หัวหน้าทีม ChatGPT ฟันธง: อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า คนที่เพิ่งเริ่มใช้ปัญญาประดิษฐ์วันนี้ จะไล่ทันคนที่ใช้มา 2 ปี ถ้ารู้ทักษะข้อนี้ก่อนใคร

ลองจินตนาการภาพนี้ดู เช้าวันจันทร์ คุณเปิดกล่องจดหมายเข้าแล้วเจออีเมลค้างสามสิบฉบับ บ่ายวันเดียวกัน คุณต้องตอบคำถามลูกค้าซ้ำๆ ที่เคยตอบมาแล้วนับสิบครั้ง และตกเย็น คุณยังต้องนั่งไล่หาข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่ควรจะหาเจอได้ภายในห้านาที แต่กลับใช้เวลาไปเกือบชั่วโมง นี่ไม่ใช่ปัญหาของคนขี้เกียจหรือคนบริหารเวลาไม่เป็น แต่คือความจริงของคนทำงานยุคนี้แทบทุกคน โดยเฉพาะคนที่เปิดกิจการของตัวเองหรือทำงานคนเดียวโดยไม่มีทีมใหญ่คอยรองรับ สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดในการทำธุรกิจยุคนี้ไม่ใช่เรื่องเงินทุนอีกต่อไป แต่คือ เวลา ทรัพยากรที่ซื้อเพิ่มไม่ได้ ต่อให้มีเงินมากแค่ไหนก็ไม่สามารถเปลี่ยนวันหนึ่งให้มี 30 ชั่วโมงได้ นี่คือประเด็นที่ Thibault Sottiaux หัวหน้าทีมผู้ดูแลผลิตภัณฑ์ ChatGPT และ Codex ของบริษัท OpenAI พูดไว้อย่างตรงไปตรงมาในรายการสัมภาษณ์ Silicon Valley Girl Podcast และสิ่งที่เขาเล่าออกมานั้นไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นการเปลี่ยนมุมมองทั้งหมดที่คนทำธุรกิจควรรู้ก่อนที่จะสายเกินไป สามคำถามที่น่าคิดกว่าที่เห็นตอนแรก ก่อนจะเข้าเนื้อหา ลองตั้งคำถามสามข้อนี้ไว้ในใจ เพราะคำตอบของมันจะพลิกความเข้าใจเรื่องปัญญาประดิษฐ์ที่หลายคนยึดถือมาตลอด ทำไมทักษะ “การตั้งคำสั่ง” ที่คนแห่เรียนกันมาสองปีถึงกำลังจะไม่จำเป็นอีกต่อไป ไฟล์ข้อมูลชนิดไหนที่ห้ามเขียนขึ้นมาเองเด็ดขาด และทำไมการพยายาม “ใช้ปัญญาประดิษฐ์กับทุกเรื่อง” ถึงอาจเป็นกับดักที่อันตรายยิ่งกว่าการไม่ใช้มันเลยด้วยซ้ำ จากวิศวกรที่ทิ้งปริญญาเอก สู่คนคุมทิศทางเครื่องมือที่คนทั่วโลกใช้ Thibault ไม่ได้เป็นนักการตลาดหรือนักธุรกิจที่โดดเข้ามาในวงการปัญญาประดิษฐ์เพราะกระแส เขาเริ่มต้นเส้นทางในฐานะวิศวกรตัวจริง และมีจุดเปลี่ยนสำคัญคือการตัดสินใจถอนตัวออกจากโปรแกรมปริญญาเอกหลังเรียนไปได้เพียงสองสัปดาห์ เหตุผลไม่ใช่เพราะเรียนไม่ไหว แต่เพราะเขามองเห็นว่าโลกของเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนเร็วเกินกว่าที่ห้องเรียนแบบเดิมจะตามทัน การตัดสินใจแบบนี้ฟังดูเสี่ยงมากในสายตาคนทั่วไป … Read more

ธุรกิจเล็กไม่มีเงินโฆษณาสักบาท ก็ยังแจ้งเกิดได้จริงหรือ เปิดสูตรที่เจ้าของกิจการตัวจริงใช้แล้วเห็นผล

ลองนึกภาพเจ้าของร้านเล็ก ๆ คนหนึ่งที่เพิ่งเปิดกิจการได้ไม่กี่เดือน เงินทุนที่มีแทบทั้งหมดถูกใช้ไปกับค่าเช่าที่ ค่าวัตถุดิบ และค่าจ้างพนักงาน เหลือเงินสำหรับ “การสื่อสารการตลาด” อยู่เท่ากับศูนย์ คำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวทุกคืนคือ แบบนี้จะมีลูกค้าเดินเข้ามาได้อย่างไร ในเมื่อคู่แข่งรายใหญ่ทุ่มงบโฆษณาเป็นแสนเป็นล้านในแต่ละเดือน คำถามนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ และคำตอบก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันแบบที่หลายคนคิด เพราะในความเป็นจริงแล้ว มีธุรกิจขนาดเล็กจำนวนไม่น้อยที่เติบโตขึ้นมาได้โดยแทบไม่เคยจ่ายเงินซื้อพื้นที่โฆษณาแม้แต่บาทเดียว สิ่งที่พวกเขามีเหมือนกันไม่ใช่โชคช่วย แต่คือความเข้าใจในกติกาที่แตกต่างออกไปของ “การตลาดไร้งบประมาณ” บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่าแนวคิดนี้เป็นไปได้จริงแค่ไหน มีข้อจำกัดอะไรที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจทุ่มเวลาไปกับมัน และมีวิธีการใดบ้างที่ธุรกิจเล็กสามารถหยิบไปใช้ได้ทันทีตั้งแต่วันนี้ ความจริงข้อแรกที่ต้องยอมรับ ศูนย์บาทไม่เคยแปลว่าไม่มีต้นทุน หลายคนเข้าใจผิดว่าการทำการตลาดแบบไม่เสียเงินคือการนั่งเฉย ๆ แล้วรอให้ลูกค้าเดินเข้ามาเอง ความเข้าใจแบบนี้คือจุดเริ่มต้นของความผิดหวัง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือการสลับสับเปลี่ยนสกุลเงินของต้นทุน จากที่เคยจ่ายด้วย “เงินสด” ก็ต้องเปลี่ยนมาจ่ายด้วย “เวลา” และ “ความสม่ำเสมอ” แทน ลองเปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนการปลูกต้นไม้กับการซื้อดอกไม้สำเร็จรูป การซื้อดอกไม้จากร้านคือการจ่ายเงินแลกผลลัพธ์ทันที เห็นดอกสวยงามในมือทันทีที่จ่ายเงิน แต่การปลูกต้นไม้เองต้องรดน้ำทุกวัน ดูแลอย่างต่อเนื่อง กว่าจะออกดอกอาจใช้เวลาหลายเดือน แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือรากฐานที่แข็งแรงกว่า และต้นไม้ต้นนั้นจะออกดอกซ้ำได้เรื่อย ๆ โดยไม่ต้องซื้อใหม่ทุกครั้ง การตลาดไร้งบประมาณก็เดินตามหลักการเดียวกันนี้ สิ่งที่แนวทางนี้ทำได้จริง คือการสร้างการรับรู้แบรนด์ในกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เจาะจง การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าเดิมให้กลับมาซื้อซ้ำ การอาศัยแรงบอกต่อจากลูกค้าที่พึงพอใจ และการค่อย ๆ … Read more