จากค่าแพะนมถึงเวทีโลก! “กลิ่นผกา” แม่นักสู้เชียงรายที่น็อกคู่ต่อสู้ด้วยเข่าลอย แล้วเอาเงินโบนัส 350,000 กลับบ้านไปสร้างอนาคตให้เด็กๆ

บนเวทีมวยระดับโลกอย่าง ONE ลุมพินี คืนวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 มีเรื่องราวหนึ่งที่ทำให้คนดูหลายพันคนอึ้งทั้งในห้องแข่งขันและหน้าจอถ่ายทอดสด นั่นคือภาพของนักชกสาวจากเชียงรายที่กระโดดเข่าลอยน็อกคู่ต่อสู้กลางเวทีอย่างงดงามโดยไม่ต้องรอครบยก ก่อนที่เธอจะหันมาให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำตาคลอเบ้า เล่าว่าทั้งหมดนี้เริ่มต้นจากค่านมแพะของลูกสาว กลิ่นผกา ป.ไทยสงค์ ไม่ใช่แค่นักมวยอีกคนที่ขึ้นมาชกแล้วหายไป แต่เธอคือตัวแทนของผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่เลือกหยิบนวมขึ้นมาแทนปากกาบัญชี เพื่อพิสูจน์ให้โลกรู้ว่าความรักของแม่นั้นเป็นแรงผลักดันที่แข็งแกร่งกว่าอะไรทั้งนั้น จากโต๊ะเสมียนบัญชี สู่มุมเวทีมวย: จุดเริ่มต้นที่ไม่มีใครคาดคิด คำถามที่คนมักถามนักมวยอาชีพคือ “คุณชกมวยตั้งแต่เมื่อไหร่?” แต่สำหรับกลิ่นผกา คำตอบนั้นซับซ้อนกว่าแค่อายุหรือปีที่เริ่มฝึก เธอไม่ได้เติบโตมากับมวยตั้งแต่เด็ก ไม่ได้มีพ่อหรือพี่ชายที่เป็นนักมวยมาจุดประกาย แต่จุดเริ่มต้นของการชกมวยอาชีพของเธอมาจากสิ่งที่แสนธรรมดาอย่าง “ค่านมแพะ” ที่มีราคาสูงเกินกว่าเงินเดือนเสมียนบัญชีทั่วไปจะรับไหว น้องแทนใจ ลูกสาวสุดที่รักของกลิ่นผกา มีความต้องการพิเศษที่ต้องบริโภคนมแพะซึ่งมีราคาแพงกว่านมทั่วไปอยู่มาก ในฐานะแม่ที่รักลูก การนั่งนับตัวเลขในสำนักงานให้ได้เงินเดือนที่ “พอใช้” ไม่ใช่ทางเลือกที่พอใจอีกต่อไป เธอต้องหาวิธีหาเงินที่มากกว่านี้ การตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อมาเป็นนักมวยอาชีพนั้นฟังดูบ้าบิ่นในสายตาคนทั่วไป แต่สำหรับกลิ่นผกา มันคือการคำนวณที่ชัดเจนที่สุดในชีวิต เธอมีร่างกายที่แข็งแกร่ง มีสามีที่คอยสนับสนุน และมีแรงผลักดันที่ไม่มีวันหมดนั่นคือความรักต่อลูก ความทุ่มเทที่เธอมอบให้กับการฝึกซ้อมสะท้อนออกมาผ่านผลลัพธ์อย่างชัดเจน เมื่อในระหว่างการพัฒนาฝีมือของตัวเอง กลิ่นผกาสามารถก้าวขึ้นไปถึงระดับที่ ติดทีมชาติไทยชุด B ได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเส้นทางที่เธอเลือกนั้นไม่ได้ผิดพลาดแต่อย่างใด ค่ายมวยป.ไทยสงค์: เมื่อโอกาสหนึ่งครั้งเปลี่ยนชีวิตทั้งชุมชน หากจะเข้าใจกลิ่นผกาอย่างแท้จริง ต้องเข้าใจว่าเธอไม่ได้เดินบนเส้นทางนี้คนเดียว หัวใจของเรื่องราวทั้งหมดผูกอยู่กับ ค่ายมวย … Read more

อูเบด ฮัสเซน สอย “ปานเผด็จ” นับ 8 ก่อนชนะแต้ม! ปิดฉาก ONE ลุมพินี 151 ดุเดือดสะท้านเวที

  เปิดศึกสะเทือนวงการ มวยไทยยุคใหม่ไม่ใช่เกมในประเทศอีกต่อไป คืนวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ณ เวทีมวยลุมพินี สังเวียนศักดิ์สิทธิ์แห่งประวัติศาสตร์มวยไทย ได้กลายเป็นเวทีแห่งการประกาศก้องว่า “มวยไทยไม่ใช่ศิลปะการต่อสู้ของคนไทยเท่านั้นอีกต่อไป” เมื่อนักชกจากต่างแดนกำลังพัฒนาฝีมือจนสามารถเอาชนะนักมวยไทยที่ฝึกฝนมาตั้งแต่เด็กได้อย่างต่อเนื่อง ศึก ONE ลุมพินี 151 ในคู่เอกของรายการ ถือเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของปรากฏการณ์ดังกล่าว เมื่อ “Bad” อูเบด ฮัสเซน ขาโหดเลือดผสมปากีสถาน-สหราชอาณาจักร สามารถสยบ “ปานเผด็จ เอ็นเอฟ.ลูกสวน” มวยครบเครื่องจากเชียงใหม่ได้สำเร็จด้วยคะแนนเอกฉันท์ ในไฟต์ที่ทั้งคู่เปิดสถิติไร้พ่ายมาคนละ 5 ไฟต์รวด นี่ไม่ใช่แค่ผลการแข่งขันธรรมดา แต่คือ สัญญาณเตือน ที่บอกกับวงการมวยไทยว่า ถึงเวลาที่ต้องยกระดับตัวเองอีกขั้น เกมการชกที่ตอบโจทย์คำว่า “คู่เอก” อย่างแท้จริง ตั้งแต่ระฆังยกแรกดังขึ้น แฟนมวยที่อยู่ในเวทีลุมพินีคืนนั้นได้สัมผัสกับเกมการต่อสู้ที่เร้าใจที่สุดไฟต์หนึ่งของปี ทั้งสองฝ่ายไม่มีใครยอมใคร ออกอาวุธแลกกันแบบหมัดต่อหมัด เข่าต่อเข่า ศอกต่อศอก อูเบด ฮัสเซน แสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบในเรื่องความแม่นยำของการออกอาวุธ ทุกหมัด ทุกเตะที่ออกไปล้วนมีจุดประสงค์ชัดเจน ไม่ใช่การออกอาวุธแบบสุ่มเสี่ยง แต่เป็นการคำนวณระยะและจังหวะอย่างประณีต ซึ่งเป็นสไตล์ที่หาได้ยากจากนักชกต่างชาติเมื่อ 10 … Read more