รถถัง จิตรเมืองนนท์ หวนคืนถิ่นเก่า เดิมพันสุดท้ายกู้ศักดิ์ศรี “ดิ ไอรอนแมน” ก่อนศึกใหญ่ฉลอง 30 ปีค่าย

เสีย 0.22 กิโลกรัม เสียเข็มขัดที่ครองมา 5 ปี — นี่คือตัวเลขที่สรุปวิกฤตของนักมวยไทยที่ทั่วโลกรู้จักในนาม “ดิ ไอรอนแมน” ได้ดีที่สุด และตอนนี้ รถถัง จิตรเมืองนนท์ กำลังเดินหน้าสู่บทพิสูจน์ครั้งสำคัญอีกครั้ง ด้วยการตัดสินใจกลับไปซ้อมที่ค่ายมวยจิตรเมืองนนท์ ค่ายที่ปลุกปั้นเขามาตั้งแต่วัยรุ่น หลังจากช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความปั่นป่วนทั้งบนสังเวียนและนอกสังเวียน คำถามที่แฟนหมัดมวยทั่วโลกอยากรู้คือ การกลับบ้านครั้งนี้จะเพียงพอที่จะพารถถังกลับไปยืนอยู่จุดสูงสุดของวงการได้อีกครั้งหรือไม่ ย้อนเส้นทาง จากเด็กล้างจานงานศพ สู่นักชกค่าตัวหลักสิบล้าน ก่อนจะเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก รถถัง จิตรเมืองนนท์ หรือชื่อจริง ทินกร ศรีสวัสดิ์ เกิดในครอบครัวใหญ่ที่จังหวัดพัทลุง เป็นลูกคนที่ 8 จากพี่น้องทั้งหมด 10 คน ครอบครัวทั้ง 12 ชีวิตอาศัยรายได้จากการรับจ้างกรีดยางพาราเป็นหลัก อาชีพที่รายได้ขึ้นอยู่กับราคาตลาดโลกและสภาพอากาศ แทบไม่มีความมั่นคง ด้วยความจำเป็นทางบ้าน เด็กชายทินกรต้องรับจ้างทำงานตั้งแต่อายุยังน้อย รวมถึงการล้างจานในงานศพเพื่อหาเงินช่วยครอบครัว จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขาตัดสินใจหันมาชกมวยตั้งแต่อายุเพียง 10 ขวบ ใช้ชื่อในสังเวียนว่า “รถถัง เกียรติชูโฉม” ตระเวนขึ้นชกตามเวทีภูธรและงานวัดทั่วภาคใต้ ก่อนจะย้ายเข้ากรุงเทพฯ และเข้าสังกัดค่ายมวยจิตรเมืองนนท์ ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ชีวิตของเขาพลิกผันไปในทิศทางที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ภายใต้การดูแลของค่ายแห่งนี้ รถถังพัฒนาฝีมือจนก้าวขึ้นสู่เวทีระดับโลกอย่าง … Read more

รถถัง จิตรเมืองนนท์ ถูกปลอม 23 หน้าแต่เซ็นแค่หน้าเดียว! วันพรุ่งนี้ชี้ชะตาจบที่โต๊ะหรือขึ้นศาล

นักมวยระดับตำนานที่ผ่านสังเวียนมาหลายร้อยไฟต์ กำลังเผชิญกับศึกนอกเวทีที่อาจโหดร้ายกว่าการชกมวยเสียอีก เมื่อชื่อและลายเซ็นของเขาถูกนำไปใช้โดยที่เขาไม่รู้เรื่อง แล้วแบบนี้กฎหมายจะปกป้องนักกีฬาไทยได้มากแค่ไหน? จากสังเวียนสู่ห้องประชุมทนาย: จุดเริ่มต้นของวิกฤตลายเซ็น รถถัง จิตรเมืองนนท์ หรือชื่อจริง นายทินกร ศรีสวัสดิ์ คือหนึ่งในชื่อที่คนวงการมวยไทยรู้จักกันดีในฐานะนักมวยที่มีฝีมือและชื่อเสียงระดับประเทศ แต่เมื่อวันอังคารที่ 14 เมษายน 2569 ชื่อของเขากลับปรากฏในพาดหัวข่าวด้วยเหตุผลที่ไม่มีนักกีฬาคนไหนอยากเจอ นั่นคือการตกเป็นเหยื่อของการปลอมแปลงเอกสารสัญญาอย่างเป็นระบบ เดิมทีมีกำหนดการที่ชัดเจนว่า รถถังจะนำหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ทว่าเหตุการณ์กลับพลิกผัน เมื่อทนายความส่วนตัวยืนยันว่าจำเป็นต้องเลื่อนกำหนดการออกไปเป็นวันรุ่งขึ้น เพราะมีผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือในวงการอาสาเข้ามาเป็นคนกลาง เพื่อเปิดโต๊ะเจรจาระหว่างสองฝ่ายก่อนที่เรื่องจะลุกลามกลายเป็นคดีอาญาเต็มรูปแบบ 23 หน้าที่เขาไม่เคยเซ็น: รายละเอียดที่ทำให้เลือดเดือด หัวใจของปัญหาทั้งหมดอยู่ที่ความผิดปกติในเอกสารสัญญาฉบับหนึ่ง ซึ่งเมื่อรถถังได้รับและตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่ามีการปลอมแปลงลายเซ็นของเขาในเอกสารมากถึง 23 หน้า จากสัญญาฉบับเดียวกัน รถถังยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ตนเองลงนามในเอกสารดังกล่าวเพียง หน้าสุดท้ายเพียงหน้าเดียวเท่านั้น ส่วนหน้าอื่นที่เหลืออีก 23 หน้านั้น เป็นการสวมรอยนำลายเซ็นไปแนบโดยที่เจ้าตัวไม่มีส่วนรู้เห็นหรือยินยอมแต่อย่างใด สิ่งที่น่าสังเกตและน่าตั้งคำถามอย่างยิ่งคือ การปลอมแปลงในลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องของการเซ็นชื่อปลอมธรรมดา แต่เป็นการนำลายเซ็นจริงของเจ้าตัวจากหน้าสุดท้ายไปทำซ้ำหรือดัดแปลงเพื่อแนบในหน้าอื่นๆ ซึ่งสะท้อนถึงเจตนาที่ชัดเจนในการสร้างเอกสารเท็จขึ้นมา พฤติกรรมแบบนี้ในทางกฎหมายอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตราที่เกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสารและการใช้เอกสารปลอม ซึ่งมีโทษทางอาญาที่รุนแรง ไม่เกี่ยวค่ายมวย แต่เจ็บถึงใจ: มิติส่วนตัวของความขัดแย้ง รถถังได้ชี้แจงให้ชัดเจนว่า ความขัดแย้งครั้งนี้เป็น ประเด็นส่วนบุคคลล้วนๆ … Read more