ดอร์ทมุนด์ยอมถอย! เปิดเบื้องลึกดีลแตก 55 ล้านยูโรที่เกือบพา “ซาอิด เอล มาลา” ย้ายทีม และบทเรียนวินัยทางการเงินที่สโมสรระดับโลกก็ต้องเคารพ

เมื่อเงินกว่า 2,000 ล้านบาทยังไม่พอซื้อความมั่นใจ ลองจินตนาการว่าคุณเสนอซื้อบ้านหลังหนึ่งถึง 4 ครั้ง แต่ละครั้งขยับราคาขึ้นเรื่อยๆ จนแตะระดับที่แทบไม่มีใครกล้าเสนอ แต่เจ้าของบ้านก็ยังส่ายหน้าปฏิเสธทุกครั้ง สุดท้ายคุณจะยังยืนกรานซื้อต่อไป หรือจะเดินจากไปด้วยความภาคภูมิใจในวินัยของตัวเอง นี่คือสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งบุนเดสลีกา ที่ทุ่มข้อเสนอมูลค่ารวมโบนัสสูงถึง 55 ล้านยูโร หรือกว่า 2,000 ล้านบาท เพื่อคว้าตัว ซาอิด เอล มาลา ดาวรุ่งวัย 19 ปีจาก เอฟซี โคโลญจน์ แต่สุดท้ายกลับต้องพ่ายแพ้ให้กับความดื้อรั้นของทีมแพะบ้า ที่ยืนกรานราคาค่าตัวการันตีขั้นต่ำ 50 ล้านยูโรแบบไม่มีลดราคา เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวซุบซิบตลาดนักเตะธรรมดา แต่มันคือกรณีศึกษาชั้นดีเกี่ยวกับ วินัยทางการเงิน, จิตวิทยาการเจรจาต่อรอง และ มูลค่าที่แท้จริงของนักเตะดาวรุ่ง ในยุคที่ตลาดลูกหนังพองตัวจนแทบตามไม่ทัน มาเจาะลึกทุกมิติของดราม่านี้กันแบบละเอียดยิบ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ในดีลที่ล้มไม่เป็นท่า จุดเริ่มต้นของเรื่องราวนี้เกิดขึ้นในช่วงตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา เมื่อ ลาร์ส ริคเคน กรรมการผู้จัดการฝ่ายกีฬาของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มองเห็นศักยภาพมหาศาลในตัวปีกดาวรุ่งวัย 19 ปีของโคโลญจน์ ที่เพิ่งผงาดขึ้นมาเป็นดาวเด่นแห่งฤดูกาลด้วยผลงาน 13 ประตูและ … Read more

บาเยิร์นทำได้อีกแล้ว! เฮอเนสเผยเบื้องหลังตลาดซัมเมอร์ 40 ล้านยูโร ที่ทำให้ “เสือใต้” แข็งแกร่งขึ้นโดยไม่ต้องเปย์หนัก

เมื่อความสำเร็จไม่ได้วัดกันแค่ตัวเลขค่าตัว ในยุคที่วงการฟุตบอลยุโรปขับเคลื่อนด้วยตัวเลขค่าตัวมหาศาลจนบางครั้งดูเหมือนการประมูลศิลปะมากกว่าการซื้อขายนักกีฬา หลายสโมสรเลือกที่จะทุ่มเงินหลักร้อยล้านยูโรเพื่อคว้าตัวผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์เพียงคนเดียว แต่สำหรับ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรที่ครองความยิ่งใหญ่ในบุนเดสลีกามาอย่างยาวนาน แนวทางการทำตลาดนักเตะกลับสวนทางกับกระแสนั้นอย่างสิ้นเชิง ล่าสุด อูลี่ เฮอเนส ประธานกิตติมศักดิ์ผู้อยู่คู่สโมสรมาหลายทศวรรษ ออกมาเปิดเผยความรู้สึกพึงพอใจอย่างเต็มเปี่ยมต่อผลงานการซื้อขายนักเตะในช่วงตลาดซัมเมอร์นี้ ทั้งที่ตัวเลขค่าตัวที่จ่ายไปอาจไม่ได้หวือหวาเมื่อเทียบกับคู่แข่งในลีกอื่น แต่กลับสร้างรายได้เข้าสโมสรไปแล้วกว่า 40 ล้านยูโร คำถามที่น่าสนใจคือ อะไรคือปรัชญาเบื้องหลังความสำเร็จแบบเงียบๆ นี้ และทำไมสโมสรระดับโลกอย่างบาเยิร์นถึงยังคงยึดมั่นในแนวทางที่ดูเหมือนจะ “ประหยัด” กว่าคู่แข่งเสมอมา มิติด้านประวัติศาสตร์: DNA แห่งความมีวินัยทางการเงินของบาเยิร์น หากย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์การทำตลาดนักเตะของบาเยิร์น มิวนิค จะพบว่าสโมสรแห่งนี้มีวัฒนธรรมองค์กรที่แตกต่างจากยักษ์ใหญ่รายอื่นในยุโรปอย่างชัดเจน ตั้งแต่ยุคของ อูลี่ เฮอเนส เองที่เคยดำรงตำแหน่งทั้งผู้จัดการทีมและประธานสโมสรมาก่อน แนวคิดเรื่อง “ความยั่งยืนทางการเงิน” ถูกปลูกฝังให้เป็นรากฐานสำคัญของการบริหารองค์กร บาเยิร์นไม่ใช่สโมสรที่ไม่มีเงิน ตรงกันข้าม พวกเขาคือหนึ่งในสโมสรที่มีรายได้สูงที่สุดในโลกฟุตบอล แต่สิ่งที่ทำให้บาเยิร์นแตกต่างคือการเลือกที่จะไม่ใช้จ่ายเกินตัวแม้ในยามที่มีกำลังทรัพย์เพียงพอ ปรัชญานี้สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ว่าจะเป็นยุคของ คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ หรือมาจนถึงยุคปัจจุบันที่ แฮร์เบิร์ต ไฮเนอร์ ดำรงตำแหน่งประธานสโมสร และ มักซ์ เอเบิร์ล รับหน้าที่ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา การที่เฮอเนสเปรียบเทียบตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้กับ “ปีที่แล้ว” ก็สะท้อนให้เห็นว่าบาเยิร์นมีรูปแบบการทำงานที่มีแบบแผนชัดเจน … Read more