มันชินี่กลับมาแล้ว แต่ทำไมบิ๊กยูเวนตุสถึงไม่ปลื้ม? เปิดปมขัดแย้งเบื้องหลังเก้าอี้กุนซือทีมชาติอิตาลีที่ไม่มีใครกล้าพูดตรงๆ

เมื่อโค้ชคนเดิมกลับมานั่งเก้าอี้เดิม แต่คำถามใหม่กลับดังกว่าเดิม ในวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา สหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี หรือ FIGC ได้เปิดตัวยุคใหม่ของทีมชาติอิตาลีอย่างเป็นทางการ ณ สำนักงานใหญ่ ถนนโปว์ กรุงโรม โดยดึง โรแบร์โต้ มันชินี่ กลับมาคุมทัพ อัซซูรี่ เป็นสมัยที่สอง หลังเคยทำหน้าที่นี้มาแล้วระหว่างปี 2018 ถึง 2023 พร้อมทั้งแต่งตั้ง เคลาดิโอ รานิเอรี่ ให้เข้ามารับตำแหน่งประธานและผู้อำนวยการด้านเทคนิคของ คลับ อิตาเลีย ฟังดูเหมือนเป็นการกลับบ้านของคนคุ้นเคย แต่เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังงานแถลงข่าว กลับมีเสียงวิจารณ์ดังขึ้นจากคนที่มีน้ำหนักที่สุดคนหนึ่งในวงการฟุตบอลอิตาลี นั่นคือ โจวานนี่ คาร์เนวาลี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้อำนวยการทั่วไปของยูเวนตุส สโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมการตัดสินใจที่ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและคุ้นเคยที่สุด กลับกลายเป็นชนวนความขัดแย้งที่สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่ลึกกว่านั้นมาก ย้อนรอยที่มา: จากยุครุ่งเรืองสู่คำถามที่ค้างคาใจ หากย้อนกลับไปดูเส้นทางของมันชินี่ในสมัยแรก เขาคือชายที่พาทีมชาติอิตาลีคว้าแชมป์ยูโร 2020 ได้สำเร็จ ท่ามกลางบรรยากาศหลังยุคโควิดที่ทั้งทวีปโหยหาความสุขเล็กๆ น้อยๆ จากลูกหนัง เป็นความสำเร็จที่ทำให้ชื่อของเขาถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลอิตาลีอย่างแท้จริง แต่เหรียญมีสองด้านเสมอ เพราะหลังจากความรุ่งโรจน์นั้น ทีมชาติอิตาลีกลับต้องเผชิญกับความผิดหวังครั้งใหญ่ เมื่อไม่สามารถผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกได้ถึงสองสมัยติดต่อกัน ก่อนที่มันชินี่จะตัดสินใจอำลาตำแหน่งไปอย่างที่หลายฝ่ายมองว่าไม่ราบรื่นนัก … Read more

มันชินี่คัมแบ็ก! ปริศนา 2 ปีที่ถูกไข: ทำไมกัปตันทีมชาติอิตาลีถึงยอมรับคนที่เคย “ทิ้ง” ทีมไปอย่างไม่มีเงื่อนไข

ในวงการฟุตบอลระดับสูงสุดของโลก ไม่มีอะไรที่พังทลายได้เร็วเท่ากับความไว้วางใจ และไม่มีอะไรที่ซ่อมได้ยากไปกว่าความสัมพันธ์ระหว่างโค้ชกับนักเตะที่เคยแตกหักกันมาก่อน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับทีมชาติอิตาลีในสัปดาห์นี้ กลับพลิกความคาดหมายของแฟนบอลทั่วโลก เมื่อกัปตันทีมชาติที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของยุโรป ตัดสินใจส่งข้อความส่วนตัวถึงประธานสหพันธ์ฟุตบอลเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังทราบข่าวการแต่งตั้งโค้ชคนใหม่ คำถามคือ อะไรทำให้เรื่องราวที่ควรจะเต็มไปด้วยดราม่า กลับกลายเป็นภาพแห่งความสามัคคีได้ในพริบตา จุดเริ่มต้นของพายุ: เมื่อวงการฟุตบอลอิตาลีสั่นสะเทือนภายในไม่กี่วัน ก่อนจะเข้าใจความสำคัญของข้อความที่ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ส่งถึง โจวานนี่ มาลาโก้ เราต้องย้อนกลับไปดูสถานการณ์ที่นำมาสู่จุดนี้เสียก่อน มาลาโก้เพิ่งได้รับเลือกตั้งเป็นประธานสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี หรือเอฟไอจีซี เมื่อเดือนที่ผ่านมา แต่แทนที่จะได้ช่วงฮันนีมูนตามธรรมเนียมของผู้บริหารใหม่ เขากลับต้องเผชิญกับวิกฤตที่ซับซ้อนที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการลูกหนังแดนมักกะโรนี ต้นตอของปัญหาคือกรณีของ อันเดรีย ปิร์โล่ ตำนานนักเตะทีมชาติที่ถูกวางตัวเป็นแคนดิเดตโค้ชคนใหม่ แต่กลับถูกกีดกันในนาทีสุดท้าย เนื่องจากสถานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับบริษัทพนันสัญชาติรัสเซียที่ถูกห้ามดำเนินกิจการในอิตาลี สถานการณ์นี้สร้างแรงกระเพื่อมมหาศาล เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของการเลือกโค้ชคนหนึ่ง แต่เป็นประเด็นทางกฎหมายและภาพลักษณ์ขององค์กรที่มีน้ำหนักมาก ผลกระทบที่ตามมาคือการลาออกของบุคคลสำคัญสองคนที่มาลาโก้เองเป็นผู้แต่งตั้งด้วยมือของตัวเอง นั่นคือ เปาโล มัลดินี่ ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค และ เลโอนาร์โด้ ที่ปรึกษาพิเศษ ทั้งคู่ตัดสินใจวางมือในช่วงสุดสัปดาห์ ท่ามกลางความสับสนว่าใครจะเข้ามารับช่วงต่อ นี่คือสถานการณ์ที่สื่ออิตาลีบางสำนักถึงกับเรียกว่า “เทเลโนเวลา” หรือละครน้ำเน่าที่ยืดเยื้อและสร้างความปวดหัวให้กับทั้งวงการ ทางเลือกที่ถูกซ่อนไว้: ทำไมต้องเป็นมันชินี่และรานิเอรี่ ท่ามกลางความชุลมุน มาลาโก้ตัดสินใจเดินหน้าด้วยแผนที่เขายืนยันว่าเป็นความคิดตั้งแต่ต้น นั่นคือการดึง โรแบร์โต้ มันชินี่ กลับมานั่งเก้าอี้กุนซือทีมชาติอิตาลีอีกครั้ง พร้อมกับตั้ง … Read more