“แชมป์ 4 สมัยใน 5 ปี บนทวีปที่ต่างกัน แต่ไม่เคยคุมทีมลีกใหญ่ยุโรปแม้แต่นัดเดียว” นี่คือความเสี่ยงหรือโอกาสทองที่นิวคาสเซิ่ลกล้าเดิมพันกับ “ไยสส์เล่อ”

เมื่อชื่อ มัทธิอัส ไยสส์เล่อ ถูกประกาศอย่างเป็นทางการให้เป็นเฮดโค้ชคนใหม่ของ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด แทนที่ เอ็ดดี้ ฮาว ที่ตัดสินใจลาออกหลังคุมทีมมาเกือบ 5 ปีเต็ม คำถามแรกที่แฟนบอล “สาลิกาดง” ตั้งขึ้นในใจคือ ชายวัย 38 ปีคนนี้คือใคร และเขามีอะไรมาการันตีว่าจะพาทีมไปต่อได้ในจังหวะที่ทีมเพิ่งสูญเสียนักเตะคนสำคัญไปหลายราย คำตอบสั้น ๆ คือ นี่คือกุนซือที่คว้าแชมป์มาแล้ว 4 สมัยใน 5 ปี บนสองทวีปที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่คำตอบที่ยาวกว่านั้น และอาจสำคัญกว่านั้น คือเรื่องราวของชายที่ไม่เคยมีประสบการณ์คุมทีมในลีกใหญ่ของยุโรปมาก่อนแม้แต่นัดเดียว กำลังจะต้องพิสูจน์ตัวเองในสนามที่กดดันที่สุดแห่งหนึ่งของโลกลูกหนัง ย้อนรอยเส้นทางกุนซือที่ไม่ได้ดังจากการเป็นนักเตะ ไยสส์เล่อ ไม่ใช่อดีตนักเตะระดับตำนานที่ผันตัวมาเป็นโค้ชแบบที่แฟนบอลคุ้นเคย เขาเป็นอดีตนักเตะทีมชาติเยอรมนีชุดอายุไม่เกิน 21 ปี ที่ไม่ได้ประสบความสำเร็จมากนักในฐานะผู้เล่นอาชีพ ก่อนจะหันมาจับงานโค้ชอย่างจริงจังตั้งแต่อายุยังน้อย และไต่เต้าผ่านระบบเยาวชนของสโมสรในเยอรมนีจนได้รับความไว้วางใจให้คุมทีมชุดใหญ่ จุดเปลี่ยนสำคัญของอาชีพเกิดขึ้นเมื่อเขาได้รับโอกาสคุม เรดบูล ซัลซ์บวร์ก ในวัยเพียง 33 ปี ซึ่งถือว่าอายุน้อยมากสำหรับตำแหน่งเฮดโค้ชทีมชุดใหญ่ในลีกระดับสูงของยุโรป แต่เขาก็ตอบแทนความไว้วางใจนั้นด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยม พาทีมคว้าดับเบิลแชมป์ในประเทศออสเตรียได้ทันทีในฤดูกาลแรก ก่อนจะพาทีมเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ของยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร และปิดท้ายด้วยการป้องกันแชมป์ลีกในประเทศได้อีกสมัย พร้อมพาทีมเดินหน้าต่อในศึกยูโรปา … Read more

บุรีรัมย์ จับมือ กัมบะ โอซาก้า! ดีลประวัติศาสตร์ที่อาจเปลี่ยนหน้าตาฟุตบอลไทยไปตลอดกาล

เมื่อสโมสรอันดับหนึ่งของไทยลีก จับมือกับทีมระดับตำนานของเจลีก คำถามคือ นี่คือจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ หรือเป็นเพียงข้อตกลงบนกระดาษที่รอวันเลือนหาย? ในวงการฟุตบอลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่มีข่าวไหนที่สร้างแรงสั่นสะเทือนได้เท่ากับการประกาศความร่วมมือระหว่างสโมสรใหญ่ในประเทศกับทีมระดับแนวหน้าของเอเชีย และล่าสุด สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งไทยลีกที่ครองความยิ่งใหญ่มานานกว่าทศวรรษ ได้ประกาศบรรลุข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์กับ กัมบะ โอซาก้า สโมสรเก่าแก่และทรงเกียรติจากเจลีก ประเทศญี่ปุ่น ข้อตกลงนี้ไม่ใช่เพียงการจับมือถ่ายรูปเพื่อประชาสัมพันธ์ แต่มันคือแผนงานที่ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาเยาวชน ไปจนถึงการขยายฐานแฟนบอลข้ามพรมแดน สิ่งที่น่าสนใจคือ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สองสโมสรนี้มีจุดตัดกัน เพราะแฟนบอลรุ่นเก๋าต่างจดจำได้ดีว่าทั้งคู่เคยประจันหน้ากันมาแล้วในเวที AFC Champions League เมื่อปี 2015 และวันนี้ ประวัติศาสตร์กำลังถูกเขียนขึ้นใหม่ในรูปแบบของพันธมิตรแทนที่จะเป็นคู่แข่ง จุดเริ่มต้นที่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ: ย้อนรอยความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นในสนามฟุตบอล หากมองผิวเผิน การจับมือระหว่างสโมสรจากสองประเทศอาจดูเป็นเรื่องปกติในยุคที่ฟุตบอลกลายเป็นธุรกิจไร้พรมแดน แต่หากเจาะลึกลงไปในบริบท จะพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างวงการลูกหนังไทยกับญี่ปุ่นมีรากฐานที่ลึกซึ้งกว่านั้นมาก เจลีกถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1993 และกลายเป็นต้นแบบของการพัฒนาลีกอาชีพในเอเชีย ขณะที่ไทยลีกเริ่มเดินตามแนวทางการพัฒนาระบบสโมสรอาชีพในเวลาต่อมา และตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักเตะไทยจำนวนไม่น้อยได้ใช้เจลีกเป็นเวทีพิสูจน์ฝีเท้าในระดับที่สูงขึ้น กัมบะ โอซาก้า เองก็ไม่ใช่สโมสรธรรมดา พวกเขาคือหนึ่งในสโมสรผู้ก่อตั้งเจลีก มีประวัติศาสตร์การคว้าแชมป์ทั้งในประเทศและระดับทวีป รวมถึงการเป็นแชมป์ AFC Champions League ในปี 2008 ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่สโมสรไทยหลายแห่งใฝ่ฝันอยากไปให้ถึง การที่กัมบะเลือกจับมือกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด … Read more