โบนุชชี่คืนสังเวียน! ในบทบาทโค้ช ภายใต้ปีกมันชินี่ ฟื้นฟูอัซซูรี่หลังยุคมืดที่สุดในประวัติศาสตร์

เมื่อตำนานกลับมาในชุดสูท ไม่ใช่เสื้อนักเตะ มีคำถามหนึ่งที่วงการฟุตบอลอิตาลีถามกันมาหลายปีว่า หลังจากที่ทีมชาติอัซซูรี่ตกต่ำถึงขีดสุด ไม่ผ่านเข้าไปเล่นมหกรรมฟุตบอลโลกสองครั้งซ้อน แล้วใครจะมาฟื้นคืนชีพทัพนักเตะสี่ดาวแห่งนี้ให้กลับมามีเกียรติยศบนเวทีโลกอีกครั้ง? คำตอบของสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลีหรือ เอฟไอจีซี คือการเรียก โรแบร์โต้ มันชินี่ กลับมา และนำพา เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ผู้เป็นตำนานแนวรับมือรางวัลเข้ามาร่วมทีมงานโค้ช การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนชื่อในรายชื่อทีมงาน หากแต่เป็นการส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่า อิตาลีตั้งใจจะสร้างยุคใหม่ที่รากฐานแน่นหนาจากประสบการณ์จริงของนักเตะระดับโลก บทที่ 1: ทำความเข้าใจ “วิกฤตอัซซูรี่” ที่ลึกกว่าที่เห็น ก่อนจะพูดถึงทีมงานชุดใหม่ ต้องเข้าใจก่อนว่าทีมชาติอิตาลีตกอยู่ในสภาพอะไรมาก่อนหน้านี้ วันที่ 31 มีนาคม คือวันที่จารึกไว้ในฐานะหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่เจ็บปวดที่สุดของฟุตบอลอิตาลี เมื่ออัซซูรี่พ่ายแพ้ในรอบชิงชนะเลิศ เพลย์ออฟ ฟุตบอลโลก ให้กับบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ผลที่ตามมาคือความพังทลายของระบบทั้งหมด เจนนาโร่ กัตตูโซ่ หัวหน้าโค้ชที่เคยเป็นนักเตะตัวแกร่งในยุคทอง ตัดสินใจยื่นใบลาออกทันที ตามมาด้วยคลื่นลูกใหญ่ที่กวาดล้างทั้งองค์กร เมื่อ จานลุยจิ บุฟฟอน ในบทบาทหัวหน้าคณะผู้แทน และ กาเบรียล กราวิน่า ประธานเอฟไอจีซี ต่างทยอยออกไปในเวลาไม่นาน สถานการณ์วุ่นวายยิ่งกว่านั้นเมื่อ เปาโล มัลดินี่ ตำนานชาวมิลาน ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการด้านเทคนิคของเอฟไอจีซี กลับลาออกจากตำแหน่งหลังรับงานได้เพียง … Read more

มันชินี่คัมแบ็ก! ปริศนา 2 ปีที่ถูกไข: ทำไมกัปตันทีมชาติอิตาลีถึงยอมรับคนที่เคย “ทิ้ง” ทีมไปอย่างไม่มีเงื่อนไข

ในวงการฟุตบอลระดับสูงสุดของโลก ไม่มีอะไรที่พังทลายได้เร็วเท่ากับความไว้วางใจ และไม่มีอะไรที่ซ่อมได้ยากไปกว่าความสัมพันธ์ระหว่างโค้ชกับนักเตะที่เคยแตกหักกันมาก่อน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับทีมชาติอิตาลีในสัปดาห์นี้ กลับพลิกความคาดหมายของแฟนบอลทั่วโลก เมื่อกัปตันทีมชาติที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของยุโรป ตัดสินใจส่งข้อความส่วนตัวถึงประธานสหพันธ์ฟุตบอลเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังทราบข่าวการแต่งตั้งโค้ชคนใหม่ คำถามคือ อะไรทำให้เรื่องราวที่ควรจะเต็มไปด้วยดราม่า กลับกลายเป็นภาพแห่งความสามัคคีได้ในพริบตา จุดเริ่มต้นของพายุ: เมื่อวงการฟุตบอลอิตาลีสั่นสะเทือนภายในไม่กี่วัน ก่อนจะเข้าใจความสำคัญของข้อความที่ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ส่งถึง โจวานนี่ มาลาโก้ เราต้องย้อนกลับไปดูสถานการณ์ที่นำมาสู่จุดนี้เสียก่อน มาลาโก้เพิ่งได้รับเลือกตั้งเป็นประธานสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี หรือเอฟไอจีซี เมื่อเดือนที่ผ่านมา แต่แทนที่จะได้ช่วงฮันนีมูนตามธรรมเนียมของผู้บริหารใหม่ เขากลับต้องเผชิญกับวิกฤตที่ซับซ้อนที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการลูกหนังแดนมักกะโรนี ต้นตอของปัญหาคือกรณีของ อันเดรีย ปิร์โล่ ตำนานนักเตะทีมชาติที่ถูกวางตัวเป็นแคนดิเดตโค้ชคนใหม่ แต่กลับถูกกีดกันในนาทีสุดท้าย เนื่องจากสถานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับบริษัทพนันสัญชาติรัสเซียที่ถูกห้ามดำเนินกิจการในอิตาลี สถานการณ์นี้สร้างแรงกระเพื่อมมหาศาล เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของการเลือกโค้ชคนหนึ่ง แต่เป็นประเด็นทางกฎหมายและภาพลักษณ์ขององค์กรที่มีน้ำหนักมาก ผลกระทบที่ตามมาคือการลาออกของบุคคลสำคัญสองคนที่มาลาโก้เองเป็นผู้แต่งตั้งด้วยมือของตัวเอง นั่นคือ เปาโล มัลดินี่ ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค และ เลโอนาร์โด้ ที่ปรึกษาพิเศษ ทั้งคู่ตัดสินใจวางมือในช่วงสุดสัปดาห์ ท่ามกลางความสับสนว่าใครจะเข้ามารับช่วงต่อ นี่คือสถานการณ์ที่สื่ออิตาลีบางสำนักถึงกับเรียกว่า “เทเลโนเวลา” หรือละครน้ำเน่าที่ยืดเยื้อและสร้างความปวดหัวให้กับทั้งวงการ ทางเลือกที่ถูกซ่อนไว้: ทำไมต้องเป็นมันชินี่และรานิเอรี่ ท่ามกลางความชุลมุน มาลาโก้ตัดสินใจเดินหน้าด้วยแผนที่เขายืนยันว่าเป็นความคิดตั้งแต่ต้น นั่นคือการดึง โรแบร์โต้ มันชินี่ กลับมานั่งเก้าอี้กุนซือทีมชาติอิตาลีอีกครั้ง พร้อมกับตั้ง … Read more

วิกฤตไม่รู้จบ! “คาเปลโล่” จวก FIGC ตั้งม้ามันชินี่-รานิเอรี่ไม่พอ ต้องรื้อรากฐานทั้งระบบ หรือ อัซซูรี่จะพลาดบอลโลกเป็นสมัยที่ 4 ติด

“การแต่งตั้งบุคลากรเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถแก้ปัญหาของวงการลูกหนังมะกะโรนีได้” ประโยคนี้จาก ฟาบิโอ คาเปลโล่ อดีตกุนซือทีมชาติอิตาลีผู้คร่ำหวอดในวงการฟุตบอลมานานหลายทศวรรษ คือสัญญาณเตือนที่ดังกึกก้องไปทั่ววงการลูกหนังคาบสมุทรบูท ในช่วงเวลาที่สหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี (FIGC) เพิ่งประกาศแต่งตั้ง โรแบร์โต้ มันชินี่ กลับมานั่งเก้าอี้เฮดโค้ชทีมชาติเป็นสมัยที่สอง พร้อมดึง เคลาดิโอ รานิเอรี่ ตำนานกุนซือวัย 74 ปี เข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการเทคนิคคนใหม่ ฟังดูเผินๆ นี่คือข่าวดีสำหรับแฟนบอลอิตาลีที่กำลังสิ้นหวัง เพราะทั้งสองคนคือชื่อระดับตำนานที่การันตีด้วยผลงานและบารมี แต่ทำไมคาเปลโล่ผู้มากประสบการณ์ถึงออกมาเตือนด้วยน้ำเสียงที่ไม่ไว้วางใจ? คำตอบอยู่ในบทวิเคราะห์ต่อไปนี้ ที่จะพาไปเจาะลึกทุกมิติของวิกฤตที่ฟุตบอลอิตาลีกำลังเผชิญ ตั้งแต่รากฐานปัญหา ไปจนถึงอนาคตที่ต้องเดิมพันด้วยความอยู่รอดของทั้งวงการ จุดเริ่มต้นของความโกลาหล เมื่อดราม่าซ้อนดราม่าสั่นคลอนวงการลูกหนังอิตาลี ก่อนจะเข้าใจว่าทำไมคาเปลโล่ถึงกังวล ต้องย้อนกลับไปดูที่มาของสถานการณ์อันวุ่นวายนี้เสียก่อน ทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ อดีตเฮดโค้ชทีมชาติต้องอำลาตำแหน่งไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังพาทีมพ่ายให้กับ บอสเนีย แอนด์ เฮอร์เซโกวีน่า ในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลก ความพ่ายแพ้ครั้งนั้นมีความหมายมากกว่าแค่ผลการแข่งขัน เพราะมันคือความล้มเหลวครั้งที่สามติดต่อกันที่ทีมชาติแชมป์โลกสี่สมัยอย่างอิตาลีต้องพลาดโอกาสไปเล่นในเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกลูกหนัง หลังจากนั้น FIGC พยายามแก้ปัญหาด้วยการแต่งตั้ง เปาโล มัลดินี่ ตำนานกองหลังทีมชาติ เข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการเทคนิคเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม แต่ปรากฏว่ามัลดินี่อยู่ในตำแหน่งได้เพียง 16 วันเท่านั้น ก่อนจะตัดสินใจลาออกในวันที่ … Read more

มันชินี่ 2.0 เมื่อลูกชายคนเก่งกลับบ้าน แม่เผยเบื้องหลังหัวใจแชมป์ยูโรที่ไม่เคยเล่าที่ไหนมาก่อน

เมื่อโทรศัพท์สายหนึ่งเปลี่ยนอนาคตวงการลูกหนังอิตาลี ในวงการฟุตบอลนั้น มีน้อยครั้งที่เรื่องราวเบื้องหลังห้องแต่งตัวจะสัมผัสใจแฟนบอลได้มากเท่ากับคำพูดของแม่คนหนึ่งที่พูดถึงลูกชายของตัวเอง และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ มาเรียนน่า มันชินี่ มารดาของ โรแบร์โต้ มันชินี่ เปิดใจผ่านสำนักข่าวอันซ่าถึงความรู้สึกที่ลูกชายได้กลับมารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติอิตาลีอีกครั้ง คำถามที่น่าคิดคือ ทำไมการกลับมาครั้งนี้ถึงมีน้ำหนักมากกว่าการแต่งตั้งโค้ชทั่วไป และทำไมความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกถึงกลายเป็นกุญแจสำคัญที่อธิบายได้ว่าทำไม “อัซซูรี่” ถึงพร้อมลุกขึ้นสู้อีกครั้งเพื่อล่าความฝันทั้งศึกยูโร 2028 และการหวนคืนสังเวียนฟุตบอลโลก จุดเริ่มต้นของตำนาน: เด็กชายที่มีฟุตบอลอยู่ในสายเลือด มาเรียนน่าเล่าถึงวัยเยาว์ของลูกชายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ เธอบอกว่าแม้ในวัยเด็ก โรแบร์โต้ก็ทุ่มเททุกอย่างให้กับกีฬาชนิดนี้ ราวกับว่าฟุตบอลไหลเวียนอยู่ในสายเลือดของเขาตั้งแต่แรกเกิด และคนที่คอยสนับสนุนอยู่เคียงข้างไม่ห่างคือ อัลโด้ ผู้เป็นพ่อ ที่ติดตามลูกชายไปทุกสนามแข่งขัน ไม่ว่าจะไกลแค่ไหนก็ตาม เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นถึงรากฐานที่แท้จริงของนักกีฬาระดับตำนานหลายคนทั่วโลก นั่นคือครอบครัวที่เป็นแรงหนุนเบื้องหลัง ก่อนที่โลกจะได้เห็นความสำเร็จบนเวทีใหญ่ โรแบร์โต้ มันชินี่ แจ้งเกิดในวงการลูกหนังมะกะโรนีตั้งแต่อายุยังน้อย ด้วยฝีเท้าของเพลย์เมกเกอร์ที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์ ก่อนจะกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของฟุตบอลอิตาลีในยุคของตัวเอง สำหรับคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มติดตามฟุตบอล เรื่องนี้เป็นบทเรียนสำคัญ ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นข้ามคืน แต่มาจากการสั่งสมวินัยและความทุ่มเทตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งเป็นแนวคิดที่นำไปปรับใช้ได้กับทุกเส้นทางชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเรียน หรือการสร้างธุรกิจของตัวเอง เส้นทางสู่จุดสูงสุด: ยูโร 2020 และบทเรียนแห่งการล้มลงจากยอดเขา หากพูดถึงผลงานในฐานะกุนซือ ชื่อของมันชินี่ย่อมถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอิตาลีอย่างไม่มีวันลบเลือน เขาคือผู้ที่พา “อัซซูรี่” ทะยานคว้าแชมป์ยูโร 2020 ได้สำเร็จ … Read more

มันชินี่ กลับมาแล้ว! ภารกิจกู้ศักดิ์ศรี “อัซซูรี่” หลังดราม่าปีร์โล่-มัลดินี่สั่นสะเทือนวงการลูกหนังอิตาลี

เมื่อประตูที่คิดว่าปิดไปแล้ว กลับเปิดขึ้นมาอีกครั้ง ใครจะคิดว่าเรื่องราวการหาเทรนเนอร์ทีมชาติอิตาลีคนใหม่จะพลิกผันขนาดนี้ ภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ วงการฟุตบอลอิตาลีต้องเผชิญกับความปั่นป่วนระดับสูงสุด ทั้งการถูกปฏิเสธจากสองยอดกุนซือระดับโลกอย่าง คาร์โล อันเชล็อตติ และ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ตามมาด้วยดราม่าการเมืองภายในที่ทำให้ตัวเต็งอย่าง อันเดรีย ปีร์โล่ ต้องหลุดจากสมการ และปิดท้ายด้วยการลาออกกะทันหันของ เปาโล มัลดินี่ ตำนานกองหลังผู้รับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค แต่ท่ามกลางความโกลาหลนี้ สหพันธ์ฟุตบอลอิตาลีก็สามารถหาข้อสรุปได้ในที่สุด เมื่อ โรแบร์โต้ มันชินี่ ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการให้กลับมารับตำแหน่งเทรนเนอร์ทีมชาติอิตาลีอีกครั้ง หลังจากอำลาตำแหน่งไปเมื่อปี 2023 พร้อมกับการแต่งตั้ง เคลาดิโอ รานิเอรี่ ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคคนใหม่ โดยทั้งสองจะเปิดตัวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการในวันพุธที่ 29 กรกฎาคม เวลา 18.20 น. ตามเวลาท้องถิ่น เรื่องราวนี้ไม่ใช่แค่ข่าวการแต่งตั้งโค้ชธรรมดา แต่มันคือบทเรียนเรื่องการบริหารองค์กรภายใต้แรงกดดัน การตัดสินใจภายใต้ข้อจำกัด และความสามารถในการลุกขึ้นมาใหม่หลังความล้มเหลว ซึ่งล้วนเป็นแง่คิดที่นำไปปรับใช้ได้ไม่ใช่แค่ในสนามฟุตบอล ที่มาของวิกฤต: เมื่อตัวเลือกอันดับหนึ่งปฏิเสธทีละคน การหาเทรนเนอร์คนใหม่ของอิตาลีครั้งนี้ไม่ได้ราบรื่นตั้งแต่ต้น สหพันธ์ฟุตบอลอิตาลีเริ่มกระบวนการทาบทามด้วยชื่อระดับหัวแถวของวงการ นั่นคือ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือที่คว้าแชมป์แชมเปียนส์ลีกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ และ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า หนึ่งในโค้ชที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุค … Read more

บัลดินี่สั่ง! ปลดแอกดาวรุ่งอัซซูรี่ “เล่นอิสระ พิสูจน์คุณภาพ” ในศึกอุ่นเครื่องกับกรีซ

ซิลวิโอ บัลดินี่ กุนซือรักษาการทีมชาติอิตาลี ส่งสารตรงถึงนักเตะดาวรุ่งก่อนลงสนามพบ กรีซ ในเกมอุ่นเครื่อง ชี้อยากเห็นทุกคนเล่นด้วยความมั่นใจและแสดงฝีมือออกมาให้เต็มร้อย หลังอัซซูรี่เฉือน ลักเซมเบิร์ก หวุดหวิด 1-0 ในนัดก่อนหน้า อิตาลีกำลังเดินหน้าต่อหลังความเจ็บปวด อิตาลีเพิ่งผ่านพ้นช่วงเวลาที่ขมขื่นที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังพลาดสิทธิ์ลุยฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน ซึ่งนับเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดของวงการลูกหนังแดนมักกะโรนี บัลดินี่รับไม้ต่อในฐานะโค้ชรักษาการ และเลือกที่จะวางใจคนรุ่นใหม่ โดยเรียกนักเตะหน้าใหม่มาเสริมทัพเพียบในช่วงนี้ “เล่นอิสระ” คือกุญแจสำคัญ บัลดินี่ให้สัมภาษณ์กับ สกาย สปอร์ต อิตาเลีย ว่า “ผมคาดหวังว่าจะได้เห็นสิ่งเดียวกับที่เราได้เห็นในเกมกับลักเซมเบิร์ก แม้ว่าคู่แข่งจะอยู่ในระดับที่แตกต่างกันออกไปก็ตาม” “ผมอยากให้นักเตะเริ่มเกมอย่างผ่อนคลาย พร้อมที่จะพิสูจน์ว่าอิสระของพวกเขาไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่มีส่วนร่วมในเกม แต่พวกเขาสามารถแสดงคุณภาพทางเทคนิคทั้งหมดที่มีอยู่ในทีมชาติอิตาลีได้” ถ้อยคำเหล่านี้สะท้อนปรัชญาของกุนซือวัย 71 ปี ที่เชื่อในการให้โอกาสและพื้นที่แก่นักเตะรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพ โดยไม่บีบคั้นหรือกดดันจนเกินไป ทดสอบบทพิสูจน์บนเวทีจริง การพบกับ กรีซ ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญอีกขั้น เพราะกรีซมีระดับความสามารถสูงกว่าลักเซมเบิร์กอย่างชัดเจน ดาวรุ่งอิตาลีที่ส่วนใหญ่ยังขาดประสบการณ์ระดับทีมชาติจะต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาพร้อมจะยกระดับขึ้นไปอีกขั้น และเป็นรากฐานสำคัญของทีมชาติอิตาลีในอนาคต อิตาลีกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ — ระหว่างบาดแผลจากอดีตและความหวังที่กำลังก่อตัวขึ้นในรุ่นใหม่

คิเอลลินี่ฉะตรง! อิตาลีต้องเลิกแก้ตัว หลังพลาดบอลโลก 3 สมัยซ้อน วิกฤตที่หนักที่สุดในประวัติศาสตร์อัซซูรี่

มีทีมชาติไหนในโลกที่เคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกถึง 4 สมัย แต่กลับไม่ได้ลงเล่นในมหกรรมเดียวกันนั้นถึง 3 ครั้งติดต่อกัน? คำตอบมีเพียงทีมเดียวในประวัติศาสตร์ และทีมนั้นคืออิตาลี ชาติที่โลกเคยยกย่องว่าเป็นตำนานแห่งวงการลูกหนัง กำลังเผชิญกับบทพิสูจน์ที่โหดร้ายที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ล่าสุด จอร์โจ้ คิเอลลินี่ หนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อัซซูรี่ ออกมาส่งสัญญาณเตือนอย่างตรงไปตรงมาว่า ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนของวงการลูกหนังอิตาลีต้องหยุดปิดตาข้างเดียว และเริ่มต้นการฟื้นฟูอย่างจริงจัง บาดแผลที่ซ้ำรอยครั้งแล้วครั้งเล่า ย้อนกลับไปในปี 2561 โลกฟุตบอลตกตะลึงเมื่อแชมป์โลก 4 สมัยอย่างอิตาลีพลาดการคัดเลือกไปฟุตบอลโลกที่รัสเซีย นั่นเป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปีที่ “อัซซูรี่” ไม่ได้ปรากฏตัวบนเวทีโลก แต่หลายคนยังมองว่าเป็นเพียงความผิดพลาดชั่วคราวที่แก้ไขได้ แล้วในปี 2565 ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง และตอนนี้ในปี 2569 ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเป็นครั้งที่สาม หลัง “อัซซูรี่” พลิกแพ้บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาอย่างน่าผิดหวังในรอบเพลย์ออฟ สามครั้งติดต่อกัน ไม่ใช่แค่เรื่องโชคร้ายอีกต่อไป มันคือโครงสร้างที่พังทลาย คิเอลลินี่: “ผมแบกรอยแผลนี้ไว้ในใจ” ในงานเทศกาลเซเรีย อา ที่เมืองปาร์ม่า คิเอลลินี่ซึ่งปัจจุบันนั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ฟุตบอลของยูเวนตุส เลือกที่จะพูดความจริงโดยไม่อ้อมค้อม “เราไม่สามารถแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น การไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลโลกสามครั้งติดต่อกันเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากมาก” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สิ่งที่น่าสังเกตคือคิเอลลินี่ไม่ได้พูดในฐานะผู้วิจารณ์จากภายนอก แต่เขาคือผู้ที่แบกรับความเจ็บปวดนั้นด้วยตัวเองมาสองครั้งแล้ว เขาเคยเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่พลาดฟุตบอลโลก 2018 … Read more