แฟนหมัดมวยห้ามพลาด! “ศึกมวยไทยวิถีถิ่นไทย” สนาม 4 บุกอุดรธานี ดูฟรีคู่เอก “เพชรส่องแสง” ดวล “สิงห์เพชร” ผืนผ้าใบทุ่งศรีเมือง

วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2569 นี้ สนามทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุดรธานี กำลังจะแปรสภาพเป็นเวทีมวยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภาคอีสาน เมื่อ “ศึกมวยไทยวิถีถิ่นไทย” เดินทางมาถึงสนามที่ 4 อย่างสง่างาม พร้อมเปิดประตูให้แฟนกีฬาและชาวอุดรธานีเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว ไม่ใช่แค่มวย แต่คือการสืบสานวัฒนธรรมชาติ ในยุคที่กีฬาต่อสู้นานาชนิดหลั่งไหลเข้ามาแย่งพื้นที่ในหัวใจของคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันต่อยมวยสากลระดับโลก การต่อสู้แบบผสมผสานศิลปะ (มิกซ์มาร์เชียลอาร์ตส) หรือกีฬาที่มาพร้อมสัญญาเงินรางวัลก้อนโตจากต่างแดน มวยไทยศิลปะประจำชาติที่มีอายุนับพันปียังคงยืนหยัดด้วยพลังของแม่ไม้ที่ไม่มีวันล้าสมัย รัฐบาลไทยในฐานะผู้ที่ตระหนักดีว่า มวยไทยไม่ใช่แค่กีฬา หากแต่คือ “มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้” จึงได้ผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานรัฐหลายองค์กรจัดโครงการ “ศึกมวยไทยวิถีถิ่นไทย” ขึ้นมาเป็นมหกรรมการแข่งขันที่กระจายออกไปยัง 16 สนามทั่วประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์ชัดเจน 3 ประการ ได้แก่ การอนุรักษ์และสืบสานมวยไทยในระดับท้องถิ่น การกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฐานรากในแต่ละจังหวัด และการเปิดโอกาสให้นักชกฝีมือดีจากทั่วราชอาณาจักรได้แสดงพลังบนเวทีที่มีมาตรฐาน ผู้อยู่เบื้องหลังโครงการอันทรงคุณค่านี้คือกลุ่มหน่วยงานรัฐชั้นนำอันได้แก่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย, กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ และ สำนักงานคณะกรรมการมวย ซึ่งร่วมมือกันอย่างเป็นเนื้อเดียวกันในการนำศึกนี้ไปยังหัวเมืองใหญ่ในทุกภูมิภาค เพื่อให้คนไทยทุกหนแห่งได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ของศิลปะการต่อสู้ประจำชาติโดยไม่ต้องเดินทางไกลถึงเมืองหลวง อุดรธานี: หัวเมืองอีสานที่พร้อมต้อนรับเกียรติยศนี้ การที่ “ศึกมวยไทยวิถีถิ่นไทย” เลือกจังหวัดอุดรธานีเป็นเจ้าภาพในสนามที่ 4 นั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะอุดรธานีคือหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีประชากรหนาแน่น … Read more

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 5! “ดามพ์ พรัญชัย” ชนหมื่นรักษาบัลลังก์ราชดำเนิน 140 ปอนด์ พบ “กัปปิตัน” ตำนานผู้ล่าฝัน

  วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 เวทีราชดำเนินจะลุกเป็นไฟอีกครั้ง เมื่อศึก RWS นำเสนอไฟต์ที่นักวิเคราะห์มวยไทยหลายคนยกให้เป็น “คู่แห่งปี” ของรุ่น 140 ปอนด์ นั่นคือการปะทะกันระหว่างจ้าวบัลลังก์หนุ่มไฟแรงกับนักสู้ผู้เปี่ยมด้วยประสบการณ์กว่าสองทศวรรษ คำถามที่แฟนมวยทั่วประเทศกำลังถกเถียงกันคือ: เมื่อพลังแห่งเยาวชนปะทะกับภูมิปัญญาของนักรบอาวุโส ใครคือที่สุดของรุ่น? จากพัทลุงสู่เข็มขัดราชดำเนิน: เส้นทางของดามพ์ พรัญชัย “ดามพ์ พรัญชัย” นักสู้จากค่ายพรัญชัย ภายใต้การดูแลของ “โกเด๊ะ ทุ่งสง” คือหนึ่งในยอดมวยที่ฟอร์มแรงที่สุดของยุค ผ่านสังเวียนมาแล้วมากกว่า 100 ไฟต์ เก็บชัยชนะถึง 90 ครั้ง แพ้เพียง 9 ครั้งเท่านั้น ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่คือบันทึกแห่งความเจ็บปวด วินัย และเลือดเนื้อที่หล่อหลอมนักมวยคนหนึ่งจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้กลายเป็นแชมป์ที่แข็งแกร่งที่สุดในรุ่น ดามพ์ พรัญชัย นักมวยหนุ่มจากจังหวัดพัทลุงได้คว้าแชมป์รุ่นซูเปอร์ไลท์เวท 140 ปอนด์ ของเวทีราชดำเนินมาครองได้ด้วยการเอาชนะคะแนน เพชรธงชัย ส.สมหมาย ในศึก RWS ก่อนจะพิสูจน์ตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยการป้องกันแชมป์อย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ทำให้ดามพ์โดดเด่นกว่านักมวยรุ่นเดียวกันคือรูปแบบการชกที่ผสมผสานระหว่างความรวดเร็วของหมัดและความเด็ดขาดของแข้ง โดยเฉพาะ “การดักเตะ” ที่กลายเป็นอาวุธลับประจำตัวที่คู่ต่อสู้หลายคนต้องจำจนวันตาย … Read more

เข่าพังจบฝัน! “ซุปเปอร์เล็ก” พ่ายน็อกดายาคาเอฟยก 2 เจ็บหนักต้องออกเปล ศึกล้างตาพลิกโศกนาฏกรรมกลางเวทีลุมพินี

มันควรจะเป็นคืนแห่งการล้างแค้น — คืนที่นักชกมวยไทยที่ดีที่สุดคนหนึ่งของไทยจะลบรอยด่างออกจากประวัติอย่างสง่างาม แต่โชคชะตากลับพลิกเกมในทางที่ไม่มีใครคาดฝัน ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 เวทีลุมพินีกลายเป็นสักขีพยานของเหตุการณ์ที่เจ็บปวดที่สุดครั้งหนึ่งในมวยไทยยุคนี้ ซุปเปอร์เล็ก ซุปเปอร์เล็กมวยไทย นักชกขวัญใจแฟนมวยชาวไทย ต้องออกจากเวทีบนเปลสนาม หลังเข่าขวาบิดในจังหวะล้มสร้างความบาดเจ็บรุนแรงจนไม่สามารถสู้ต่อได้ ปล่อยให้ อับดุลลา ดายาคาเอฟ นักชกหมีขาวจากรัสเซียล้างแค้นได้สำเร็จในยกที่สอง นี่ไม่ใช่แค่การแพ้ — นี่คือโศกนาฏกรรมกลางเวทีที่แฟนมวยไทยทุกคนไม่อยากเห็น บาดแผลเก่าที่ยังไม่หาย: ย้อนรอยความบาดหมางของสองนักชก ก่อนจะทำความเข้าใจว่าคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ต้องย้อนไปดูรากเหง้าของการเผชิญหน้าครั้งนี้ก่อน ซุปเปอร์เล็กและดายาคาเอฟเคยพบกันมาแล้วครั้งหนึ่ง และผลลัพธ์ในครั้งนั้นยังคงเป็นหนามทิ่มแทงใจแฟนมวยไทยมาจนถึงทุกวันนี้ ดายาคาเอฟเอาชนะซุปเปอร์เล็กไปด้วยคะแนนแบบ ไม่เอกฉันท์ — หมายความว่ากรรมการไม่ได้มีความเห็นพ้องกันทั้งหมด มีความเห็นแย้งในผลการตัดสิน ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความยุติธรรมของผลนั้น สำหรับซุปเปอร์เล็กและค่ายซุปเปอร์เล็กมวยไทย การแพ้ครั้งนั้นคือแผลที่ต้องการปิด และ The Inner Circle 25 คือโอกาสทองในการทำภารกิจนั้นให้สำเร็จ ส่วนดายาคาเอฟเองก็ไม่ใช่นักชกธรรมดา ชายจากรัสเซียคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งและพลังชก มีรูปร่างสูงใหญ่และช่วงชกที่ยาวกว่าคู่ต่อสู้ส่วนใหญ่ ทำให้เขาสามารถสร้างระยะและควบคุมเกมได้ดีในมวยไทยประเภทระยะห่าง ขณะที่ซุปเปอร์เล็กต้องอาศัยการเดินหน้าเข้าตัดระยะเพื่อใช้จุดแข็งของตัวเอง ความแตกต่างในโครงสร้างร่างกายนี้เองที่ทำให้การแข่งขันทั้งสองครั้งน่าจับตามองยิ่งนัก ยกแรก: ซุปเปอร์เล็กจุดชนวนหวัง สับศอกส่งดายาคาเอฟเมา เสียงระฆังดังขึ้น บรรยากาศในเวทีลุมพินีเดือดทันที ดายาคาเอฟเดินเกมตามสไตล์ที่คุ้นเคย — ใช้ส่วนสูงและช่วงชกที่ยาวกว่าสร้างระยะ … Read more

สางแค้นเดือด! สมิงเดช ประกาศศึกล้างตา ดวงสมพงษ์ ชิงบัลลังก์แชมป์เฉพาะกาลราชดำเนิน 135 ปอนด์ เดิมพันสูงกว่าที่ใครคิด

ความพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียวด้วยสกอร์ห่างกันแค่ 2 คะแนน สามารถเปลี่ยนชีวิตนักมวยคนหนึ่งไปตลอดกาลได้หรือไม่? คำถามนี้กำลังจะได้รับคำตอบ เมื่อวงการมวยไทยกำลังจะได้เห็นหนึ่งในศึกที่มีเดิมพันทางจิตใจสูงที่สุดแห่งปี เมื่อ สมิงเดช บังมัดคลองตัน นักสู้ที่แบกความเจ็บปวดจากความพ่ายแพ้เมื่อเกือบหนึ่งปีก่อน กำลังจะได้โอกาสก้าวขึ้นสังเวียนเพื่อเผชิญหน้ากับคู่ปรับที่เคยเอาชนะเขาไปอย่าง ดวงสมพงษ์ จิตรเมืองนนท์ อีกครั้ง ในศึก RWS วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคมนี้ พร้อมเข็มขัดแชมป์เฉพาะกาลเวทีมวยราชดำเนิน รุ่น 135 ปอนด์ เป็นเดิมพันสูงสุด การปะทะครั้งนี้ไม่ใช่แค่การชกธรรมดา แต่คือบทพิสูจน์ว่าระหว่าง “ความอาฆาต” กับ “ความมั่นใจของแชมป์” สิ่งใดจะมีพลังมากกว่ากันบนผืนผ้าใบ ย้อนรอยศึกแรก: จุดเริ่มต้นของแค้นที่ยังไม่จาง เพื่อจะเข้าใจว่าทำไมการชกครั้งนี้ถึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ เราต้องย้อนกลับไปเมื่อวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม 2568 ในศึก RWS ครั้งนั้น ทั้งคู่เคยประกบคู่กันมาแล้วในพิกัด 138 ปอนด์ ซึ่งเป็นรุ่นน้ำหนักที่ต่างจากครั้งนี้เล็กน้อย การชกในวันนั้นเปิดฉากมาไม่สวยงามนักสำหรับ สมิงเดช เพราะเขาโดนนักสู้สายแข็งอย่าง ดวงสมพงษ์ สอยร่วงลงไปกองกับพื้นให้กรรมการนับตั้งแต่ยกแรก ซึ่งในวงการมวยไทย การโดนนับในยกแรกถือเป็นจุดเสียเปรียบทางจิตวิทยาอย่างมหาศาล เพราะนักมวยต้องใช้พลังงานและสมาธิส่วนหนึ่งไปกับการตั้งสติ ประเมินสถานการณ์ และสร้างความมั่นใจกลับคืนมาในเวลาอันสั้น สิ่งที่น่าชื่นชมคือ … Read more

ค่ายลูกทรายกองดิน “ตัดใจ” แบน “ซัยดาเนีย” ห้ามขึ้นชกทั่วโลก เมื่อวินัยสำคัญกว่าฟอร์มการต่อย

วงการมวยไทยสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อค่ายมวยชื่อดังตัดสินใจ “ลงดาบ” นักชกของตัวเองแบบไม่มีกำหนด ทั้งที่ยังมีสัญญาผูกพันกันอยู่ นี่ไม่ใช่แค่ข่าวดราม่าธรรมดา แต่มันสะท้อนคำถามใหญ่ที่วงการกีฬาทั่วโลกต้องเผชิญ นั่นคือ เมื่อความสามารถกับวินัยแยกทางกัน อะไรควรมาก่อน ค่ายมวยลูกทรายกองดิน ออกประกาศอย่างเป็นทางการผ่านเฟซบุ๊กเพจของค่าย ห้าม “ซัยดาเนีย ลูกทรายกองดิน” นักชกสาวที่กำลังมีชื่อเสียงโด่งดัง ขึ้นชกมวยไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศโดยเด็ดขาด พร้อมแจ้งเตือนไปยังโปรโมเตอร์และผู้จัดการแข่งขันทั่วโลกให้ความร่วมมือเคารพการตัดสินใจนี้ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง สาเหตุมาจากการละเมิดระเบียบวินัยและไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงของค่าย ซึ่งครอบครัวของนักชกยอมรับว่า นี่คือการตัดสินใจที่เจ็บปวดที่สุดในฐานะพ่อแม่ แต่จำเป็นต้องทำหลังพยายามตักเตือนและให้โอกาสมาโดยตลอดแล้วไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง ย้อนรอยเส้นทางดาวรุ่งของ “ซัยดาเนีย ลูกทรายกองดิน” ก่อนจะกลายเป็นข่าวใหญ่ในแง่ลบ ชื่อของ “ซัยดาเนีย ลูกทรายกองดิน” ถือเป็นหนึ่งในนักชกหญิงที่แฟนมวยไทยจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งในช่วงที่ผ่านมา เธอผ่านสังเวียนสำคัญมาแล้วหลายเวที รวมถึงศึกใหญ่ระดับนานาชาติที่เธอต้องเผชิญหน้ากับนักชกต่างชาติในไฟต์ประวัติศาสตร์ของวงการมวยหญิงไทย ค่ายลูกทรายกองดินเองก็เป็นค่ายมวยที่มีชื่อเสียงในการปั้นนักชกคุณภาพออกสู่สังเวียนระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง การที่ค่ายตัดสินใจแบนนักชกของตัวเองแบบไม่มีกำหนดเวลา จึงไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เพราะโดยปกติแล้วค่ายมวยส่วนใหญ่มักเลือกที่จะ “ประคับประคอง” นักชกที่มีชื่อเสียงและทำรายได้ให้ค่าย มากกว่าจะเลือกตัดขาดความสัมพันธ์ทางธุรกิจ นี่จึงเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าปัญหาด้านวินัยที่เกิดขึ้นนั้น “หนักหนา” เกินกว่าที่ค่ายจะยอมมองข้ามเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจได้อีกต่อไป และเป็นการส่งสารที่ชัดเจนไปยังนักกีฬาคนอื่นๆ ในค่ายว่า ไม่ว่าคุณจะมีฝีมือดีแค่ไหน หากไม่เคารพกฎระเบียบของทีม ผลลัพธ์ก็สามารถรุนแรงถึงขั้นถูกตัดอนาคตทางอาชีพได้เช่นกัน วินัยคือ “อาวุธ” ที่สำคัญไม่แพ้หมัดเท้าเข่าศอก หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมเรื่องวินัยถึงสำคัญมากขนาดที่ค่ายมวยยอมเสียนักชกฝีมือดีไปเลย คำตอบอยู่ที่หลักการพื้นฐานของวิทยาศาสตร์การกีฬาและจิตวิทยานักกีฬาอาชีพ ในโลกของกีฬาต่อสู้ … Read more

แฟนมวยฝันสลาย! เสี่ยโบ๊ทยืนยัน เจริญสุข ปะทะ เพชรหนึ่ง ต้องเลื่อนไปก่อน และนี่คือสาเหตุทั้งหมด

วงการมวยไทยถูกเขย่าอีกครั้ง ไม่ใช่จากหมัด ไม่ใช่จากศอก แต่มาจากดราม่าหลังเวทีที่ลุกลามออกมาจนกลายเป็นวิกฤตของไฟต์ที่แฟนกำปั้นทั่วประเทศรอคอยมานานที่สุดไฟต์หนึ่งในรอบหลายปี เมื่อ เสี่ยโบ๊ท ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์แห่งศึกเพชรยินดี ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่า การปะทะระหว่าง เจริญสุข บุญลานนามวยไทย แชมป์โลกราชดำเนินรุ่นแบนตัมเวต และ เพชรหนึ่ง เพชรมวยไทยยิม หรือ ไอแซค โมฮัมเหม็ด ลูกครึ่งฝรั่งเศส-แอลจีเรีย ผู้ท้าชิงที่ทั่วโลกจับตา จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในเดือนถัดไปอย่างที่วางแผนไว้ ข่าวนี้ไม่ได้มาโดดๆ มันมาพร้อมกับพายุดราม่าที่ซ้อนทับกันหลายชั้น ตั้งแต่เรื่องข้อเสนอของค่ายกีฬาข้ามชาติ ไปจนถึงปัญหาเรื่องทิศทางการชกของนักมวยระดับดาวรุ่ง และความสัมพันธ์เชิงธุรกิจของโปรโมเตอร์ใหญ่ทั้งสองค่าย ทั้งหมดนี้รวมกันจนทำให้ไฟต์ที่ถูกเรียกว่า “การปะทะของสองตำนานที่กำลังก่อตัว” ต้องหลุดออกจากปฏิทินไปก่อนอย่างน่าเสียดาย ต้นตอของพายุ: เมื่อเสี่ยโบ๊ทปล่อยระเบิดข้อมูล เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นเมื่อ เสี่ยโบ๊ท ออกมาโพสต์เปิดเผยข้อมูลว่า มีการยื่นข้อเสนอค่าตัวสูงถึง 6,000 ดอลลาร์สหรัฐให้กับ เพชรหนึ่ง พร้อมการันตีโอกาสเซ็นสัญญาเข้าสู่รายการใหญ่ โดยมีข้อแม้เหล็กเพียงข้อเดียวคือ “ห้ามกลับขึ้นชกในศึกเพชรยินดีเด็ดขาด” ซึ่งข้อเสนอนั้นส่งผลโดยตรงต่อแผนการจัดรายการของเพชรยินดี เพราะเสี่ยโบ๊ทยอมรับตรงๆ ว่า “ถ้าไม่มีคู่นี้ผมก็คงไม่จัด” ข้อมูลที่ถูกปล่อยออกมานี้กลายเป็นตัวจุดชนวนให้วงการต้องฮือฮา เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องการยกเลิกไฟต์ แต่มันแตะต้องเส้นแบ่งที่ละเอียดอ่อนระหว่างสิทธิ์ของนักมวย สิทธิ์ของโปรโมเตอร์ และบทบาทของค่ายกีฬาข้ามชาติที่มีอิทธิพลสูงในระบบนิเวศมวยไทยยุคใหม่ เดียร์ เกียรติเพชร ออกมาชี้แจง: … Read more

เกียรติเพชร x เพชรยินดี จับมือเขย่าวงการ! ปล่อยโปรแกรมเดือดเดือน ก.ค. สะเทือนทุกสังเวียน

วงการมวยไทยกำลังจะเดือดระอุอีกครั้ง เมื่อสองโปรโมเตอร์ยักษ์ใหญ่แห่งวงการกำปั้นไทยตัดสินใจจับมือกันเป็นครั้งประวัติศาสตร์ สร้างปรากฏการณ์ที่แฟนมวยหลายคนรอคอยมานาน เดียร์ เกียรติเพชร ประกาศแลกเปลี่ยนนักชกชั้นยอดระหว่างศึกเกียรติเพชรและศึกเพชรยินดี จัดเต็มความมันส์ไม่หยุดหย่อนตลอดเดือนกรกฎาคม 2569 นี้ ถามว่ามันสำคัญแค่ไหน? ลองคิดดูว่าในโลกมวยไทย การที่โปรโมเตอร์คู่แข่งยอมส่งนักชกดาวเด่นของตัวเองข้ามสังเวียนไปชิงชัยในอีกเวทีหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นง่ายๆ แต่วันนี้มันเกิดขึ้นแล้ว และนั่นคือสัญญาณว่าเดือนกรกฎาคมนี้จะเป็นบทบันทึกหน้าใหม่ของมวยไทยที่แฟนกำปั้นทั่วประเทศต้องติดตาม เมื่อยักษ์ใหญ่สองค่ายจับมือ ไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่คือนิยามใหม่ของมวยไทย ในวงการมวยไทยยุคปัจจุบัน ชื่อ เกียรติเพชร และ เพชรยินดี ไม่ได้เป็นแค่ป้ายชื่อโปรโมเตอร์ธรรมดา แต่คือสถาบันที่ปลุกปั้นนักมวยระดับตำนานมาแล้วนับไม่ถ้วน ทั้งสองค่ายมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีฐานแฟนคลับเป็นของตัวเอง และมักแข่งขันแย่งชิงนักชกฝีมือดีกันมาตลอด แต่เมื่อวันที่ทั้งสองตัดสินใจนั่งคุยกัน ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่แค่ข้อตกลงทางธุรกิจ แต่คือ การยกระดับมวยไทยทั้งระบบ เพราะการแลกเปลี่ยนนักชกข้ามค่ายหมายถึงแฟนมวยจะได้เห็นคู่ชกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นักชกที่เคยต่างสังกัดได้มาวัดฝีมือกันบนเวทีจริง และที่สำคัญที่สุดคือ ทั้งสองฝ่ายต้องวางไพ่ที่ดีที่สุดของตัวเองลงบนโต๊ะ นี่คือสิ่งที่แฟนกำปั้นรุ่นเก่าเรียกว่า “การสร้างตำนาน” และรุ่นใหม่จะได้พิสูจน์ว่ามันหมายความว่าอะไรในทุกคืนวันเสาร์ของเดือนนี้ 5 กรกฎาคม: เปิดฉากด้วยไฟแห่งสังเวียนช่อง 7 สี — เพชรเดือด ปะทะ พลายทองคำ ศึกแรกที่จะจุดไฟให้ทั้งเดือนลุกโชน คือการประเดิมสังเวียนในคืนวันที่ 5 กรกฎาคม บนเวทีมวยช่อง 7 สี … Read more

ราชันฆ่าไม่ตาย 39 ปียังไม่หยุด! “น้องโอ๋” ปิดไตรภาค แล้วเล็งรีแมตช์ดึงเข็มขัดคืนจาก “อัสซาดูลาห์”

เมื่อตำนานไม่ยอมแก่ แค้นก็ยิ่งลุกโชน คืนวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 ณ สนามมวยเวทีลุมพินี รามอินทรา บรรยากาศในศึก The Inner Circle 20 ร้อนระอุราวเตาไฟ เมื่อ “น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต วัย 39 ปี จากแดนอีสานสกลนคร ขึ้นสังเวียนเพื่อพิสูจน์อีกครั้งว่าตำนานไม่มีวันตาย พร้อมส่งข้อความดังกึกก้องไปถึงแชมป์โลกคนใหม่ว่า ยังไม่จบ วงการมวยไทยในระดับโลกเพิ่งผ่านคืนที่ดุเดือดที่สุดคืนหนึ่งในช่วงครึ่งปีหลัง ผลที่เกิดขึ้นบนผืนผ้าใบในค่ำคืนนั้นไม่ใช่แค่การแพ้ชนะในสองไฟต์ แต่คือการเปิดฉากบทใหม่ของรุ่นฟลายเวตที่จะทำให้แฟนมวยทั่วโลกต้องติดตามด้วยใจจดจ่อในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ปิดไตรภาคอย่างสง่างาม สายเลือดราชันสกลนครไม่เคยยอมแพ้ ก่อนจะพูดถึงสิ่งที่น้องโอ๋ประกาศในค่ำคืนนั้น ต้องย้อนกลับไปทำความเข้าใจเส้นทางแห่งการพิสูจน์ตัวในรุ่นฟลายเวตของเขาเสียก่อน เพราะไม่มีสิ่งใดที่อธิบายความมุ่งมั่นของนักชกวัย 39 ปีคนนี้ได้ชัดเจนไปกว่าการที่เขาเดินหน้าชกไตรภาคกับ “ก้องธรณี ส.สมหมาย” นักชกซ้ายอันตรายวัย 29 ปีจากเพชรบูรณ์ จนกว่าจะได้บทสรุปที่ชัดเจน การดวลกันครั้งที่สามในศึก The Inner Circle 20 คืนนั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่หาซื้อไม่ได้ ทั้งคู่งัดทุกอย่างที่มีออกมาใส่กัน น้องโอ๋ชิงความได้เปรียบตั้งแต่ยกแรก ส่งหมัดขวาพุ่งเข้าเป้าเรียกนับ 8 … Read more

ราชันไม่มีวันล้ม! “แดเนียล โรดริเกวซ” เตะก้านคอน็อกเกลี้ยง ป้องแชมป์ราชดำเนินครั้งที่ 5 พร้อมประกาศตนคือเบอร์ 1 โลก

ถ้าจะเอาเขาออกจากบัลลังก์ได้ คุณต้องส่งขึ้นมาทีเดียว 3 คน นั่นคือคำที่ แดเนียล โรดริเกวซ ทิ้งไว้หลังจากพิสูจน์ฝีมือต่อหน้าสายตาแฟนมวยทั่วโลกในคืนประวัติศาสตร์อีกครั้ง บนสังเวียนศักดิ์สิทธิ์แห่งราชดำเนิน ในศึก RWS 200 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา และคืนนั้น ไม่มีใครกล้าเถียงเขา คืนที่ราชดำเนินสั่นสะเทือน : ศึก RWS 200 ศึก RWS 200 ถูกยกย่องให้เป็นงานมวยไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 4 ปีของรายการ Rajadamnern World Series และคืนนั้นก็พิสูจน์ให้เห็นว่าทุกอย่างสมกับคำนิยามนั้นทุกประการ เวทีมวยราชดำเนินเปิดฉากศึกใหญ่ฉลองการเดินทางครบ 200 อีเวนต์ของ Rajadamnern World Series ซึ่งไม่ใช่การฉลองแบบธรรมดา เพราะได้จัดเตรียมคู่มวยที่หนักหน่วงที่สุดในประวัติศาสตร์ของรายการมาให้แฟนมวยทั่วโลกได้ลุ้นพร้อมกัน โบนัสรวมตลอดทั้งรายการพุ่งทะยานไปถึง 3,850,000 บาท สะท้อนระดับความเข้มข้นและคุณภาพของนักชกทุกคนที่ขึ้นสังเวียนในคืนนั้น แต่ไฮไลต์ที่โลกรอดูมากที่สุด ต้องยกให้คู่เอกซูเปอร์ไฟต์ ที่พิสูจน์อีกครั้งว่าทำไม แดเนียล โรดริเกวซ ถึงเป็นชื่อที่ใครก็ไม่กล้าลืม สี่ปีบนบัลลังก์ : เส้นทางของราชันที่ไม่มีวันพอ … Read more

แชมป์คิกบ็อกซิ่งระดับโลกสลัดนวมข้ามสาย! “คัน นากามูระ” ประกาศท้าแชมป์ราชดำเนิน ใครขวางหน้าโดนน็อกสถานเดียว

วงการมวยไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนที่น่าจับตามองที่สุดในรอบหลายปี เมื่อนักชกผู้แกร่งจากแดนอาทิตย์อุทัยคนหนึ่งตัดสินใจก้าวข้ามขอบเขตของศาสตร์การต่อสู้ที่ตัวเองเชี่ยวชาญ มาพิสูจน์ฝีมือในสังเวียนที่เก่าแก่และเข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ชื่อของ คัน นากามูระ กำลังกลายเป็นชื่อที่แฟนมวยไทยทั่วประเทศต้องจดจำให้ขึ้นใจ เพราะเขาไม่ได้มาเพื่อทดลองหรือสัมผัสประสบการณ์ แต่มาพร้อมกับคำประกาศสงครามที่ชัดเจน ตรง และไม่มีการอ้อมค้อมแม้แต่น้อย จากแชมป์คิกบ็อกซิ่งสู่สังเวียนมวยไทย เส้นทางที่ไม่ง่าย คัน นากามูระ หรือในภาษาญี่ปุ่นเขียนว่า 中村寛 เกิดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2539 เป็นนักคิกบ็อกซิ่งชาวญี่ปุ่นที่เข้าแข่งขันในรุ่นไลต์เวต ภายใต้สังกัดสหพันธ์ RISE ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในองค์กรคิกบ็อกซิ่งชั้นนำของเอเชีย และในเดือนพฤศจิกายน 2568 นากามูระได้พิสูจน์ตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบด้วยการคว้าแชมป์ RISE -61.5 กิโลกรัม ในรายการ RISE World Series ปี 2568 หลังเอาชนะ หยวน เผิงเจี๋ย ด้วยคะแนนเอกฉันท์ในรอบต่อเวลา โดยใช้การล้มด้วยเตะสูงเป็นจุดชี้ขาด ความสำเร็จครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เส้นทางกว่าจะมาถึงจุดสูงสุดของนากามูระเต็มไปด้วยการฝึกซ้อมหนักและการเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาอย่างต่อเนื่อง เขาเริ่มต้นอาชีพนักชกอาชีพในศึก Hoost Cup Kings Kyoto 3 เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. … Read more