บักโนว่า บางแสนไฟท์คลับ เดือดสับศอกส่งเพชรส่องแสงนับ 8 ผงาดคู่เอกศึกเพชรยินดี เปิดหน้าประวัติศาสตร์มวยไทยสายหนุ่มยโสธร

เวทีราชดำเนินค่ำคืนวันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน 2569 กลายเป็นเวทีประกาศศักดาของยอดมวยหนุ่มวัย 20 ปี ผู้เดินทางไกลจากท้องทุ่งยโสธร มาพิสูจน์ฝีมือกลางใจกรุงด้วยศอกซ้ายแสนเจ็บแสบ เมื่อเสียงนกหวีดยาวดังขึ้นปิดฉากยกสุดท้าย ทั้งคอมวยในสนามและที่เกาะหน้าจอทางบ้านต่างถอนหายใจด้วยความพึงใจ เพราะสิ่งที่ได้ชมไม่ใช่แค่การแข่งขันธรรมดา หากเป็นการแสดงฝีมือของนักชกที่อนาคตไกลสองคน ซึ่งจะกลายเป็นหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของวงการหมัดมวยไทยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ค่ำคืนที่ราชดำเนินกลายเป็นเวทีพิสูจน์ใจ ศึกเพชรยินดีไม่เคยทำให้แฟนมวยผิดหวัง และค่ำคืนที่ผ่านมาก็เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ คู่เอกของรายการจับ บักโนว่า บางแสนไฟท์คลับ ยอดมวยวัย 20 ปีจากจังหวัดยโสธร มาปะทะกับ เพชรส่องแสง เพชรเจริญวิทย์ นักชกวัย 22 ปีจากจังหวัดมหาสารคาม สองหนุ่มอีสานที่ต่างมีดีกรีไม่แพ้กัน ขึ้นสังเวียนด้วยแววตาที่บอกชัดว่าไม่มีใครยอมใคร บรรยากาศภายในเวทีมวยราชดำเนินที่เต็มไปด้วยเซียนมวยเก่าแก่ นักพนัน คอมวยรุ่นใหม่ และสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ ถูกปลุกให้คึกคักทันทีเมื่อยกระฆังใบแรกดังขึ้น ทั้งคู่ไม่ได้เปิดเกมแบบหยอดก่อนเหมือนมวยสายเก๋าทั่วไป แต่กลับเลือกที่จะเดินเข้าใส่กันทันทีราวกับรู้ว่าเวลาที่พวกเขามีบนสังเวียนแห่งนี้มีค่ามากเกินกว่าจะเสียเปล่า ยกที่ 3 จุดพลิกเกมที่ทุกคนจดจำ สองยกแรกเป็นการหยั่งเชิงที่น่าดูชมอย่างยิ่ง บักโนว่าอาศัยความว่องไวของวัยและฟุตเวิร์กที่พลิ้วไหวเดินจังหวะรอบๆ คู่ชก ปล่อยอาวุธทีละชิ้นเพื่อวัดปฏิกิริยา ขณะที่เพชรส่องแสงซึ่งมีรูปร่างสูงกว่าเล็กน้อยเน้นการใช้เข่าและหมัดตรงเพื่อตัดจังหวะของฝ่ายตรงข้าม แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปในยกที่ 3 อันเป็นยกที่เซียนมวยทุกคนเรียกว่าเป็น “ยกตัดสินของมวยไทยยุคใหม่” เพราะคือช่วงที่นักมวยต้องกล้าเดิมพันด้วยหมัดเด็ดเพื่อเปลี่ยนเกม บักโนว่าอ่านจังหวะของเพชรส่องแสงออก จับได้ว่าคู่ชกมักจะยืดตัวขึ้นเล็กน้อยก่อนปล่อยเข่ากระโดด เขาจึงเลือกจังหวะเข้าประชิดตัวอย่างแนบเนียน แล้ว … Read more

รถถัง จิตรเมืองนนท์ ถูกปลอม 23 หน้าแต่เซ็นแค่หน้าเดียว! วันพรุ่งนี้ชี้ชะตาจบที่โต๊ะหรือขึ้นศาล

นักมวยระดับตำนานที่ผ่านสังเวียนมาหลายร้อยไฟต์ กำลังเผชิญกับศึกนอกเวทีที่อาจโหดร้ายกว่าการชกมวยเสียอีก เมื่อชื่อและลายเซ็นของเขาถูกนำไปใช้โดยที่เขาไม่รู้เรื่อง แล้วแบบนี้กฎหมายจะปกป้องนักกีฬาไทยได้มากแค่ไหน? จากสังเวียนสู่ห้องประชุมทนาย: จุดเริ่มต้นของวิกฤตลายเซ็น รถถัง จิตรเมืองนนท์ หรือชื่อจริง นายทินกร ศรีสวัสดิ์ คือหนึ่งในชื่อที่คนวงการมวยไทยรู้จักกันดีในฐานะนักมวยที่มีฝีมือและชื่อเสียงระดับประเทศ แต่เมื่อวันอังคารที่ 14 เมษายน 2569 ชื่อของเขากลับปรากฏในพาดหัวข่าวด้วยเหตุผลที่ไม่มีนักกีฬาคนไหนอยากเจอ นั่นคือการตกเป็นเหยื่อของการปลอมแปลงเอกสารสัญญาอย่างเป็นระบบ เดิมทีมีกำหนดการที่ชัดเจนว่า รถถังจะนำหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ทว่าเหตุการณ์กลับพลิกผัน เมื่อทนายความส่วนตัวยืนยันว่าจำเป็นต้องเลื่อนกำหนดการออกไปเป็นวันรุ่งขึ้น เพราะมีผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือในวงการอาสาเข้ามาเป็นคนกลาง เพื่อเปิดโต๊ะเจรจาระหว่างสองฝ่ายก่อนที่เรื่องจะลุกลามกลายเป็นคดีอาญาเต็มรูปแบบ 23 หน้าที่เขาไม่เคยเซ็น: รายละเอียดที่ทำให้เลือดเดือด หัวใจของปัญหาทั้งหมดอยู่ที่ความผิดปกติในเอกสารสัญญาฉบับหนึ่ง ซึ่งเมื่อรถถังได้รับและตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่ามีการปลอมแปลงลายเซ็นของเขาในเอกสารมากถึง 23 หน้า จากสัญญาฉบับเดียวกัน รถถังยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ตนเองลงนามในเอกสารดังกล่าวเพียง หน้าสุดท้ายเพียงหน้าเดียวเท่านั้น ส่วนหน้าอื่นที่เหลืออีก 23 หน้านั้น เป็นการสวมรอยนำลายเซ็นไปแนบโดยที่เจ้าตัวไม่มีส่วนรู้เห็นหรือยินยอมแต่อย่างใด สิ่งที่น่าสังเกตและน่าตั้งคำถามอย่างยิ่งคือ การปลอมแปลงในลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องของการเซ็นชื่อปลอมธรรมดา แต่เป็นการนำลายเซ็นจริงของเจ้าตัวจากหน้าสุดท้ายไปทำซ้ำหรือดัดแปลงเพื่อแนบในหน้าอื่นๆ ซึ่งสะท้อนถึงเจตนาที่ชัดเจนในการสร้างเอกสารเท็จขึ้นมา พฤติกรรมแบบนี้ในทางกฎหมายอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตราที่เกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสารและการใช้เอกสารปลอม ซึ่งมีโทษทางอาญาที่รุนแรง ไม่เกี่ยวค่ายมวย แต่เจ็บถึงใจ: มิติส่วนตัวของความขัดแย้ง รถถังได้ชี้แจงให้ชัดเจนว่า ความขัดแย้งครั้งนี้เป็น ประเด็นส่วนบุคคลล้วนๆ … Read more

เสี่ยแขกเดือดจัด! วัยรุ่นเจ้าถิ่นรุมทำร้าย “วันฉลอง PK แสนชัย” กลางงานสงกรานต์กาฬสินธุ์ กรามหัก — ประกาศจะเอาผิดถึงที่สุด

เหตุการณ์สะเทือนวงการมวยไทยเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา เมื่อ วันฉลอง PK แสนชัย นักมวยชื่อดังจากค่ายพีเค แสนชัย ถูกกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่นรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ล่าสุดเจ้าของค่ายออกโรงเดือดพล่านประกาศจะนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุด วันฉลองโดนรุมกลางงานสงกรานต์ — กรามหักหนัก เหตุเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ขณะที่ วันฉลอง PK แสนชัย เดินทางไปร่วมงานเฉลิมฉลองตามปกติ โดยปฏิบัติตามคำสั่งของค่ายอย่างเคร่งครัดด้วยการ งดดื่มสุราอย่างเด็ดขาด แต่กลับถูกกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่นรุมทำร้ายอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเฉพาะอาการ กรามหัก ซึ่งถือเป็นการบาดเจ็บร้ายแรงสำหรับนักมวยอาชีพ เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตกตะลึงแก่แฟนมวยและคนในวงการเป็นอย่างมาก เนื่องจากวันฉลองเป็นนักมวยที่ได้รับความนิยมสูง และเหตุเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ควรจะเป็นการพักผ่อนและเฉลิมฉลองตามประเพณีไทย เสี่ยแขก PK แสนชัย โพสต์เดือด — รับไม่ได้เด็ดขาด ไม่รอให้เหตุการณ์เงียบหาย เสี่ยแขก หัวหน้าค่ายมวยพีเค แสนชัย ออกโรงโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียด้วยอารมณ์เดือดดาล แสดงจุดยืนชัดเจนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น “ยอมรับไม่ได้เป็นอันขาด” เสี่ยแขกระบุอย่างหนักแน่นว่า วันฉลองปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง ไม่มีพฤติกรรมยั่วยุใดๆ แต่กลับถูกรุมกินโต๊ะจนบาดเจ็บหนัก ซึ่งถือเป็นความอยุติธรรมอย่างสิ้นเชิง พร้อมประกาศว่าจะ ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุทุกคนให้ถึงที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มบุคคลเหล่านี้ออกไปก่อเหตุกับผู้อื่นอีก เรียกร้องแฟนคลับช่วยแจ้งเบาะแส นอกจากการเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีโดยเร็ว เสี่ยแขกยังได้ ขอแรงสนับสนุนจากแฟนคลับ PK แสนชัย … Read more