“ซิเมโอเน่” แม่ทัพผู้ไม่ได้ยินเสียงระเบิด: ถอดรหัสไฟในตัวโค้ชที่ดุที่สุดในโลกลูกหนัง ก่อนภารกิจกู้กำแพงเหล็ก แอตเลติโก มาดริด
“แม้จะมีระเบิดลงห่างจากสนามไป 200 เมตร ผมก็คงไม่ได้ยิน” ลองจินตนาการดูว่าต้องมีสมาธิและความหลงใหลมากขนาดไหน มนุษย์คนหนึ่งถึงจะสามารถตัดขาดตัวเองออกจากโลกภายนอกได้ถึงขนาดนั้น นี่ไม่ใช่คำพูดในหนังแอ็กชันฮอลลีวูด แต่คือคำสารภาพตรงไปตรงมาจาก ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ เทรนเนอร์ชาวอาร์เจนตินาผู้คุมทัพ แอตเลติโก มาดริด มาอย่างยาวนานเกือบ 15 ปี ในบทสัมภาษณ์ฉบับเจาะลึกกับนิตยสาร ฟร้องซ์ ฟุตบอล ที่สื่อดังอย่าง ลีกิ๊ป นำมาเผยแพร่ต่อ คำถามคือ อะไรคือเชื้อเพลิงที่ทำให้ชายคนหนึ่งยืนข้างสนามด้วยพลังดุดันแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่ามานานเกือบสองทศวรรษ ในยุคที่วงการฟุตบอลหมุนเร็วจนโค้ชส่วนใหญ่อยู่ได้ไม่เกินสามปีต่อทีม และทำไมตอนนี้เขาถึงประกาศภารกิจใหม่ นั่นคือการกู้คืน “กำแพงเหล็ก” เกมรับอันเป็นเอกลักษณ์ที่หายไปในฤดูกาลที่ผ่านมา บทความนี้จะพาไปเจาะทุกมิติ ตั้งแต่จิตวิทยาข้างสนาม วิทยาศาสตร์การกีฬา ไปจนถึงอนาคตทางธุรกิจของทีม “ที่รักที่สุดของกรุงมาดริด” จุดกำเนิดของ “เอล โชโล่” นักสู้ที่ไม่เคยรู้จักคำว่ายอมแพ้ ก่อนจะมาเป็นโค้ชที่ถูกยกให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความมุ่งมั่นของวงการลูกหนังยุคใหม่ ซิเมโอเน่คือนักเตะที่ขึ้นชื่อเรื่องหัวใจนักสู้มาตั้งแต่สมัยค้าแข้งให้ทีมชาติอาร์เจนตินา เขาผ่านสนามรบมาแล้วทั้งในลีกอิตาลีกับอินเตอร์ มิลาน และวนกลับมาคุมทีมแอตเลติโก มาดริด สโมสรที่เขาผูกพันมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะ การเข้ามารับตำแหน่งกุนซือของแอตเลติโกเมื่อปลายปี 2011 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการฟุตบอลสเปน เพราะเขาคือคนที่พลิกโฉมทีมจากม้ามืดให้กลายเป็นหนึ่งในสามเสาหลักที่ยืนหยัดท้าทายอำนาจของสองยักษ์ใหญ่อย่าง เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลนา ได้อย่างสมศักดิ์ศรี จนเกิดคำเรียกปรัชญาการเล่นเฉพาะตัวว่า … Read more