ผ่าวิทยาศาสตร์ “หมัดยาว” ซุปเปอร์บอย ต.สุรัตน์ อาวุธสังหารที่ทำให้ เด่นผาด่าง เข้าไม่ถึงตัวตลอดไฟต์ ศึกมวยมันส์สนั่นเมือง
ทำไมนักมวยตัวสูงกว่าถึงได้เปรียบเสมอ แม้คู่ต่อสู้จะมีหัวใจนักสู้ล้นเหลือแค่ไหน? นี่คือคำถามที่แฟนมวยไทยถกเถียงกันมานับร้อยปี และล่าสุดคำตอบก็ถูกตอกย้ำอีกครั้งบนสังเวียนเวทีมวยนานาชาติรังสิต ในศึก “มวยมันส์สนั่นเมือง X ภ.หลักบุญ” เมื่อ ซุปเปอร์บอย ต.สุรัตน์ นักชกหนุ่มจากระยอง ใช้ความได้เปรียบด้านช่วงชกที่เหนือกว่า สยบ เด่นผาด่าง ภ.หลักบุญ กำปั้นไฟแรงจากหนองบัวลำภู ไปด้วยคะแนนอย่างขาดลอย ทั้งที่ฝ่ายหลังพยายามเดินหน้าบุกใส่แทบทุกยกแต่กลับเข้าไม่ถึงตัวเลยแม้แต่ครั้งเดียว เกมการชกไฟต์นี้ไม่ได้เป็นแค่ความบันเทิงข้างสังเวียนธรรมดา แต่มันคือบทเรียนชั้นดีเรื่อง “การควบคุมพื้นที่” ที่ใช้ได้ทั้งในสังเวียนมวยและในชีวิตจริง ลองมาเจาะลึกไปด้วยกันว่า เพราะเหตุใดความสูงและช่วงชกที่ยาวกว่า ถึงกลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่งของศิลปะการต่อสู้แขนงนี้ มิติประวัติศาสตร์: เมื่อ “ระยะ” คือกลยุทธ์เก่าแก่ของมวยไทย ย้อนกลับไปในยุคที่มวยไทยยังไม่มีนวมสวมมือ นักมวยโบราณใช้การพันมือด้วยเชือกและฝึกฝนการควบคุมระยะห่างเป็นหัวใจสำคัญของการเอาตัวรอด เพราะการปะทะระยะประชิดในยุคนั้นหมายถึงบาดแผลที่รุนแรงกว่าปัจจุบันมาก ครูมวยรุ่นเก่าจึงปลูกฝังลูกศิษย์เสมอว่า “อย่าให้คู่ต่อสู้เข้าถึงตัวได้ง่าย” และนี่คือที่มาของท่าไม้ตายอย่าง การถีบ หรือที่คนรุ่นใหม่เรียกทับศัพท์ว่า teep ซึ่งแท้จริงแล้วคือการใช้เท้าดันตัดจังหวะคู่ต่อสู้ไม่ให้เดินหน้าเข้ามาได้สะดวก ในยุคทองของมวยไทยช่วงที่เวทีราชดำเนินและเวทีลุมพินีรุ่งเรืองสุดขีด นักมวยที่มีรูปร่างสูงโปร่งอย่างเช่นตำนานหลายคนในอดีต ล้วนเลือกใช้กลยุทธ์ “มวยดัก” เป็นอาวุธหลัก นั่นคือการยืนอยู่นอกระยะที่คู่ต่อสู้จะโจมตีถึง แล้วรอจังหวะสอยด้วยหมัดตรงหรือเข่าลอยเมื่อฝ่ายตรงข้ามพยายามเดินเข้ามา กลยุทธ์นี้อาจดูเรียบง่ายในสายตาคนดูทั่วไป แต่ในทางเทคนิคแล้วมันคือศาสตร์ชั้นสูงที่ต้องอาศัยทั้งจังหวะ สายตา และวินัยการเคลื่อนไหวที่แม่นยำระดับวินาที สิ่งที่ ซุปเปอร์บอย ต.สุรัตน์ แสดงให้เห็นในไฟต์นี้ … Read more