อินเตอร์เปิดเกม 2 ทาง! ปล่อยดาวรุ่งไม่เคยได้ใช้งาน แต่ขอเสี่ยงเจรจาซื้อเซ็นเตอร์แบ็กทีมชาติอิตาลีวัย 18 ปีจากดอร์ทมุนด์ ทั้งที่โอกาสสำเร็จแทบเป็นศูนย์

ในโลกของฟุตบอลยุคใหม่ ทีมระดับท็อปของยุโรปอย่าง อินเตอร์ มิลาน ไม่ได้วัดความสำเร็จแค่จากถ้วยแชมป์บนสนามอีกต่อไป แต่วัดกันที่ “ความฉลาดในการบริหารสัญญา” ทุกการซื้อ-ขายล้วนมีนัยยะซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยนักเตะที่ไม่เคยได้ลงสนามแม้แต่นาทีเดียว ไปจนถึงการทาบทามนักเตะดาวรุ่งที่สโมสรต้นสังกัดเพิ่งประกาศชัดว่า “ไม่ขาย” ทั้งสองเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมกันในช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และมันสะท้อนภาพใหญ่ของวงการลูกหนังยุคปัจจุบันได้อย่างชัดเจนที่สุด คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมสโมสรระดับพี่ใหญ่ที่เพิ่งผ่านเข้าไปถึงรอบลึกๆ ของถ้วยยุโรปมาหลายสมัยติดต่อกัน ยังต้องพึ่งพาการขายนักเตะจากอะคาเดมี่ในราคาที่ไม่เป็นข่าวใหญ่ พร้อมกับดิ้นรนทาบทามนักเตะที่แทบไม่มีทางได้ตัวมาครอง คำตอบอยู่ในบทความนี้ทั้งหมด เจาะลึกดีลจริง: ปล่อยตัวที่ไม่เคยได้ใช้ ก่อนหันไปล่าตัวที่แทบไม่มีทางได้ ปิดฉาก มัตเตโอ ม็อตต้า ที่ซานซีโร่ ก่อนจะได้ลงเล่นแม้แต่นัดเดียว เรื่องแรกที่ต้องพูดถึงคือกรณีของ มัตเตโอ ม็อตต้า แบ็กซ้ายวัย 21 ปี ที่เติบโตมาในระบบเยาวชนของอินเตอร์ตั้งแต่เด็ก แต่กลับไม่เคยได้รับโอกาสลงสนามให้ทีมชุดใหญ่แม้แต่นาทีเดียว หลังจากที่เขาเคยถูกส่งไปหาประสบการณ์แบบยืมตัวกับ ลูเมซซาเน่ ทีมในเซเรีย ซี เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา อินเตอร์ได้ทำการขายเขาให้กับเปสคาร่า ทีมในเซเรีย ซี อย่างเป็นทางการแล้ว โดยยังคงถือสิทธิ์รับส่วนแบ่ง 50 เปอร์เซ็นต์จากการขายต่อในอนาคตเอาไว้ด้วย ตัวเลข 50 เปอร์เซ็นต์ตรงนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือ กลยุทธ์การันตีผลตอบแทนระยะยาว ที่สโมสรใหญ่ในอิตาลีใช้กันเป็นมาตรฐาน เพราะแม้ม็อตต้าจะไม่ได้อยู่ในแผนของทีมชุดใหญ่แล้ว แต่ถ้าวันหนึ่งเขาพัฒนาฝีเท้าจนมีสโมสรใหญ่กว่ามาซื้อตัวจากเปสคาร่าในราคาหลักล้านยูโร … Read more

ดอร์ทมุนด์ยอมถอย! เปิดเบื้องลึกดีลแตก 55 ล้านยูโรที่เกือบพา “ซาอิด เอล มาลา” ย้ายทีม และบทเรียนวินัยทางการเงินที่สโมสรระดับโลกก็ต้องเคารพ

เมื่อเงินกว่า 2,000 ล้านบาทยังไม่พอซื้อความมั่นใจ ลองจินตนาการว่าคุณเสนอซื้อบ้านหลังหนึ่งถึง 4 ครั้ง แต่ละครั้งขยับราคาขึ้นเรื่อยๆ จนแตะระดับที่แทบไม่มีใครกล้าเสนอ แต่เจ้าของบ้านก็ยังส่ายหน้าปฏิเสธทุกครั้ง สุดท้ายคุณจะยังยืนกรานซื้อต่อไป หรือจะเดินจากไปด้วยความภาคภูมิใจในวินัยของตัวเอง นี่คือสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งบุนเดสลีกา ที่ทุ่มข้อเสนอมูลค่ารวมโบนัสสูงถึง 55 ล้านยูโร หรือกว่า 2,000 ล้านบาท เพื่อคว้าตัว ซาอิด เอล มาลา ดาวรุ่งวัย 19 ปีจาก เอฟซี โคโลญจน์ แต่สุดท้ายกลับต้องพ่ายแพ้ให้กับความดื้อรั้นของทีมแพะบ้า ที่ยืนกรานราคาค่าตัวการันตีขั้นต่ำ 50 ล้านยูโรแบบไม่มีลดราคา เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวซุบซิบตลาดนักเตะธรรมดา แต่มันคือกรณีศึกษาชั้นดีเกี่ยวกับ วินัยทางการเงิน, จิตวิทยาการเจรจาต่อรอง และ มูลค่าที่แท้จริงของนักเตะดาวรุ่ง ในยุคที่ตลาดลูกหนังพองตัวจนแทบตามไม่ทัน มาเจาะลึกทุกมิติของดราม่านี้กันแบบละเอียดยิบ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ในดีลที่ล้มไม่เป็นท่า จุดเริ่มต้นของเรื่องราวนี้เกิดขึ้นในช่วงตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา เมื่อ ลาร์ส ริคเคน กรรมการผู้จัดการฝ่ายกีฬาของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มองเห็นศักยภาพมหาศาลในตัวปีกดาวรุ่งวัย 19 ปีของโคโลญจน์ ที่เพิ่งผงาดขึ้นมาเป็นดาวเด่นแห่งฤดูกาลด้วยผลงาน 13 ประตูและ … Read more

ฟรีเอเย่นต์ทองคำ! แบร์นาร์โด้ ซิลวา ปฏิเสธไม่ได้ ทำไม “เรอัล มาดริด” ถึงเป็นบทสรุปเดียวของนักเตะที่ทั้งยุโรปแย่งชิง

ค่าตัว 0 บาท แต่คุณค่ามหาศาล — เมื่อนักเตะระดับแชมป์พรีเมียร์ลีก 6 สมัย แชมป์แชมเปียนส์ลีก 1 สมัย และเป็นกัปตันทีมของสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกมานานเกือบทศวรรษ ตัดสินใจเดินออกจากบ้านหลังเดิมแบบไม่มีค่าฉีกสัญญาแม้แต่บาทเดียว เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวตลาดนักเตะธรรมดา แต่มันคือสัญญาณของการเปลี่ยนขั้วอำนาจในวงการฟุตบอลยุโรป แบร์นาร์โด้ ซิลวา มิดฟิลด์ทีมชาติโปรตุเกสวัย 31 ปี คือชื่อที่ว่ากันมา และในที่สุดเรื่องราวก็จบลงที่ สเปน ไม่ใช่บาร์เซโลน่า ไม่ใช่แอตเลติโก มาดริด แต่คือ เรอัล มาดริด สโมสรที่เขาเองก็ยอมรับตรงๆ ว่า “เป็นสโมสรที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล มันเป็นเรื่องยากมากที่จะปฏิเสธ ผมไม่ได้คิดซ้ำสองเลยแม้แต่น้อย” คำถามที่แฟนบอลทั่วโลกอยากรู้คือ อะไรที่ทำให้ดีลนี้เกิดขึ้นได้เร็วและราบรื่นขนาดนี้ และทำไมสโมสรที่เพิ่งดึงตัว โชเซ่ มูรินโญ่ กลับมาคุมทัพ ถึงมองว่าซิลวาคือชิ้นส่วนที่ขาดไม่ได้ในการปฏิวัติทีมรอบใหม่ จุดเริ่มต้นของตำนาน จากลิสบอนสู่เบร์นาเบว เส้นทางของแบร์นาร์โด้ ซิลวา ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบตั้งแต่แรก เขาเริ่มต้นในระบบเยาวชนของ เบนฟิก้า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งกรุงลิสบอน ก่อนย้ายไปค้าแข้งกับ โมนาโก ในลีกฝรั่งเศส ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักในระดับทวีป ผลงานที่ยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่โมนาโกคว้าแชมป์ลีกเอิงอย่างเหนือความคาดหมาย ทำให้ … Read more

ปีศาจแดงเปิดเกมฮุบดาวรุ่งปืนใหญ่! ทำไม “ไมล์ส ลูอิส-สเกลลี่” ถึงกลายเป็นเป้าหมายลับของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

รู้หรือไม่ว่าดาวรุ่งวัยเพียง 19 ปีคนหนึ่ง สามารถลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และช่วยทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาลเดียวกัน แต่กลับต้องเผชิญความเสี่ยงที่จะกลายเป็นเพียง “ตัวสำรองราคาแพง” ในฤดูกาลถัดไป นี่คือสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับ ไมล์ส ลูอิส-สเกลลี่ ดาวรุ่งจากอะคาเดมี่ของอาร์เซน่อล และมันน่าสนใจถึงขนาดที่ทำให้คู่แข่งร่วมลีกอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องยกหูติดต่อสอบถามโดยตรง ตามรายงานของสำนักข่าว ดิ อินเดเพนเดนท์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ติดต่อไปยังอาร์เซน่อลเพื่อสอบถามความเป็นไปได้ในการปล่อยตัวลูอิส-สเกลลี่ออกไปเล่นในรูปแบบยืมตัวสำหรับฤดูกาลหน้า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวลือธรรมดา แต่มันสะท้อนถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในวงการฟุตบอลยุคใหม่ นั่นคือการที่นักเตะดาวรุ่งฝีมือดีต้องติดอยู่ในกับดักของความสำเร็จของทีมต้นสังกัดเอง จุดเริ่มต้นและเส้นทางที่ไม่ธรรมดาของดาวรุ่งจากเฮลเอนด์ ลูอิส-สเกลลี่ก้าวขึ้นมาจากอะคาเดมี่เฮลเอนด์ อันเลื่องชื่อของอาร์เซน่อล ซึ่งเป็นแหล่งบ่มเพาะนักเตะฝีมือดีมาแล้วหลายคน เส้นทางของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะในวัยเด็กเขาเล่นในตำแหน่งกองกลางเป็นหลัก ก่อนที่จะถูกดึงลงมาเล่นในตำแหน่งแบ็กซ้ายในทีมชุดใหญ่ ความสามารถในการเล่นได้หลายตำแหน่งนี้เองที่กลายเป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของเขาในเวลาต่อมา ในฤดูกาลที่ผ่านมา เขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นจนสร้างความประทับใจให้กับแฟนบอลทั่วประเทศอังกฤษ ผลงานที่ยอดเยี่ยมทำให้เขาได้รับการติดตามจากทีมชาติอังกฤษ และถูกมองว่าเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่มีอนาคตสดใสที่สุดของวงการลูกหนังเมืองผู้ดี อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่ออาร์เซน่อลตัดสินใจเสริมทัพด้วยการดึงตัว ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ กองหลังทีมชาติอิตาลีเข้ามาร่วมทีม การมาถึงของคาลาฟิออรี่ทำให้โอกาสลงสนามในตำแหน่งแบ็กซ้ายของลูอิส-สเกลลี่ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แต่เรื่องราวไม่ได้จบลงเพียงเท่านั้น เพราะในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล เมื่อทีมต้องเผชิญกับตารางแข่งที่หนักหน่วงและอาการบาดเจ็บของผู้เล่นหลายคน ลูอิส-สเกลลี่ได้รับโอกาสกลับมาลงสนามอีกครั้ง และเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ผลงานของเขาช่วยให้อาร์เซน่อลสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ พร้อมกับการเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ในอาชีพค้าแข้งที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของเขา … Read more

เด แซร์บี้ ประกาศกร้าว! ท็อตแน่มยังไม่หยุด เล็งช้อปเพิ่มอีก 3 คนก่อนปิดตลาด สัญญาณอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังการทุ่มทุนครั้งประวัติศาสตร์?

เมื่อทีมที่เคยถูกมองว่า “ประหยัดที่สุดในบิ๊กซิกซ์” กลายเป็นทีมที่ทุบสถิติค่าตัวสโมสรตัวเองถึงสองรอบภายในซัมเมอร์เดียว คำถามที่แฟนบอลทั่วโลกอยากรู้คือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่ ในวงการฟุตบอลอังกฤษ มีไม่กี่สโมสรที่การใช้เงินในตลาดซื้อขายนักเตะจะกลายเป็นข่าวใหญ่ระดับต้องจับตาได้เท่ากับท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา สโมสรจากลอนดอนเหนือแห่งนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องเรื่องความ “ระมัดระวังทางการเงิน” จนบางครั้งแฟนบอลของตัวเองยังตั้งคำถามว่าทีมจริงจังกับการล่าแชมป์มากแค่ไหน แต่ซัมเมอร์ปี 2026 นี้ ทุกอย่างดูเหมือนจะพลิกไปคนละทิศทาง เมื่อสโมสรทุ่มเงินทลายสถิติค่าตัวนักเตะของตัวเองไปแล้วถึงสองครั้ง พร้อมกับดึงนักเตะใหม่เข้าร่วมทีมแล้วถึง 6 ราย และล่าสุด โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ผู้จัดการทีมชาวอิตาเลียน ยังออกมายืนยันว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง: จากทีมประหยัดสู่ทีมที่กล้าลงทุน หากย้อนดูประวัติศาสตร์การบริหารสโมสรของท็อตแน่มในยุคก่อนหน้านี้ ภาพจำที่ชัดเจนที่สุดคือการเป็นทีมที่บริหารการเงินอย่างรัดกุม มักจะขายนักเตะดาวเด่นออกไปเมื่อมีข้อเสนอที่ดี และไม่ค่อยยอมทุ่มเงินก้อนใหญ่เพื่อดึงตัวนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์เข้าสู่ทีมเหมือนกับคู่แข่งในกลุ่มบิ๊กซิกซ์ แนวทางนี้ทำให้สโมสรสามารถรักษาสถานะทางการเงินที่มั่นคง แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ทีมพลาดโอกาสในการคว้าแชมป์รายการใหญ่มาอย่างยาวนาน แต่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างภายในสโมสรในช่วงหลัง ประกอบกับการมาถึงของ เด แซร์บี้ ในตำแหน่งผู้จัดการทีม ดูเหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะซัมเมอร์นี้สโมสรตัดสินใจทุ่มเงินทลายสถิติค่าตัวนักเตะแพงที่สุดของสโมสรไปแล้วถึงสองรอบ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าฝ่ายบริหารพร้อมสนับสนุนวิสัยทัศน์ของกุนซือคนใหม่อย่างเต็มที่ ไม่ใช่แค่การเสริมทัพแบบผิวเผิน แต่เป็นการลงทุนที่มีเป้าหมายชัดเจนเพื่อไปสู่ความสำเร็จในระยะยาว การเซ็นสัญญานักเตะใหม่ทั้ง 6 รายในซัมเมอร์นี้สะท้อนแนวคิดการสร้างทีมที่ผสมผสานระหว่างประสบการณ์และคุณภาพ โดยมีทั้งนักเตะที่ย้ายมาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัวอย่าง แอนดี้ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายทีมชาติสกอตแลนด์ที่มากประสบการณ์จากลิเวอร์พูล, มาร์กอส เซเนซี่ … Read more

อิปสวิช ทาวน์ ทุ่มไม่อั้น! ดึง “หอคอยทองคำ” จากบอลโลกมาปิดเกมรับ เกมนี้เสี่ยงหรือคุ้ม?

เมื่อทีมน้องใหม่ในพรีเมียร์ลีกอย่าง อิปสวิช ทาวน์ เดินหน้าทุบสถิติตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้ด้วยการดึงตัวเซนเตอร์แบ็กทีมชาติโมร็อกโกที่เพิ่งลงเล่นในฟุตบอลโลก 2026 มาหมาดๆ คำถามที่ตามมาคือ นี่คือการลงทุนที่ชาญฉลาดของทีมเลื่อนชั้น หรือเป็นความเสี่ยงที่มากเกินไปสำหรับทีมที่ต้องสู้เพื่อความอยู่รอด ตัวเลข 173 นัดในพรีเมียร์ลีกอาจฟังดูเหมือนประสบการณ์ที่มากพอ แต่เบื้องหลังการเซ็นสัญญาครั้งนี้มีเรื่องราวที่ลึกซึ้งกว่านั้นมาก ทั้งในแง่ของวิทยาศาสตร์การกีฬา จิตวิทยานักกีฬาระดับโลก และกลยุทธ์ทางธุรกิจของสโมสรที่กำลังพยายามยืนหยัดในลีกที่โหดที่สุดในโลก ปฐมบทจากเมืองตูลูสสู่สนามพรีเมียร์ลีก เรื่องราวของ อิสซ่า ดีย็อป ไม่ได้เริ่มต้นที่อังกฤษ แต่เริ่มจากเมืองตูลูสทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ที่ซึ่งเขาไต่เต้าจากเยาวชนจนได้ลงเล่นทีมชุดใหญ่ตั้งแต่อายุเพียง 18 ปี และก้าวขึ้นมาเป็นกัปตันทีมตั้งแต่อายุ 20 ปี ซึ่งถือเป็นเรื่องหายากสำหรับนักเตะแนวรับที่ต้องอาศัยทั้งวุฒิภาวะและความเป็นผู้นำสูง จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2018 เมื่อ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทุ่มเงินก้อนโตดึงตัวเขาสู่พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรก นั่นคือจุดเริ่มต้นของการปะทะกับความกดดันที่แท้จริงของลีกสูงสุดอังกฤษ ก่อนที่จะย้ายมาสู่ ฟูแล่ม ในอีกสี่ปีต่อมา และกลายเป็นเสาหลักแนวรับของสโมสรลอนดอนแห่งนี้ตลอดสี่ฤดูกาล สิ่งที่น่าสนใจคือ ตลอดเส้นทางอาชีพของเขา ดีย็อป ไม่เคยหลุดออกจากลีกสูงสุดเลยแม้แต่ฤดูกาลเดียว นับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่วงการฟุตบอลอังกฤษ นี่คือความมั่นคงที่หาได้ยากในโลกลูกหนังยุคปัจจุบัน ที่นักเตะจำนวนมากต้องเผชิญกับความผันผวนของฟอร์มการเล่นและการเปลี่ยนสโมสรบ่อยครั้ง การย้ายมาสู่ อิปสวิช ทาวน์ ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนสีเสื้อธรรมดา แต่เป็นการเดิมพันครั้งใหม่ในวัย 29 ปี ซึ่งถือเป็นช่วงพีคของนักเตะตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กที่อาศัยประสบการณ์และการอ่านเกมมากกว่าความเร็วเพียงอย่างเดียว … Read more

เจาะลึก! แมนซิตี้จัดหนัก 843 ล้านบาท คว้า “มาร์ค เกฮี” ช่วยวิกฤตแนวรับ – หมากเด็ดทลายกับดักตลาดซัมเมอร์

ในขณะที่กระแสข่าวตลาดซื้อขายนักเตะช่วงเดือนมกราคม กำลังร้อนแรงไปทั่วยุโรป การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นับเป็นหมากเดินที่เด็ดขาดและแสดงให้เห็นถึงความเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาอย่างชัดเจน เมื่อ “เรือใบสีฅ้า” ตัดสินใจจ่าย 20 ล้านปอนด์ (ราว 843 ล้านบาท) เพื่อคว้าตัว มาร์ค เกฮี กองหลังทีมชาติอังกฤษวัย 24 ปี จาก คริสตัล พาเลซ มาร่วมทีมในตลาดหน้าหนาวนี้ทันที การยืนยันจาก ฟาบริซิโอ โรมาโน่ กูรูตลาดนักเตะผู้มีความน่าเชื่อถือระดับโลก ทำให้ดีลนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าเป็นมากกว่าแค่การเติมแต่มกำลังธรรมดา แต่เป็น “การจัดการวิกฤต” ของเป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่ต้องเผชิญกับปัญหาแนวรับบาดเจ็บซ้ำซาก จนส่งผลโดยตรงต่อผลงานของทีมในซีซั่นนี้ บริบทเบื้องหลัง: วิกฤตแนวรับที่บีบให้แมนซิตี้ต้องเคลื่อนไหวเร็ว สำหรับผู้ติดตามพรีเมียร์ลีกอย่างใกล้ชิด คงไม่แปลกใจกับสถานการณ์ปัจจุบันของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่แม้จะเป็นทีมแชมป์เก่าและมีความลึกของขุมกำลังระดับโลก แต่ฤดูกาลนี้กลับเผชิญหน้ากับ “วิกฤตแนวรับ” ที่รุนแรงที่สุดในยุคกวาร์ดิโอลา รูเบน ดิอาส, กองหลังตัวเก่งที่เคยเป็นเสาหลักแนวรับ ต้องเจ็บพักยาว จอห์น สโตนส์ ก็ยังไม่ฟิตสมบูรณ์และมีประวัติการบาดเจ็บบ่อยครั้ง ขณะที่ นาธาน อาเก้ ต้องแบกรับภาระหนักจนเกินไป … Read more