สังเวียนอุทัยธานีเดือดทะลุขีด! นักชกรากหญ้าโชว์หมัดเทพ แลกน็อกทั้งเวที ชิงตั๋วศึกใหญ่ภูเก็ต

ในยุคที่กีฬาต่อสู้ทั่วโลกกำลังถูกจับตามองในฐานะ “อุตสาหกรรมสร้างฮีโร่” ไม่ใช่แค่การแข่งขันเพื่อความบันเทิง คำถามที่น่าสนใจคือ ฮีโร่เหล่านั้นเริ่มต้นจากที่ไหน คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่เวทีมวยชั่วคราวกลางลานวิทยาลัยเทคนิคอุทัยธานี ที่ซึ่งเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เสียงกลองแขกดังกระหึ่มคลอไปกับเสียงเชียร์ของแฟนมวยที่แน่นขนัด ก่อนที่นักชกวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาวหลายสิบชีวิตจะขึ้นเวทีแลกหมัดกันแบบไม่มีใครยอมใคร บางคู่จบเกมภายในไม่ถึงสามนาที บางคู่ต้องอาศัยกรรมการตัดสินด้วยคะแนนเสียงเชียร์แทบกลบสนาม นี่คือภาพของศึก “มวยไทยรากหญ้าสู่สากล” รอบรองชนะเลิศ ที่กำลังคัดตัวแทนดีที่สุดของแต่ละภูมิภาคเข้าสู่สังเวียนแห่งความฝันที่ภูเก็ต จุดเดือดของสังเวียนอุทัยธานี: ไฮไลต์ที่แฟนมวยพลาดไม่ได้ ความคึกคักของค่ำคืนนั้นเริ่มต้นตั้งแต่พิธีเปิดอย่างเป็นทางการโดยผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากีฬามวยไทยระดับรากหญ้าไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมท้องถิ่นเล็กๆ อีกต่อไป แต่กลายเป็นวาระที่ผู้บริหารระดับจังหวัดให้ความสำคัญ ในฐานะเครื่องมือสร้างชื่อเสียงและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นไปพร้อมกัน บนสังเวียน ไฮไลต์แรกที่จุดกระแสความมันส์คือคู่ชกรุ่น 112 ปอนด์หญิง ระหว่างรุ่งทิวาจากโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว กับเดอะอาย ศิษย์นิรัญ ผลปรากฏว่ารุ่งทิวาโชว์ฟอร์มเด็ดขาดจนสามารถปิดเกมด้วยการน็อกคู่ต่อสู้ได้ตั้งแต่ยกแรก สร้างความฮือฮาให้กับแฟนมวยที่ยังไม่ทันตั้งตัว ขณะที่คู่ชกหญิงอีกคู่ระหว่างน้องน้ำ ลูกวังเดือนห้า กับฟ้าแลบจากโรงเรียนกีฬาจังหวัดนครสวรรค์ ต้องอาศัยความเหนียวแน่นตลอดสามยกจนคว้าชัยด้วยคะแนนไปได้อย่างสูสี เมื่อขยับมาที่รุ่น 115 ปอนด์ชาย การประลองระหว่างแสนเหลี่ยม ส.สมควร กับพงษ์พัฒน์เล็ก ศิษย์ซ้อหน่อย เป็นอีกคู่ที่ตอกย้ำว่ามวยไทยรากหญ้าไม่ได้ขาดคุณภาพทางเทคนิคเลยแม้แต่น้อย ทั้งคู่ต่างสาดอาวุธหมัด เข่า ศอก แบบไม่ยั้งจนกรรมการต้องตัดสินด้วยคะแนน ส่วนคู่ของเทพวารี ศิษย์อบต.จ้อน ที่เอาชนะแก่นเพชร อ.ประมวลศักดิ์ ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่แฟนมวยในพื้นที่ต่างพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง แต่ที่สร้างความฮือฮาที่สุดของค่ำคืนต้องยกให้รุ่น 118 ปอนด์ชาย … Read more

เสี่ยฮุยเปิดศึกนครหลวงยอดมวยไทย 12 กรกฎาคมนี้ เมื่อ “มวยเด็ก” กลายเป็นสมรภูมิที่คนไทยคลั่งไคล้ยิ่งกว่ามวยผู้ใหญ่

ในวันที่วงการมวยไทยกำลังถูกจับตามองทั้งในและนอกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกระแสมวยไทยระดับโลกอย่าง ONE Championship หรือการถกเถียงเรื่องอนาคตของมวยไทยแบบดั้งเดิม ยังมีอีกหนึ่งสนามที่ไม่เคยเงียบเหงาและยังคงเป็นหัวใจของวงการนี้อย่างแท้จริง นั่นคือ “สนามมวยเด็ก” ที่ยังคงคึกคักไปด้วยแฟนมวยรุ่นเก๋าและคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเห็นฝีมือนักชกตัวน้อยที่วันหนึ่งอาจก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์ระดับประเทศหรือระดับโลก ล่าสุด “เสี่ยฮุย” สุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ โปรโมเตอร์ชื่อดังผู้คร่ำหวอดในวงการมวยไทยมายาวนาน ได้ประกาศจัด ศึกนครหลวงยอดมวยไทย ครั้งใหม่ ในวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคมนี้ ณ เวทีมวยนครหลวง สเตเดี้ยม โดยชูจุดขายเป็นมวยเด็กคุณภาพคับคั่ง พร้อมการันตีความโปร่งใสในการตัดสิน คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมมวยเด็กถึงยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดแฟนมวยได้เสมอ ทั้งที่หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงสนามเล็กๆ ในต่างจังหวัดหรือชานเมือง ที่มาของศึกนครหลวงยอดมวยไทย และตำนานสนามมวยชุมชน เวทีมวยนครหลวง สเตเดี้ยม ถือเป็นหนึ่งในสนามมวยที่มีบทบาทสำคัญต่อวงการมวยไทยระดับรากหญ้ามาอย่างยาวนาน ต่างจากเวทีระดับประเทศอย่างราชดำเนินหรือลุมพินีที่เน้นมวยอาชีพระดับสูง สนามประเภทนี้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่บ่มเพาะนักมวยรุ่นเยาว์ตั้งแต่ก้าวแรกของอาชีพ เป็นจุดเริ่มต้นที่เด็กๆ จากค่ายมวยทั่วประเทศได้มีโอกาสขึ้นชกจริง สะสมประสบการณ์ และสร้างชื่อเสียงในระดับท้องถิ่นก่อนจะก้าวไปสู่เวทีใหญ่ รูปแบบการจัดมวยแบบ “เดิมพันติดปลายนวม” ที่เสี่ยฮุยยังคงรักษาไว้ในรายการนี้ ก็เป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมานาน สะท้อนวิถีชีวิตของสังคมไทยที่ผูกพันกับมวยไทยในฐานะทั้งกีฬาและความบันเทิงพื้นบ้าน การมีเดิมพันเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อการพนันขนาดใหญ่ แต่เป็นเครื่องเพิ่มความสนุกและความเข้มข้นให้กับการแข่งขัน ทำให้ทั้งนักมวยและแฟนมวยรู้สึกมีส่วนร่วมมากขึ้น ในรายการนี้ คู่เอกที่ถูกจับตามองคือการดวลกันระหว่าง แชมป์ ศิษย์อ.ปราโมทย์ กับ … Read more

ดีเซลเล็ก สิงห์เดชา โชว์ฟอร์มเฉียบ คว้าชัยศึกมวยมันส์สนั่นเมือง เปิดหน้าประวัติศาสตร์เด็กปั้นมวยไทยยุคใหม่

ในค่ำคืนวันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่เวทีมวยนานาชาติรังสิต แฟนมวยไทยทั่วประเทศได้เห็นภาพความมุ่งมั่นของนักชกดาวรุ่งวัยเพียง 16 ปี อย่าง ดีเซลเล็ก สิงห์เดชา จากจังหวัดอุบลราชธานี ที่ออกมาโชว์ฟอร์มการชกได้อย่างเฉียบขาดจนสามารถเอาชนะคะแนน แรมบ๊อง ท.เทพซุนกวน นักชกวัย 14 ปี จากจังหวัดบุรีรัมย์ ไปได้อย่างสมศักดิ์ศรีในศึกมวยมันส์สนั่นเมือง x ภ.หลักบุญ ท่ามกลางเสียงเชียร์สนั่นเวทีตลอดการแข่งขัน ชัยชนะครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขในสถิติของนักมวยรุ่นเยาว์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนภาพความเข้มข้นของวงการมวยไทยระดับรากหญ้าที่กำลังปั้นนักสู้รุ่นใหม่ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางกระแสมวยไทยที่กำลังก้าวสู่เวทีโลกผ่านการถ่ายทอดสดและแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เข้าถึงแฟนมวยได้ง่ายกว่าที่เคย รูปเกมการชก ชั้นเชิงที่เหนือกว่าคือกุญแจแห่งชัยชนะ จากการติดตามรูปเกมตลอดการแข่งขัน ดีเซลเล็ก สิงห์เดชา อาศัยความได้เปรียบด้านชั้นเชิงและจังหวะการอ่านเกมที่เหนือกว่าคู่ต่อสู้ตั้งแต่ยกแรก เขาเลือกใช้กลยุทธ์ดักวางแข้งสกัดจังหวะเข้าทำของแรมบ๊อง ก่อนสวนกลับด้วยศอกที่แม่นยำและหนักหน่วง เป็นการชกที่ผสมผสานระหว่างความรอบคอบและความกล้าได้กล้าเสียในจังหวะสำคัญ ฝ่ายแรมบ๊อง ท.เทพซุนกวน แม้จะมีวัยน้อยกว่าเกือบสองปี แต่ก็ไม่ได้ยอมแพ้ง่ายๆ เขาพยายามเดินหน้าแลกอาวุธอย่างดุดันตลอดหลายยก ใช้ความกล้าชนเข้าประชิดตัวเพื่อลดทอนความได้เปรียบด้านชั้นเชิงของคู่ชก แต่ด้วยความแม่นยำและการควบคุมจังหวะที่เหนือกว่าของดีเซลเล็ก ทำให้กรรมการทั้งสามท่านรวบรวมคะแนนและชูมือให้ดีเซลเล็กเป็นฝ่ายชนะไปในที่สุด สร้างความสนุกตื่นเต้นให้กับแฟนมวยที่มาชมทั้งเวทีและทางบ้าน มิติด้านประวัติศาสตร์และที่มา เวทีมวยรังสิต แหล่งบ่มเพาะนักสู้รุ่นใหม่ เวทีมวยนานาชาติรังสิตถือเป็นหนึ่งในสังเวียนสำคัญของวงการมวยไทยยุคปัจจุบัน ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งเวทีประลองฝีมือของนักมวยอาชีพระดับกลางไปจนถึงนักมวยดาวรุ่งวัยเยาว์ที่กำลังไต่เต้าสร้างชื่อ รายการ “ศึกมวยมันส์สนั่นเมือง” เป็นหนึ่งในผังรายการประจำที่จัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ และเป็นที่รู้จักในหมู่คอมวยว่าเป็นเวทีที่คู่ชกมักเปิดเกมดุดันตั้งแต่ยกแรกจนถึงยกสุดท้าย ระบบการปั้นนักมวยเด็กในประเทศไทยมีรากฐานมาอย่างยาวนาน นักมวยรุ่นเยาว์ส่วนใหญ่เริ่มฝึกซ้อมและขึ้นชกตั้งแต่อายุยังน้อย … Read more

กำปั้นล้านนาระอุ! “มวยไทยรากหญ้า ซีซั่น 4” บุกเชียงใหม่ สับศอกรัวเข่าน็อกกระจาย ทางไป ONE ลุมพินีเริ่มต้นที่นี่

มีนักชกอยู่คนหนึ่ง เขาไม่มีสปอนเซอร์ ไม่มีชื่อเสียง ไม่มีอะไรนอกจากกำปั้นคู่หนึ่งและความฝันที่ยังไม่ดับ เขาอยู่ในค่ายมวยเล็กๆ ในจังหวัดที่ไม่มีใครรู้จัก ซ้อมทุกวันภายใต้แสงไฟวาบๆ กินข้าวเย็นวันละมื้อ และหวังว่าสักวันหนึ่ง กำปั้นของเขาจะพาชีวิตไปถึงที่ที่ดีกว่าเดิม สำหรับนักมวยรุ่นใหม่หลายร้อยชีวิตทั่วประเทศไทย “วันนั้น” มาถึงแล้ว และมันเริ่มต้นที่สังเวียนชั่วคราวครูดามยิม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ล้านนาสะเทือน เมื่อ “มวยไทยรากหญ้า ซีซั่น 4” ปะทุในดินแดนภาคเหนือ การแข่งขันมวยไทยโครงการ “สืบสานมวยไทยจากรากหญ้าสู่สากล” ซีซั่น 4 รอบคัดเลือกโซนภาคเหนือ จัดขึ้นในคืนวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลา 18.00 น. ณ สนามมวยชั่วคราวครูดามยิม จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนักชกจาก 15 จังหวัดในภาคเหนือร่วมดวลกำปั้น เพื่อคัดตัวเข้ารอบ 8 คนต่อไป บรรยากาศภายในสนามระอุตั้งแต่ยังไม่ขึ้นเวที แฟนมวยจากทั่วภาคเหนือทยอยแห่มาเต็มอาคาร เสียงกลองมวย เสียงเชียร์ และกลิ่นไอของการต่อสู้ที่แท้จริงผสมกันเป็นบรรยากาศที่หาไม่ได้จากมวยโทรทัศน์ราคาแพงที่ไหนในโลก การแข่งขันครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิด ท่ามกลางคณะผู้บริหารระดับสูงจากการกีฬาแห่งประเทศไทย และผู้อำนวยการสำนักงาน กกท. … Read more

กำปั้นอีสานระเบิดโลก! มวยไทยรากหญ้าซีซั่น 4 เดือดสนั่นบุรีรัมย์ เฟ้นแชมป์สู่เวทีระดับชาติ

เมื่อสังเวียนชั่วคราวกลายเป็นเวทีฝัน กำปั้นจาก 20 จังหวัดภาคอีสานพิสูจน์ตัวเองด้วยน้ำพักน้ำแรง ความหวัง และหมัดที่ไม่รู้จักแพ้ มีเรื่องหนึ่งในวงการมวยไทยที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงในสื่อกระแสหลักมากนัก แต่กลับเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่รอดของศิลปะประจำชาติในยุคที่ทุกอย่างถูกขับเคลื่อนด้วยเงินและสปอนเซอร์รายใหญ่ นั่นคือ “นักมวยรากหญ้า” เหล่านักชกจากต่างจังหวัด จากค่ายเล็กๆ ที่ไม่มีชื่อเสียง ไม่มีเส้นสาย มีเพียงกำปั้นและความฝันที่อยากพิสูจน์ตัวเองในสังเวียน วันพุธที่ 25 มิถุนายน 2569 คือวันที่กำปั้นแห่งอีสานได้ลั่นดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อโครงการ “สืบสานมวยไทยจากรากหญ้าสู่สากล” ซีซั่น 4 จัดศึกรอบ 16 คนสุดท้าย โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ สังเวียนชั่วคราวโดมสวนรมย์บุรี 200 ปี เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ บรรยากาศคึกคักแน่นโดม ผู้คนจากหลายจังหวัดแห่มาเชียร์นักชกบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างไม่ขาดสาย โครงการที่เปลี่ยนชีวิตนักชกทั่วประเทศ ก่อนจะเข้าสู่ผลการชกอันร้อนแรง ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าโครงการ “สืบสานมวยไทยจากรากหญ้าสู่สากล” คืออะไร และทำไมมันถึงสำคัญต่อวงการมวยไทยมากขนาดนี้ โครงการนี้ดำเนินการโดยกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย สมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย และบริษัทท็อปคิง บ็อกซิ่ง โดยมีเป้าหมายเฟ้นหานักชกฝีมือดีเข้าสู่การแข่งขันในรอบต่อไป พร้อมผลักดันมวยไทยให้เป็นพลังอ่อนของประเทศสู่เวทีนานาชาติ ที่สำคัญ โครงการนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เป็นโครงการในพระบรมราชูปถัมภ์ ภายใต้คณะกรรมการกีฬา Domestic Power แชมป์ในการแข่งขันจะได้รับรางวัลและถ้วยพระราชทาน ซึ่งถือเป็นเกียรติสูงสุดของนักกีฬา … Read more

กำปั้นแดนใต้เดือดไม่มีหยุด! “มวยไทยรากหญ้า ซีซั่น 4” เฟ้นได้ 8 นักชกแกร่ง พร้อมลุ้นแชมป์พระราชทานผ่านด่านโหด ลุยต่อรอบก่อนรองชนะเลิศที่ระนอง

เคยสงสัยไหมว่า นักมวยไทยชั้นยอดที่เราเห็นบนเวที ONE ลุมพินี หรือ RWS มีจุดเริ่มต้นมาจากไหน? คำตอบก็คือ พวกเขาหลายคนไต่เต้ามาจากการแข่งขันระดับรากหญ้า ค่ายมวยเล็กๆ ตามต่างจังหวัด และการดิ้นรนสู้ชีวิตด้วยกำปั้นที่ไม่ต่างอะไรกับที่เราเห็นในศึก “สืบสานมวยไทยจากรากหญ้าสู่สากล” หรือ Authentic Muaythai ซีซั่น 4 ที่กำลังจุดไฟร้อนแรงไปทั่วประเทศในขณะนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา สนามกีฬาจิระนคร อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา กลายเป็นศูนย์กลางของพลังแห่งกำปั้นแดนทักษิณ เมื่อนักชกตัวแทนจากทั่วภาคใต้พร้อมใจกันเปิดศึกรอบ 16 คนสุดท้ายในโซนภาคใต้ ท่ามกลางกองเชียร์ที่แน่นขนัดจนฟุตซอลอาคารแทบแตก บรรยากาศคุกรุ่นไม่ต่างจากการแข่งขันระดับนานาชาติ จากฝันสู่สังเวียน: โครงการที่เปลี่ยนชีวิตนักชกไทย ก่อนจะลงรายละเอียดความดุเดือดของการต่อสู้ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าโครงการนี้ยิ่งใหญ่แค่ไหน โครงการ “สืบสานมวยไทยจากรากหญ้าสู่สากล” ไม่ใช่แค่รายการแข่งขันมวยทั่วไป แต่เป็นโครงการในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย โดยมีเป้าหมายชัดเจนคือการเปิดเวทีให้กับนักมวยระดับรากหญ้าจากทั่วประเทศ ให้มีเส้นทางก้าวขึ้นสู่ระดับอาชีพได้อย่างเป็นระบบ ผลสำเร็จจาก 3 ซีซั่นที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าโครงการนี้ไม่ได้สร้างแค่แชมป์ แต่สร้าง “อาชีพ” ให้กับนักชกจริงๆ เมื่อหลายคนที่เคยผ่านเวทีมวยรากหญ้าได้ก้าวขึ้นไปแข่งขันในรายการระดับประเทศอย่าง ONE ลุมพินี … Read more

ไฟลุกที่อยุธยา! “สืบสานมวยไทยจากรากหญ้าสู่สากล” ซีซั่น 4 เปิดฉากอย่างดุเดือด เยาวชนไทยพิสูจน์ว่ากำปั้นไม่เคยตาย

ใครบอกว่ามวยไทยกำลังเสื่อมความนิยม? คืนวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2569 สนามมวยชั่วคราวที่อยุธยา ซิตี้พาร์ค กลายเป็นหลักฐานที่พิสูจน์ว่าศิลปะการต่อสู้ที่มีอายุนับพันปีของไทยนั้นยังคุุกรุ่นและแกร่งกล้าไม่แพ้ยุคสมัยใด เมื่อการกีฬาแห่งประเทศไทยประกาศเปิดฉากศึก “สืบสานมวยไทยจากรากหญ้าสู่สากล” ประจำปี 2569 รอบ 16 คนสุดท้าย โซนภาคกลาง พร้อมกำปั้นเยาวชนที่พร้อมจะเขียนชื่อตัวเองให้โลกจดจำ เมื่อเมืองประวัติศาสตร์กลายเป็นเวทีแห่งอนาคต ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ศึกนี้เลือกเปิดฉากบนแผ่นดินอยุธยา เมืองที่เคยเป็นราชธานีอันรุ่งเรืองและเป็นแหล่งกำเนิดของศาสตร์การต่อสู้ที่ถูกส่งต่อมาถึงคนรุ่นเรา สัญลักษณ์นี้ชัดเจนมาก ว่าศึกนี้ไม่ได้แค่แข่งขันเพื่อหาแชมป์ แต่คือการ “ส่งไม้ต่อ” มรดกทางวัฒนธรรมของชาติจากรุ่นสู่รุ่น การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในฐานะแกนนำโครงการนี้ได้ยกระดับแนวคิดจากการแข่งขันชิงรางวัลธรรมดาไปสู่การสร้าง เส้นทางอาชีพ ให้กับนักชกเยาวชนจากทุกมุมของประเทศ นักชกที่ผ่านรอบนี้ไม่เพียงแต่จะได้รับการยืนยันในฝีมือ แต่ยังเดินหน้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศในวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นเวทีที่สายตาของวงการมวยระดับอาชีพทั่วประเทศจะจับจ้องอยู่ กำปั้นที่พูดแทนคำ: ผลการแข่งขันคืนเปิดสนาม สนามแรกใน 15 นัดทั่วประเทศเปิดมาด้วยความดุเดือดที่ไม่มีทางลืมได้ รุ่น 112 ปอนด์หญิง ต้องขีดเส้นใต้ชื่อ ฟ้าแลบ โรงเรียนกีฬาจังหวัดนครสวรรค์ เอาไว้ให้ดี เธอแสดงให้เห็นว่าการชกมวยไทยของผู้หญิงไม่ได้ด้อยกว่าใครแม้แต่น้อย ด้วยการสับศอกอย่างเฉียบคมจนเอาชนะน็อกคู่ต่อสู้ได้อย่างเด็ดขาด ฟ้าแลบไม่ใช่แค่นักชก แต่คือภาพแทนของเยาวชนหญิงที่พิสูจน์ว่า ความกล้า ไม่มีเพศ รุ่น … Read more

จากค่าแพะนมถึงเวทีโลก! “กลิ่นผกา” แม่นักสู้เชียงรายที่น็อกคู่ต่อสู้ด้วยเข่าลอย แล้วเอาเงินโบนัส 350,000 กลับบ้านไปสร้างอนาคตให้เด็กๆ

บนเวทีมวยระดับโลกอย่าง ONE ลุมพินี คืนวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 มีเรื่องราวหนึ่งที่ทำให้คนดูหลายพันคนอึ้งทั้งในห้องแข่งขันและหน้าจอถ่ายทอดสด นั่นคือภาพของนักชกสาวจากเชียงรายที่กระโดดเข่าลอยน็อกคู่ต่อสู้กลางเวทีอย่างงดงามโดยไม่ต้องรอครบยก ก่อนที่เธอจะหันมาให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำตาคลอเบ้า เล่าว่าทั้งหมดนี้เริ่มต้นจากค่านมแพะของลูกสาว กลิ่นผกา ป.ไทยสงค์ ไม่ใช่แค่นักมวยอีกคนที่ขึ้นมาชกแล้วหายไป แต่เธอคือตัวแทนของผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่เลือกหยิบนวมขึ้นมาแทนปากกาบัญชี เพื่อพิสูจน์ให้โลกรู้ว่าความรักของแม่นั้นเป็นแรงผลักดันที่แข็งแกร่งกว่าอะไรทั้งนั้น จากโต๊ะเสมียนบัญชี สู่มุมเวทีมวย: จุดเริ่มต้นที่ไม่มีใครคาดคิด คำถามที่คนมักถามนักมวยอาชีพคือ “คุณชกมวยตั้งแต่เมื่อไหร่?” แต่สำหรับกลิ่นผกา คำตอบนั้นซับซ้อนกว่าแค่อายุหรือปีที่เริ่มฝึก เธอไม่ได้เติบโตมากับมวยตั้งแต่เด็ก ไม่ได้มีพ่อหรือพี่ชายที่เป็นนักมวยมาจุดประกาย แต่จุดเริ่มต้นของการชกมวยอาชีพของเธอมาจากสิ่งที่แสนธรรมดาอย่าง “ค่านมแพะ” ที่มีราคาสูงเกินกว่าเงินเดือนเสมียนบัญชีทั่วไปจะรับไหว น้องแทนใจ ลูกสาวสุดที่รักของกลิ่นผกา มีความต้องการพิเศษที่ต้องบริโภคนมแพะซึ่งมีราคาแพงกว่านมทั่วไปอยู่มาก ในฐานะแม่ที่รักลูก การนั่งนับตัวเลขในสำนักงานให้ได้เงินเดือนที่ “พอใช้” ไม่ใช่ทางเลือกที่พอใจอีกต่อไป เธอต้องหาวิธีหาเงินที่มากกว่านี้ การตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อมาเป็นนักมวยอาชีพนั้นฟังดูบ้าบิ่นในสายตาคนทั่วไป แต่สำหรับกลิ่นผกา มันคือการคำนวณที่ชัดเจนที่สุดในชีวิต เธอมีร่างกายที่แข็งแกร่ง มีสามีที่คอยสนับสนุน และมีแรงผลักดันที่ไม่มีวันหมดนั่นคือความรักต่อลูก ความทุ่มเทที่เธอมอบให้กับการฝึกซ้อมสะท้อนออกมาผ่านผลลัพธ์อย่างชัดเจน เมื่อในระหว่างการพัฒนาฝีมือของตัวเอง กลิ่นผกาสามารถก้าวขึ้นไปถึงระดับที่ ติดทีมชาติไทยชุด B ได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเส้นทางที่เธอเลือกนั้นไม่ได้ผิดพลาดแต่อย่างใด ค่ายมวยป.ไทยสงค์: เมื่อโอกาสหนึ่งครั้งเปลี่ยนชีวิตทั้งชุมชน หากจะเข้าใจกลิ่นผกาอย่างแท้จริง ต้องเข้าใจว่าเธอไม่ได้เดินบนเส้นทางนี้คนเดียว หัวใจของเรื่องราวทั้งหมดผูกอยู่กับ ค่ายมวย … Read more