ดามพ์ พรัญชัย ปะทะ กัปปิตัน เพชรยินดีอะคาเดมี: ศึกชิงเข็มขัดที่อาจเปลี่ยนประวัติศาสตร์มวยไทยยุคใหม่

เมื่อแชมป์ 4 สมัยติดต้องเจอกับนักชกที่ขาดเพียงเข็มขัดเดียวจะครบทุกความยิ่งใหญ่ในวงการ คำถามที่แฟนมวยทั่วประเทศกำลังถามกันอยู่ตอนนี้คือ ใครจะเป็นผู้เดินออกจากสังเวียน RWS ในวันที่ 8 สิงหาคมนี้ พร้อมกับตำแหน่งแชมป์คล้องคอ ในโลกของกีฬาต่อสู้ ไม่มีอะไรที่ดึงดูดสายตาแฟนกีฬาได้เท่ากับการปะทะกันของสองนักสู้ที่อยู่คนละจุดของเส้นทางอาชีพ แต่กลับมีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือความยิ่งใหญ่บนสังเวียน และนี่คือเหตุผลที่ไฟต์ระหว่าง ดามพ์ พรัญชัย กับ กัปปิตัน เพชรยินดีอะคาเดมี ที่กำลังจะเกิดขึ้นในศึก RWS วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคมนี้ กลายเป็นหนึ่งในไฟต์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในรอบปีของวงการมวยไทย จุดกำเนิดของศึกวัดใจ เมื่อสองเส้นทางนักสู้มาบรรจบกัน มวยไทยไม่ใช่แค่กีฬา แต่คือศิลปะการต่อสู้ที่หลอมรวมวัฒนธรรม วินัย และจิตวิญญาณนักสู้เข้าไว้ด้วยกัน สังเวียนอย่างราชดำเนินถูกยกให้เป็นเวทีที่ทรงเกียรติที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศมาอย่างยาวนาน เข็มขัดแชมป์จากเวทีนี้จึงไม่ใช่แค่ถ้วยรางวัล แต่คือสัญลักษณ์ของการยอมรับในฐานะนักสู้ระดับสูงสุดของยุคสมัย ในขณะที่วงการมวยไทยยุคใหม่กำลังขยายตัวสู่เวทีนานาชาติผ่านโปรโมชั่นอย่าง RWS ที่ผสมผสานความบันเทิงเข้ากับกีฬาแบบดั้งเดิม การจัดไฟต์ระหว่างแชมป์ตัวจริงกับผู้ท้าชิงที่มีสถิติโดดเด่นจึงเป็นสูตรสำเร็จที่สร้างกระแสได้เสมอ และนั่นคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับไฟต์นี้ เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างมีเรื่องราวและแรงจูงใจที่ชัดเจนไม่แพ้กัน ดามพ์ พรัญชัย เจ้าของบัลลังก์ที่ไม่เคยเพลี่ยงพล้ำ สำหรับ ดามพ์ พรัญชัย ไฟต์นี้คือการป้องกันตำแหน่งแชมป์เป็นครั้งที่ 5 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่บ่งบอกถึงความมั่นคงและความสม่ำเสมอในฟอร์มการชกอย่างชัดเจน นักสู้ที่สามารถป้องกันแชมป์ได้ต่อเนื่องถึง 4 ครั้งก่อนหน้านี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการวางแผนเกม … Read more

ค่ายลูกทรายกองดิน “ตัดใจ” แบน “ซัยดาเนีย” ห้ามขึ้นชกทั่วโลก เมื่อวินัยสำคัญกว่าฟอร์มการต่อย

วงการมวยไทยสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อค่ายมวยชื่อดังตัดสินใจ “ลงดาบ” นักชกของตัวเองแบบไม่มีกำหนด ทั้งที่ยังมีสัญญาผูกพันกันอยู่ นี่ไม่ใช่แค่ข่าวดราม่าธรรมดา แต่มันสะท้อนคำถามใหญ่ที่วงการกีฬาทั่วโลกต้องเผชิญ นั่นคือ เมื่อความสามารถกับวินัยแยกทางกัน อะไรควรมาก่อน ค่ายมวยลูกทรายกองดิน ออกประกาศอย่างเป็นทางการผ่านเฟซบุ๊กเพจของค่าย ห้าม “ซัยดาเนีย ลูกทรายกองดิน” นักชกสาวที่กำลังมีชื่อเสียงโด่งดัง ขึ้นชกมวยไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศโดยเด็ดขาด พร้อมแจ้งเตือนไปยังโปรโมเตอร์และผู้จัดการแข่งขันทั่วโลกให้ความร่วมมือเคารพการตัดสินใจนี้ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง สาเหตุมาจากการละเมิดระเบียบวินัยและไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงของค่าย ซึ่งครอบครัวของนักชกยอมรับว่า นี่คือการตัดสินใจที่เจ็บปวดที่สุดในฐานะพ่อแม่ แต่จำเป็นต้องทำหลังพยายามตักเตือนและให้โอกาสมาโดยตลอดแล้วไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง ย้อนรอยเส้นทางดาวรุ่งของ “ซัยดาเนีย ลูกทรายกองดิน” ก่อนจะกลายเป็นข่าวใหญ่ในแง่ลบ ชื่อของ “ซัยดาเนีย ลูกทรายกองดิน” ถือเป็นหนึ่งในนักชกหญิงที่แฟนมวยไทยจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งในช่วงที่ผ่านมา เธอผ่านสังเวียนสำคัญมาแล้วหลายเวที รวมถึงศึกใหญ่ระดับนานาชาติที่เธอต้องเผชิญหน้ากับนักชกต่างชาติในไฟต์ประวัติศาสตร์ของวงการมวยหญิงไทย ค่ายลูกทรายกองดินเองก็เป็นค่ายมวยที่มีชื่อเสียงในการปั้นนักชกคุณภาพออกสู่สังเวียนระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง การที่ค่ายตัดสินใจแบนนักชกของตัวเองแบบไม่มีกำหนดเวลา จึงไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เพราะโดยปกติแล้วค่ายมวยส่วนใหญ่มักเลือกที่จะ “ประคับประคอง” นักชกที่มีชื่อเสียงและทำรายได้ให้ค่าย มากกว่าจะเลือกตัดขาดความสัมพันธ์ทางธุรกิจ นี่จึงเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าปัญหาด้านวินัยที่เกิดขึ้นนั้น “หนักหนา” เกินกว่าที่ค่ายจะยอมมองข้ามเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจได้อีกต่อไป และเป็นการส่งสารที่ชัดเจนไปยังนักกีฬาคนอื่นๆ ในค่ายว่า ไม่ว่าคุณจะมีฝีมือดีแค่ไหน หากไม่เคารพกฎระเบียบของทีม ผลลัพธ์ก็สามารถรุนแรงถึงขั้นถูกตัดอนาคตทางอาชีพได้เช่นกัน วินัยคือ “อาวุธ” ที่สำคัญไม่แพ้หมัดเท้าเข่าศอก หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมเรื่องวินัยถึงสำคัญมากขนาดที่ค่ายมวยยอมเสียนักชกฝีมือดีไปเลย คำตอบอยู่ที่หลักการพื้นฐานของวิทยาศาสตร์การกีฬาและจิตวิทยานักกีฬาอาชีพ ในโลกของกีฬาต่อสู้ … Read more

หัวก้อนโต แผลแตกไม่หวั่น! “มังกรหยก” โชว์เหลี่ยมมวยเก๋าเกม เฉือนเอาชนะ “รุ่งภาณุ” กลางเวทีรังสิต ทั้งที่เลือดอาบตั้งแต่ยกแรก

ในโลกของกีฬาที่ใช้ร่างกายเป็นเดิมพัน มีน้อยครั้งที่เราจะได้เห็นนักสู้คนหนึ่งเปลี่ยนบาดแผลบนใบหน้าให้กลายเป็นแรงผลักดันในการชกยกต่อๆ ไป และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงบนสังเวียนมวยรังสิต ในศึก “มวยมันส์สนั่นเมือง” เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา เมื่อ มังกรหยก เทศบาลเขาบางแกรก ยอดมวยจากอุทัยธานี ต้องเจอกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดตั้งแต่ยกแรกของการชก แต่กลับสามารถพลิกกลับมาเอาชนะคะแนน รุ่งภาณุ แสงบารมี กำปั้นจอมแกร่งจากสงขลา ไปได้อย่างสุดมันในคู่เอกของค่ำคืนนั้น คำถามที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ “ใครชนะ” แต่คือ “ทำไมนักมวยที่บาดเจ็บตั้งแต่ยกแรกถึงยังเอาชนะได้” คำตอบซ่อนอยู่ในรายละเอียดที่ลึกกว่าผลการแข่งขัน จุดพลิกเกมที่เกิดจากความเจ็บปวด ยกแรกของการชกคู่นี้เปิดฉากมาอย่างดุเดือด มังกรหยกพลาดท่าโดนศอกฟันเข้าอย่างจังจนศีรษะแตก เป็นสถานการณ์ที่นักมวยหลายคนอาจเสียจังหวะและเสียขวัญไปเลยทันที เพราะเลือดที่ไหลบดบังสายตา และความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นสามารถทำลายสมาธิได้ในพริบตา แต่สิ่งที่ทำให้คู่นี้น่าติดตามคือ มังกรหยกไม่ปล่อยให้บาดแผลกลายเป็นข้ออ้างในการถอย เขากลับอาศัยความเก๋าและเหลี่ยมมวยที่สั่งสมมา ดักจังหวะออกอาวุธได้แม่นยำและจะแจ้งกว่าคู่ต่อสู้ตลอดยกที่เหลือ จนกรรมการชูมือให้เป็นฝ่ายชนะคะแนนไปในที่สุด เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกในวงการมวยไทย เพราะกีฬาชนิดนี้ถูกออกแบบมาให้ทดสอบทั้งร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน นักมวยที่อยู่รอดในสังเวียนได้นานมักไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งที่สุด แต่คือคนที่ควบคุมความเจ็บปวดและความกลัวได้ดีที่สุดต่างหาก ย้อนรากมวยไทย ศิลปะที่ใช้ทุกส่วนของร่างกายเป็นอาวุธ มวยไทยถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในศิลปะการต่อสู้ที่โหดหินที่สุดในโลก เพราะอนุญาตให้ใช้อวัยวะได้ถึงแปดจุดในการโจมตี ทั้งหมัด เท้า เข่า และศอก จนได้รับฉายาว่า “ศิลปะแปดเหลี่ยม” ต่างจากกีฬาต่อสู้สากลอย่างมวยสากลที่ใช้ได้เพียงหมัด หรือเทควันโดที่เน้นการเตะเป็นหลัก ความหลากหลายของอาวุธในมวยไทยนี่เองที่ทำให้เกมการชกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และเปิดโอกาสให้นักมวยที่เสียเปรียบในช่วงต้นกลับมาพลิกสถานการณ์ได้เสมอ เหมือนที่เราเห็นในคู่นี้ ในอดีต … Read more

รุ่งเรืองเล็ก ปราบ น้ำตาเดือด ด้วยแข้งเข่าเฉียบคม ศึกเพชรยินดีเวทีราชดำเนิน

มวยไทยอาจเป็นศิลปะการต่อสู้ที่เก่าแก่หลายร้อยปี แต่เมื่อกำปั้นหนุ่มสองคนอายุ 22 ปีขึ้นบนผืนผ้าใบ ทุกวินาทีคือบทพิสูจน์ว่าใครจะเป็นผู้คุมเกมได้ดีกว่า คืนวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2569 เวทีมวยราชดำเนินได้เป็นสักขีพยานของศึกที่แฟนมวยทั่วสนามต้องลุ้นกันจนถึงยกสุดท้าย เมื่อ รุ่งเรืองเล็ก เกียรติฟ้าลิขิต กำปั้นหนุ่มจากบุรีรัมย์ เดินหน้าเผชิญหน้ากับ น้ำตาเดือด เกียรติฉัตรชัย นักชกพันธุ์แกร่งแห่งกำแพงเพชร ในรายการ ศึกเพชรยินดี ที่แฟนมวยรอคอยมาไม่น้อย คำถามที่ทุกคนสงสัยก่อนยกแรกจะดัง คือ ระหว่างความดุดันที่ไม่มีวันถอยของน้ำตาเดือด กับความเฉียบคมและความนิ่งของรุ่งเรืองเล็ก ใครจะเป็นฝ่ายพาตัวเองออกจากสนามในฐานะผู้ชนะ? เมื่อบุรีรัมย์ปะทะกำแพงเพชร บนเวทีศักดิ์สิทธิ์ราชดำเนิน เวทีมวยราชดำเนินไม่ได้เป็นเพียงสถานที่แข่งขัน หากแต่คือดินแดนที่นักมวยไทยทุกคนฝันถึง การได้ขึ้นชกบนเวทีแห่งนี้คือการพิสูจน์ตัวเองต่อสายตาของวงการ และสำหรับหนุ่มสองคนอายุ 22 ปีอย่างรุ่งเรืองเล็กและน้ำตาเดือด นี่คือโอกาสที่ต้องคว้าไว้ให้ได้ รุ่งเรืองเล็ก เกียรติฟ้าลิขิต มาพร้อมกับฟอร์มการชกที่ดุดันและความสามารถในการอ่านเกมคู่ต่อสู้ได้อย่างแม่นยำ ชื่อเสียงของค่ายเกียรติฟ้าลิขิตจากบุรีรัมย์สร้างนักมวยคุณภาพมาหลายคน และรุ่งเรืองเล็กก็คือหนึ่งในผลผลิตที่ค่ายภูมิใจ เขาเป็นนักชกที่เน้นความชาญฉลาดมากกว่าความดุดันเพียงอย่างเดียว รู้จักดักรอจังหวะและฉกฉวยโอกาสได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฝั่งตรงข้าม น้ำตาเดือด เกียรติฉัตรชัย จากกำแพงเพชร คือนักชกที่มีสไตล์แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เขาเป็นพวกนักบู๊ที่ชอบเดินหน้าชวนแลก มีความอดทนสูงและพร้อมรับแรงกระแทกเพื่อแลกกับการโจมตีตอบกลับ สไตล์การชกแบบนี้ทำให้เขาสร้างความตื่นเต้นได้ตลอดเวลา และทำให้คู่ต่อสู้หลายคนเสียสมาธิไปกับความดุดันของเขา ยกต้น ไฟลุกตั้งแต่ระฆังแรก เมื่อระฆังยกแรกดัง ทั้งสองฝ่ายไม่มีใครยอมเสียเปรียบ … Read more

ไข้กระชากฝัน! เจริญสุข บุญลานนา ป่วยถอนศึก RWS เสาร์นี้ ปังตอต้องรอต่อไปอีกนาน

เมื่อร่างกายทรยศในจังหวะที่ไม่ควรทรยศมากที่สุด มันคือบทเรียนโหดที่นักมวยทุกคนต้องเผชิญตลอดชีวิตการต่อสู้ และนั่นคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับ เจริญสุข บุญลานนามวยไทย แชมป์โลกเวทีราชดำเนิน รุ่นแบนตัมเวต 118 ปอนด์ เมื่อข่าวร้ายถูกประกาศออกมาเพียงไม่กี่วันก่อนที่ระฆังจะดังในศึก ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีส์ (RWS) วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569 นี้ คำถามที่ทุกคนอยากรู้คือ เจริญสุขป่วยหนักแค่ไหน ไฟต์ล้างแค้นกับ ปังตอ ภ.หลักบุญ จะเกิดขึ้นได้เมื่อไหร่ และที่สำคัญกว่านั้น ชีวิตนักมวยอาชีพต้องสูญเสียอะไรบ้างในวันที่ร่างกายตัดสินใจ “หยุดก่อน” โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาด: ไข้ขึ้นสูงกระชากทุกแผนออกจากมือ วงการมวยไทยได้รับข่าวอย่างกะทันหันในวันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2569 เมื่อ เจริญสุข บุญลานนามวยไทย ประกาศถอนตัวจากไฟต์ป้องกันแชมป์ในศึก RWS เสาร์ที่ 20 มิถุนายนนี้ด้วยอาการไข้ขึ้นสูงอย่างไม่คาดคิด ซึ่งเป็นไฟต์ที่แฟนมวยทั่วประเทศตั้งตารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ เพราะนี่คือ ไฟต์ล้างแค้น กับ ปังตอ ภ.หลักบุญ คู่ปรับที่เคยเอาชนะเจริญสุขมาได้ในอดีต เจริญสุขได้แถลงผ่านสารสาธารณะว่าตนเองทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อศึก RWS ทุกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับต้องเจอกับอาการไข้สูงกะทันหัน ซึ่งทำให้ร่างกายไม่พร้อมสำหรับการแข่งขันที่ต้องใช้ทั้งสมรรถนะและความคมของสมองในการตัดสินใจระหว่างยก … Read more

นาดากะ มั่นใจเต็มร้อย! เปิดตำราความเร็วล้มมวยไทย ทรงชัยน้อย 9 ไฟต์ไม่แพ้ใคร บนสังเวียนบ้านเกิดโตเกียว

นาดากะ แชมป์โลกมวยไทยรุ่นอะตอมเวต ONE Championship ชาวญี่ปุ่น ประกาศพร้อมป้องกันบัลลังก์ครั้งแรกต่อหน้าแฟนมวยแดนอาทิตย์อุทัย ด้วยอาวุธที่เขาเชื่อมั่นที่สุด — ความเร็ว และจังหวะการออกอาวุธที่ไม่มีใครตามทัน บัลลังก์แรก บ้านเกิด และคู่ปรับจากสยาม วันพุธที่ 29 เมษายน 2569 จะเป็นคืนที่สังเวียนมวยไทยระดับโลกจุดไฟที่กรุงโตเกียว เมื่อศึก ONE ซามูไร 1 ระเบิดความมันส์ขึ้น ณ สนามอาริอาเกะ อารีนา หนึ่งในเวทีกีฬาที่ทันสมัยและยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย คู่เอกของรายการไม่ใช่แค่การชกธรรมดา แต่คือการเผชิญหน้าระหว่างประวัติศาสตร์และความทะเยอทะยาน เมื่อ นาดากะ เจ้าของเข็มขัดแชมป์โลกมวยไทยรุ่นอะตอมเวตของ ONE Championship ผู้สร้างประวัติศาสตร์ในฐานะแชมป์คนแรกของรุ่นนี้ จะต้องออกมาป้องกันตำแหน่งเป็นครั้งแรกในอาชีพ โดยคู่ต่อสู้ที่รอเขาอยู่ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ ทรงชัยน้อย เกียรติทรงฤทธิ์ นักชกไทยผู้ที่สั่งสมชัยชนะมาอย่างต่อเนื่องถึง 9 ไฟต์ติดต่อกัน ความพิเศษของคืนนี้ไม่ได้อยู่แค่ที่สถานะของเข็มขัด แต่ยังอยู่ที่ พื้นที่ ซึ่งนาดากะจะได้ชกต่อหน้าแฟนมวยชาวญี่ปุ่นในบ้านเกิดของตัวเอง — สิ่งที่นักกีฬาทุกคนฝันถึง และแรงกดดันที่มากกว่าการชกในต่างแดนหลายเท่าตัว รู้จัก “นาดากะ” ผู้ทำประวัติศาสตร์รุ่นอะตอมเวต ก่อนจะเข้าใจความสำคัญของไฟต์นี้ ต้องเข้าใจก่อนว่านาดากะคือใคร … Read more

บักโนว่า บางแสนไฟท์คลับ เดือดสับศอกส่งเพชรส่องแสงนับ 8 ผงาดคู่เอกศึกเพชรยินดี เปิดหน้าประวัติศาสตร์มวยไทยสายหนุ่มยโสธร

เวทีราชดำเนินค่ำคืนวันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน 2569 กลายเป็นเวทีประกาศศักดาของยอดมวยหนุ่มวัย 20 ปี ผู้เดินทางไกลจากท้องทุ่งยโสธร มาพิสูจน์ฝีมือกลางใจกรุงด้วยศอกซ้ายแสนเจ็บแสบ เมื่อเสียงนกหวีดยาวดังขึ้นปิดฉากยกสุดท้าย ทั้งคอมวยในสนามและที่เกาะหน้าจอทางบ้านต่างถอนหายใจด้วยความพึงใจ เพราะสิ่งที่ได้ชมไม่ใช่แค่การแข่งขันธรรมดา หากเป็นการแสดงฝีมือของนักชกที่อนาคตไกลสองคน ซึ่งจะกลายเป็นหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของวงการหมัดมวยไทยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ค่ำคืนที่ราชดำเนินกลายเป็นเวทีพิสูจน์ใจ ศึกเพชรยินดีไม่เคยทำให้แฟนมวยผิดหวัง และค่ำคืนที่ผ่านมาก็เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ คู่เอกของรายการจับ บักโนว่า บางแสนไฟท์คลับ ยอดมวยวัย 20 ปีจากจังหวัดยโสธร มาปะทะกับ เพชรส่องแสง เพชรเจริญวิทย์ นักชกวัย 22 ปีจากจังหวัดมหาสารคาม สองหนุ่มอีสานที่ต่างมีดีกรีไม่แพ้กัน ขึ้นสังเวียนด้วยแววตาที่บอกชัดว่าไม่มีใครยอมใคร บรรยากาศภายในเวทีมวยราชดำเนินที่เต็มไปด้วยเซียนมวยเก่าแก่ นักพนัน คอมวยรุ่นใหม่ และสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ ถูกปลุกให้คึกคักทันทีเมื่อยกระฆังใบแรกดังขึ้น ทั้งคู่ไม่ได้เปิดเกมแบบหยอดก่อนเหมือนมวยสายเก๋าทั่วไป แต่กลับเลือกที่จะเดินเข้าใส่กันทันทีราวกับรู้ว่าเวลาที่พวกเขามีบนสังเวียนแห่งนี้มีค่ามากเกินกว่าจะเสียเปล่า ยกที่ 3 จุดพลิกเกมที่ทุกคนจดจำ สองยกแรกเป็นการหยั่งเชิงที่น่าดูชมอย่างยิ่ง บักโนว่าอาศัยความว่องไวของวัยและฟุตเวิร์กที่พลิ้วไหวเดินจังหวะรอบๆ คู่ชก ปล่อยอาวุธทีละชิ้นเพื่อวัดปฏิกิริยา ขณะที่เพชรส่องแสงซึ่งมีรูปร่างสูงกว่าเล็กน้อยเน้นการใช้เข่าและหมัดตรงเพื่อตัดจังหวะของฝ่ายตรงข้าม แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปในยกที่ 3 อันเป็นยกที่เซียนมวยทุกคนเรียกว่าเป็น “ยกตัดสินของมวยไทยยุคใหม่” เพราะคือช่วงที่นักมวยต้องกล้าเดิมพันด้วยหมัดเด็ดเพื่อเปลี่ยนเกม บักโนว่าอ่านจังหวะของเพชรส่องแสงออก จับได้ว่าคู่ชกมักจะยืดตัวขึ้นเล็กน้อยก่อนปล่อยเข่ากระโดด เขาจึงเลือกจังหวะเข้าประชิดตัวอย่างแนบเนียน แล้ว … Read more