บุกจับดาวติ๊กต็อกดัง-แฟนหนุ่ม ลักลอบค้ายาเสพติดออนไลน์ ยึด “พอตซอมบี้-ยาอี-แฮปปี้วอเตอร์” ส่งขายตามสถานบันเทิงทั่วกรุง

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการเฝ้าติดตามและสืบสวนอย่างต่อเนื่อง จนสามารถเข้าจับกุมนางสาวเอ (นามสมมติ) ดาวติ๊กต็อกที่มีผู้ติดตามในโซเชียลมีเดียจำนวนมาก พร้อมทั้งแฟนหนุ่ม ณ ห้องพักในอาคารคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง บริเวณถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยสามารถจับกุมพร้อมของกลางที่เป็นยาเสพติดหลายชนิดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ยึดของกลางยาเสพติดหลายชนิดมูลค่าหลายแสนบาท จากการจับกุมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย หัวพอตซอมบี้ หรือที่เรียกกันว่า “พอตเอโท” จำนวน 116 หัว ซึ่งเป็นบุหรี่ไฟฟ้าที่มีส่วนผสมของสารเอโทมิเดท (Etomidate) ที่ถูกจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในประเภทที่ 2 ตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 คือ ยาอี หรือเมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine) จำนวน 47 เม็ด, แฮปปี้วอเตอร์ หรือยาเค จำนวน 6 ซอง มีน้ำหนักรวมซอง 44 กรัม และคีตามีน (Ketamine) ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 จำนวน 1 ถุง น้ำหนักรวมถุง 1.19 กรัม รวมมูลค่าของกลางทั้งหมดคาดว่าอยู่ที่หลายแสนบาท เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกภาพถ่ายและจัดทำบัญชีรายการของกลางที่ยึดได้อย่างละเอียด … Read more

พ่อตาเมา เข้าไปเตะประตูห้องลูกสาว ตะโกนให้มาบอกลาลูกเขย ก่อนยิงปืนใส่ ลูกเขยหลบได้ เลยชักปืนยิงสวน 3 นัดถูกพ่อตาล้มแน่นิ่งเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 กลางดึกคืนที่ผ่านมา มีเหตุการณ์มีผู้ถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิต ณ บ้านเลขที่ 90 หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยด้วน อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเรือนชั้นเดียว สร้างด้วยไม้และปูน มีลักษณะเป็นบ้านพักอาศัยทั่วไป ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 90 หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยด้วน อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อยู่ในพื้นที่ชุมชนที่มีบ้านเรือนอาศัยหนาแน่นพอสมควร เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบภายในบ้าน พบร่างชายเสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่กับพื้นบ้าน ในท่าทางที่บ่งบอกถึงการสิ้นใจอย่างรวดเร็ว ผู้เสียชีวิตได้รับการระบุตัวตนว่าคือ นายดอกเลา (สงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี อาชีพขายไก่ย่างตามงานวัดและงานบุญต่างๆ ในพื้นที่ เป็นคนท้องถิ่นที่รู้จักกันดีในหมู่บ้าน มีภรรยาและลูก 2 คน อาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้มาเป็นเวลานาน จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตมีบาดแผลจากกระสุนปืนหลายแห่ง แพทย์ที่เข้าตรวจสอบระบุว่าเสียชีวิตแล้วก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง ในบริเวณที่พบศพ ห่างออกไปจากร่างผู้เสียชีวิตเพียงเล็กน้อย เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนลูกซองสั้นตกอยู่กับพื้น 1 กระบอก ซึ่งเป็นปืนที่ผู้เสียชีวิตใช้ในการก่อเหตุ ภายในบ้านยังมีกลิ่นกระสุนดินปืนติดค้างอยู่อย่างชัดเจน และมีร่องรอยของการต่อสู้ดิ้นรนเล็กน้อย ของใช้ภายในบ้านบางส่วนล้มกระจัดกระจาย แสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ผู้ต้องสงสัยรอให้การ พบปืนที่ใช้ก่อเหตุ … Read more

พิพาทเรื่องที่ดิน หลานกระหน่ำแทงน้าชายดับ คาลานรับซื้อกุ้ง อ.บ้านแหลม

เมื่อเวลา 15.30 น. ของวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2568 พันตำรวจตรีนรงค์ โสดก สารวัตรเวรสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ได้รับแจ้งเหตุเร่งด่วนจากประชาชนว่ามีผู้ถูกแทงบาดเจ็บสาหัสจนเสียชีวิตที่หมู่ที่ 3 บ้านบางขุนไทร ตำบลบางขุนไทร อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ทันทีที่ได้รับแจ้ง พันตำรวจตรีนรงค์ได้รีบรายงานให้พันตำรวจเอกธานินทร์ ฉัตรเจริญพร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี และพันตำรวจเอกวายุภักษ์ วงศ์ศักดิรินทร์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านแหลมทราบ คณะเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรบ้านแหลม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบุรี แพทย์จากโรงพยาบาลบ้านแหลม และเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถานได้รีบเดินทางไปยังที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์และเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกิดขึ้น สถานที่เกิดเหตุและการค้นพบศพ สถานที่เกิดเหตุคือลานรับซื้อกุ้ง ปลา และอาหารทะเลแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนภายในหมู่บ้านบางขุนไทร เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านในท้องถิ่นที่ประกอบอาชีพประมง มักนำสัตว์ทะเลที่จับได้มาขายให้กับเจ้าของลานรับซื้อประจำ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบยังบริเวณประตูทางเข้าลานรับซื้อกุ้ง พบนายอนันต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี ชาวตำบลบางขุนไทร ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างสงบ สิ่งที่น่าตกใจคือนายอนันต์ยังถืออาวุธที่ใช้ก่อเหตุอยู่ในมือ ได้แก่ มีดง้าวยาวประมาณ 1.5 เมตร จำนวน 1 เล่ม และเหล็กขูดชาร์ป … Read more

สาวขับกระบะชนตำรวจดับขณะปฏิบัติหน้าที่ ปิดปากไม่ให้การ-เจ้าหน้าที่เร่งรวบรวมหลักฐานดำเนินคดี

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 00.30 น. ของวันที่ 12 ตุลาคม 2568 บริเวณหน้าร้านริเวอร์ชิล หนองคาย ตำบลหาดคำ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย เมื่อ นางสาวจอมขวัญ อายุ 30 ปี ชาวอำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ขับรถกระบะเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์สายตรวจของ สิบตำรวจโทจักรพงษ์ พุทธเสน ผู้บังคับหมู่ (ประจำการ) สถานีตำรวจภูธรเมืองหนองคาย อายุ 30 ปี ซึ่งขณะนั้นกำลังปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองหนองคาย (ชุดสายฟ้า) อาการบาดเจ็บสาหัสนำไปสู่การสูญเสียชีวิต จากเหตุการณ์ดังกล่าว สิบตำรวจโทจักรพงษ์ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการกระแทกอย่างแรง จนต้องได้รับการนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แต่ด้วยอาการบาดเจ็บที่รุนแรงเกินกว่าที่จะรักษาชีวิตไว้ได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้กล้าหาญรายนี้ต้องเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทิ้งความโศกเศร้าให้แก่ครอบครัว เพื่อนพ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจ และประชาชนที่รู้จัก การเสียชีวิตของสิบตำรวจโทจักรพงษ์ในครั้งนี้ ถือเป็นการสูญเสียกำลังสำคัญของกองกำลังตำรวจในพื้นที่ เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีความรับผิดชอบสูง ดำรงตำแหน่งผู้บังคับหมู่ประจำการ และเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยให้แก่ชุมชน เพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชาต่างรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อการจากไปของเพื่อนร่วมงานคนสำคัญ พิธีรดน้ำศวดมาติกาท่ามกลางบรรยากาศเศร้าโศก ในช่วงบ่ายของวันที่ 12 ตุลาคม 2568 ได้มีการจัดพิธีสวดมาติกา บังสุกุล และพิธีรดน้ำศพให้แก่ สิบตำรวจโทจักรพงษ์ … Read more

เปิดความเสียหาย เหตุ ‘แก๊สระเบิด’ ปทุมธานี บ้านเสียหาย 33 หลัง รถ 10 คัน เจ็บ 8 เสียชีวิต 1 – คาดบ้านต้นเพลิงมีแก๊สรั่วสะสมนานไม่ระบาย

เหตุการณ์เกิดขึ้นที่หมู่บ้านพนาสนธิ์เมน 2 หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านฉาง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 โดยมีรายงานว่าเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณชุมชน ตามด้วยเปลวไฟลุกโชนสูงขึ้นจากบ้านทาวน์เฮาส์สองชั้นที่เป็นจุดเกิดเหตุ แรงระเบิดรุนแรงจนทำให้บ้านเรือนโดยรอบได้รับความเสียหายในวงกว้าง ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงต่างตกใจกลัวและรีบวิ่งหนีออกจากบ้านเพื่อความปลอดภัย แรงระเบิดที่รุนแรงทำให้หน้าต่างกระจกบ้านเรือนแตกกระจายเป็นจำนวนมาก ประตูบานหลุดออกจากบานพับ เพดานและผนังบ้านแตกร้าว รวมถึงเสาเข็มและโครงสร้างของบ้านได้รับความเสียหาย ชิ้นส่วนต่างๆ ของบ้านกระเด็นกระจายไปทั่วบริเวณ สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก ความเสียหายและผู้ประสบภัย จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ หญิงวัย 64 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านหลังที่เกิดเหตุ เสียชีวิตจากการถูกไฟคลอกภายในบ้าน ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 8 ราย ซึ่งเป็นทั้งผู้ที่อยู่ในบ้านต้นเพลิงและผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านใกล้เคียง โดยได้รับบาดเจ็บจากเศษกระจก เศษไม้ เศษคอนกรีต และบาดแผลจากเปลวไฟ ผู้บาดเจ็บทุกรายได้รับการนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาแล้ว สำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สินนั้น พันตำรวจเอก วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองปทุมธานี เปิดเผยว่า จากการสำรวจพบว่ามีบ้านเรือนได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดรวม 33 หลังคาเรือน โดยแบ่งเป็นบ้านที่ได้รับความเสียหายหนักซึ่งไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีกต่อไปจำนวน 3 หลัง ส่วนที่เหลือเป็นบ้านที่ได้รับความเสียหายปานกลางถึงเล็กน้อย เช่น … Read more

ลุงขับซาเล้งไปดูหมอลำ รถดับกลางทาง ถูกเก๋งพุ่งชนดับสยอง

เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. ของวันดังกล่าว พันตำรวจโท เจษฎา ว่องไว สารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรย่อยโนนสูง อำเภอเมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุจากประชาชนผู้พบเห็นเหตุการณ์ว่ามีรถยนต์เก๋งชนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างเกิดขึ้น มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ บริเวณหน้าธนาคาร ธ.ก.ส. สาขาโนนสูง ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่เชื่อมระหว่างตัวเมืองอุดรธานีกับอำเภอกุมภวาปี ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรย่อยโนนสูง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งจังหวัดอุดรธานี และแพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลอุดรธานี ได้ออกตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว เพื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ บริเวณที่เกิดเหตุเป็นถนนสายหลัก 4 ช่องจราจร ฝั่งขาออกจากตัวเมืองอุดรธานีไปทางอำเภอกุมภวาปี ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวมีการจราจรค่อนข้างหนาแน่น สภาพที่เกิดเหตุและความเสียหายของยานพาหนะ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเป็นภาพที่สะเทือนขวัญอย่างยิ่ง รถยนต์เก๋งยี่ห้อ Suzuki Swift สีขาว ทะเบียนทะเบียน ขข 4445 อุดรธานี อยู่ในสภาพที่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง โดยเฉพาะด้านหน้าของรถที่พังยับเยิน กระโปรงหน้ารถบุบสยอง กระจกหน้าแตกร้าว เครื่องยนต์ได้รับความเสียหาย แสดงให้เห็นถึงแรงกระแทกที่รุนแรงมากในขณะเกิดเหตุ ส่วนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างหรือรถซาเล้งที่ถูกชน ปรากฏว่าไม่มีทะเบียนติดอยู่ อยู่ในสภาพพังเสียหายอย่างหนัก ส่วนพ่วงข้างถูกกระแทกจนบิดเบี้ยว ตัวรถจักรยานยนต์ล้มอยู่กลางถนน ชิ้นส่วนต่างๆ กระจัดกระจายไปทั่วพื้นที่ รอยเลื่อนและรอยเบรกของรถยนต์เก๋งยาวเหยียดอยู่บนผิวถนนเป็นระยะทางหลายสิบเมตร แสดงให้เห็นว่าผู้ขับรถเก๋งพยายามเบรกหลีกเลี่ยง … Read more

ตำรวจขับรถกระบะตราโล่ตามจับรถยนต์ต้องสงสัยที่ฝ่าด่านตรวจ ก่อนเกิดอุบัติเหตุชนท้ายรถบรรทุก ได้รับบาดเจ็บสาหัส

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2568 เวลาประมาณ 18:05 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจด่านความมั่นคงบ้านห้วยยะอุ ตำบลด่านแม่ละเมา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านในพื้นที่ว่ามีรถกระบะตำรวจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง โดยพุ่งชนท้ายรถบรรทุกน้ำ 6 ล้อ บริเวณจุดกลับรถฝั่งขาเข้าอำเภอแม่สอด ห่างจากด่านตรวจห้วยยะอุไปทางทิศเหนือประมาณ 1 กิโลเมตร บริเวณที่เกิดเหตุเป็นช่วงที่กำลังมีการก่อสร้างถนนสายใหม่ และมีการใช้รถบรรทุกน้ำวิ่งราดน้ำบนถนนเพื่อลดฝุ่นละอองอยู่เป็นประจำ การเข้าไปช่วยเหลือและสภาพที่เกิดเหตุ หลังจากได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรพะวอ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยขององค์การบริหารส่วนตำบลด่านแม่ละเมา ได้เดินทางรุดไปยังจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบสภาพที่น่าสะพรึงกลัว โดยรถบรรทุกน้ำ 6 ล้อจอดขวางเลนจราจรอยู่ทางด้านซ้ายสุดของถนน ส่วนด้านท้ายของรถบรรทุกน้ำพบรถกระบะ 4 ประตู สีขาว ติดตราโล่ของกรมตำรวจ หมายเลขทะเบียน 09988 ชนอัดเข้าไปด้านซ้ายท้ายของรถบรรทุกน้ำอย่างรุนแรง สภาพด้านหน้าของรถกระบะตำรวจพังยับเยินจนแทบไม่เหลือรูปทรง กระจกหน้ารถแตกกระจาย โครงสร้างด้านหน้าบิดงอจนไม่เป็นรูปร่าง และที่น่าตกใจคือพบเจ้าหน้าที่ตำรวจสวมเครื่องแบบปฏิบัติการสมบูรณ์ทั้งคนขับและผู้โดยสาร ติดค้างอยู่ภายในซากรถอย่างหนักหน่วง เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยได้พยายามช่วยเหลือด้วยความระมัดระวัง ใช้เวลานานกว่าจะสามารถดึงตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายออกมาจากซากรถได้สำเร็จ รายละเอียดผู้ประสบเหตุและอาการบาดเจ็บ จากการสอบถามผู้พบเห็นเหตุการณ์และเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปช่วยเหลือในเวลาต่อมา ทราบว่าผู้ประสบเหตุทั้งสองนายเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจด่านความมั่นคงบ้านห้วยยะอุ โดยคนขับรถคือ สิบตำรวจตรีอภิวัฒน์ ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณขาข้างซ้าย มีอาการขาหักผิดรูปบริเวณโคนขาข้างซ้ายอย่างรุนแรง กระดูกเคลื่อนจากตำแหน่งเดิม มีบาดแผลฉีกขาดและมีเลือดออกมาก … Read more

ตำรวจบุกทลายขบวนการรับจำนำรถยนต์ ส่งขายข้ามแดนเมียนมา จับผู้ต้องหา 11 ราย พบผู้เสียหายเพียบ

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาย (บช.ก.) ได้เปิดเผยความคืบหน้าในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ หลังจากสำเร็จในการจับกุมขบวนการหลอกลวงรับจำนำรถยนต์ ก่อนนำไปส่งขายยังประเทศเมียนมาผ่านชายแดน ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับประชาชนจำนวนมาก โดยเป็นการดำเนินการภายใต้ยุทธการ “พิฆาตเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์” ที่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นจากการแจ้งความของผู้เสียหาย เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2568 ผู้เสียหายรายหนึ่งได้เดินทางมายังสถานีตำรวจทางหลวงชลบุรี เพื่อขอความช่วยเหลือในกรณีที่ตนเองถูกหลอกลวงจากขบวนการรับจำนำรถยนต์ และได้ดำเนินการเข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่สถานีตำรวจภูธรหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ผู้เสียหายได้ให้การว่า ได้นำรถยนต์ของตนเองยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ สีเทา ป้ายทะเบียนกรุงเทพมหานคร ติดต่อจำนำผ่านเพจเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2568 โดยได้ส่งมอบรถยนต์คันดังกล่าวบริเวณลานจอดรถหน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ตามที่ผู้รับจำนำได้นัดหมายไว้ หลังจากส่งมอบรถยนต์ไปแล้ว ผู้เสียหายได้รับแจ้งจากบุคคลที่รู้จักว่า รถยนต์คันดังกล่าวกำลังจะถูกนำไปส่งขายยังประเทศเมียนมา โดยจะผ่านชายแดนจังหวัดกาญจนบุรี ผู้เสียหายจึงรีบพยายามติดต่อกับเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวเพื่อขอไถ่รถคืน แต่ไม่สามารถติดต่อได้เลย จึงได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ดำเนินการสกัดจับกุมผู้กระทำผิด อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบ พบว่ารถยนต์คันดังกล่าวได้ถูกเปลี่ยนป้ายทะเบียนแล้ว และได้ถูกนำออกผ่านชายแดนไปยังประเทศเมียนมาเรียบร้อยแล้ว ทำให้ไม่สามารถสกัดกั้นได้ทัน สร้างความเสียหายอย่างมากให้กับผู้เสียหาย เปิดโปงขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ จากการสืบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชลบุรี พบว่าเป็นการกระทำของขบวนการอาชญากรรมที่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบและเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ โดยกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ใช้สื่อออนไลน์ โดยเฉพาะเฟซบุ๊กในการสร้างความน่าเชื่อถือและหารถยนต์ที่มีสเปกตามความต้องการของนายทุนชาวเมียนมา เมื่อได้รถยนต์ตามที่ต้องการแล้ว ขบวนการจะดำเนินการดัดแปลงรถ เปลี่ยนป้ายทะเบียน และส่งขายข้ามพรมแดนไปยังประเทศเมียนมาต่อไป … Read more

ชาวเยอรมันวัย 63 ปี พลัดตกบ่อน้ำลึก 20 เมตร ขณะตัดหญ้า ต้องลอยคอรอความช่วยเหลือ 40 นาที โชคดีเพื่อนบ้านได้ยินเสียงร้อง เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบเข้าช่วยเหลือทัน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันที่ 9 ตุลาคม 2568 ในพื้นที่ซอยหลังวัดป่ายุบ หมู่ที่ 5 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีบ้านเรือนกระจายตัวอยู่ค่อนข้างห่างกัน มีบรรยากาศเงียบสงบ และมีบ่อน้ำหลายแห่งกระจายอยู่ตามพื้นที่ นายพิชิต เกียกกุทัณฑ์ หัวหน้าหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน ได้รับแจ้งเหตุจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นว่ามีชาวต่างชาติพลัดตกบ่อน้ำลึกกว่า 20 เมตร และกำลังอยู่ในสภาวะอันตราย จึงรีบประสานงานกับเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ เพื่อเข้าช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด ทีมกู้ภัยเข้าถึงที่เกิดเหตุ พบผู้ประสบเหตุลอยคออย่างอ่อนแรง เมื่อทีมกู้ภัยเดินทางมาถึงบริเวณเกิดเหตุ พบว่าชายชาวต่างชาติกำลังลอยคออยู่ในบ่อน้ำที่มีความลึกมาก ร่างกายดูอ่อนแรงจากการพยายามลอยตัวอยู่ในน้ำเป็นเวลานาน ผู้ประสบเหตุยังคงพยายามตะโกนขอความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดที่แข็งแกร่ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็วและตัดสินใจใช้วิธีการที่ปลอดภัยที่สุดในการช่วยเหลือ โดยรีบส่งเชือกลงไปยังผู้ประสบเหตุ พร้อมทั้งสั่งให้ผูกเชือกเข้ากับร่างกายให้แน่นหนา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายในขณะที่กำลังดึงขึ้นมา การช่วยเหลือครั้งนี้ต้องใช้กำลังคนจำนวนหนึ่งในการประสานงานกันอย่างเป็นระบบ เนื่องจากบ่อน้ำมีความลึกมากถึง 20 เมตร และผู้ประสบเหตุอยู่ในสภาพอ่อนแรงจากการลอยตัวอยู่ในน้ำเป็นเวลานาน ทีมกู้ภัยต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุดเพื่อไม่ให้เกิดการบาดเจ็บเพิ่มเติม ใช้เวลา 15 นาทีในการช่วยเหลือ นำตัวขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย หลังจากที่เจ้าหน้าที่ส่งเชือกลงไปและผู้ประสบเหตุผูกเชือกเข้ากับร่างกายเรียบร้อยแล้ว ทีมกู้ภัยเริ่มดึงตัวผู้ประสบเหตุขึ้นมาจากบ่อน้ำอย่างช้าๆ และระมัดระวัง ใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 15 นาทีจึงสามารถนำตัวผู้ประสบเหตุขึ้นมาสู่พื้นดินได้อย่างปลอดภัย ผู้ประสบเหตุที่รอดชีวิตมานั้นคือ นาย Roland … Read more

รวบสาวชาวเมียนมาทิ้งทารกในถังขยะ เผยสภาพอิดโรย เล่าสาเหตุคบแฟนเลิกราไม่พร้อมเลี้ยง ก่อนถูกแจ้งข้อหาหนัก

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานความคืบหน้าจากพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบางปะอิน ว่าได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องสงสัยในคคดีทิ้งทารกในถังขยะได้แล้ว โดยผู้ต้องสงสัยเป็นหญิงสาวชาวเมียนมา อายุ 25 ปี ซึ่งขอสงวนนามเรียกว่า นางสาวเมย์ (นามสมมติ) ที่พักอาศัยอยู่ในหอพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลคลองจิก อำเภอบางปะอิน ไม่ห่างจากจุดที่พบศพทารกมากนัก เหตุการณ์เริ่มต้นจากการพบศพทารก เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 8 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา เมื่อพนักงานเก็บขยะของเทศบาลตำบลคลองจิก ออกปฏิบัติหน้าที่เก็บขยะตามปกติในซอยแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลคลองจิก อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขณะที่กำลังยกถังขยะขึ้นรถเพื่อนำไปทิ้ง พนักงานเก็บขยะได้สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติในถังขยะใบหนึ่ง เมื่อเปิดฝาถังออกตรวจสอบ พบว่ามีผ้าปูที่นอนห่อสิ่งของอยู่ข้างใน เมื่อเปิดดูจึงตกใจอย่างหนัก เมื่อพบว่าภายในผ้านั้นห่อหุ้มศพทารกเพศหญิงตัวเล็กมาก คาดว่ามีอายุครรภ์ประมาณ 4-5 เดือน อยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ พนักงานเก็บขยะจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบางปะอินทราบทันที ตำรวจเร่งสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องสงสัย หลังจากได้รับแจ้งเหตุ พันตำรวจเอกอดิเรก โปธิปัน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางปะอิน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนและกำลังตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเริ่มดำเนินการสืบสวนหาข่าวเพื่อติดตามตัวผู้กระทำความผิด โดยเจ้าหน้าที่ได้ประเมินว่าผู้กระทำความผิดน่าจะเป็นบุคคลที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับจุดที่พบศพทารก ทีมสืบสวนจึงได้แยกย้ายกันสำรวจหอพักต่างๆ ในบริเวณโดยรอบจุดเกิดเหตุ สอบถามข้อมูลจากเจ้าของหอพัก ผู้ดูแลหอพัก รวมถึงผู้เช่าพักและผู้อาศัยในพื้นที่ ขณะเดียวกันก็ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของร้านค้า หอพัก และจุดต่างๆ ในบริเวณพื้นที่ เพื่อหาเบาะแสที่จะนำไปสู่ตัวผู้ต้องสงสัย … Read more