับความเสียหายหนักซึ่งไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีกต่อไปจำนวน 3 หลัง ส่วนที่เหลือเป็นบ้านที่ได้รับความเสียหายปานกลางถึงเล็กน้อย เช่น … Read more

ลุงขับซาเล้งไปดูหมอลำ รถดับกลางทาง ถูกเก๋งพุ่งชนดับสยอง

เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. ของวันดังกล่าว พันตำรวจโท เจษฎา ว่องไว สารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรย่อยโนนสูง อำเภอเมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุจากประชาชนผู้พบเห็นเหตุการณ์ว่ามีรถยนต์เก๋งชนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างเกิดขึ้น มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ บริเวณหน้าธนาคาร ธ.ก.ส. สาขาโนนสูง ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่เชื่อมระหว่างตัวเมืองอุดรธานีกับอำเภอกุมภวาปี ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรย่อยโนนสูง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งจังหวัดอุดรธานี และแพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลอุดรธานี ได้ออกตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว เพื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ บริเวณที่เกิดเหตุเป็นถนนสายหลัก 4 ช่องจราจร ฝั่งขาออกจากตัวเมืองอุดรธานีไปทางอำเภอกุมภวาปี ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวมีการจราจรค่อนข้างหนาแน่น สภาพที่เกิดเหตุและความเสียหายของยานพาหนะ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเป็นภาพที่สะเทือนขวัญอย่างยิ่ง รถยนต์เก๋งยี่ห้อ Suzuki Swift สีขาว ทะเบียนทะเบียน ขข 4445 อุดรธานี อยู่ในสภาพที่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง โดยเฉพาะด้านหน้าของรถที่พังยับเยิน กระโปรงหน้ารถบุบสยอง กระจกหน้าแตกร้าว เครื่องยนต์ได้รับความเสียหาย แสดงให้เห็นถึงแรงกระแทกที่รุนแรงมากในขณะเกิดเหตุ ส่วนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างหรือรถซาเล้งที่ถูกชน ปรากฏว่าไม่มีทะเบียนติดอยู่ อยู่ในสภาพพังเสียหายอย่างหนัก ส่วนพ่วงข้างถูกกระแทกจนบิดเบี้ยว ตัวรถจักรยานยนต์ล้มอยู่กลางถนน ชิ้นส่วนต่างๆ กระจัดกระจายไปทั่วพื้นที่ รอยเลื่อนและรอยเบรกของรถยนต์เก๋งยาวเหยียดอยู่บนผิวถนนเป็นระยะทางหลายสิบเมตร แสดงให้เห็นว่าผู้ขับรถเก๋งพยายามเบรกหลีกเลี่ยง … Read more