เอกลักษณ์ ส.สมานการ์เม้นท์ อ่านเกมขาดจน “จอมโหด” ว.อุรชา แผ่วทั้งไฟต์ ปริศนาเบื้องหลังชัยชนะขาดลอยที่แฟนมวยต้องดู

เปิดฉาก: ทำไมไฟต์นี้ถึงกลายเป็นบทเรียนของวงการมวยไทยยุคใหม่ ทุกครั้งที่มีการชกที่จบลงแบบ “ขาดลอย” คำถามที่ตามมาเสมอคือ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงบนสังเวียน ที่ทำให้นักมวยฝ่ายหนึ่งซึ่งบุกใส่เต็มกำลังตั้งแต่วินาทีแรก กลับกลายเป็นฝ่ายแผ่วลงเรื่อยๆ จนแทบไม่เหลือแรงในยกสุดท้าย ศึก มวยไทย 7 HD ประจำวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ เวทีมวยช่อง 7 ได้ให้คำตอบนั้นผ่านคู่เอกพิกัด 123 ปอนด์ ระหว่าง เอกลักษณ์ ส.สมานการ์เม้นท์ กับ จอมโหด ว.อุรชา ไฟต์ที่ดูเผินๆ อาจเหมือนการดวลหมัดธรรมดา แต่หากมองลึกลงไปในทุกจังหวะ นี่คือบทเรียนชั้นดีเรื่อง “การอ่านเกม” ที่นักมวยรุ่นใหม่ควรศึกษา เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่บุกก่อนไม่ใช่คนที่ชนะเสมอไป คนที่ควบคุมจังหวะได้ต่างหากคือผู้ชนะที่แท้จริง ไล่เรียงเกมทั้งไฟต์: จากการบุกสุดแรงสู่ความพ่ายแพ้ขาดลอย สองยกแรก: เกมความเร็วปะทะเกมความนิ่ง ตั้งแต่ระฆังยกแรกดังขึ้น จอมโหดเลือกใช้กลยุทธ์ที่นักมวยสายบุกนิยมใช้มากที่สุด นั่นคือการเดินหน้าท้าชน สาดหมัดเจาะยางรัวถี่ หวังใช้ความเร็วและปริมาณหมัดกดดันคู่ต่อสู้ตั้งแต่ต้นไฟต์ เพื่อปิดเกมให้ไวที่สุดก่อนที่พลังจะหมด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เอกลักษณ์ไม่ได้ตอบโต้ด้วยความเร็วเช่นเดียวกัน เขาเลือกเล่นเกมนิ่ง อาศัยจังหวะฝีมือดักโต้ ไล่แขนแทงเข่าเน้นๆ สลับกับการฟันศอกตัดลำตัว นี่คือรูปแบบการชกที่เรียกได้ว่า “เกมรับเชิงรุก” … Read more

BUAKAW THE SERIES: เปิดปูมชีวิตยอดมวยไทยที่โลกต้องจดจำ จากเงิน 100 บาทของแม่ สู่ซอฟต์พาวเวอร์ระดับสากล

เมื่อความจนไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของตำนาน ลองจินตนาการดูว่า ถ้าวันหนึ่งคุณมีเงินติดตัวเพียง 100 บาท และนั่นคือทั้งหมดที่แม่มอบให้ก่อนออกจากบ้านไปเผชิญโลกกว้าง คุณจะทำอย่างไร? สำหรับเด็กชายคนหนึ่งจากจังหวัดสุรินทร์ คำตอบของเขาคือการก้าวขึ้นสังเวียนผ้าใบ แล้วต่อสู้จนกลายเป็นนักมวยไทยที่ทั่วโลกยอมรับว่ายิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ ชื่อของเขาคือ ร้อยเอก สมบัติ บัญชาเมฆ หรือที่แฟนกีฬาทั่วโลกรู้จักในนาม “บัวขาว บัญชาเมฆ” วันนี้เรื่องราวชีวิตของเขากำลังจะถูกถ่ายทอดผ่านจอโทรทัศน์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ไฮไลต์การชกที่เราคุ้นตา หากแต่เป็นภาพยนตร์สั้นกึ่งสารคดีเรื่อง BUAKAW THE SERIES: Dust, Sweat And Glory ที่จะพาผู้ชมดำดิ่งลงไปถึงก้นบึ้งของหัวใจนักสู้คนนี้ ตั้งแต่วันที่ไม่มีอะไรเลยจนถึงวันที่มีทุกอย่าง โปรเจกต์นี้เกิดจากความร่วมมือของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับมูลนิธิบัญชาเมฆ และพันธมิตรอีกหลายหน่วยงาน โดยจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต ซึ่งไม่ใช่แค่การเปิดตัวละครสารคดีธรรมดา แต่คือภารกิจใหญ่ในการผลักดันมวยไทยให้กลายเป็น “ซอฟต์พาวเวอร์” ทรงพลังของประเทศไทยบนเวทีโลก ที่มาของตำนาน: มวยไทยในสายเลือด ความยากจนในชีวิตจริง ก่อนจะเป็นบัวขาวที่โลกรู้จัก เขาคือเด็กชายธรรมดาคนหนึ่งที่เติบโตมาในครอบครัวที่ไม่ได้มีต้นทุนชีวิตสูงส่งอะไร มวยไทยสำหรับเขาไม่ใช่แค่กีฬา แต่คือหนทางเดียวที่จะพาครอบครัวให้อยู่รอด เรื่องเล่าที่ว่าแม่ให้เงินเพียง 100 บาทติดตัวออกจากบ้าน ไม่ใช่แค่ประโยคทางการตลาดที่ใช้โปรโมตซีรีส์ แต่มันคือความจริงที่สะท้อนภาพชีวิตของเด็กต่างจังหวัดหลายล้านคนในประเทศไทย ที่โตมากับความไม่แน่นอน และต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยสองมือเปล่า มวยไทยในฐานะศาสตร์การต่อสู้มีรากฐานย้อนไปหลายร้อยปี เป็นทั้งศิลปะการป้องกันตัวและวัฒนธรรมที่ฝังลึกอยู่ในวิถีชีวิตคนไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่เด็กหนุ่มจำนวนมากเลือกเดินเข้าค่ายมวยตั้งแต่อายุยังน้อย … Read more

หัวก้อนโต แผลแตกไม่หวั่น! “มังกรหยก” โชว์เหลี่ยมมวยเก๋าเกม เฉือนเอาชนะ “รุ่งภาณุ” กลางเวทีรังสิต ทั้งที่เลือดอาบตั้งแต่ยกแรก

ในโลกของกีฬาที่ใช้ร่างกายเป็นเดิมพัน มีน้อยครั้งที่เราจะได้เห็นนักสู้คนหนึ่งเปลี่ยนบาดแผลบนใบหน้าให้กลายเป็นแรงผลักดันในการชกยกต่อๆ ไป และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงบนสังเวียนมวยรังสิต ในศึก “มวยมันส์สนั่นเมือง” เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา เมื่อ มังกรหยก เทศบาลเขาบางแกรก ยอดมวยจากอุทัยธานี ต้องเจอกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดตั้งแต่ยกแรกของการชก แต่กลับสามารถพลิกกลับมาเอาชนะคะแนน รุ่งภาณุ แสงบารมี กำปั้นจอมแกร่งจากสงขลา ไปได้อย่างสุดมันในคู่เอกของค่ำคืนนั้น คำถามที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ “ใครชนะ” แต่คือ “ทำไมนักมวยที่บาดเจ็บตั้งแต่ยกแรกถึงยังเอาชนะได้” คำตอบซ่อนอยู่ในรายละเอียดที่ลึกกว่าผลการแข่งขัน จุดพลิกเกมที่เกิดจากความเจ็บปวด ยกแรกของการชกคู่นี้เปิดฉากมาอย่างดุเดือด มังกรหยกพลาดท่าโดนศอกฟันเข้าอย่างจังจนศีรษะแตก เป็นสถานการณ์ที่นักมวยหลายคนอาจเสียจังหวะและเสียขวัญไปเลยทันที เพราะเลือดที่ไหลบดบังสายตา และความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นสามารถทำลายสมาธิได้ในพริบตา แต่สิ่งที่ทำให้คู่นี้น่าติดตามคือ มังกรหยกไม่ปล่อยให้บาดแผลกลายเป็นข้ออ้างในการถอย เขากลับอาศัยความเก๋าและเหลี่ยมมวยที่สั่งสมมา ดักจังหวะออกอาวุธได้แม่นยำและจะแจ้งกว่าคู่ต่อสู้ตลอดยกที่เหลือ จนกรรมการชูมือให้เป็นฝ่ายชนะคะแนนไปในที่สุด เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกในวงการมวยไทย เพราะกีฬาชนิดนี้ถูกออกแบบมาให้ทดสอบทั้งร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน นักมวยที่อยู่รอดในสังเวียนได้นานมักไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งที่สุด แต่คือคนที่ควบคุมความเจ็บปวดและความกลัวได้ดีที่สุดต่างหาก ย้อนรากมวยไทย ศิลปะที่ใช้ทุกส่วนของร่างกายเป็นอาวุธ มวยไทยถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในศิลปะการต่อสู้ที่โหดหินที่สุดในโลก เพราะอนุญาตให้ใช้อวัยวะได้ถึงแปดจุดในการโจมตี ทั้งหมัด เท้า เข่า และศอก จนได้รับฉายาว่า “ศิลปะแปดเหลี่ยม” ต่างจากกีฬาต่อสู้สากลอย่างมวยสากลที่ใช้ได้เพียงหมัด หรือเทควันโดที่เน้นการเตะเป็นหลัก ความหลากหลายของอาวุธในมวยไทยนี่เองที่ทำให้เกมการชกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และเปิดโอกาสให้นักมวยที่เสียเปรียบในช่วงต้นกลับมาพลิกสถานการณ์ได้เสมอ เหมือนที่เราเห็นในคู่นี้ ในอดีต … Read more

ช็อกวงการหมัด! “เพชรศิลา” ป่วยกะทันหันถอนชก “โคกิ โอซากิ” ศึก RWS 200 — และนี่คือเหตุผลที่นักสู้ตัวจริงทุกคนเข้าใจการตัดสินใจครั้งนี้

ลองจินตนาการว่าคุณทุ่มเทฝึกซ้อมมาหลายเดือน อดทนกับความเจ็บปวด ควบคุมอาหาร รีดน้ำหนัก และอดนอนเพื่อไฟต์ที่อาจเปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิต แต่แล้วในโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันชก ร่างกายของคุณกลับ “ทรยศ” คุณเสียเอง คำถามคือ คุณจะฝืนขึ้นเวทีทั้งที่รู้ว่าตัวเองไม่พร้อม หรือจะกล้าพอที่จะพูดคำว่า “ถอน” นี่คือสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับ เพชรศิลา ว.อุรชา ยอดมวยไทยที่กำลังจะได้โอกาสครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต แต่กลับต้องประกาศถอนตัวจากการดวลกับ โคกิ โอซากิ ซุปเปอร์สตาร์ชาวญี่ปุ่น ในศึก RWS 200 วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2569 ณ เวทีราชดำเนิน เพราะอาการป่วยที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว หลายคนอาจมองว่านี่คือ “ความน่าเสียดาย” แต่ถ้ามองให้ลึก เรื่องนี้กลับเต็มไปด้วยบทเรียนเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา วินัยของนักสู้ และความกล้าหาญที่หลายคนมองข้าม บทความนี้จะพาคุณไปเจาะทุกมิติของเหตุการณ์ครั้งนี้ ความจริงที่โหดร้าย เมื่อร่างกายไม่ใช่เครื่องจักร ศึก RWS 200 ถูกวางตัวให้เป็นบิ๊กแมตช์ระดับโลกที่แฟนหมัดมวยทั้งในและต่างประเทศต่างเฝ้ารอ คู่ระหว่างเพชรศิลากับโคกิ คือหนึ่งในไฮไลต์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด เพราะเป็นการปะทะกันระหว่างความเป็นมวยไทยต้นตำรับกับสไตล์การชกที่ดุดันของนักสู้ญี่ปุ่น แต่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเก็บตัว เพชรศิลากลับมีอาการป่วยอย่างรุนแรง จนไม่สามารถฝืนเตรียมความพร้อมของร่างกายให้อยู่ในจุดที่ดีที่สุดได้ ทีมงานและตัวนักมวยจึงตัดสินใจร่วมกันว่าทางเลือกที่ดีที่สุดคือการ เซฟร่างกาย และประกาศถอนตัว แม้จะรู้ดีว่านี่อาจเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่สุดในเส้นทางอาชีพก็ตาม สิ่งที่หลายคนไม่เข้าใจคือ … Read more

ทิ้งเงินล้านเพื่อสังเวียนฝัน! “ยอดขุนพล” จอมเก๋า 30 ปี ประกาศศึกโค้งสุดท้ายบนเวที ONE ลุมพินี 160

มีนักกีฬากี่คนในโลกที่กล้าปฏิเสธรายได้หลักล้านบาทเพื่อแลกกับโอกาสพิสูจน์ตัวเองบนสังเวียนระดับโลก? คำตอบอาจดูไม่สมเหตุสมผลในเชิงธุรกิจ แต่สำหรับนักมวยที่มีเลือดไหลร้อนด้วยไฟแห่งความฝัน มันคือการตัดสินใจที่แสนจะสมบูรณ์แบบที่สุดในชีวิต “ยอดขุนพล” จอมเก๋าวัย 30 ปีจากนครราชสีมา อดีตแชมป์ K-1 ซูเปอร์ไลต์เวต เจ้าของสถิติชนะมาแล้วถึง 104 ครั้ง กำลังจะจุดชนวนให้วงการมวยไทยร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อเขาตัดสินใจปฏิเสธรายได้หลักล้านบาทจากเส้นทางคิกบ็อกซิง เพื่อกลับมาคืนสังเวียนมวยไทยหลังห่างหายไปเกือบสองปี และประกาศศึกเปิดตัวบนเวที ONE ลุมพินี 160 กับ “เซมิห์ ชาห์ จินดีร์” จอมบู๊ทรงพลังจากตุรกี ในกติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต ศึกใหญ่ประจำไตรมาสสองนี้จะถ่ายทอดสดจากเวทีมวยลุมพินี รามอินทรา สู่สายตาแฟนกีฬาการต่อสู้ทั่วโลกในวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 นี้ และนี่คือเรื่องราวที่ทำให้การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เกมกีฬา แต่คือมหากาพย์แห่งจิตวิญญาณมวยไทยที่คุณไม่ควรพลาด เส้นทางแห่งเลือดและเหงื่อ: จากโคราชสู่เวทีโลก ชีวิตนักมวยไทยระดับอาชีพไม่ใช่เรื่องของความสวยงาม มันคือการเดินทางที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ บาดแผล และการเสียสละที่คนทั่วไปแทบจะจินตนาการไม่ออก ยอดขุนพล เริ่มต้นเส้นทางของตนเองบนผืนดินโคราช ดินแดนที่ขึ้นชื่อในด้านการผลิตนักมวยชั้นนำของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยสถิติชนะ 104 ครั้งในอาชีพนักมวย ยอดขุนพลไม่ใช่หน้าใหม่ที่กำลังหาประสบการณ์ เขาคือ ทหารผ่านศึก ที่ผ่านสังเวียนมาแล้วนับไม่ถ้วน ผ่านการแข่งขันในระดับประเทศและนานาชาติ จนสามารถคว้าแชมป์ … Read more

ล้างตาหรือครองราชย์? “เจริญสุข” เดิมพันบัลลังก์แบนตัมเวต เจอ “ปังตอ” อดีตสองสายพาน ศึก RWS 20 มิ.ย.นี้

สังเวียนราชดำเนินไม่เคยขาดความระทึก และคืนวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569 คือคืนที่แฟนมวยไทยทั่วประเทศต้องจับตา เมื่อแชมป์ฟอร์มร้อนที่ครองเข็มขัดแบนตัมเวตราชดำเนินมาแบบแกร่งกว่าที่เคย กำลังจะต้องเผชิญกับความท้าทายที่หนักที่สุดในชีวิตนักมวย คำถามที่ทุกคนอยากรู้คำตอบในคืนนั้นมีอยู่เพียงข้อเดียว ระหว่าง เจริญสุข บุญลานนามวยไทย กับ ปังตอ ภ.หลักบุญ ใครกันที่จะได้ยืนเป็นใหญ่บนเวทีราชดำเนินในค่ำคืนนั้น? เส้นทางของแชมป์ที่ยังไม่มีใครหยุดได้ ชื่อของ เจริญสุข บุญลานนามวยไทย ไม่ใช่ชื่อที่เพิ่งเป็นที่รู้จักในวงการมวยไทย แต่ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา นักมวยรายนี้ได้ยกระดับตัวเองขึ้นสู่จุดสูงสุดของวงการมวยไทยระดับสากล ด้วยฟอร์มการชกที่ดุดันและอ่านเกมเก่งเกินวัย เขาไม่ได้แค่ชนะ แต่ชนะอย่างมีสไตล์ที่ทำให้แฟนมวยต้องลุกขึ้นยืนปรบมือ สามไฟต์หลังสุดของเจริญสุขบอกทุกอย่างที่ต้องรู้เกี่ยวกับนักมวยคนนี้ได้ดีกว่าคำอธิบายใดๆ เขาชนะมาแล้วทั้งสามไฟต์โดยไม่มีสะดุด และในจำนวนนั้นถึงสองไฟต์เป็นการชนะน็อก การชนะน็อกในระดับแชมป์ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนักมวยในระดับนี้ผ่านการฝึกซ้อมมาอย่างหนักและมีความอึดทนสูงกว่าปกติ แต่เจริญสุขทำได้ และทำได้มากกว่าหนึ่งครั้ง นั่นคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่บอกว่าพลังอาวุธของเขาไม่ใช่แค่ “พอใช้” แต่อยู่ในระดับที่อันตรายมากสำหรับคู่ต่อสู้ทุกคน โบนัสที่กวาดมาได้หลายล้านบาทในช่วงที่ผ่านมายิ่งตอกย้ำว่าเจริญสุขไม่ใช่แค่แชมป์ที่ชนะแบบพอผ่าน แต่เป็นนักมวยที่ชนะแบบสร้างความบันเทิงให้แฟนๆ ด้วย ซึ่งในวงการมวยไทยยุคปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับความสนุกและความตื่นเต้นของการชก ลักษณะการชกแบบนี้คือสิ่งที่ทำให้เขาโดดเด่นกว่าใคร ปังตอ ภ.หลักบุญ ไม่ใช่แค่คู่แข่ง แต่คือฝันร้ายที่เจริญสุขยังติดค้างอยู่ ถ้าจะพูดถึงความน่าสนใจของไฟต์นี้ จะต้องพูดถึง ปังตอ ภ.หลักบุญ ให้ครบถ้วนก่อน เพราะนักมวยรายนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ธรรมดาที่เจริญสุขจะมองข้ามได้ ปังตอคืออดีตแชมป์ราชดำเนินถึงสองรุ่น นั่นหมายความว่าเขาเคยพิสูจน์ตัวเองบนเวทีแห่งนี้มาแล้วในระดับสูงสุด ประสบการณ์ของนักมวยที่ผ่านการป้องกันแชมป์และเผชิญกับคู่ต่อสู้ระดับสูงมาหลายครั้งนั้น สร้างสิ่งที่ซื้อหาด้วยเงินไม่ได้ … Read more

รถถัง จิตรเมืองนนท์ นัดแถลงการณ์ด่วน! เปิดใจทุกประเด็นบ่ายสามโมงวันเสาร์ที่บ้านพักส่วนตัว อะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังคำเชิญลึกลับครั้งนี้?

แฟนมวยไทยต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะคืนนี้คงนอนไม่หลับกันหลายคน เมื่อ รถถัง จิตรเมืองนนท์ นักชกซูเปอร์สตาร์ที่ชื่อเสียงโด่งดังไปไกลเกินกว่าขอบเวทีมวย ออกมาร่อนจดหมายเชิญอย่างเป็นทางการถึงสื่อมวลชนและผู้มีพระคุณทุกท่าน นัดรวมตัวกันในวันเสาร์ที่ 18 เมษายน 2569 เวลา 15.00 น. ณ บ้านพักส่วนตัวของครอบครัว พร้อมประกาศชัดเจนว่า “ถึงเวลาแล้วที่จะพูดความจริง” — ประโยคสั้นๆ เพียงไม่กี่คำ แต่หนักแน่นและทรงพลังพอที่จะทำให้วงการมวยไทยทั้งประเทศสะท้านสะเทือน คำถามที่อยู่ในใจทุกคนตอนนี้มีเพียงข้อเดียว: รถถังจะพูดอะไร? เมื่อยอดนักชกร่อนจดหมายเชิญ — ความหมายที่ลึกกว่าที่คิด ในโลกของนักมวยและนักกีฬาอาชีพ การนัดแถลงข่าวแบบเป็นทางการที่บ้านพักส่วนตัวนั้นไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยนัก ในทางปกติ การชี้แจงหรือแถลงข่าวมักจะเกิดขึ้นในสนามมวย ห้องประชุมของค่ายหรือโปรโมเตอร์ หรืออย่างน้อยที่สุดก็ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ของเจ้าตัว แต่เมื่อรถถังเลือกที่จะเปิดประตูบ้านตัวเองต้อนรับทั้งสื่อมวลชนและผู้มีพระคุณพร้อมกัน นั่นหมายความว่าเนื้อหาที่เขาจะพูดนั้น ต้องมีน้ำหนักมากพอที่จะต้องการบรรยากาศที่จริงใจและใกล้ชิดที่สุด การเลือกพื้นที่บ้านพักส่วนตัวยังสะท้อนถึงบุคลิกภาพของรถถังที่ถึงแม้จะเป็นนักชกระดับโลก แต่ยังคงรักษาความเป็นตัวเองในแบบคนธรรมดาที่อยู่ใกล้ชิดกับรากเหง้าและครอบครัวเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น รายละเอียดเล็กน้อยอย่างเมนูอาหารที่เตรียมต้อนรับแขก ทั้ง หนังไก่กรอบและไตปลาแห้งฝีมือครอบครัว ยิ่งตอกย้ำสัญญาณนี้ชัดเจนขึ้นไปอีก นี่ไม่ใช่การแถลงข่าวเชิงธุรกิจ แต่คือการเปิดบ้านต้อนรับคนที่เขาไว้วางใจและเคารพนับถือเพื่อให้รับรู้ถึงสิ่งที่เขาต้องการบอกจากใจจริง รถถัง จิตรเมืองนนท์ คือใคร — จากเวทีมวยสู่ขวัญใจมหาชน สำหรับผู้ที่ยังไม่คุ้นชินกับชื่อนี้ รถถัง จิตรเมืองนนท์ คือหนึ่งในนักชกมวยไทยที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมสูงสุดคนหนึ่งในยุคปัจจุบัน เขาไม่ได้เป็นเพียงนักมวยที่ขึ้นชกแล้วก็จบ แต่คือ … Read more

วัย 42 ปีแต่ไฟไม่มอด! “สามเอ ไก่ย่างห้าดาว” งัดตำราเก๋าล้มยักษ์หนุ่ม “เอลเมห์ดี” ศึก ONE Fight Night 42 คืนนี้

ในวงการมวยไทยระดับโลก มีนักสู้บางคนที่ไม่ใช่แค่ “นักชก” แต่คือ “ตำนานที่ยังหายใจอยู่” และหนึ่งในนั้นคือชื่อของ สามเอ ไก่ย่างห้าดาว ชายจากบุรีรัมย์ผู้ผ่านสนามรบมาแล้วนับไม่ถ้วน คืนวันเสาร์ที่ 11 เมษายนนี้ เขาจะกลับขึ้นสังเวียนอีกครั้งในศึก ONE Fight Night 42: เชส vs จาบีร์ ณ เวทีลุมพินี รามอินทรา เพื่อเผชิญหน้ากับ เอลเมห์ดี เอล จามารี กำปั้นพลังหนักวัย 28 ปีจากโมร็อกโก ในกติกามวยไทย รุ่นสตรอว์เวต ไฟต์นี้ไม่ใช่แค่การชกเพื่อชนะ แต่คือศึกแห่งชื่อเสียง ศักดิ์ศรี และเส้นทางสู่การชิงแชมป์โลกอีกครั้ง สามเอ ไก่ย่างห้าดาว: ตำนานที่ยังไม่ยอมหยุดเดิน จากบุรีรัมย์สู่เวทีโลก เส้นทางของ สามเอ ไก่ย่างห้าดาว คือบทพิสูจน์ว่าความมุ่งมั่นไม่มีวันหมดอายุ เขาคือหนึ่งในนักมวยไทยที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญกติกามวยไทยแบบแท้จริง ผ่านการฝึกปรือมาตั้งแต่เยาว์วัย เขาสะสมประสบการณ์จนกลายเป็น อดีตแชมป์โลกมวยไทย ONE Championship รุ่นสตรอว์เวต และยังไม่มีทีท่าว่าจะวางมือลงง่าย ๆ แม้จะอายุขึ้นเลข 4 … Read more